Skip to content

ใจ อึ๊งภากรณ์: ความบื้อใบ้ของสังคมนักวิชาการ

วันพุธ 16 มิถุนายน 2010

THAILAND: Silence of the academic community
June 13, 2010
Giles Ji Ungpakorn*
ที่มา – University World News
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

มหาวิทยาลัยในกรุงเทพกำลังจะเปิดในไม่ช้า เนื่องจากการบดขยี้อย่างป่าเถื่อนต่อเสื้อแดงที่ต่อต้านรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้ว และมีผู้ถูกสังหารอย่างน้อย ๘๐ ศพ ผมไม่คิดว่าจะมีปฏิกิริยารีบร้อนใดๆจากนักศึกษา

ประชาชนจะถกเถียงกันอย่างถึงพริกถึงขิงในระหว่างกันเอง นักศึกษาอาจวิตกเกี่ยวกับการเขียนบทความวิจารณ์สถานการณ์ในปัจจุบัน และนักวิชาการคนใดซึ่งคิดว่าตัวเองอาจให้การสนับสนุนการโต้แย้ง และถกเถียงในเรื่องนี้ จะปิดปากนิ่งเสีย

หากคุณไม่ใช่พวกที่ตื่นตัวในทางการเมืองโดยเฉพาะแล้วคุณจะไม่สังเกตเห็นความแตกต่างใดๆ ยังคงมีการสัมมนาตามมหาวิทยาลัยแต่จะไม่มีการถกเถียงว่า ทำไมกษัตริย์จึงไม่ทรงออกมาตรัสประการใดเกี่ยวกับการสังหารประชาชนนี้ 

พวกเขาจะไม่มีการถกเถียงกันว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้รับเลือกตั้งมาตามแนวทางประชาธิปไตยหรือไม่ และพวกเขาจะไม่มีการถกเถียงว่า สังคมไทยจะเป็นเช่นไรในอนาคต

สำหรับภาควิชารัฐศาสตร์ และภาควิชาประวัติศาสตร์ คุณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริงได้จนกว่าคุณจะมีการถกเถียงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ ดังนั้นนักวิชาการต่างๆได้เลี่ยงที่จะทำการถกเถียงถึงประเด็นพื้นฐานบางประเด็นในประเทศไทย เรามีธรรมเนียมอันยาวนานที่จะหลีกเลี่ยง และปิดปากที่จะแสดงความคิดเห็น และการถกเถียงอย่างเสรี

ผมต้องออกจากประเทศไทยในปี ๒๕๕๒ เนื่องมาจากหนังสือที่ผมเขียนวิจารณ์การทำรัฐประหารของกองทัพในปี ๒๕๔๙ ผมกล่าวว่า การทำรัฐประหารได้รับการเห็นชอบจากกษัตริย์ ในความคิดเห็นของผมนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะเขียนหนังสือวิจารณ์การทำรัฐประหาร หากปราศจากการถกเถียงถึงบทบาทของกษัตริย์ ว่าได้ทรงปกป้องประชาธิปไตยในประเทศไทยหรือไม่

ผมถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากหมิ่นกษัตริย์ซึ่งผมไม่ได้กระทำเช่นนั้น แต่กฎหมายนี้ถูกศักดินานำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้าม คุณอาจติดคุกถึง ๑๕ ปีด้วยข้อหาหมิ่นฯ และหากคุณเขียนเพียงสองประโยคแยกกันในหนังสือเล่มเดียว คุณอาจจะโดนคุกถึง ๓๐ ปี

การพิจารณาคดีถูกกระทำขี้นอย่างปิดลับ และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ตีพิมพ์คำให้การของบุคคลนั้น ดังนั้นขั้นตอนการพิจารณาคดีจึงไม่มีความโปร่งใส ผมอยู่ในระหว่างการลี้ภัย แต่ผมไม่ได้กระทำผิดในเรื่องที่นานาชาติพิจารณาว่าเป็นคดีอาชญากรรม

ผมเพียงแต่เขียนหนังสือเพื่อปกป้องประชาธิปไตย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ผมเคยเป็นรองศาสตราจารย์สอนภาควิชารัฐศาสตร์นั้น เริ่มต้นด้วยการปฏิเสธที่จะขายหนังสือของผมในร้านหนังสือของมหาวิทยาลัย แม้จะเคยตั้งขายหนังสือหลายเล่มของผมมาก่อน

แท้จริงแล้วทางมหาวิทยาลัยส่งหนังสือของผมให้หน่วยสอบสวนพิเศษ (ของประเทศไทย): นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่มีเสรีภาพให้นักวิชาการอย่างแท้จริง ร้านขายหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย: คณะผู้บริหารประกอบด้วยเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย และรองอธิการบดีดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารนั้น

เมื่อไม่นานมานี้ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกกองทัพกล่าวหาว่า วางแผนล้มเจ้า (อ่านได้จาก University World News ที่นี่)

เดือนที่แล้ว เพียงหลังเหตุการณ์ปราบปราม อาจารย์สุธาชัยถูกหมายเรียกให้ไปรายงานตัวในฐานทัพ และถูกกักกันตัวโดยปราศจากข้อกล่าวหา คนอื่นๆยังคงถูกกักกัน แต่เนื่องจากมีการรณรงค์อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทางเจ้าหน้าที่ถูกบังคับให้จำต้องปล่อยตัวเขาในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม

สุธาชัยยังคงเผชิญกับข้อหาต่างๆ อาจจะมีข้อหาก่อการร้ายด้วย เขาเป็นผู้สนับสนุนเสื้อแดงอย่างเปิดเผย แต่ใครก็ตามซึ่งรู้จัก สุธาชัย ทราบดีว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย เขาใช้ทั้งความคิด และงานเขียนเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตย

นักวิชาการส่วนใหญ่ในประเทศไทยได้อยู่ฝ่ายเดียวกับกองทัพ และพวกคลั่งเจ้าเสื้อเหลือง คนธรรมดาทั่วไปที่ประท้วงอยู่ฝ่ายเดียวกับเสื้อแดง (เพื่อประชาธิปไตย) และด้วยพลังความกล้าแกร่งของพวกเขาได้สร้างกำลังใจให้กับนักวิชาการบางคน

แต่ผู้สอนตามมหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับเสื้อแดงต่างตกเป็นเป้าหมายของกองทัพ ในขณะที่นักวิชาการซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับเสื้อเหลืองไม่ต้องเผชิญกับการถูกลงโทษแม้ว่าพวกเขาจะทำการปิดสนามบินนานาชาติ มีแต่เสื้อแดงซึ่งถูกตั้งข้อหาผู้ก่อการร้าย และข้อหาสนับสนุนการพยายามที่จะล้มเจ้า

เมื่อมหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานของรัฐ อย่างน้อยความรู้สึกถึงการขาดความเป็นอิสระในทางวิชาการ สิ่งที่เรียกว่าความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการเสนอศักยภาพต่อตลาด และได้ถูกขัดขวางมาเนิ่นนานในมหาวิทยาลัยต่างๆของไทย

เพียงแค่หลังจากการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ในช่วงของรัฐบาลทหารในปี ๒๕๔๙-๒๕๕๐ ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยนั้นได้ถูกผลักดันจากกองทัพ โดยถูกแต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่งในสภา อธิการบดีต่างๆของมหาวิทยาลัยหลักๆทั้งหมด กลายเป็นสมาชิกของสภานี้

นักวิชาการซึ่งเห็นใจในเสื้อแดงอาจพบว่า พวกเขาอาจประสบปัญหาในการต่อสัญญาการสอน หากพวกเขามีสัญญาการสอนในระยะสั้น ซึ่งนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยแบบใหม่

แต่ผมสงสัยเรื่องการไล่ออกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากนักวิชาการส่วนใหญ่จะก้มหัว หรือไม่ก็ให้การสนับสนุนพวกคลั่งเจ้า และการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙

สำหรับผมแล้วเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เนื่องจากผู้ร่วมงานของผมส่วนใหญ่ในภาควิชารัฐศาสตร์ ผู้ซึ่งทำหน้าที่สอนด้านวิชาต่างๆ เช่น กระบวนการประชาธิปไตยนั้นเห็นด้วยกับการทำรัฐประหารซึ่งปล้นอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีการถกเถียงกันถึงว่า คุณควรต่อต้านรัฐบาลที่คุณไม่ชอบด้วยแนวทางแห่งประชาธิปไตยหรือไม่

แต่ไม่ใช่เพราะการที่พวกเขากลัวการตกงาน ที่ทำให้นักวิชาการส่วนใหญ่เลือกอยู่ข้างฝ่ายเสื้อเหลือง ผมคิดว่าเป็นเรื่องของชนชั้นกลาง ชนชั้นกลางในกรุงเทพอาจจะรำคาญการโกงกิน และระบบเผด็จการในบางครั้ง แต่โดยส่วนใหญ่พวกเขามีความเป็นอยู่ค่อนข้างดี และพวกเขามองดูเสื้อแดงว่าเป็นพวกใช้แรงงาน และชาวนาที่โง่เขลาและยากจน

พวกเขากลัวว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะท้าทายความอยู่ดีกินดีของพวกเขา และผลที่ตามมาคือการต้องมาแบ่งปันความมั่งมีของพวกเขา

กองทัพและรัฐบาลชนะในยกนี้ และการดิ้นรนเพื่อประชาธิปไตยต้องถอยหลังลงคลอง เสื้อแดงกำลังรวมตัวกันใหม่ในระดับรากหญ้า แต่เป็นรัฐบาลในเวลานี้ที่ได้รับชัยชนะ

*ใจ อึ๊งภากรณ์ อดีตรองศาสตราจารย์สอนภาควิชารัฐศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพ “วิกฤติประเทศไทย และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” เป็นหนังสือที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ซึ่งเป็นเหตุให้เขาถูกตั้งข้อหาหมิ่นฯ นั้นได้มีการตีพิมพ์ในอังกฤษในเดือนเมษายน ใจให้ โยฮานา ชาร์มา นักข่าวของ University World News สัมภาษณ์เพื่อทำข่าวนี้

Advertisements
78 ความเห็น leave one →
  1. วันศุกร์ 22 กรกฎาคม 2011 11:27 น.

    กลอน สุดท้าย ลุงหมัก เมื่อสิ้นรัก หักสวาท ขาดสบั้น ก็สิ้นชาติ ขาดกัน แต่เพียงนี้ ที่เคยหลง จงรัก และภักดี มาบัดนี้ ไม่มีเยื่อ ไม่เหลือใย เห็นกงจักร เป็นดอกบัว ชั่วชีวิต เคยหลงผิด ถึงขั้น ตายแทนได้ หลงตามลม ชวนเชื่อ ทุกเมื่อไป บัดนี้ไทย ตาสว่าง เห็นทางธรรม เมื่อสิ้นรัก หักสวาท ขาดสบั้น ก็จบกัน เลิกเลี้ยงชุบ อุปถัมภ์ จะตอบแทน ให้สาสม โสมมระยำ ให้หลาบจำ ทำชั่ว ต้องชดใช้ ไม่มีแล้ว เทวดา บนฟ้านี้ และไม่มี เหนือมนุษย์ ฉุดรั้งได้ ประเทศชาติ ประชาชน ประชาธิปไตย คือหลักชัย ไทยทั้งชาติ ประกาศจริง เสมือนสวม พระเครื่อง อันเรืองเวช ประนมเดช มอบดวงใจ ให้ทุกสิ่ง แต่องค์พระ กลับเข้า ช่วงชิง จนได้รู้ ความจริง อันเจ็บใจ สิ่งที่สูงนั้น กลับต่ำ จนตำเนตร ใจ สมัคร สุนทรเวช จึงหมองใหม้ เฝ้าจงรัก ภักดี ไม่รู้คลาย ขอกัดฟัน ตาลาย ไม่ถวายพระพร ขอดวงวิญญาณลุง สมัคร สุนทรเวช จงสู่สุคติ ใครให้แกงเขียวหวานลุงกินแล้วใส่ยาฆ่าลุง ขอให้มันมีอันเป็นไป รักค่ะ

  2. วันจันทร์ 25 กรกฎาคม 2011 12:51 น.

    เฮ้ย ตะหาน แค่จะขึ้นเครื่องบินไปกู้ศพก็สยองเหรอ ทีมึงยิงพวกกูตูมๆกูยังไม่คิดสยองเลย ที่แท้สันดานพวกมึงทำกล้าเพราะมีอาวุธอยู่ในมือนี่เอง โดยเฉพาะไอ้ตัวหัวหน้ากล้ามั๊ย ดีแต่หลบอยู่ใต้ชายกระโปรงอีพวกตระกูลปากที่มีทั้งปากแดง ปากห้อย ปากอ้า ปากตอแหลสร้างภาพละซีท่า ไปเถอะมึง เสธแดงแกคอยต้อนรับอยู่ พรอ้มกับ 91ศพ และที่หาไม่เจออีก ตั้วแถวรอรับเป็นระเบียบมีเกียรติชิบหาย ไปเลย เดี๋ยวก็ได้อาบน้ำ ได้ห่มธง ได้ยศ เอาไปติดให้ยมทูตดู โก้ชิบหาย แต่ที่รู้ๆกูสะใจสุดๆเห็นสีผ้าพันคอพวกมึงที่ไปรับศพ แค้นโว้ย เกลียดแม่งตั้งแต่ ต้นตระกูลตัวหนอนยันลูกหลาน โธ่ ไอ้ตระกูลหนอนไชขี้เอ้ยเชี้ย

  3. วันจันทร์ 25 กรกฎาคม 2011 15:22 น.

    ประกาศ…เจ้าข้าเอ๊ยผู้จงรักภักดีโปรดทราบช่วยกัน ออกเงินให้เยอรมันหน่อย ไอ้กาซีตกะไอ้มาก มันไม่ยอมให้เงิน ใครมีที่ดินช่วยขายซะเพราะลูกเจ้าของที่เขาเดือดร้อน ว่าไงไอ้อ๊อฟ ไอ้นกอีนกมึงโศกนักไม่ใช่รึ ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าเลย ไอ้มอสตอนนี้มึงมีโอกาศสนองคุณแผ่นดินแล้ว รีบขายที่ด่วนเจ้าของเขารออยู่ถ้ามึงหวงแผ่นดิน มึงรีบไสหัวออกไปเชียว อย่าอ้างว่ารักแต่ปากเพื่อทำลายชาวบ้าน ตอนนี้มึงมีโอกาศแสดงแล้ว ทำให้มันเป็นรูปธรรมหน่อย อย่าให้น้อยหน้าทักษิณนา ว่าทักษิณไม่จงรัก แต่ทักษิณเคยช่วยมาแล้ว ปากมึงบอกรักแต่ไม่ช่วย ได้งัยทุ่มหน่อยมึง

  4. วันอังคาร 26 กรกฎาคม 2011 10:18 น.

    ………สดุดี กะหรี่ศรี สุดาจันทร์……ที่ช่วยกัน ฆ่าผัว ชั่วชิบหาย…….ร่วมมือชู้ วางยา ฆ่าเกือบตาย ประชาชน ชอบชิบหาย ตายซะที…..อยู่ไปก็ รกโลก รกแผ่นดิน…ไม่ทำกิน กูอ่อนเพลีย เสียภาษี เลี้ยงพวกมึง ไม่เชื่อง กันซักที….. วันคืนดี เอาปืนล่า ไล่ฆ่ากู…..คนส้นตีน จังลัย ใจโหดร้าย ฆ่าพี่ชาย ร่วมบิดา น่าอดสู …… อีแม่ก็ เหลือร้าย ใจน่าดู…..ร่วมมือลูก รับรู้ ในเหตุการณ์ แล้วมันยัง คิดร้าย ลูกชายมัน….ให้หายไป เช่นกัน ไอ้สันขวาน……มึงรักใคร บ้างวะนี่ ไอ้จัณฑาน จิตใจพาล เลวนัก รักแต่ตัว…. สักวันหนึ่ง มึงจะดัง กว่าครั้งนี้…..ประวัติศาสตร์ โคตรกะหรี่ คนกล่าวทั่ว รอมึงตาย ประชาชน สบายตัว….งบประมาณ อุดรูรั่ว ไปหามึง

  5. วันศุกร์ 2 กันยายน 2011 17:35 น.

    เสิ้อแดงเลิกดูช่อง 7 ได้แล้วมันหนุนหลังนักข่าว พธม อยู่ เลิกอุดหนุนบะหมี่ มาม่า นิสชิน FF ซื่อสัตย์ เมียวโจ้ ฟาร์มเฮาท์ โรงงานมันเคยบดเนื้อพนักงาน ที่ตกลงไปแหลกปนแป้งแดงเถือก รสต้มยำคนส่งใบมะกรูตแช่สารฟอร์มารีน ให้สด ได้น้ำหนัก และเกลือปรุงทิพย์ เปาเอ็มวอช โปร โคโดโม ไฮคราส เปา วาโก้ กุลสตรี เอสเซ้น ลาคอส แอโร่ กีลาโรส

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: