Skip to content

เอเชียไทม์: ประชาธิปไตยที่อภิสิทธิ์ยัดเยียดให้

วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010

Abhisit’s democratic choice
June 12, 2010
By Shawn W Crispin
ที่มา – Asia Times
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

กรุงเทพ – ในทางปฏิบัติแล้วประเทศไทยกำลังเคลื่อนถลำลึกลงสู่การปกครองของทหาร และไม่เป็นที่ชัดเจนว่านายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะมีความต้องการ หรือมีอำนาจที่จะเปลี่ยนประเทศที่กำลังจะเข้าสู่วังวันเผด็จการ พ.ร.บ.ฉุกเฉินที่ยังคงประกาศใช้ให้อำนาจกองกำลังความมั่นคงอย่างมหาศาลในการกักกันผู้ต้องสงสัยโดยไม่ผ่านการสอบสวนให้แน่ชัด การเซ็นเซอร์สื่อ และการห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะ อำนาจสั่งการจากนายพลของกองทัพซึ่งแสดงฝีมืออันทรงพลังในการเข้าสลายผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้วกลางกรุงเทพที่เป็นไปอย่างป่าเถื่อน

แหล่งข่าววงในของกองทัพผู้หนึ่งยืนยันว่า ศอฉ. ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วง นปช.บนท้องถนนนั้น ได้กลายร่างเป็น “รัฐบาลเงา” ร่วมกับพรรคร่วมที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของอภิสิทธิ์ ยังไม่มีสัญญาณใดๆว่าจะมีการยกเลิก ศอฉ. นับตั้งแต่เกิดการปราบปรามผู้ประท้วง แหล่งข่าววงในกล่าวว่า ขณะนี้ ศอฉ. กำลังถูกกำหนดไว้ในโครงสร้างเพื่อคงไว้ซึ่งอิทธิพลต่อรัฐบาลที่บริหารประเทศ 

สามอาทิตย์หลังจากที่กองทัพเคลื่อนทัพเข้าจัดการกลุ่ม นปช.อย่างเด็ดขาดเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม การไล่ล่าแกนนำกลุ่ม นปช. ผู้วางแผนและผู้สนับสนุนได้ขยายขอบเขตออกไปโดยเฉพาะในพื้นที่ของประเทศซึ่งยังคงถูกบังคับใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน นักการทูตและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวกันว่า ไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีจำนวนผู้ถูกจับกุมและถูกกักขังเท่าไร และตกอยู่ในสภาพเช่นไร รัฐบาลยอมรับว่าได้กักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนมากกว่า ๔๐๐ คน นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิคนหนึ่งแย้งว่า มีบุคคลหายสาบสูญมากถึง ๑๐๐ คนนับตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม

ตัวแทนจากองค์กรสิทธิสากลคนหนึ่งกล่าวว่า “เราเชื่อว่า มีบุคคลถูกกักกันมีจำนวนมากกว่าที่รัฐบาลยอมรับ และกองทัพแสดงให้เห็นว่า พวกเขาจะดำเนินวิธีตามหนทางของเขา และกองทัพมีประวัติอันยาวนานในการจัดการบุคคลให้หายสาบสูญในประเทศไทย” ตัวแทนสิทธิยืนยันว่าฝ่ายกองทัพ และฝ่ายตำรวจได้แยกรายการผู้ถูกกักกันเป็นสองรายการ และการไล่ล่าตามจังหวัดต่างๆนั้นคือพวก “ตัวอันตราย”

พ.ร.บ.ฉุกเฉิน อนุญาตให้ผู้ต้องสงสัยถูกกักขังไว้นานถึง ๓๐ วันก่อนที่พวกเขาจะถูกตั้งข้อกล่าวหา หรือได้รับการปล่อยตัว – ซึ่งหมายถึงว่า เส้นตายของผู้ต้องสงสัยหลายคนกำลังใกล้เข้ามา อภิสิทธิ์ชี้แจงในวันที่ ๖ มิถุนายนนี้ว่า พ.ร.บ.ฉุกเฉินจะยังมีผลบังคับใช้อย่างไม่มีกำหนดเพื่อป้องกันการต่อต้านของกลุ่ม นปช. – กลุ่มแนวร่วมติดอาวุธซึ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์พิจารณาว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” การโหมกระพือให้เกิดความกลัวนี้ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร สัญลักษณ์ผู้นำของ นปช. กล่าวว่า หลังจากมีการปราบแล้ว ในอนาคตผู้สนับสนุน นปช.ที่โกรธแค้นอาจหันไปใช้ “ยุทธวิธีกองโจร”

แกนนำ นปช.หลายคน รวมถึงทักษิณ ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เนื่องจากพวกเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับนักสู้ติดอาวุธซึ่งขว้างระเบิด และเปิดฉากยิงปะทะกับฝ่ายกองกำลังรักษาความมั่นคงในพื้นที่ประท้วงของ นปช. เจ้าหน้าที่เชื่อว่าฝ่ายเคลื่อนไหวติดอาวุธนิรนามมีส่วนรับผิดชอบในการวางระเบิดลึกลับซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวของผู้ประท้วง นปช. และเริ่มต้นขึ้นในทันทีหลังจากศาลอาญามีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินส่วนตัวของทักษิณมูลค่า ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทด้วยข้อหาทุจริต

ประมาณว่ามีผู้ถูกสังหารเสียชีวิต ๘๙ ศพ และได้รับบาดเจ็บมากกว่า ๑,๘๐๐ คนในเหตุการณ์รุนแรงซึ่งเกี่ยวข้องกับการประท้วงที่เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน และสิ้นสุดลงด้วยการเข้าปราบปรามเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม รัฐบาลและ นปช. ต่างโยนความผิดให้กันและกัน รัฐบาลอภิสิทธิ์เริ่มตั้งกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อตรวจสอบการสังหารหมู่ และการได้รับบาดเจ็บ และนายกฯชี้แจงว่า เขาจะรับผิดชอบทั้งหมดหากผลการสอบสวนพบว่า กองทัพเป็นฝ่ายละเมิดระบบกฎหมายสากลอันเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก แต่ในเริ่มต้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า นายพลแห่งกองทัพจะร่วมด้วยกับแนวความคิดนี้หรือไม่

พรรคฝ่ายค้านเพื่อไทยได้ออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นกลางของประธานคณะกรรมการสอบสวนอิสระที่ฝ่ายรัฐบาลแต่งตั้งขึ้นมา อดีตอัยการสูงสุดซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลทหาร คมช. หลังการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทักษิณ รวมถึงการรณรงค์ “สงครามยาเสพติด” ซึ่งกล่าวกันว่ามีผลให้เกิดการวิสามัญฆาตกรรมไม่น้อยกว่า ๒,๒๐๐ ศพ แต่การตรวจสอบซึ่งได้ผลสรุปไม่เป็นที่แน่ชัด ไม่มีการดำเนินคดี หรือการตัดสินเอาความผิดใดๆกับกองกำลังความมั่นคง หรือกับนักการเมือง

ผู้สังเกตการณ์อิสระหลายคนเชื่อว่า กองทัพเป็นผู้ต้องรับผิดชอบต่อการสังหารหมู่ของผู้ประท้วง นปช. รวมถึงการยิงสังหารนักข่าวต่างประเทศสองนาย แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากองทัพได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการรับมือกับผู้ที่ชาวต่างชาติอย่างน้อยหนึ่งคนได้อธิบายไว้ว่าเป็น “ผู้ก่อกบฏติดอาวุธ” ในขณะนี้ นักการทูต และนักวิเคราะห์หลายคนกำลังชั่งใจว่า นปช. จะมีความสามารถ หรือมีความปรารถนาที่จะดำเนินการคุกคามด้วยการก่อการร้ายที่ซ่อนเร้นของทักษิณต่อไปหรือไม่

การคุกคามใต้ดิน

ในขณะที่แกนนำระดับสูงที่กำลังถูกกักกัน หรือที่กำลังหลบหนี และผู้สนับสนุนทางการเงินที่เผชิญหน้ากับการถูกยึดทรัพย์นั้น ยังมีสัญญาณชี้ให้เห็นว่า นปช.กำลังแตกทัพ แต่ผู้ก่อตั้ง นปช. คนหนึ่งกล่าวกับเอเชียไทม์อย่างไม่เปิดเผยตัวโดยชี้ว่า แกนนำ นปช. รุ่นที่สองกำลังรอให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉินเพื่อที่จะเริ่มการประท้วงยกใหม่ รวมไปถึงจังหวัดต่างๆในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของรากหญ้าที่สนับสนุน นปช. อันแข็งแกร่ง

มีรายงานว่าแกนนำ นปช.หัวรุนแรง รวมถึงอริสมันต์ พงษ์เรืองรองและสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ได้หนีเข้ากัมพูชา และจากข้อมูลของผู้ก่อตั้ง นปช. ขณะนี้พวกเขากำลังมีส่วนในการวางแผนการแข็งขืนของ นปช. ครั้งต่อไป มีรายงานว่าพวกเขาได้รวมพลังกับจักรภพ เพ็ญแข ผู้วางแผนของ นปช.ที่กำลังลี้ภัย ผู้ซึ่งให้สื่อต่างชาติสัมภาษณ์หลังจากที่กองทัพบุกเข้าปราบปรามการประท้วงของ นปช.ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ ว่า ทางกลุ่มกำลังเตรียมพร้อมที่จะเริ่ม “การต่อสู้ด้วยอาวุธ” ด้วยวิธีการใต้ดิน

ขณะนี้นักวิเคราะห์กำลังสงสัยว่าแผนการของ นปช.ที่จะใช้กัมพูชาเป็นฐานตั้งมั่นในการปฏิบัติการก่อความไม่สงบแบบจู่โจมแล้วถอยตามจังหวัดชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งคล้ายกับการรณรงค์ในระดับต่ำของกบฏมุสลิมซึ่งรับเงินมาจากมาเลเซียเพื่อทำลายความมั่นคงของสามจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ผู้ประท้วง นปช.เผาศาลากลางจังหวัด และสถานที่ราชการอีกหลายแห่งในสี่จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อไว้อาลัยต่อการปราบปรามในกรุงเทพเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ยกเว้นหลายจังหวัดในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากการกำหนดเคอร์ฟิวใน ๒๓ จังหวัดแรก

ผู้ที่สงสัยเชื่อว่าการคุกคามด้วยการก่อการร้ายที่ซ่อนเร้นของทักษิณในขณะนี้ได้ตั้งเป้าหมายเพื่อยกระดับอำนาจการต่อรองกับรัฐบาล ในระหว่างการเจรจาลับระหว่างทักษิณ และสุขุมพันธ์ บริพัฒน์ตัวแทนจากรัฐบาลซึ่งมีขึ้นในกลางเดือนเมษายนที่บรูไน ทักษิณโน้มน้าวให้คืนหนังสือเดินทางทูตของเขา และให้เขามีสิทธิได้ใช้เงินจำนวนหลายหมื่นล้านบาทในส่วนซึ่งไม่ได้ถูกศาลอาญายึด จากแหล่งข่าวของรัฐบาลซึ่งคุ้นเคยกับการเจรจาทั้งหลายซึ่งตัวแทนเจรจารัฐสภาชาวสวีเดนเป็นผู้จัดให้มีขึ้น

(ในระว่างการแถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน สุขุมพันธ์ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธว่าได้มีการเจรจาเกิดขึ้น แต่นักการทูต และคนกลางจากนานาชาติคนอื่นๆต่างยืนยันว่าได้เกิดการเจรจาขึ้นจริง เป็นที่ทราบกันทั่วไปของมหาชนถึงความเกี่ยวข้องของทักษิณซึ่งดูเหมือนคำยืนยันของทักษิณได้ลดน้ำหนักลงที่ว่า ไม่มีอิทธิพลใดๆต่อการเคลื่อนไหวของ นปช.)

นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า ยิ่งความพยายามของ นปช.ในการสร้างภัยคุกคามต่อความมั่นคงมากขึ้นเท่าไรจะยิ่งสร้างความแตกแยกให้เป็นก๊กเป็นเหล่าภายในกองทัพ คำถามที่ยังไร้คำตอบคือใครคือนักรบชุดดำซึ่งยิงปืน และยิงระเบิดเอ็ม-๗๙ ไปยังกองกำลังความมั่นคงจากพื้นที่ประท้วงของฝ่าย นปช. เริ่มแรกได้เดากันไปว่าเป็นการไว้อาลัยแด่นักรบชุดดำซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในวันที่ ๑๐ เมษายน เป็นการชี้ตัวไปยังทหารพรานผู้ทรยศ ผู้ภักดีต่อฝ่ายทักษิณ และอดีตผบ.ทบ. และอดีตนายกฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

ขณะนี้นักการทูตดังกล่าวมีความเชื่อ ซึ่งตัดสินจากฝีมือการต่อสู้ที่แสดงให้เห็น ว่านักรบชุดดำนี้ดูเหมือนจะเป็นนักรบรับจ้างด้วยประสบการณ์เช่นเดียวกับหน่วยซีลของนาวิกโยธิน หรือหน่วยลับต่อสู้อากาศยานของกองทัพอากาศ และโยงไปยังโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น ๑๐ ที่มีปัญหาขัดแย้ง ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นที่เกี่ยวโยงกับทักษิณ นายทหารรุ่น ๑๐ หลายคนได้ถูกเก็บเข้ากรุ หรือถูกเด้งไปชายแดนหลังการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ และผู้ที่เกษียณเมื่อปีที่แล้วต่างตบเท้าเข้าร่วมพรรคฝ่ายค้านเพื่อไทยที่นิยมทักษิณ

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. อดีตทหารเสือราชินี และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. ต่างรอเพื่อการเลื่อนตำแหน่ง – ด้วยการเหยียบหัวนายทหารอื่นๆซึ่งไม่ได้ใกล้ชิดกับหน่วยรักษาพระองค์ นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่า ดูเหมือนว่าการเลื่อนตำแหน่งของนายทหารคลั่งเจ้ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสืบทอดสันตติวงศ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ผู้ซึ่งจะเป็นองค์รัชทายาทที่แน่ชัดต่อจากษัตริย์ภูมิพลพระชนมายุ ๘๒ พรรษาให้เป็นไปอย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตาม การตั้งตารอการผ่องถ่ายตำแหน่งจากอนุพงษ์ผู้เดินสายกลาง ไปยังประยุทธ์ผู้มีความก้าวร้าวมากกว่าภายในปลายปีนี้ คาดว่าจะเป็นการเน้นถึงความสำคัญของการแตกแยกภายในของกองทัพ เนื่องจากประยุทธ์มีโอกาสดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ติดต่อกันถึงสี่ปี ประยุทธ์ เป็นที่รู้กันว่าเป็นคนโปรดของในวังได้วางตำแหน่งระดับสูงไว้ให้พรรคพวกเพื่อนร่วมรุ่น ๑๒ ในการปรับโผทหารในปีนี้

การผงาดของพวกหัวรุนแรง

นับตั้งแต่เดือนเมษายน ประยุทธ์แสดงตัวให้เห็นว่าเป็นผู้กุมบังเหียนใน ศอฉ. มีรายงานว่าเนื่องจากการที่อนุพงษ์ปฏิเสธที่จะจัดการขั้นรุนแรงต่อ นปช. ด้วยโทสะเข้าครอบงำหลังจากการต่อสู้ระหว่างผู้ประท้วงติดอาวุธและกองทัพ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ๒๖ ศพ รวมถึงนายทหาร ๕ ศพ หนึ่งในทหารที่เสียชีวิตคือ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรมคนโปรดในวัง และนายทหารอีกสองนายซึ่งคาดว่า จะเป็นผู้เข้าไปดำรงตำแหน่งสำคัญซึ่งรับคำสั่งจากประยุทธ์

เมื่อกองทัพเคลื่อนกำลังเข้าปราบ นปช.อย่างเด็ดขาดเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม หน่วยทหารเสือราชา และหน่วยทหารเสือราชินีปรากฏตัวเคียงบ่าเคียงไหล่เมื่อออกแถลงต่อสื่อถ่ายทอดทางโทรทัศน์ทั่วประเทศเมื่อการปฏิบัติการได้คลี่คลายลง นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า การออกมาเสนอหน้าของหน่วยทหารรักษาพระองค์นี้เพื่อแก้ข่าวลือในความไม่ลงรอยกันในระหว่างนายทหาร หลังจากหลายวันที่เกิดการยิงปะทะและสังหารผู้ประท้วงหลายศพ และกองทัพเสียชีวิตจำนวนเล็กน้อย อย่างไรก็ดี นักการทูตระดับสูงคนหนึ่งกล่าวว่าในระหว่างการปฏิบัติการของกองทัพในพื้นที่ประท้วงของ นปช.นั้น ไม่มีเครื่องบ่งชี้ใดๆว่าทหารมีการแตกแถว

การกำจัด นปช.ที่ยังคงเดินหน้าต่อไปถูกมองจากค่ายคลั่งเจ้าบางค่ายว่า เป็นวิธีการตอกย้ำของแม่ทัพภาคต่างๆถึงความจงรักภักดี และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ แหล่งข่าวภายในกองทัพคนหนึ่งกล่าวว่า พลโท วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ ๒ ซึ่งคุมความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสอบผ่านด้วยผลงานเยี่ยมยอด มีรายงานว่า พลโท คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ ๑ ซึ่งรับผิดชอบความมั่นคงในกรุงเทพ ถูกประยุทธ์เล่นงานในฐานะที่ลังเลเมื่อปฏิบัติการปราบ นปช.

บางคนเชื่อว่านายพลระดับสูงต่างสุมหัวเดินแผนอย่างรัดกุมเพื่อสร้างทัศนคติว่า นปช.เป็นตัวแทนของการคุกคามต่อบัลลังก์เพื่อใช้ค้ำจุนความเป็นเอกภาพของกองทัพ ในการเป็นผู้นำการปราบปรามในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม อภิสิทธิ์อ้างโดยปราศจากการชี้แจงหลักฐานรายละเอียดว่า นปช.มีเป้าหมายลับๆที่จะล้มเจ้า – การกล่าวหาที่ร้ายแรงสำหรับทั้งทางด้านการเมือง และทางด้านกฎหมายในประเทศไทย แกนนำ นปช.ทั้งหลายต่างปฏิเสธการกล่าวหานั้นอย่างหัวชนฝา รวมถึงเอกสารเล่มเล็กสีแดงบรรจุด้วย คำถาม-คำตอบ ในสองภาษาที่แจกจ่ายจนถึงวันสุดท้ายของการประท้วง

เป็นที่ชัดเจน ซึ่งเห็นได้จากการคอยตามไล่ล่าผู้สนับสนุน นปช. รวมถึงนักวิชาการคนหนึ่งซึ่งเพิ่งได้รับการปล่อยตัว และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อีกคนหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการคุมขัง ว่ากองทัพใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ฉุกเฉินเพื่อนำมาใช้ชี้ตัว และล่าเหยื่อที่เข้าใจว่าจะเป็นผู้คุกคามต่อบัลลังก์ เมื่อรวมการคุมคามทั้งจากความเป็นไปได้ที่ทักษิณจะโหมสร้างความไม่สงบ และการกล่าวหาเรื่องแผนการล้มเจ้า อภิสิทธิ์ถูกกดดันอย่างหนักจนยากที่จะยกเลิกอำนาจภายใต้ดุลพินิจของกองทัพในไม่ช้า

อภิสิทธิ์พึ่งกองทัพเป็นอย่างมากเนื่องจากอภิสิทธิ์ไม่สามารถควบคุม และไม่ไว้ใจตำรวจว่าจะรักษากฎหมายและคำสั่งได้ แต่เคยมีกรณีที่อภิสิทธิ์ปฏิเสธอำนาจของกองทัพ บุคคลหนึ่งซึ่งใกล้ชิดกับนายกฯกล่าวว่า อภิสิทธิ์ขู่จะลาออกเมื่อเดือนเมษายนในระหว่างข่าวลือว่าประยุทธ์อาจทำ “กึ่งรัฐประหาร” เพื่อล้มอนุพงษ์แต่ยังคงเก็บรัฐบาลผสมของอภิสิทธิ์ไว้ นักการทูตหลายคนกล่าวว่า อภิสิทธิ์เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นผู้ต้านทานกองทัพที่หัวรุนแรง และต้านทานเสียงเรียกร้องของพวกคลั่งเจ้าที่ต้องการให้มีการปราบการประท้วง นปช. เร็วกว่านั้น

ในการตอบคำถามของผู้สื่อข่าวในการแถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคมที่ว่า เขาเคยคิดลาออกเพราะการสูญเสียชีวิตในระหว่างการปราบปรามในวันที่ ๑๙ พฤษภาคมหรือไม่ อภิสิทธิ์ตอบว่า เขาจะแสดงความรับผิดชอบโดยส่วนตัว หากคณะกรรมการอิสระซึ่งเริ่มต้นการสอบสวนในอาทิตย์นี้พบว่า เขามีความผิดที่การเสียชีวิตเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อภิสิทธิ์เน้นว่า เขาพยายามหาวิธีทาง “สันติ” สำหรับวิกฤติของประเทศ และย้ำอัตชีวประวัติอันยืดยาวของเขาว่า ในฐานะที่เขาเป็นนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา เขานี่แหละเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตย

มีสัญญาณว่าประชาธิปไตยกลับคืนสู่ปกติ เมื่ออภิสิทธิ์กลับไปนั่งสั่งการในทำเนียบหลังจากใช้เวลาเกือบสองเดือนในค่ายทหารในกรุงเทพ เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยในทางส่วนตัว เขาชี้ถึงแผนการที่จะเป็นนายกเพื่อ “เส้นทางสู่การปรองดอง” และการเริ่มโครงการที่อาจจะมีการยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งก่อนที่เขาจะหมดวาระในปลายปี ๒๕๕๔

แต่มีข้อกังขาผุดขึ้นมาว่าประยุทธ์ และนายทหารแนวร่วมจะยอมเสี่ยงกับผลการเลือกตั้งที่มองเห็นว่าอภิสิทธิ์ต้องถูกเด้ง และฝ่ายสนับสนุนทักษิณเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล จากประวัติเมื่อไม่นานมานี้ของกองทัพแฉให้เห็นถึงอำนาจควบคุมที่หนักมือยิ่งขึ้น

Advertisements
28 ความเห็น leave one →
  1. เสรีภาพ permalink
    วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 06:36 น.

    ต้องยอมรับความจริงที่ว่าปัจจุบันนี้ประเทศไทยถูกปกครองด้วยทหาร อภิสิทธิ์และสุเทพเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ต้องปฏิบัติตามฝ่ายทหารออกคำสั่ง ประเทศไทยกำลังถลำลึกลงไปสู่ความมืด มองหาทางออกไม่เห็นว่าเมื่อใดเราจะกลับมาเป็น ไทย ดังที่เคยเป็นมาในอดีตความสงบสุขหายไปจากวิถีชีวิตของคนไทยแล้วมันเป็นเวรกรรมอะไรของคนไทยนะ ดูลาว เวียตนามแล้วรู้สึกอิจฉาวิถีชีวิตพลเมืองเขาจัง

    • มาบอกให้ยุบสภา ไม่ได้ขอเทวดาลงจากสวรรค์ permalink
      วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 08:15 น.

      ขอทรราช…ลงจากอำนาจ

      บอก ห มา เลิกกิน อาจม คงง่ายกว่า

      …ตอนนี้มันพาประเทศชนะพม่าไปแล้ว

  2. nhom452 permalink
    วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 08:05 น.

    ทรราชย์อภิสิทธิ์ได้ทําลายระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว และพยายามปลุกกระแสชาตินิยม โดยไม่เข้าใจว่า ลัทธิชาตินิยม(nationalism)เกิดจากความรักพวกพ้องแล้วก็มารักครอบครัว รักหมู่ รักถิ่นที่อยู่ รักปิตุภูมิจนกลายมาเป็นความรักชาติ รักประชาธิปไตย เมื่อประชาธิปไตยถูกทําลาย จะทําให้ชาตินิยมที่มีอยู่ในจิตใจคนไทยที่มีสายเลือดเป็นไทย ปลุกให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับคณะทรราชย์อภิสิทธิ์มากยิ่งขึ้น

  3. Konnuefah permalink
    วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 08:57 น.

    ไม่ต้องห่วง เพราะสงครามกลางเมืองของจริง รออยู่อีกไม่ไกล ทรราชอภิสิทธิ์และสมุน เขียนพินัยกรรม เตรียมกันไว้ได้เลย แต่ไม่ต้องก็ได้ เพราะคงตายทั้งโคตร ตามประชาชนมือเปล่าที่มาขอการเลือกตั้ง แต่ถูกสั่งฆ่าโชว์ คนทั้งโลก เมืองไทยตอนนี้เลยเป็นต้นแบบการสั่งฆ่าประชาชน โดย อ้าง ผู้ก่อการร้าย หรือ ผู้ต้องการล้มล้างการปกครอง

  4. สายล่อฟ้า permalink
    วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 10:15 น.

    ความจริงที่น่าสพึงกลัว ; ความเชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือมันเป็นความหมาย
    ในตัวของผู้นำมือเปื้อนเลือด นายอภิสิทธิ์จะออกจากขั้วอำนาจของเหล่าขุนอำมาตย์ไม่ได้แน่ เพราะวันนี้มันเลยเรื่องการปกครงระบอบประชาธิปไตย์ไปมากแล้ว เป็นการปกครองด้วยระบอบเจ้าขุนมูลนาย มีขุนอำมาตย์ทั้งหลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศไทย โดยมีนายกมือเปื้อนเลือดคอยรับคำบัญชาการ
    จากมือที่มองไม่เห็น
    แผนการต่างๆที่คนเสื้อแดงโดนกระทำในวันนี้ คือการสุมหัวของเหล่าอำมาตย์ทั้งหลายที่ยัดเยียดให้ นี่คือ
    การกระทำที่ชั่วช้าสามานย์ที่ได้บัญชาการลงมา โดยมีพี่น้องชาวเสื้อแดง “ไพร่” เป็นที่รองรับจากการกระทำมาตลอด ตั้งแต่นายกมือเปื้อนเลือดเข้ามาทำงานโดยในมือถือเลือดเข้ามาด้วย
    วันนี้สังคมชาวโลกทั้งหลายเขาเห็นการกระทำต่อเพื่อนมนุษย์แล้ว เขาถึงได้ประจานให้ทั่วโลกได้เข้าใจว่า
    มีอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นความโชคดีที่ยังมีสื่อต่างประเทศได้เข้ามาทำข่าวตั้งแต่เริ่มแรก และเสนอ
    ข่าวอย่างละเอียดทุกแง่ทุกมุมและเป็นกลาง ซึ่งมันแตกต่างจากสื่อในประเทศบางสื่อที่คอยรับใช้ขุนอำมาตย์ทั้งหลายที่บิดเบือนข้อมูลการเสนอข่าวทั้งหมด และจากการวิเคราะห์ของสื่อต่างชาตินั้นมันเป็นผลของความ
    น่าสพึงกลัวเป็นที่สุด ที่ประชาชนคนเสื้อแดงและประชาชนทั้งประเทศต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตน

  5. ฝน รักสยาม permalink
    วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 14:55 น.

    การแก้ปัญหาโดยการใช้นิติศาสตร์ได้ผลดีในการยุติปัญหาในระยะสั้น..แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะยาวได้เพราะจะทำให้ปัญหานั้นลึกและแก้ยากขึ้น..การเปิดประเด็นฆ่าตัดตอน การซื้อดาวเทียมไทยคม การออกพรบ.นิรโทษกรรม…วิธีการแบบเดิมๆเพื่อลดแรงต่อต้านกรณีการสั่งสลายการชุมนุมแสดงให้เห็นถึงความปั่นป่วนในรัฐบาล..สุดท้ายจะจบลงตรงการเอาตัวรอดของแต่ละฝ่าย..นี่แหละเขาเรียกว่า กรรม

  6. วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 15:05 น.

    ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง มีคนตายเป็น 100 เจ็บกว่า 2000 คน คนที่ถูกกระทำเขารู้ดีว่าใครยิงเขาเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ คุณไม่อยู่ในเหตุการณ์ผมไม่เชื่อคุณ ชั่วที่สุดคือคุณสั่งทหารถือปืนเข้าหาประชาชนทำไม คุณจับแมวใส่ในกรงหนูผลเป็นอย่างไรก็สามารถรู้ล่วงหน้าได้อยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบายไม่โง่ คนตาย/เจ็บมาจากคำสั่งคุณทำไมไม่รับผิดชอบอะไร การกระทำของคุณมีสิทธิเลือกตัดสินใจไม่ให้คนตาย ทำไมคุณเลือกใช้วิธีที่ให้คนตาย กรรมโปรดช่วยเร่งผลให้เร็วขึ้นด้วยเถิดอย่าได้ช้าต่อคนชั่วเลย จะทำให้คนดีๆเขาตายเพิ่มอีกเท่าไหร่ ถึงจะสนองความอยากของพวกมารได้เต็มอิ่ม เพราะคุณไม่รู้จักอิ่มคุณจึงไม่รู้จักคำว่าพอเพียง เมื่อคุณไม่รู้จักคำว่า พอเพียง อย่าสะเออะสอนผู้อื่นให้กระทำ **เสื้อเหลือง เสื้อชมพู เสื้อหลากสี เสื้อขาว ป๋าเปรม อภิสิทธิ์ และพวกร่วมงานรัฐบาลบริหารประเทศ ศอส. กกต. DSI ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯคือคนๆเดียวกันเพราะแต่งตั้งองค์กรหลังการปฎิวัติปี 49โดยไม่ชอบตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงแค่คำพูด แต่ขาดกระทำที่จริงใจเป็นอกุศลจิต มีผลทำให้ในหลวงและประชาชนเป็นทุกข์ เพราะจิตของผู้จงรักภักดีมีอกุศล มีผลประโยชน์แอบแฝง เต็มไปด้วยความโลภ หลงในลาภ ยศ สรรเสริญ แอบอ้างว่าปกป้องสถาบันกษิตริย์ หรือเป็นข้ออ้างยึดอำนาจกษิตริย์กันแน่ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อำนาจแม้แต่ฆ่าคนโดยการสังหารหมู่กับบุคคลที่คิดเห็นต่างทางการเมือง นี่เป็นการแอบอ้างอีกอย่างว่าพวกตนปกครองในระบอบประชาธิปไตย คนชั่วคบไม่ได้หากคุณทำอะไรร่วมจงถอนตัวเถอะเพราะกรรมชั่วจะติดอยู่กับท่านด้วยเพราะท่านรู้/เห็น รับคำสั่งให้เกิดการฆ่าคน คนเป็นผู้นำที่ใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาจะไม่ฆ่าประชาชนของตนเองไม่ว่าคนนั้นจะชั่วขนาดไหน มีเมตตา/กรุณา ให้อภัย กตัญญูรู้คุณคนอื่นๆ(ได้เกิดเป็นมนุษย์มีค่าที่สุด อดตาย/สละชีพเพื่อความชอบธรรม ดีกว่ารับใช้สัตว์เดรฉาน/มาร สั่งฆ่าประชาชนของตนเอง คิด/พูด/ทำ เป็นอกุศล ไม่ได้รับความศรัทธาจากประชาชน ดำเนินชีวิตไปในทางเสื่อม 2 มาตราฐานขาดความยุติธรรม-พันธมิตรยึดสนามบิน/ทำเนียบปีกว่ายังไม่ติดคุก คดีเขายายเที่ยง คดโกง-สปก. กล้ายาง สาธารณสุข ไทยเข้มแข็ง ระบบบริหารราชการล่าช้าฯลฯ ทำผิดไม่มีใครตรวจสอบ/ไม่ติดคุก แต่นปช.ประท้วงรัฐ สองเดือนติดคุกแล้วล้มตายเป็น100 บาดเจ็บกว่า2000 คน,ทหารล้อมเมืองตั้ง 30000คน ใครหรือที่เป็นคนฆ่า ต้องสงสัยที่สุดคือจับความผิดแบบชัดเจนไม่ได้คนกระทำไม่ยอมรับ แล้วใครทำ หาความจริงเปิดเผยให้คนทำยอมรับผิดโดยไม่มีข้อปฏิเสธกังขาสิ นิสิผู้นำที่จะได้รับความชอบธรรม ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสี ดูจากผลของกรรมก็ทราบว่าการกระทำของผู้นำยุคนี้ไม่ได้รับความศรัทธาเลย การทำโพลย์เพื่อสะท้อนความรู้สึกของประชาชนเป็นการสุ่มตัวอย่างในเขตพื้นที่ของตัวเองซึ่งนำมาวัดผลไม่ได้errorสูง ขอทุกเรื่องที่ท่านบริหารอยู่ให้เกิดความยุติธรรมในทุกด้านได้ไหม ไม่ใช่หาเหตุเอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าผู้อื่น พูดตรงๆจากใจของคนกลางพวกท่านที่บริหารประเทศขณะนี้ชั่วสุดๆที่เคยเห็นมาก่อน ขนาดฮิตเลอร์ชั่วแล้วเขายังไม่ฆ่าพวกเดียวกันเลยครับ จิตใจพวกท่านต่ำสุดๆ)

  7. HKS permalink
    วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 15:57 น.

    Asia Times ถ้าจำไม่ผิดคือสื่อในเครือของสนธิ ลิ้มทองกุลไม่ใช่เหรอครับ???กำลังเล่นเกมส์อะไรกันอยู่หรือเปล่า

  8. วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 19:31 น.

    ปากกล้า..ขาสั่น……..ขณะนี้ทำทุกอย่างเพื่อตุนเงินทองใว้ในหมู่พวกตัวเอง เตรียมการล่วงหน้าเพื่อหนีไปอยู่นอก กลัวประชาชนจะรวมตัวขับไล่ ไกล้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่กันแล้วทั้งบ่าวทั้งนาย………ต่อไปก้อไม่มีแผ่นดินกลบหน้าแน่นอน ๆๆๆ…….

  9. วันอังคาร 15 มิถุนายน 2010 21:23 น.

    จะหนีกฏแห่งกรรมได้เหรอ ไม่มีทาง

  10. เฉาก๋วย permalink
    วันพุธ 16 มิถุนายน 2010 02:04 น.

    รัฐบาลฟาสซิสต์อภิสิทธิ์ เข่นฆ่าปชช.บริสุทธิ์ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลอย่างโหดเหี้ยม ยิงจ่อหัว จ่อขั้วหัวใจ หมายจะให้ตายอย่างเดียว ด้วยอาวุธสงครามที่ร้ายแรง ไม่เว้นแม้กระทั่งพระ ทหารได้รับคำสั่งให้ใช้อาวุธจริงให้ฆ๋าปชช. ไม่ใช่แค่มาสลายม๊อบแบบสากลทำ ทั้งคลิป ทั้งวิดิโอของสำนักข่าวต่าวชาติฟ้องให้ชาวโลกเห็นความจริงข้อนี้อย่างไม่มีทางเถียงขึ้น

    แต่ทรราชย์อภิสิทธิ์ก็ยังไม่หยุดฆ่า แกนนำนปช.ในตจว.ถูกเก็บคนแล้วคนเล่า พรก.ฉุกเฉินก็ไม่ยกเลิก การปิดหูปิดตาปชช.และบิดเบือนข่าวก็ยังดำเนินต่อไป อย่างไม่อายชาวโลก

    ทรราชย์อภิสิทธิ์ ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง คือ แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยการปราบปรามฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และยังลอยนวลอยู่ในอำนาจได้ แล้วยัง หน้าด้านตอแหลเรื่อง”ปรองดอง”ต่อไป โดยยังมีทหาร ศาล และวังหนุนหลังอยู่ คำถามมีว่าหากในอนาคตรัฐบาลชุดใหม่เป็นพวกเสื้อแดง แล้วสั่งฆ่าปชช.เสื้อเหลืองที่ชุมนุม ยีดทำเนียบ ยึดสนามบิน รัฐบาลชุดหใม่นั้นจะเลียนแบบทรราชย์อภิสิทธิ์ได้หรือไม่

  11. thaksin permalink
    วันพุธ 16 มิถุนายน 2010 04:22 น.

    อันนี้มันเอเชียไทม์ หนังสือพิมพ์จอมนั่งเทียนของสนธิอ่ะ มันมีอะไรที่พอจะเชื่อได้มั่ง ออกแนวนิยายมากไปหน่อย รู้ดีไปหมดแต่รู้ไม่จริงสักเรื่อง

  12. "เจ้า"ตากหากที่ยัดให้ประชาชน permalink
    วันพุธ 16 มิถุนายน 2010 08:54 น.

    ตลอดเวลาหลายทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2475 ถึงปัจจุบัน ราว 78 ปี ประชาชนประเทศนี้ถูกหลอกมาโดยตลอด ประเทศนี้ไม่ได้ปกครองโดยระบอบประชาะประไตย อยางที่ควรจะเป็น จะเห็นได้ว่าทุกรับบาลที่มาจากประชาชน ไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างอิสระจะต้อง อยูภายใต้การกำบดูแลของพวกเจ้า ศักดินา อำมาตย์ มาโดยตลอด เสียงประชาชนไม่มีความหมาย นายอภิสิทธิ์ หากเปรียบหมากรุกในกระดาน เป็นได้แค่เบี้ย ยังมีขุนและ ม้า คอยกำกับควบคุม จะเห้นได้ว่าประเทศนี้การปกครองในระบอบสมบูรณายาสิทธิราช ไม่เคยหมดไปจากประเทศนี้ หากจะเรียให้ดูดีขึ้น ประเทศนี้ปกครองโดยระบอบ ราชาธิปไตย คงไม่ผิด เพราะในความเป็นจริง ระบอบกษัตริย์ได้ครอบงำ การปกครองไปในทุกภาคส่วน จะเห็นได้จากการวางกรอบการพัฒนาประเทศ จะต้องเป้นไปตามคำพูดของกษัตริย์ ไม่ใช่ตามความต้องการของประชาชน หรือแม้แต่การปลูกฝังแนวคิดของเด็กและเยาวชน ที่เป็นอนาคตของชาติ ก็ยังปลูกฝังให้เดินตามรอยของกษัตริย์ ซึงในโลแห่งความเป้นจิงนั้นมันไม่ใช่ มนุษย์ทุกคน ทุกชน ทุกชาติ จะต้องมีอิสระทางความคิด ชนชาตินั้นจึงจะพัฒนาไปได้ โดยเฉพาะในการปกครองจะต้องให้อิสระภาพแกประชาชน หาเช่นนั้นไม่แล้ว ประชาชนจะเป็นผู้แสวงหาเองไม่มีวันจบสิ้น เหมือนวันนี้พวกท่าน พวกเจ้า ศักดินา อำมาตย์ คิดว่าปราบเสื้อแดงจบสิ้นแล้ว ไม่มันยังไม่จบพวกเขาจะแสวงหาความยุติธรรมต่อไปตราบใดที่คนที่ฆ่าพวกเขายังนั่งเสวยความสุขบนกองศพและคราบเลือดของพวกเขา ประวัติศาสตร์บนโลกใบนี้ไมมีอาณาจักรใดอยู่ยงคงกระพัน ล้วนรุ่งเรืองแล้วล่มสลาย แทบทั้งสิ้น

  13. Philips permalink
    วันพุธ 16 มิถุนายน 2010 12:27 น.

    มันต้องสาวไปให้ถึงเบื้องหลัง หรือผู้ชักใยและผู้ส่งเสริม รัดทะบานนายอภิสัตว์ชาติชั่ว

    ให้กระทำการชั่วช้าเยี่ยงปิศาจฆาตกรสัตว์นรกอเวจีอำมหิตผิดมุนษย์

    ทหารเสือราชินี ทหารรักษาพระองค์ แก๊งค์องคชาติมนตรี คอยรับคำสั่งจาก

    เบื้องหลังหน้ากากจอมปลอมสูงสุด 2 ตน ก็คือ นายบอดง่อย และยัยช้างน้ำปากแดง

    ซึ่งทีมปิศาจฆาตกรทีมนี้ มิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลยแม้แต่น้อย

    พวกมรึงจงจำให้ขึ้นใจไว้…….

    เลือดไพร่ที่ชะโลมแผ่นดินไปเท่าไหร่

    พวกมรึงต้องได้รับคืนอย่างสาสม ทุกผู้ทุกตัวไป

  14. ว ณ ปากนัง permalink
    วันพุธ 16 มิถุนายน 2010 21:24 น.

    *ทรราชครองเมือง…เป็นเรื่องทุกข์
    ยิ่งกว่ายุค กาลี ที่หวาดหวั่น
    ประชาชน ถูกล่า ถูกฆ่าฟัน
    สังเวยท่าน ผู้มีฤทธิ์ อภิสิทธิ์ชน

    *สิทธิ์แห่งความเป็นมนุษย์…สุดร้าวราน
    เพราะเหล่าท่าน ปราบปราม ตามล้างก่น
    ท่านปิด ปาก หู ตา ประชาชน
    ยุคมืดมน ทุรยุค ขุกเข็ญเคือง

    *คนดีจาก เลือกตั้ง..ถูกสั่งจับ
    คนชั่วมา ลึกลับ กลับฟูเฟื่อง
    คนโหดหิน บริหาร บ้านเมือง
    คนจึงคิด แค้นเคือง อยุติธรรม

    *ทรราช ครองเมือง เป็นเรื่องเศร้า
    ความทุกข์ร้าว รานชน คนถูกย่ำ
    ยุคอำนาจนิยม ข่มชอกช้ำ
    ผู้เรียกร้อง ความเป็นธรรม ถูกย่ำยี

  15. adml permalink
    วันพฤหัส 17 มิถุนายน 2010 09:16 น.

    เริ่มต้นประกาศกันว่าเป็นประชาธิปไตย ต่อๆไปกลายเป็นคณาธิปไตย และในที่สุดจบลงด้วยการเป็นเผด็จการ นี้คือตวามหมายที่แท้จริงของการที่ระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบการปกครองที่เลวน้อยที่สุด มันจึงถอยหลังกลับไปสู่การเป็นระบอบที่เลวมากที่สุด สรุปคือมันไม่มีวันจะก้าวไปสู่ระบอบที่ดีได้ แม้เพียงจะเรียกว่าดีน้อยที่สุดก็ตาม

  16. วันจันทร์ 21 มิถุนายน 2010 17:04 น.

    ประเทศไทยปกครองในระบอบประ(รา)ชาธิปไตยมานานแล้ว รัฐบาลใดที่ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์และส่งส่วยให้กับเจ้า ก็จะอยู่ได้โดยไม่มีการรัฐประหาร แต่ถ้ารัฐบาลใดไม่รักษาผลประโยชน์ของเจ้าหรือคิดจะทำให้ประชาชนฉลาดหูตาสว่างขึ้น( ชาวบ้านฉลาดจะปกครองยาก) ก็จะถูกรัฐประหารหรือชาวบ้านที่เรียกว่าปล้นการบริหารไปอย่างหน้าด้านๆ
    (ไม่ต้องพูดถึงประโยชน์ของประชาชนเพราะมันไม่มีอยู่แล้ว) และมันเป็นอย่างนี้มานาน 60 ปีแล้ว วิธีแก้คือเลือกข้างใดข้างหนึ่ง คือจะยอมเป็นคน(อิสรภาพ)หรือเป็นควาย(ลูกเจ้า)เท่านั้นเอง

  17. อดีตคนแนวหน้า permalink
    วันพฤหัส 24 มิถุนายน 2010 14:50 น.

    วันนี้ตกใจหมดเลย ; ไม่รู้ว่า ASIA TIME. ที่นายสนธิ ลิ้ม ที่เขาคุมบังเหียนอยู่ กำลังคิดอะไรอยู่กับ
    คนเสื้อแดง “จะว่าช่วยก็ไม่ใช่ จะว่าไล่ก็ไม่เชิง” หรือว่าวันนี้เฮียลิ้มมองเห็นสัจจะธรรมของโลกมนุษย์แล้ว
    ดังที่มีสุภาษิตบอกไว้ “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” และขุนพลที่หนังเหนียวอย่างนี้ใครจะกล้า
    ประเทศไทยวันนี้ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลอันชาญฉลาดของเหล่าขุนอำมาตยทั้งหลาย ที่ยึดเอาอำนาจ
    ที่ปล้นไปเพื่อหวังที่จะครองอำนาจอย่างยาวนาน และก็นำอำนาจนั้นกลับมาทำร้ายประเทศชาติและประชาชน
    ต่อไป
    วันนี้เราก็เห็นแล้วว่าผู้มีอำนาจทั้งหลายเหล่านั้นทำร้ายประเทศชาติและประชาชนอย่างไร มีทั้งตามไล่ล่า
    การฆ่าตัดตอน การกลั่นแกล้งในคดีความต่างๆ การยัดเยียดเป็นผู้ก่อการร้าย และสุดท้ายการจัดการ
    กับกลุ่มที่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทยไม่ให้ทำธุรกรรมด้านการเงิน ถ้าวันนี้ประเทศไทยของเราไม่สามารถ
    ข้ามพ้นสิ่งเลวๆพวกนี้ได้ คงอาจจะล้มเหลวและเกิดการหายนะต่อไป

  18. วันศุกร์ 25 มิถุนายน 2010 08:35 น.

    จะขอเป็น ข้าพระบาท ทุกชาติไป

    • วันเสาร์ 26 มิถุนายน 2010 16:50 น.

      ควายแท้ๆ เกินบรรยาย

    • ไทยแท้ permalink
      วันเสาร์ 17 กรกฎาคม 2010 10:38 น.

      ไอ้พวกบ้านี้ มันก็แค่ อีลูกทาสในเรือนเบี้ยของพวกเจ้า แม่มันคงยอมเป็นตัวสนองความใคร่ของพวกเจ้า จึงยอมเป็นขี้ข้าไปทุกชาติ

  19. วันเสาร์ 26 มิถุนายน 2010 16:47 น.

    ปฎิรูป ประเทศไทย ใช่ทางออก
    เพราะขี้ครอก อภิสิทธิ์ เป็นโต้โผ
    ปฎิรูป อย่างไร ก็ไม่โต
    เพราะโต้โผ ยังอยู่ กุมชะตา
    ปฎิวัติ ประชาชน คือทางออก
    ขจัดพวก ขี้ครอก ออกไปหนา
    ขจัดพวก เจ้าอำมาตย์ ศักดินา
    ปวงประชา เข้าปกครอง ทั้งแผ่นดิน
    ประเทศไทย จะได้มี แสงสว่าง
    จงก่อสร้าง ฐานรากใหม่ ให้แน่นหนา
    ว่าคนสร้าง ชาตินั้น คือประชา
    ให้ไทยก้าว ไปข้างหน้า อย่างยั่งยืน

  20. วันเสาร์ 17 กรกฎาคม 2010 10:14 น.

    สติอ้ายพรรคผีขนุนมันวิปลาส บ้า เต็มไปด้วยความโกรธ……มันคิดว่าคนไทยเป็นงัวกระทิงไปแล้ว ทำบังคับให้คนเดินไปตามทางที่ต้องการเหมือนดันงัวกระทิงไปตามทางช่องบังคับต้องเดินหน้าอย่างเดียว พอคนหรืองัวกระทิงหลุดทางบังคับที่ทำไว้ มันบังคับไม่ด้ายอย่างใจเกิดโมโหมากขึ้นมาใช้ปืนยิงคนหรืองัวกระทิงเพื่อให้เป็นไปตามที่มันต้องการ ผลคือเสียประโยชน์อย่างยิ่ง…..แล้วยิ่งทำกับคนด้วยกันแล้ว คนทุกคนมันก้อคิดเหมือนกันว่า…มึงยิงกูด้าย กูก้อยิงมึงด้ายเหมือนกัน รอเพียงแค่โอกาสอำนวย ให้เท่านั้น ตัวอย่างมีให้เห็นมาแล้วเช่นนายแคล้ว…..

  21. Konnuefah permalink
    วันเสาร์ 17 กรกฎาคม 2010 10:49 น.

    ในโลกนี้ไม่มีอะไรจะยั่งยืนไปชั่วนิรันดร์ อำนาจมีได้ก็หมดได้ บุญวาสนามีได้ก็หมดได้ เมื่อสร้างกรรมมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ผู้มีอำนาจ ใช้อำนาจอย่างอำมหิต มันจะส่งผลให้กรรมชั่วมาสนองเร็วกว่าที่คิด

  22. ความจริง permalink
    วันพฤหัส 22 กรกฎาคม 2010 19:24 น.

    ยิ่งนานวันยิ่งเห็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลเผด็จการอภิสิทธิ์ ทำได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าและทุกอย่างแม้หลักฐานจะชัดเจนอย่างไร ก็ต้องมีเหตุให้เป็นอันแคล้วคลาดความผิด ไม่ว่าจะเรื่องยุบพรรค หรือเรื่อง รับข้อความ SMS พ้นความผิดทุกอย่างตามที่ประชาชนคาดไว้ ไม่มีความละอายใด ๆ เกิดขึ้นกับ พรรค ปชป.เลย อำนาจมืดคุณแน่จริง ๆ ขอให้ตกนรกหมกไหม้ ทั้งขณะยังมีชีวิตและเมื่อตายไปแล้ว คงต้องเล่นสาบแช่งแบบนี้แหละ ในเมื่อกฎหมายทำอะไรไม่ได้

    • วันจันทร์ 26 กรกฎาคม 2010 15:42 น.

      พ.ท พงศ์ณุภา เวชชาชีวะ หัวหน้าฝ่ายยุธการ กรมยุธการทหารบก หลานชาย นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
      ได้เลื่อนขึ้นเป็น ผ บ.กองพันทหารม้าที่ 11 รักษาพระองค์(ม.พัน.11 รอ.)จ.สระบุรี ซึ่งเป็นหน่วยคุมกำลังปฎิวัติของ กองพล ทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) หน่วยแม่ที่กรุงเทพฯ เป็นการแต่งตั้งเมื่อเดือน ธันวาคม
      พี่นอ้งดูสิ ช่วยกันเพื่อเป็นใหญ่กันทั้งตระกูล (ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง)

      • วันอังคาร 27 กรกฎาคม 2010 10:03 น.

        ยุคนะยะ…!!! ส่งลูกไพร่ไปตายสามชายแดนใต้ ลากลูกนายเข้าเมืองรุ่งเรืองยศ เรียกร้องประชาธิปไตยกลายเป็นกบฏ ศรัทธาเสื่อมถอยราศีสิ้นแผ่นดินหมดสุขสงบ….

  23. ก๊วยเจ๋ง permalink
    วันอังคาร 27 กรกฎาคม 2010 10:44 น.

    ได้อ่านข่าว บทความ รายงานที่น่ายินดีว่า

    “มีอยู่สองจังหวัด…ที่ประชาชนรวมตัวกันพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง…พึ่งพาตนเอง…แม้มีความเห็นต่างทางการเมือง แต่ไม่แตกแยก…เขาทำเพื่อท้องถิ่น อาชีพ ลูกหลาน และเขาอยากเห็นประเทศพัฒนาสงบสุข เหมือนเดิม เขาทำความเข้างใจกัน…เขากลับมาสามัคคีกัน…เขารู้จักในหน้าที่ของตนเอง…เยี่ยงพลเมืองที่ดีพึงกระทำ”

    สองจังหวัดนั้น คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (โดยเฉพาะที่ ปาย ) และ จ.น่าน

    ขอขอบคุณพี่น้องสองจังหวัดไว้ ณ ที่นี้ด้วย…(อยากเห็นทุกจังหวัดในประเทศไทย สมัครสมานสามัคคี เพื่อลูกหลานเราสืบต่อไป)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: