Skip to content

เอพี: กษัตริย์ไทยทรงตระหนักถึงพระบารมีกำลังลดลง

วันศุกร์ 28 พฤษภาคม 2010

Thai king sees his influence waning
May 24, 2010
By DENIS D. GRAY
ที่มา – AP
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

กษัตริย์ทรงชรายังทรงนิ่งเฉยในระหว่างการประท้วงที่นองเลือด

กรุงเทพ – หลังเหตุการณ์นองเลือดจนสูญเสียชีวิตบนท้องถนนเมื่อ ๑๘ ปีก่อน ผู้นำกองทัพ และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยต่างหมอบแทบพระบาทของกษัตริย์แห่งประเทศไทย ในขณะที่พระองค์ทรงสั่งสอนปรปักษ์ทั้งสองฝ่ายราวกับเป็นเด็กนักเรียนหลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทในสนามเด็กเล่น ถ่ายทอดสดออกโทรทัศน์ จากนั้นการนองเลือดบนท้องถนนในกรุงเทพได้ยุติลง

ในวันนี้ ในขณะที่เมืองหลวงของประเทศไทยกำลังซ่อมแซมบาดแผลจากความโหดร้าย และพยายามที่จะรักษาการแตกแยกทางสังคมที่จมลึก คำถามสำคัญสองข้อที่ยังรอคำตอบในราชอาณาจักรที่กำลังเสียขวัญ: ทำไมกษัตริย์ภูมิพลอดุลยเดชจึงไม่ทรงเข้าแทรกแซงในเหตุการณ์ครั้งนี้ และอนาคตของสถาบันจะเป็นเช่นไร ซึ่งเคยเป็นศูนย์รวมใจของประเทศมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

ในระหว่างสองเดือนที่มีเหตุการณ์วิกฤติ ประชาชนถูกฆ่าตาย ๘๘ ศพ ได้รับบาดเจ็บมากกว่า ๑,๘๐๐ คน และอาคารสถานที่เหลือเพียงเถ้าถ่าน กษัตริย์ซึ่งทรงชรา และทรงอ่อนแอยังทรงนิ่งเฉย แม้จะมีการร้องขออย่างกว้างขวางให้พระองค์ทรงเข้าแทรกแซง – เป็นการขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับเมื่อครั้งซึ่งมีพระราชดำรัสเพียงไม่กี่คำจากพระราชวัง เพียงพอที่จะฉุดประเทศไทยจากปากเหวได้

ทั้งฝ่ายประท้วงเสื้อแดงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งยึดพื้นที่ใจกลางกรุงเทพ และกลุ่มนิยมระบอบกษัตริย์ต่างออกมาเรียกร้อง โดยกล่าวว่ากษัตริย์ภูมิพลเท่านั้นที่จะทรงแก้ปัญหานี้ได้

ประเทศไทยไม่น่าจะมีเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นปี ๒๕๓๕ ในเวลาซึ่งกษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ซึ่งได้ทำการรัฐประหารก่อนหน้านั้น และจำลอง ศรีเมือง แกนนำมวลชลทำการประท้วงอย่างนองเลือดต่อต้านผู้ทรงอิทธิพล แม้แต่ในเวลานั้น กษัตริย์ทรงเข้าแทรกแซงหลังจากการต่อสู้ได้ยุติลงไปแล้ว เกรก เจ เรโนลส์ ผู้เชี่ยวชาญประเทศไทยแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวว่า “เพราะพระองค์จะต้องทรงแน่ใจว่า พระองค์จะทรงเดินแต้มถูก”

กษัตริย์ทรงประทับในโรงพยาบาลนับตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ทรงประทับจำกัดอยู่บนรถเข็น และดูอิดโรย เรื่องสุขภาพของพระองค์เป็นข้ออ้างของคนไทยหลายคนถึงเหตุที่ทรงนิ่งเฉย บางคนเดาว่า พระองค์ทรงหดหู่พระทัยเป็นที่สุดที่จะทรงออกมาแทรกแซงเมื่อเห็นประเทศกำลังถอยหลังลงคลองในเวลาใกล้ปลายรัชสมัยของพระองค์ที่ทรงครองราชย์มาเกือบ ๖๔ ปี

“การสงวนท่าที”

แต่อาจจะมีเหตุผลอื่น ในไม่กี่ปีมานี้ พระบารมีแห่งสมมุติเทพของกษัตริย์ได้เสื่อมถอยลดลงไปบ้าง เมื่อพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามหลายฝ่ายหาทางดึงพระองค์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทางการเมือง โดยใช้ “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” อย่างพร่ำเพรื่อ เป็นกฎหมายเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ต่อต้านกษัตริย์ โดยมีโทษจำคุกถึง ๑๕ ปี กฎหมายนี้ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธเพื่อห่ำหั่นฝ่ายตรงข้าม หากกษัตริย์ภูมิพลทรงเข้าแทรกแซง หรือจะเข้าแทรกแซงในเวลานี้ มนต์ขลังเก่าๆอาจจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น จะยิ่งทำให้สถาบันเสื่อมหนักลงไปมากยิ่งขึ้น”

นักวิชาการบางคน และบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญในทางพระราชวงศ์กล่าวว่า กษัตริย์อาจจะไม่ทรงสามารถยุติเหตุการณ์รุนแรงครั้งล่าสุดนี้ได้ เนื่องจากความขัดแย้งหยั่งลึกเกินที่จะเยียวยา และพระราชดำรัสของพระองค์อาจจะไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

แดนนี่ อังเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศไทยแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นอิลลินอยส์ กล่าวว่า “เรื่องสุดท้ายที่พระองค์ทรงปรารถนากับการที่ได้ทรงพยายาม และทรงล้มเหลวในการใช้พระบารมีของพระองค์ นี่เป็นการอธิบายว่า ทำไมแม้ในยามที่ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง และทรงแข็งแกร่ง พระองค์จะทรงสงวนท่าทีทุกครั้ง”

เรื่องอื่นๆได้เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงการถกเถียงอนาคตของสถาบันกษัตริย์ – เป็นประเด็นซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นข้อห้าม หรือทำได้แต่เพียงแค่กระซิบกระซาบ

เว็บไซต์ต่อต้านระบอบกษัตริย์ผุดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด – แม้ว่าจะถูกสกัดกั้นเป็นประจำจากเจ้าหน้าที่เซ็นเซอร์ของประเทศไทย ในแวดวงนักวิชาการ ได้มีการถกเถียงกันว่า การปกครองโดยกษัตริย์นั้นเป็นการขัดขวางขั้นตอนของประชาธิปไตย

การสืบทอดสันตติวงศ์เป็นประเด็นที่กล่าวถึงเช่นกัน จากหลักฐานทั้งหมดนั้น กษัตริย์ภูมิพลทรงเป็นที่เคารพ หากแต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ ผู้ซึ่งอาจสืบรัชทายาทองค์ต่อไป มีความสำเร็จและประสบการณ์เทียบไม่ได้กับกษัตริย์ และก่อนหน้านี้พระองค์ได้ทรงออกมาปฏิเสธข่าวในพระราชกิจซึ่งไม่งาม ในบรรดาเสื้อแดงนั้นได้เคารพบูชาในองค์กษัตริย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมอบให้กับสมาชิกราชวงศ์องค์อื่นๆ รวมถึงสถาบันโดยรวม

เรโนลส์กล่าวว่า “คณะที่ปรึกษาระดับสูงจากศาล และสถาบันต่างๆอาจกำลังคิดว่า ควรมีการเปลี่ยนแปลงระบอบกษัตริย์ในทางใดทางหนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมไทยที่เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจเมื่อต้นยุค ค.ศ. ๑๙๙๐ (พ.ศ. ๒๕๓๓)”

“เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น”

พวกคลั่งเจ้ายังคงยืนยันว่า แม้จะเกิดเหตุไม่คาดคิดในบางครั้ง แต่ก็เพื่อรักษาซึ่งความสงบ โดยพื้นฐานแล้วกษัตริย์ทรงดำรงพระองค์เหนือความขัดแย้งทางการเมือง และนั่นเป็นการนำประเทศไทยไปสู่วิกฤติเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งเร่งให้ความขัดแย้งทวีมากขึ้นจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายต่างพยายามนำมาอ้างว่าได้รับความเห็นชอบจากพระองค์

ผู้นิยมระบอบกษัตริย์กล่าวว่า กษัตริย์นั้นทรงมีอำนาจไม่ต่างไปจากพระราชินีของอังกฤษ ซึ่งทรงเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งศีลธรรม อันจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจอันงามพร้อมตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ และนั่นเป็นความไม่ยุติธรรมที่คนไทยจะต้องพึ่งพระองค์ซึ่งกำลังประชวร และมีพระชนมายุ ๘๒ พรรษา อย่างที่มีมาในอดีต

สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า “ประชาชนควรเรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้นมา และแก้ปัญหาของตัวเอง”

กษัตริย์ภูมิพลเป็นกษัตริย์องค์เดียวที่ประสูติในแผ่นดินสหรัฐฯ พระบารมีอันน่าทึ่งนี้ส่วนใหญ่ได้มาจากการทรงงานอย่างหนักเพื่อพสกนิกรด้อยโอกาส โดยเฉพาะในท้องถิ่นชนบท ในระหว่างยุค ค.ศ. ๑๙๗๐ และ ๑๙๘๐ (พ.ศ.๒๕๑๓ และ ๒๕๒๓) พระองค์ทรงเสด็จราชดำเนินด้วยระยะทางเกือบ ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตรต่อปีโดยทางรถ ทางเฮลิคอปเตอร์ และบางครั้งทรงเดินปีนเขาเข้าไปยังหมู่บ้านที่ห่างไกลเพื่อทรงแก้ปัญหาในเรื่องน้ำ เรื่องอาหาร เรื่องสุขภาพ และเรื่องการศึกษา และแม้แต่การทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว

พร้อมกับการโหมกระหน่ำปฏิบัติการด้านประชาสัมพันธ์จากพระราชวังเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่หยุดหย่อน พระเกียรติคุณแห่งกษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดของโลกได้ผงาดโดดเด่น จากการที่ทรงสร้างความสัมพันธ์ส่วนพระองค์กับชาวบ้านจำนวนหลายพันหมู่บ้านทั่วราชอาณาจักร

ครั้งหนึ่งกษัตริย์ทรงประทานโอกาสที่หายากให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า “เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า ราชอาณาจักรนั้นเปรียบเสมือนปิรามิด: มีพระมหากษัตริย์อยู่บนยอด และมีประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่สำหรับประเทศไทยแล้วดูเหมือนทุกอย่างจะตรงกันข้าม” ทรงติดตลกโดยทรงชี้ที่พระศอ และพระอังสา (ไหล่) “นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องปวดคอและบริเวณไหล่อยู่เสมอ”

ภาพพจน์ของราชวงศ์เริ่มมีความมัวหมองในปี ๒๕๔๘ เมื่อมีผู้อ้างตัวว่าเป็นผู้ปกป้องสถาบันกษัตริย์ อันเป็นที่รู้จักกันในนามเสื้อเหลืองเข้ายึดถนนในกรุงเทพทำการประท้วงมวลชนต่อต้านนายกฯทักษิณ ชินวัตรในเวลานั้น ซึ่งเสื้อเหลืองหลายคนเชื่อว่าทักษิณมีแผนที่จะล้มสถาบัน

นักการเมือง และอีกหลายฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าละเมิดกฎหมายหมิ่นฯ โดยแสดงหลักฐานที่เพ้อเจ้อเป็นส่วนใหญ่ บางคนต้องติดคุกด้วยข้อหาหมิ่นฯกษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์

ทักษิณถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหารโดยกองทัพในปี ๒๕๔๙ โดยฝ่ายสนับสนุนเขากล่าวว่า เป็นคำสั่งมาจากประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในปี ๒๕๕๑ ราชินีสิริกิติ์ทรงเสด็จพระราชดำเนินงานศพของผู้ประท้วงเสื้อเหลืองที่เสียชีวิต ยิ่งเพิ่มความกังขาให้กับฝ่ายเสื้อแดงซึ่งสนับสนุนทักษิณ

แอนดรูว์ วอคเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวว่า “เป็นที่แน่ชัดว่า นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา อำนาจปัจจุบันที่อยู่ในกำมือทางฝ่ายพระราชวังนั้น เป็นอำนาจที่ต่อต้านทักษิณในทางการเมือง” รัฐบาลยังได้กล่าวหาแกนนำเสื้อแดงบางคนว่า วางแผนที่จะเป็นสาธารณรัฐโดยการล้มเลิกสถาบันกษัตริย์

ความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตการณ์ครั้งล่าสุดนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องนำมาวิเคราะห์

สิริพรรณกล่าวว่า “สำหรับเวลานี้ เสื้อแดงยังคงรักในหลวง ยังมีเสื้อแดงที่ต่อต้านสถาบัน แต่พวกเขาไม่ใช่คนส่วนใหญ่”

เธอกล่าวว่า “สถาบันคงยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย การที่ทางพระราชวังไม่ทรงออกมาแทรกแซงในเหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนี้ เพื่อเป็นการกำหนดรูปแบบในบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในยามวิกฤติในอนาคต” “หากเราต้องการให้ได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จะต้องไม่มีที่ให้สถาบันชั้นสูงเข้าไปเกี่ยวข้อง”

เรโนลส์กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่แน่ชัดที่ว่า สถาบันกษัตริย์จะยอมร่วมมือให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยง่ายในอนาคตที่จะมาถึง

เขากล่าวต่อว่า “สถาบันกษัตริย์ของไทยไม่ได้เป็นสถาบันที่เป็นหนึ่งเดียว” โดยเสริมว่าพระราชวังมีสี่ฝ่ายหลัก: ฝ่ายกษัตริย์ ฝ่ายราชินี ฝ่ายเจ้าฟ้าชาย และฝ่ายเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร “แต่ละฝ่ายต่างมีผู้สนับสนุนทั้งจากสาธารณะชน และจากสถาบันอื่นๆ พระบรมวงศานุวงศ์ต่างผนึกกำลังผ่านช่วงเวลาหลายทศวรรษแห่งรัชสมัยนี้”

Advertisements
126 ความเห็น leave one →
  1. รักประเทศไทย permalink
    วันพุธ 8 กันยายน 2010 09:35 น.

    สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้

  2. รักประเทศไทย permalink
    วันอังคาร 14 กันยายน 2010 09:10 น.

    พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม

  3. ตูดหมึก permalink
    วันเสาร์ 18 กันยายน 2010 20:57 น.

    อริสมันต์ ยังไม่ตาย ยังอยู่เป็นเสี้ยนหนามแทงใจนางปลาวาฬสีน้ำเงิน จนกว่ามันจะล่มสลายไป
    ล่าสุดออกเพลงใหม่มาทวงถามความยุติธรรมให้พี่น้องที่ถูกฆ่าอย่างอำมหิต ชื่อเพลง
    “ตะโกนถามฟ้า”

    download

    http://www.4shared.com/audio/MpUdR8qf/17-09-2010.html

  4. saddum permalink
    วันจันทร์ 18 ตุลาคม 2010 20:29 น.

    เขียนได้ดีมากเพราะมันสร้างระบบนี้เพื่อกดหัวคนชั้นล่างให้ก้มหัวให้พวกมันเมื่อพวกมันถึงจุดสุดยอดก็ย่อมลงต่ำเป็นธรรมดาไม่มีอะไรจะอยู่ค้ำฟ้า นั้นคือสัจจะธรรม สอนคนอื่นให้อยู่อย่างพอเพียง แล้ว ปูนซิเมนต์ ห้างดัง อะไรอีกจิปปาถะ ไหนบอกว่าพอเพียง ไอ้คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่น คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่น นั้นละโง่สุดๆ
    เมื่อน้ำลดตอมันก็ผุด ฟังแต่ประชาสัมพันธ์ข่าวพระราชสำนักมากเกินไป มันก็โง่เช่นนั้นแล ระบบมันคดโกงมาแต่เบื้องหลัง คนที่ทำให้มีประเทศไทยคือ พระเจ้าตากสิน ส่วน ราชวงค์จักรีเป็นผู้ชุบมือเปิบ ลองหันกลับไปมองเบื้องหลังดู เชื้อพระวงษ์ของพระเจ้าตากสินมหาราช ทำไมจึงไม่มีเหลือสักพระองค์ ส่วน ราชวงค์ที่ชุปมือเปิปก็ฆ่าพี่ฆ่าน้องมาจนถึงยุคปัจจุบันอยากรู้กรณีสิ้นพระชนน์ ร.8 มีหนังสือเก่าอยู่เล่มหนึ่ง อยู่ทีมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์

    • albatross permalink
      วันจันทร์ 8 ตุลาคม 2012 21:14 น.

      หนังสืออยู่ที่ท่าพระจันทร์หรือรังสิตครับชื่อหนังสืออะไรผมอยากอ่านมากๆครับ

    • คนคลั้งเจ้า permalink
      วันพุธ 28 สิงหาคม 2013 19:12 น.

      มึงเดือดร้อนไรวะ นั้นมันเป็นเรื่องระหว่าง กรุงธนบุรีกับรัตนโกสิน (พูดขนาดนี่มึงไม่รู้ก็ควาย)
      มันไม่เกี่ยวอะไรกับพวกมึงและพวกกูเลย มึงเป็นญาติธนบุรีเหรอมึงถึงเดือดร้อน

      ถึงยังไงอดีตคืออดีต ขุดมาก็ไม่ได้ไรเหรอ ถึงจะเกิดเหตุชิงอำนาจก็เป็นเรื่องกันมานานแล้ว

      ส่วนพระหมากษัติย์ไทย ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรมกับประชาชน

  5. วันจันทร์ 18 ตุลาคม 2010 22:07 น.

    สวัสดีครับ

    นอนกันรึยังครับพี่ๆ

    ก่อนนอนผมนำเพลงเพราะๆ มาฝากครับ

    ฟังแล้วจะได้หลับฝันดี รักทุกคนนะครับ

    ……………………………………………………

    แดดรอนรอน
    เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา
    ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา
    ในนภาสลับจับอัมพร
    แดดรอนรอน
    เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล
    ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ
    ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา
    แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน
    ทุกวันคืนรื่นอุรา
    ต้องอยู่เดียวเปลี่ยนวิญญาณ์
    เหมือนดังนภาไร้ทินกร
    แดดรอนรอน
    หากทินกรจะลาโลกไปไกล
    ความรักเราคงอยู่คู่กันไป
    ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม
    แดดรอนรอน
    หมู่มวลภมรบินลอยล่องตามลม
    คลอเคล้าพฤกษาชาติชื่นเชยชม
    ชมสมตามอารมณ์ล่องเลยไป
    ลิ่วลมโชย
    กลิ่นพรรณไม้โปรยโรยร่วงห่วงอาลัย
    ยามสายัณห์พลันพรากจากดวงใจ
    คอยแสงทองวันใหม่กลับคืนมา
    แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน
    ทุกวันคืนชื่นอุรา
    ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์
    เหมือนดังนภาไร้ทินกร
    โอ้ยามเย็น
    จวบยามนี้เป็นเวลาสุดอาวรณ์
    ยามไร้ความสว่างห่างทินกร
    ยามรักจำจะจรจากกันไป

  6. น้ำเย็น permalink
    วันเสาร์ 27 สิงหาคม 2011 11:58 น.

    ผมฝากเพลงนี้ไว้ให้ครับ

    เห่เอยค่ำแล้ว อาทิตย์แคล้วครรไลลา
    ดาวประทับท้องนภา พระจันทราพารถจร
    หลับเถิดนะสายใจ เจ้าอย่าอาลับอาวรณ์
    จักถนอมกล่อมให้นอน จะขอพรปวงเทวัญ

    เติบใหญ่ให้แกล้วกล้า เรืองวิชาทุกสิ่งสรรพ์
    มีเลือดไทยในปางบรรพ์ มิเคยหวั่นผองไพรี
    จงครองคุณธรรมพร้อม ศรัทธาน้อมปัญญามี
    จงลดอคติสี่ มีขันตีออมอดใจ

    อุปสรรคจะหนักหนา เจ้าก็อย่าโศกาลัย
    เมื่อหวังปองเทิดผองไทย ก็แกร่งไกรดุจศิลา
    ขวัญข้าวจงอยู่ดี ฟังคำพี่จำนรรจา
    แล้วหลับนัยนา นิทราให้สำราญ

    (ฟังเสียงจิ้งหรีดร้อง กังวานก้องเสียงประสาน
    แก้วเกดสุมามาลย์ ก็เบิกบานชมแสงเดือน)

    บทเพลงนี้อวยพรให้คนไทยทุกคน
    “เติบใหญ่แกล้วกล้า” “เรืองวิชาทุกสิ่งสรรพ์”
    ให้รักประเทศชาติ ต่อสู้เหล่าศัตรู ด้วยยืนหยัด
    มีคุณธรรม มีศรัทธาที่มีปัญญา เป็นเครื่องนำพา
    ให้รู้จัก “ลดอคติ” มีความอดทน กลั้นใจ

    โอ้ แม้อุปสรรคจะใหญ่โตสักเพียงไหน ก็อย่าหวั่นใจ
    ถ้าเมื่อไรที่คิดจะทำเพื่อคนไทยทั้งหมดแล้ว จิตใจจะหนักแน่นเข้มแข็ง
    ดังเช่นหินผา

    “ขวัญข้าวจงอยู่ดี” ฉันจะดูแลไม่ให้ได้อดอยาก
    อย่ากังวลไปเลย เชื่อฉันเถิด
    นอนหลับให้สุขสบาย อย่ากังวลไปเลย…

    ทำอะไรก็ทำเถิด แต่ขอว่าให้ท่านมีคุณธรรม มีสติ มีปัญญานำพาความคิด คำพูด และการกระทำของท่านด้วย..

    ผมมั่นใจว่าถ้าเรามีสิ่งเหล่านี้ เราจะทำอะไร มันก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดี
    ผมเชื่อว่าตราบใดที่พวกเรายังเคารพ ยกมือไว้ พ่อกับแม่ที่บ้านของพวกเรา
    เราก็คงยังมีความกตัญญูอยู่ในใจของทุกๆคน

  7. กูไม่ค่อยอยากจะยุ้ง permalink
    วันศุกร์ 7 กันยายน 2012 15:49 น.

    ก็พวกมึงมาปิดถนนมันลำบากเศรษฐกิจตกต่ำ ไปไหนก็ไม่ได้ แล้วมึงบอกว่าจะชุมนุมแบบสันติแล้วมึงก็เผา มันสันติตรงไหนว่ะ

  8. falkpress permalink
    วันอังคาร 18 กันยายน 2012 10:15 น.

    ช่วยกันรักและทนุถนอมประเทศไทย..ด้วยความสามัคคี

  9. วันพฤหัส 27 กันยายน 2012 10:29 น.

    การศึกษาทำให้คนไทยเรียนรู้และฉลาดมากขึ้น/ ..รู้มากไปท่านเป็นทุกข์ ออกมาแสดงความคิดความเห็นกันหนักหน่อยออกมาประท้วง..ผลกระทบเกิดกับใคร..หมายเหตุที่นี่ประเทศไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: