Skip to content

ซิดนีย์มอร์นิงเฮอรัลด์: กษัตริย์ทรงไม่ปรารถนาที่จะยุติความรุนแรงบนท้องถนนในกรุงเทพ

วันเสาร์ 22 พฤษภาคม 2010

Scheming king unwilling to stop the violence on Bangkok’s streets
May 18, 2010
By Peter Hartcher
ที่มา – Sydney Morning Herald
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ขณะที่กองทัพไทยเคลื่อนกำลังเข้าเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงจำนวนหลายหมื่นคน ในบริเวณมหาวิทยาลัยของกรุงเทพในค่ำคืนหนึ่งของเหตุการณ์วิกฤติทางการเมืองในปี ๒๕๓๕ ภาพที่ปรากฏนั้นดูเหมือนว่า จะทำให้ความรุนแรงที่มีมาหลายวันต้องชะงักในทันใด

การปรากฏภาพทางโทรทัศน์ของพระธรรมราชา ราชาแห่งธรรมะผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม กษัตริย์แห่งประเทศไทย ประทับบนบัลลังก์ มีแกนนำทั้งสองฝ่ายคุกเข่าอยู่ต่อหน้าพระพักตร์

กษัตริย์ภูมิพลทรงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และแกนนำฝ่ายตรงข้าม “ปรึกษา และแก้ไขปัญหาด้วยการหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากัน เพื่อหาหนทางในการแก้ไขปัญหา”

ขอให้โดยเฉพาะสองท่าน คือ พลเอกสุจินดา และ พลตรีจำลอง ช่วยกันคิด คือ เพราะว่าเป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า บ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกัน

พระองค์ทรงตักเตือนพวกเขาว่า: “แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ…จะเป็นผู้ที่ได้สร้างประเทศจากซากปรักหักพัง”

กษัตริย์ไม่เพียงแต่จะทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจส่วนพระองค์ ด้วยความเคารพจากประเทศ และทรงพระราชอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนไทยจำนวนมากมอบให้กับพระราชบัลลังก์ เป็นมโนคติที่เด่นชัดที่สุดของกษัตริย์: นั่นคือเมื่อวิกฤตการณ์ทางการเมืองตกในสภาพที่ยากเกินเยียวยา จะมีผู้ใหญ่ ด้วยบุคคลที่เป็นกลาง อยู่เหนือการเมือง ซึ่งจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์แห่งประเทศชาติ

ดูเหมือนจะนำไปสู่การยุติการทำรัฐประหาร และวิกฤติที่เคยนำมาใช้บีบบังคับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นการเปิดทางไปสู่ยุคใหม่แห่งประชาธิปไตยที่กำลังออกดอกออกผล และการเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ แม้ยามเกิดวิกฤติเอเชียซึ่งสร้างความสะเทือนให้กับประเทศในปี ๒๕๔๐-๒๕๔๑ สร้างความกระสันให้กับนายกฯในเวลานั้นด้วยความคิดที่จะขอแรงจากกองทัพเพื่อต่อต้านประชาชน และยืนหยัดอยู่ในอำนาจ ซึ่งนายพลทั้งหลายไม่เล่นด้วย

ประเทศไทยดูเหมือนว่าจะค่อยๆเลื่อนลำดับความเป็นประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่ด้วยพระเกียรติภูมิของกษัตริย์ภูมิพล กษัตริย์ซึ่งครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก

ในวันนี้ ขณะที่เหตุการณ์วิกฤติของไทยครั้งล่าสุดทวีความรุนแรงขึ้น พลซุ่มยิงของกองทัพเล็งเป้าไปที่ประชาชนมือเปล่า และสังหารประชาชนบนท้องถนน ในเวลาเพียง ๕ วันมีผู้เสียชีวิต ๓๕ ศพ และได้รับบาดเจ็บประมาณ ๒๔๐ คน หลายคนได้ตั้งคำถามว่า: เวลานี้กษัตริย์ทรงอยู่ที่ไหน

มีแถลงการณ์ว่า กษัตริย์ภูมิพล พระชนมายุ ๘๒ พรรษาทรงประทับรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลเพราะอาการอ่อนเพลีย และทรงติดเชื้อจากทางเดินหายใจ แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่เหตุผลหลักที่พระองค์จะไม่ทรงมีพระราชดำรัสใด หรือแม้แต่จะทรงเข้าแทรกแซง

ทำไมพระองค์ไม่ทรงกระทำเช่นนั้นนะหรือ เนื่องจากวิกฤติในยกนี้ เป็นเพียงแต่การเพิ่มทวีของเหตุการณ์วิปริตทางการเมืองและความล้มเหลวทางรัฐธรรมนูญ ที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลาสี่ปี ซึ่งกษัตริย์ภูมิพลเองทรงมีส่วนในการจัดการดังกล่าว

เมื่อกองทัพ และองค์กรด้านธุรกิจรวมหัวกันโค่นล้ม ประชานิยม และความนิยมของทักษิณ ชินวัตรด้วยการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ กษัตริย์ทรงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยผ่านทาง เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี อดีตนายพลทหาร และบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประเทศมาหลายสิบปี

เมื่อกองทัพเคลื่อนรถถังเข้าขับไล่ทักษิณ ที่ได้รับเลือกตั้งมาตามแนวทางประชาธิปไตยถึงสองครั้ง ปากกระบอกปืนผูกด้วยผ้าสีเหลือง ซึ่งเป็นสีตัวแทนกษัตริย์ สีที่ผู้ชุมนุมใช้เพื่อสนับสนุนระบอบกษัตริย์ซึ่งต่อต้านฝ่ายเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณมานานนับปี

หากมีข้อสงสัยใดๆว่าพระราชวงศ์ทรงอยู่ข้างไหน ราชินีสิริกิติ์ทรงแสดงต่อสาธารณะโดยชัดเจนจากการเสด็จฯงานพิธีศพของหนึ่งในแกนนำการประท้วงเสื้อเหลืองเมื่อปีที่แล้ว

ทักษิณซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งได้ระบุอย่างชัดเจนว่าทั้งเปรม และองคมนตรีอีกคนหนึ่ง เป็นตัวบงการการทำรัฐประหารปล้นอำนาจของเขา แอนดรูว์ วอคเกอร์ และนิโคลัส ฟาเรลลี่ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวว่า “การโจมตีองคมนตรีระดับสูงนี้ ทักษิณก้าวเข้าไปใกล้ที่จะกระทบถึงองค์กษัตริย์” การวิจารณ์ของเขาคือ “เสริมการรณรงค์ของเสื้อแดงเพื่อเป็นสาธารณรัฐ”

ทำไมกษัตริย์ภูมิพลทรงประสงค์ที่จะปลดทักษิณจากตำแหน่งที่ได้รับเลือกตั้งตามแบบประชาธิปไตย ข้ออ้างคือทักษิณฉ้อราษฎร์ และแน่นอนทักษิณได้ฉ้อราษฎร์ แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ พระองค์ทรงเป็นวีรบุรุษของคนยากจนชนบท แม้ทักษิณจะอยู่ในระหว่างการลี้ภัยในขณะนี้ เขายังคงเป็นนักการเมืองที่โด่งดังในประเทศไทย

ในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกฯ รัฐบาลของเขาได้กระจายเงินเข้าสู่มือคนยากจนอย่างไม่เคยมีมาก่อน และเพิ่มสาธารณูปการต่างๆในหมู่บ้านของพวกเขา

ความพยายามของทักษิณแค่สมัยแรกที่เป็นนายกได้บดบังรัศมีความพยายามหลายสิบปีของกษัตริย์ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกิจด้านการกุศลเพื่อช่วยเหลือคนยากจน

นโยบายประชานิยมเพื่อคนยากจนของทักษิณสร้างความขัดเคืองให้กับศักดินาในกรุงเทพ และแยกประเทศออกเป็นชนชั้น นี่เป็นเหตุผลหลักที่กษัตริย์ภูมิพลทรงมอบอำนาจให้มีการทำรัฐประหาร

แน่นอน ยังมีอีกหลายวิธีตามระบบการเมืองที่จะใช้ดำเนินการกับทักษิณในเรื่องฉ้อราษฎร์ แต่ความหยิ่งผยองของศักดินา และการเปิดไฟเขียวของกษัตริย์ ปิดหูปิดตาผู้วางแผนที่จะรับรู้ถึงหลักความจริงของโลกสมัยใหม่นี้ว่า ประชาธิปไตยเป็นเพียงแนวทางแท้จริงของความชอบธรรมทางการเมือง

ความวุ่นวาย และความรุนแรงทั้งหมดไหลบ่ามาจากต้นตอแห่งความชั่วร้าย การประเมินผิดที่พึ่งระบอบเผด็จการในปี ๒๕๔๙ กษัตริย์ภูมิพลทรงมีโอกาสหลายครั้งที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อยุติความรุนแรงซึ่งเกิดมาจากวิกฤติทางรัฐธรรมนูญนี้

แต่พระองค์มิได้ทรงกระทำเช่นนั้น ความจริงเกี่ยวกับกษัตริย์ภูมิพล ความจริงที่ถูกปิดบังมานานนับทศวรรษ เบื้องหลังเกราะป้องกันของกฎหมายหมิ่นฯที่เข้มงวดซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง ๑๕ ปี ความจริงที่ว่าพระองค์ทรงแทรกแซงในทางการเมืองในประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยใหม่มาโดยตลอด

ตามที่พอล แฮนลี่ย์ได้บรรยายในหนังสือ “กษัตริย์ไม่เคยยิ้ม” ของเขา และถูกห้ามจำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่ากษัตริย์ทรงหนุนนายทหารมากกว่าประชาชน ทรงใช้อำนาจเผด็จการมากกว่าที่จะใช้อำนาจประชาธิปไตย ทรงตระเตรียมวางพระองค์อย่างสงบนิ่งกับเหตุการณ์นองเลือด ที่เห็นได้ชัดถึงสองครั้งในยุค ค.ศ. ๑๙๗๐ (พ.ศ.๒๕๑๖, ๒๕๑๙) เพื่อให้ทรงแน่ใจว่า ผู้ปกครองเป็นบุคคล “ที่เหมาะสม”

การทรงเข้าแทรกแซงในปี ๒๕๓๕ ซึ่งดูว่าจะเป็นการเริ่มแห่งประชาธิปไตยยุคใหม่ แต่สิ่งที่เราเห็นในขณะนี้คือ ความวิปลาสของเผด็จการสมัยโบราณ ที่บ้าอำนาจอย่างมาเคียเวลลี

พระองค์มิได้ทรงระบุองค์รัชทายาท และในกฎหมายไทยไม่ระบุสิทธิแห่งการสืบบัลลังก์ ดูเหมือนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ องค์รัชทายาท พระราชโอรสของกษัตริย์ภูมิพล ทรงสำเร็จการศึกษาจากออสเตรเลีย ทรงมิได้รับความชื่นชม ทรงเห็นแก่พระองค์เอง และทรงเป็นเพลย์บอย และทรงไม่เหมาะกับบัลลังก์อย่างชัดเจน แม้แต่ราชินี พระมารดาของพระองค์เคยตรัสว่า พระองค์ไม่เหมาะสมที่จะขี้นครองราชย์

วิกฤติยังคงทวีความรุนแรงขึ้น เส้นตายได้ถูกขีดเอาไว้ ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจะถึงกำหนดในเดือนกันยายนนี้ นายกฯคนปัจจุบันได้การหนุนหลังจากกองทัพ และพระราชวัง ไม่ได้มาจากความชอบธรรม ต้องการที่จะครองอำนาจไว้นานที่สุด เพื่อจะประกาศผู้ดำรงตำแหน่งผบ.ทบ.คนใหม่เพื่อยังคงกุมอำนาจในกองทัพ เสื้อแดงตัดสินแน่วแน่ที่จะขัดขวางแผนการนี้

กษัตริย์ภูมิพลทรงชราภาพ และทรงถูกตั้งคำถามมากขึ้น ต่อแนวทางของพระองค์ในขณะนี้ พระองค์จะทิ้งให้ประเทศไทยถูกแบ่งแยกมากขึ้น ไม่มีทางออกจากการประจันหน้ากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสี่ยงที่จะกลายเป็นกองซากปรักหักพัง

Advertisements
118 ความเห็น leave one →
  1. วันพุธ 26 พฤษภาคม 2010 16:24 น.

    เสื้อเหลือง เสื้อชมพู เสื้อหลากสี เสื้อขาว ป๋าเปรม อภิสิทธิ์ และพวกร่วมงานรัฐบาลบริหารประเทศ ศอส. กกต. DSI ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯคือคนๆเดียวกันเพราะแต่งตั้งองค์กรหลังการปฎิวัติปี 49โดยไม่ชอบตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงแค่คำพูด แต่ขาดกระทำที่จริงใจเป็นอกุศลจิต มีผลทำให้ในหลวงและประชาชนเป็นทุกข์ เพราะจิตของผู้จงรักภักดีมีอกุศล มีผลประโยชน์แอบแฝง เต็มไปด้วยความโลภ หลงในลาภ ยศ สรรเสริญ แอบอ้างว่าปกป้องสถาบันกษิตริย์ หรือเป็นข้ออ้างยึดอำนาจกษิตริย์กันแน่ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อำนาจแม้แต่ฆ่าคนโดยการสังหารหมู่กับบุคคลที่คิดเห็นต่างทางการเมือง นี่เป็นการแอบอ้างอีกอย่างว่าพวกตนปกครองในระบอบประชาธิปไตย คนชั่วคบไม่ได้หากคุณทำอะไรร่วมจงถอนตัวเถอะเพราะกรรมชั่วจะติดอยู่กับท่านด้วยเพราะท่านรู้/เห็น รับคำสั่งให้เกิดการฆ่าคน คนเป็นผู้นำที่ใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาจะไม่ฆ่าประชาชนของตนเองไม่ว่าคนนั้นจะชั่วขนาดไหน มีเมตตา/กรุณา ให้อภัย กตัญญูรู้คุณคนอื่นๆ(ได้เกิดเป็นมนุษย์มีค่าที่สุด อดตาย/สละชีพเพื่อความชอบธรรม ดีกว่ารับใช้สัตว์เดรฉาน/มาร สั่งฆ่าประชาชนของตนเอง คิด/พูด/ทำ เป็นอกุศล ไม่ได้รับความศรัทธาจากประชาชน ดำเนินชีวิตไปในทางเสื่อม 2 มาตราฐานขาดความยุติธรรม-พันธมิตรยึดสนามบิน/ทำเนียบปีกว่ายังไม่ติดคุก คดีเขายายเที่ยง คดโกง-สปก. กล้ายาง สาธารณสุข ไทยเข้มแข็ง ระบบบริหารราชการล่าช้าฯลฯ ทำผิดไม่มีใครตรวจสอบ/ไม่ติดคุก แต่นปช.ประท้วงรัฐ สองเดือนติดคุกแล้วล้มตายเป็น100 บาดเจ็บกว่า2000 คน,ทหารล้อมเมืองตั้ง 30000คน ใครหรือที่เป็นคนฆ่า ต้องสงสัยที่สุดคือจับความผิดแบบชัดเจนไม่ได้คนกระทำไม่ยอมรับ แล้วใครทำ หาความจริงเปิดเผยให้คนทำยอมรับผิดโดยไม่มีข้อปฏิเสธกังขาสิ นิสิผู้นำที่จะได้รับความชอบธรรม ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสี ดูจากผลของกรรมก็ทราบว่าการกระทำของผู้นำยุคนี้ไม่ได้รับความศรัทธาเลย การทำโพลย์เพื่อสะท้อนความรู้สึกของประชาชนเป็นการสุ่มตัวอย่างในเขตพื้นที่ของตัวเองซึ่งนำมาวัดผลไม่ได้errorสูง ขอทุกเรื่องที่ท่านบริหารอยู่ให้เกิดความยุติธรรมในทุกด้านได้ไหม ไม่ใช่หาเหตุเอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าผู้อื่น พูดตรงๆจากใจของคนกลางพวกท่านที่บริหารประเทศขณะนี้ชั่วสุดๆที่เคยเห็นมาก่อน ขนาดฮิตเลอร์ชั่วแล้วเขายังไม่ฆ่าพวกเดียวกันเลยครับ จิตใจพวกท่านต่ำสุดๆ)

  2. ภิญรดา permalink
    วันพฤหัส 27 พฤษภาคม 2010 13:56 น.

    ไม่มีใครรักประเทศไทยจริงๆ นอกจากรักตัวเอง ทำไปได้ยังไง
    มาช่วยกันคิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัวให้น้อยลง แล้วคิดถึงส่วนรวมให้มากขึ้นดีกว่า คิดว่าไม่นานเกินรอหรอกที่เราจะมี “ประชาธิปไตย” จริงๆอย่างที่อยากได้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้นพวกเราควรฝึกความเป็นระเบียบ การกระทำและความคิดที่ใช้อย่างมีขอบเขต มีอุดมการณ์ได้แต่ต้องอย่าลืมสร้างจุดยืนที่แน่ชัด อารมณ์ทุกคนมี ใช้ได้แต่ก็ควรที่จะควบคุมมันได้เช่นกัน ต้องการแสดงออกไม่ต้องเผาบ้านเผาเมืองก็ย่อมมีทางทำได้ถ้าจะหยุดคิด โดยใช้สมองให้มากขึ้น-ใช้อารมณ์ให้น้อยลง อย่าลืมว่า เราเป็น “มนุษย์” เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีสมองของมนุษย์อยู่ในหัวของเรา สมองควาย ก็ต้องอยู่ในตัวควายที่เป็นสัตว์สี่เท้า และเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์มากสำหรับชาวนา เพราะ”ควาย” ช่วยทำนาให้เรามีข้าวกินอยู่ทุกวันนี้ไง อย่าลืมซิ!!!
    ที่เราเขียนมาทั้งหมดข้างต้นคือหลักการเบื้องต้นของ “ประชาธิปไตย”
    อยากจะให้พวกเราใช้ความคิดให้รอบคอบมากสักหน่อยก่อนที่จะด่วนสรุปหรือตีความอะไรๆก็ตาม – ขอร้องให้ช่วยกันรักษาชาติไทยเอาไว้ให้นานๆ ไม่ว่าไพร่หรือผู้ดี ในเมื่อเป็นคนไทย จะมีผืนแผ่นดินไหนให้อยู่นอกจาก “บนแผ่นดินไทย” เท่านั้น อย่าทำลายอีกเลย

  3. red-nop permalink
    วันพฤหัส 27 พฤษภาคม 2010 18:33 น.

    เห็นด้วย

  4. red-nop permalink
    วันพฤหัส 27 พฤษภาคม 2010 18:35 น.

    เห็นด้วยกับ py

  5. red-nop permalink
    วันพฤหัส 27 พฤษภาคม 2010 18:41 น.

    เผาได้เผาไป กูจะช่วยกันสร้าง ประเทศไทยจะไม่มีวันแพ้

    รีบสร้างสิ อยากเผาต่อแล้ว อย่ามัวแต่พูด จะเผาให้หมดเลยไอ้พวกเลว

  6. วันศุกร์ 28 พฤษภาคม 2010 11:13 น.

    ไอ้พวกเหลือง เหลืองตัวเเม่ เหลืองตัวพ่อ หน้ากากกำลังจะหลุดเผยโฉมหน้าอันอัปลักษณ์ ประชาชนคือเจ้าของประเทศ คนไทยเพิ่งจะได้มีระบบประกันสุขภาพ มีทุนหมุนเวียนในชุมชน มีโอกาสทางการศึกษา แปลกใจที่ผ่านมาไม่คิดทำกัน พอมีนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง ชาวบ้านรักเเละศรัทธาก็ตราหน้าว่าเป็นคนลบหลู่ดูหมิ่น ใช้ระบบอำมาตย์มาโค่นล้ม ฆ่าทำลาย กระทืบให้จมดิน เหยื่อคือ ปรีดีย์ พนมยงค์ ทักษิณ ชิณวัตร ระวังดาบนั้นคืนสนอง

  7. someone permalink
    วันศุกร์ 28 พฤษภาคม 2010 22:19 น.

    ตกลงถ้าทักษิณเป็นนายกก็แปลว่าเป็นประชาธิปไตยใช่ใหม คนที่ปกครองประเทศควรจะเป็นคนที่สะอาดทั้งกาย วาจา และใจจริงไหม
    ไม่มีใครที่ดีที่สุดโดยไม่มีที่ติ ก่อนนี้เคยเชื่อว่าไม่มีใครเลวที่สุดแต่ทักษิณทำให้ลังเลใจ
    – เอาลูกเข้ามหาวิทยาลัยโดยการโกง
    – ย้ายคณะให้ลูกโดยผิดวิธี
    – ทำการค้าอะไร จาก 20000 กว่าล้านเป็นไม่รู้กี่แสนล้านภายในระยะเวลา 5 ปี
    – เคยพูดว่าใครที่เปิดบริษัทที่เกาะบริติชเวอร์จิ้นทรยศชาติ แล้วแอมเพิลริชของทักษิณทำไมไปเปิดที่เกาะนี้ 2 มาตรฐานตัวจริง
    – เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ทำผิดกฏหมายด้วยการตั้งบ่อนหวยออนไลน์เอง พวกคุณคิดว่าเป็นรัฐบาลแล้วทำผิดกฏหมายได้หรือ
    – พยายามหลีกเลี่ยงภาษีทุกวิธีทีี่ทำได้

    นี่แค่ยกตัวอย่างเล็กน้อยที่เห็นว่าผิดจริง แล้วคนอย่างนี้น่าจะยกย่องบูชาเป็นเทพเจ้าหรือเปล่า ผมไม่เคยด่าใครด้วยคำหยาบกรุณาอย่า่ใช้คำหยาบด่ากันเลย เป็นคนไทยด้วยกันทุกคน หันมาช่วยกันแก้ปัญหาประเทศชาติดีกว่าการแยกเป็นฝ่าย สิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมเสื่อมไปตามกรรมมันฝืนต้านกันไม่ได้หรอก ด่ากันเป็นควายไปมาน่าจะละอายกันบ้าง

    • หลงทางเสียเวลา หลงยาเสพติดเสียอนาคต หลงการเมืองเสียชีวิต permalink
      วันศุกร์ 28 พฤษภาคม 2010 23:33 น.

      เวปนี้ถ้าเป็นประชาธิปไตยกรุณาเปิดใจให้กว้างรับฟังทุกความเห็นต่าง

      เสริมรายละเอียดครับ เข้าไปใน LINK จะเห็นหลักฐานประกอบครับ

      ตามความคิดผมคนที่สนับสนุนคนชั่วมักจะเป็นคนชั่วด้วยครับ

      ห่วงคนที่หลงเข้ามาจะรับความคิดเห็นด้านเดียวครับ

      สงบ สันติ อหิงสา เอาM79 ไปกิน

      อย่าบอกนะว่าเสื้อแดงไม่มีอาวุธปืน

      อย่าบอกนะว่าเวปนี้ไม่ได้สนับสนุนทักษินเรียกร้องแต่ประชาธิปไตย

      http://www.korbsak.com/category/taksin/

      ตามมารู้จักนายกรัฐมนตรีของเรา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กันครับ มาดูกันซิว่า สมัยท่านเป็นนักธุรกิจ ท่านบริหารธุรกิจของท่านอย่างไร

      ผมว่าเป็นประโยชน์มากเลยครับ…

      จะได้เห็นวิธีการ ขั้นตอนสลับซับซ้อน น่าสนใจ และจะรู้และเข้าใจเลยว่า ทำไมถึงรวยได้เร็วจริง ๆ และจะได้รู้จักนายกฯทักษิณดีขึ้น

      ตามมาดูในเรื่องของ “ หุ้น ” ครับ
      มีคำถามมากพอสมควรว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน จึงโอนหุ้น ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าหุ้น มีมูลค่ากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปให้แม่ครัวบ้าง พี่เลี้ยงบุตรบ้าง และยามที่อยู่ที่บ้านบ้าง

      ต้องตามไปดู จึงจะจับร่องรอยได้

      ไปดูว่าการโอนหุ้นนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ !!!

      พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน โอนหุ้นให้กับนางสาวบุญชู ซึ่งเป็นแม่ครัว ๒,๗๙๔,๖๐๐ หุ้น

      โอนหุ้นให้นางสาวดวงตา ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของบุตรของตัวเอง ๒,๗๙๒,๖๐๗ หุ้น

      และโอนหุ้นให้นาย(ชัยรัตน์) ซึ่งเป็นยามที่บ้าน ๒,๖๑๙,๘๖๗ หุ้น

      รวมทั้งหมดมีมูลค่ากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนั้น

      ความจริงการโอนหุ้นในลักษณะนี้ ถ้าเป็นคนที่เคยอยู่ในตลาดทุน คนที่เคยเล่นหุ้นก็จะรู้ว่า ทั้งพ.ต.ท.ทักษิณเอง คุณหญิงพจมานเอง ไม่ต้องการให้ใครรู้ ว่าตนเอง ซื้อหรือขายหุ้นที่ถือครองอยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่เท่าใดและเมื่อไหร่

      เหตุผลที่ทำก็รู้ๆ กันอยู่ในวงการตลาดหุ้นครับ

      ดังนั้นการซื้อการขายหุ้นจะให้คนอื่นทำแทน ดูได้จากบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หุ้นในมือของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยครับ

      ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ เป็นต้นมา

      มีการเพิ่มทุนครั้งใดก็ซื้อเพิ่ม ตามสัดส่วนที่ตัวเองมีสิทธิตลอดเวลา

      มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เมื่อโอนหุ้นให้ลูกชาย ตอนที่ตัวเองเข้ามาเล่นการเมือง

      ที่ผมตั้งประเด็นไว้ตั้งแต่ต้นว่า ทำไมต้องไปโอนหุ้นให้อยู่ในชื่อของแม่ครัวบ้าง ยามบ้าง พี่เลี้ยงบุตรบ้าง คนเหล่านั้นไว้ใจได้แค่ไหน เพราะเงินนับหมื่นล้านบาทนะครับ

      ต้องย้อนกลับไปดูว่า กลต. เขาจัดตั้งเมื่อไหร่

      จะพบว่า กลต. จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๓๕

      พ.ต.ท. ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ซุกหุ้นเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ ดูตามวันที่แล้วก็จะพบว่าซุกหุ้นเป็นเวลา ๑ เดือน ก่อนกฎหมายประกาศใช้

      ผมไม่อยากจะคิด แต่เชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะคุณหญิงพจมานและพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้นที่ประพฤติอย่างนี้ เชื่อว่ามีบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก รู้และเข้าใจว่า เมื่อ กลต.เข้ามามีบทบาทควบคุมซื้อขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้ว ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะซื้อขายหุ้นต้องแจ้ง กลต. ครับ

      เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ การโอนหุ้นของตัวเองไปซ่อนไว้ ไปซุกไว้ในชื่อคนอื่น กลต.จะได้จับผิดไม่ได้

      ผมว่าตรงนี้เป็นเหตุผลที่สำคัญ

      เพราะว่าการโอนหุ้นครั้งนี้ โอนเป็นจำนวนมาก โอนในเวลาเดียวกัน

      คือโอนเพียง ๑ เดือน ก่อนที่ กลต.มีอำนาจเข้ามาควบคุมบริษัทเหล่านี้

      คำถามที่ผมคิดว่าหาคำตอบได้ยากเต็มที เป็นประเด็นที่ต้องคิด เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานยอมรับว่า หุ้นเหล่านี้เป็นหุ้นของตัวเอง ปรากฏว่าการขายหุ้นเหล่านั้นได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ๒๕๔๐ – ๒๕๔๑ ได้ขายไปทั้งหมด

      จริงๆแล้วในช่วงเดือนเมษายน ๒๕๓๖ หุ้นในชื่อแม่ครัว พี่เลี้ยงบุตร และในชื่อของยามก็ขายไปหมดเกลี้ยง แต่ไม่ทราบว่าขายไปให้ใคร

      เมื่อขายแล้วก็กลับมาซื้อใหม่ ซื้อมาขายไป ทำให้คนสงสัยว่าพฤติกรรมอย่างนี้เป็นการปั่นหุ้นหรือเปล่า เรื่องนี้มีคำถามมากมาย แต่หาคำตอบได้ยากเต็มที เพราะในขณะนี้การตรวจสอบเกือบจะไม่มี

      ถ้าหากเราไปเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ กลต.จะบอกว่า เดี๋ยวนี้หลักฐานทั้งหมดหาไม่เจอแล้ว เพราะเรื่องมันนานเต็มที

      ตามไปดูเรื่องหุ้นกันต่อครับ

      มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการขายหุ้นของตัวเองให้กับบริษัทข้ามชาติ การขายหุ้นในครั้งนั้นทำตอนที่มีการเพิ่มทุน

      ในช่วงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ถือหุ้นจำนวนใกล้เคียงกัน พ.ต.ท.ทักษิณถือหุ้นอยู่ ๓๒,๙๒๐,๐๐๐ หุ้น คุณหญิงพจมานถือหุ้น ๓๔,๖๕๐,๐๐๐ หุ้น

      ช่วงที่มีการเพิ่มทุน คุณหญิงพจมานก็ได้เพิ่มหุ้นของตัวเองเป็นเท่าตัวครับ จาก ๓๔,๖๕๐,๐๐๐ หุ้น เพิ่มเป็น ๖๙,๓๐๐,๐๐๐ หุ้น แต่ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณที่มีหุ้นอยู่ ๓๒,๙๒๐,๐๐๐ หุ้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นครับ

      ส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้น ปรากฏว่าขายให้กับบริษัทข้ามชาติ บริษัทนี้มีชื่อว่า บริษัท Ample Rich Investments Limited ในทะเบียนหุ้น ระบุชัดเจนว่า บริษัทนี้ถือสัญชาติ บริติช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ แปลความหมายง่ายๆ หมายความว่าบริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน ครับ

      ตอนที่มีเรื่องคดีซุกหุ้นเกิดขึ้น กลต.มีความจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ พบว่าบริษัท Ample Rich Investments Limited ที่ผมเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่า

      พ.ต.ท.ทักษิณขายหุ้นให้บริษัทข้ามชาติบริษัทนี้ ปรากฏตามทะเบียนหุ้นว่าบริษัทนี้กลายเป็นบริษัทที่คุณทักษิณถือหุ้นไว้ทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ !!!

      ฟังดูแล้วแปลกดีครับ คุณทักษิณขายหุ้นตัวเองให้กับบริษัทที่ตัวเองถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ

      คำถามที่ไม่มีคำตอบ และไม่มีใครรู้ได้นอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณเองคือ

      ๑. ทำไมพ.ต.ท.ทักษิณต้องไปตั้งบริษัทไว้ที่หมู่เกาะ BVI ครับ ?

      ๒. ทำไมพ.ต.ท.ทักษิณต้องใช้บริษัทนั้นมาซื้อหุ้นของตัวเอง ?

      ๓. พ.ต.ท.ทักษิณใช้เงินที่ไหนในการซื้อหุ้นของตัวเองในครั้งนั้น ?

      ประเด็นสำคัญพ.ต.ท.ทักษิณในฐานะผู้ขาย รับเงินการซื้อขายนี้แล้วนำเข้ามาในประเทศหรือเปล่า เอาไปไว้ที่ไหนครับ หรือในฐานะของผู้ซื้อนำเงินที่ไหนมาซื้อหุ้นจำนวนนี้

      คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบ

      เวลาเราเข้าไปดูบริษัท Ample Rich Investments Limited เราจะเห็นว่าเป็นบริษัทที่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ( ชิน คอร์ปอเรชั่น ) แต่มีหลักฐานปรากฏว่า ปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทนี้แล้วครับ

      รวมทั้งไม่มีใครรู้ว่า เวลานี้บริษัทนี้ใครเป็นเจ้าของ เมื่อเข้าไปตรวจสอบลึกๆพบว่าที่อยู่ของบริษัทนี้ไม่ได้ใช้ที่อยู่ที่ BVI แต่ปรากฏว่ามีที่อยู่ที่สิงคโปร์ครับ

      เมื่อตรวจสอบหลายอัตรา ที่อยู่ของบริษัทนี้มีตัวตนหรือไม่ กลับพบว่าเป็นที่อยู่ของบริษัทชื่อ Petro-Asia Services Pte Ltd ครับ ชื่อเหมือนกับบริษัทค้าน้ำมัน ใช้ที่อยู่ที่เดียวกันกับบริษัท Ample Rich Investments Limited

      ติดตามต่อไป กลับพบว่ามีการแตกหน่อออกไปอีก คือหลังจากบริษัท Ample Rich Investments Limited ซื้อหุ้นจากพ.ต.ท.ทักษิณไปแล้ว ก็มีการแตกหน่ออีก เป็นอีกบริษัทหนึ่งแต่ใช้ชื่อเดียวกัน กลายเป็นสัญชาติอังกฤษ มีหุ้น ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น เมื่อตรวจสอบที่อยู่ก็ใช้ที่อยู่ที่สิงคโปร์เหมือนกับบริษัท Ample Rich Investments Limited ที่ BVI กลายเป็นที่อยู่ของบริษัทชื่อ Pico Guards Pte Ltd เป็นบริษัทรับงานเรื่องยาม เรื่องรักษาความปลอดภัย

      ที่ผมเล่าให้ฟังทั้งหมดนี้ ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของการทำธุรกิจของนายกฯทักษิณครับ

      คงไม่มีคำตอบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เขาทำอะไรกันอยู่

      ท่านอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประเสริฐ นาสกุล เคยพูดเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของนายกฯทักษิณกับบริษัทข้ามชาติไว้อย่างน่าสนใจ ท่านได้เขียนไว้ในคำพิพากษาส่วนตนหัวข้อที่ ๑๐

      ท่านพูดว่า “ อีกเรื่องหนึ่ง แม้เหตุการณ์ที่ผู้ร้องไม่ต้องยื่นบัญชีแล้ว เมื่อผู้ถูกร้องและคู่สมรสขายหุ้นบริษัท เอส ซี เค เอสเตท จำนวน ๓.๕ ล้านหุ้นเศษ และจำนวน ๒ ล้านหุ้น หุ้นละ ๑๐ บาท เป็นเงิน ๕๕ ล้านบาทเศษ ให้กับบริษัท Win Mark Limited ถือสัญชาติ British Virgin Island วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องยืนยันว่า การขายหุ้นครั้งนี้เป็นการขายหุ้นตามปรกติ ไม่มีลักษณะการฟอกเงินแต่ประการใด”

      ท่านเขียนต่อไปว่า “ ทำให้เกิดปัญหา สงสัย ต่อไปว่า บริษัทผู้ซื้อใช้เงินสกุลใด มาจากที่ใด ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ”

      ท่านประเสริฐเขียนต่อนะครับว่า “ น่าเสียดายจัง ที่ผู้ถูกร้องไม่ได้อธิบายด้วย”

      นี่แหละครับ คือการซับซ้อนการทำธุรกิจของท่านนายกรัฐมนตรี

      เรื่องที่ขำไม่ออกก็คือ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๕ ซึ่งตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วครับ

      วันนั้นมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องยุทธศาสตร์เพื่อการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ท่านพูดในที่ประชุมครับ ผมเอาคำพูดของท่านมา ท่านพูดในช่วงหนึ่งน่าสนใจมาก

      นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดหลายประเด็น (น่าจะเรียกว่าข้อไม่กำหนด) ที่ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศปวดหัวกับบริษัทที่ไปตั้งที่หมู่เกาะนี้ เพราะบริษัทเหล่านี้ใช้ BVI เป็นแหล่งหนีภาษีและฟอกเงิน (Tax Heaven Territory)

      ท่านบอกว่า “ เมื่อวานผมได้ดูข่าวจาก CNN ทราบว่าขณะนี้สภาของสหรัฐกำลังแก้ไขกฎหมายใหม่ ทั้งนี้เพราะบริษัทต่างๆไม่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ แต่ไปจดทะเบียนในประเทศอื่นๆ เช่น ในปานามาบ้าง หรือที่หมู่เกาะ บริติช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่ไม่รักชาติ เพราะถือว่าเป็นการเลี่ยงภาษี เห็นได้ว่า แม้สหรัฐจะเป็นประเทศที่มีเสรีภาพสูงยังมีการดำเนินการเช่นนี้ ”

      ท่านนายกรัฐมนตรียังพูดต่อนะครับว่า “ ก็อยากฝากให้คนไทยและบริษัทต่างๆมีความรักชาติด้วย ”

      ที่ผมบอกว่าตลกไม่ออกก็เพราะว่า แปลว่านายกฯทักษิณท่านรักชาติเฉพาะตอนที่ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีเหรอ แล้วในอดีตก่อนที่ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยท่านทำธุรกิจของท่าน ท่านไปตั้งบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ ในหมู่เกาะที่ท่านเป็นคนพูดเองว่าเป็นการเลี่ยงภาษี ท่านไม่ได้รักชาติด้วยใช่หรือไม่

      นี่ก็เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ นอกจากว่านายกฯทักษิณเท่านั้นที่จะรู้ ว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปนั้นทำเพื่ออะไรครับ

      ที่เป็นประเด็นสำคัญและชี้ให้เห็นชัดเจน ว่าการดำเนินการในคดีซุกหุ้นส่วนที่พอจะหาหลักฐานได้เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายของ กลต. กลต.พิจารณาว่า คุณหญิงพจมานนั้นไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔๖ และมีการเปรียบเทียบความผิด โดยคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับตามมาตรา ๓๑๗

      เรื่องนี้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร โดนปรับไปเป็นเงินทั้งสิ้น ๖,๓๑๘,๐๐๐ บาทครับ

      เรื่องของบริษัทที่ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน ยังไม่จบง่าย ๆ ล่าสุดบริษัท Ample Rich Investments ถือหุ้น SHIN เป็นจำนวน ๒๒๙,๒๐๐,๐๐๐ หุ้น ( ร้อยละ ๗.๗๘ ) เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๗

      ขอโทษนะ ตอนนี้ล่องหนหายตัวไปแล้วครับ ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท SHIN อีกต่อไปแล้ว จากรายงานล่าสุด เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๗ สด ๆ ร้อนๆ เลยครับ

      Ample Rich Investments ขายหุ้น SHIN ที่ถือครองไว้ถึงร้อยละ ๗.๗๘ ไปจนไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้วครับ เป็นการขายล็อตใหญ่ กลต. ยังไม่เปิดเผยข้อมูล ถ้าตีราคาหุ้นละ ๔๐ บาท มูลค่าหุ้นก็เฉียด ๆ ๑๐,๐๐๐ ล้าน เกิดอะไรขึ้นครับเกี่ยวข้องกับฤดูเลือกตั้งหรือเปล่า เดายากครับ.

      Ample Rich ไม่ใช่มีแค่คู่แฝดอย่างเดียว แต่มีญาติสนิทโผล่ขึ้นมาอีกหนึ่งบริษัท ครับ

      Ample Rich ชื่อเป็นไทยว่าบริษัทโคตรรวย ญาติสนิทของบริษัทโคตรรวย ชื่อ
      ชนะ-มาร์ค (Win Mark) ครับ

      พูดจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่พูดเล่น ๆ
      Ample Rich ถือสัญชาติบริติช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ Win Mark ก็ถือ สัญชาติบริติช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ เช่นกัน

      Ample Rich ตั้งอยู่ที่ ตู้ ปณ. 3151 , Road Town, Tortola, British Virgin Island

      เอกสารแสดงที่อยู่ของ Ample Rich ได้จากข้อมูลของหนังสือจาก บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส
      (ประเทศไทย)

      Win Mark ก็ตั้งอยู่ที่ ตู้ ปณ. 3151 , Road Town, Tortola, British Virgin Island

      ข้อมูลที่อยู่ของบริษัท Win Mark ได้จากคำเปิดเผยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

      ญาติสนิทกันจริง ๆ ใช้ตู้ ปณ. 3151 ตู้ปณ. เดียวกัน

      ตรวจสอบพฤติกรรม การลงทุนของทั้งสองบริษัทกันครับ

      ทั้ง Ample Rich และ Win Mark ชอบที่จะลงทุนโดยการซื้อหุ้นในประเทศไทย ที่น่าสนใจคือ เป็นการลงทุนโดยการซื้อหุ้นจากคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น และคนชื่อทักษิณคนนี้ก็ใจดีเป็นพิเศษคือขายหุ้นให้ทั้ง Ample Rich และ Win Mark ในราคาทุนคือราคาพาร์ ทุกครั้ง

      Ample Rich ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทชินจาก คุณทักษิณในราคาพาร์ คือหุ้นละ 10 บาท จำนวนถึง 32.92 ล้านหุ้น เก่งมาก เพราะซื้อได้ราคาต้นทุน ในขณะที่ราคาตลาดมีมูลค่าเกือบ 5 พันล้านบาทในขณะนั้น

      Win Mark ก็ไม่ด้อยกว่ากันครับ

      Win Mark ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทเอส ซี จากคุณทักษิณในราคาพาร์ คือหุ้นละ 10 บาท จำนวนถึง 55 ล้านหุ้น วันที่ Win Mark ซื้อหุ้นของ บริษัทเอส ซี บริษัทยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงประมาณค่าไม่ได้ แต่เมื่อบริษัท เอสซีจดทะเบียนนำหุ้นจำหน่ายในตลาด หุ้นเคยมีราคาสูงถึง 30 กว่า บาท ต่อ หุ้น กำไร สบายสบาย เป็นพันล้าน

      คุณทักษิณทำไมถึงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใจดีกับบริษัทต่างชาติขนาดนั้น

      น่าแปลกไหมว่าเหตุใด Ample Rich และ Win Mark จึงมีความผูกพัน กับคุณทักษิณเสียเหลือเกิน

      สำหรับ Ample Rich คงไม่แปลก เพราะความจริงปรากฏออกมาแล้วว่า คุณทักษิณ เป็นคนตั้งบริษัทนี้ด้วยตนเอง กำไรจึงไม่หนีไปไหน แต่ญาติสนิทที่ชื่อ ชนะ – มาร์ค (Win Mark) นี่ซิ ยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ

      Ample Rich ซื้อหุ้นจากคุณทักษิณ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2542 และต่อมาขายหุ้นให้ลูกชาย ลูกสาวของคุณทักษิณเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 ในราคาเท่าทุน ลงทุน 7 ปี ไม่มีกำไรแม้แต่บาทเดียว ได้รับแค่เงินปันผลเท่านั้น Ample Rich ซื้อขายหุ้นใน
      ราคาพาร์ ทำเพื่ออะไร คนในตระกูลชินวัตร ยังไม่ตอบ แต่เชื่อขนมกินได้ คือ เป็นการบริหารภาษีอย่างชาญฉลาด รวมทั้งพยุงราคาหุ้นอีกด้วย

      Win Mark ก็ไม่ต่างกัน

      Win Mark ลงทุนซื้อหุ้นบริษัท เอส ซี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 หลังจากนั้นอีก 3 ปี คือในวันที่ 19 สิงหาคม 2546 ก็ได้โอนหุ้นทั้งหมดให้บริษัท Value Assets Funds Ltd. สัญชาติมาเลเซีย เท่านั้นไม่พอ 3 อาทิตย์ต่อมา คือเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2546 บริษัท Value Assets Funds Ltd. ก็โอนหุ้นทั้งหมดให้ 2 กองทุนมาเลเซีย คือกองทุน OGF และ ODF

      ท่านผู้อ่านสังเกตให้ดีจะพบว่า การโอนหุ้นเหล่านี้ เกิดขึ้นใกล้ๆ ช่วงเวลาที่บริษัท เอส ซี กำลังดำเนินการเพื่อจดทะเบียนนำหุ้นเข้า ซื้อ ขาย ในตลาดหลักทรัพย์

      ที่สนุกมากมาก อยู่ในช่วงที่มีการเพิ่มทุนครับ บริษัทชนะมาร์ค ( Win Mark ) หรือ กองทุนเหล่านี้ เป็นผู้เสียสละอย่างใหญ่หลวง เพราะเมื่อบริษัท เอส ซี มีการเพิ่มทุน เพื่อนำหุ้นเข้าตลาด กองทุนทั้งสอง ได้โอนสิทธิ์ในการเพิ่มทุน จำนวนถึง 71 ล้านหุ้นให้กับลูกสาวทั้งสองของ คุณทักษิณ

      หุ้นของบริษัท เอสซี เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546 ราคาวันนั้น ปิดที่ 27 บาท/หุ้น กองทุนจากมาเลเซียเสียผลประโยชน์ไปเกือบ 2,000 ล้านบาท คนที่ได้ประโยชน์คือลูกสาวทั้งสองของคุณทักษิณ

      ถึงวันนี้ กองทุน ทั้งสองคือ OGF หรือ ODF ยังครอบครองหุ้นจำนวนมากในบริษัทเอสซี แต่ก็ไม่ส่งบุคคลใด เข้ามาเป็นกรรมการในบริษัทแต่อย่างใด

      คุณกรณ์ จาติกวนิช มือเศรษฐกิจของประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงกลต.ให้สอบครับ (ต้องขอ ขอบคุณ คุณกรณ์ ที่ให้ข้อมูลด้วยครับ )

      คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แจ้งต่อ กลต.ว่าบริษัทชนะมาร์ค ( Win Mark ) หรือกองทุนของมาเลเซียทั้งสองกองทุน ว่าไม่มีความสัมพันธ์ กับตระกูลชินวัตร

      พฤติกรรมการลงทุนของบริษัท Win Mark ไม่ต่างกับของ Ample Rich

      วันนี้เรื่องแดงแล้วว่า Ample Rich เป็นของตระกูลชินวัตร เป็นการซุกหุ้น ภาคสอง

      ไม่นานหรอกครับ เราจะรู้ว่า บริษัท วิน–มาร์ค เป็นของใคร? เที่ยวนี้ไม่ใช่ซุกหุ้นแน่ เพราะมีการชำระเงินค่าหุ้น นำเงินสกปรกจากต่างประเทศมาฟอกให้ใสสะอาดในประเทศหรือเปล่า

      อ่านคำวินิจฉัยของท่านประเสริฐ นานาสกุล อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับคดีซุกหุ้นภาคหนึ่งกันครับ

      ท่านอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประเสริฐ นาสกุล พูดเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของนายกฯทักษิณกับบริษัทข้ามชาติไว้อย่างน่าสนใจ ท่านได้เขียนไว้ในคำพิพากษาส่วนตนหัวข้อที่ ๑๐

      ท่านพูดว่า “ อีกเรื่องหนึ่ง แม้เหตุการณ์ที่ผู้ร้องไม่ต้องยื่นบัญชีแล้ว เมื่อผู้ถูกร้องและคู่สมรสขายหุ้นบริษัท เอส ซี เค เอสเตท จำนวน ๓๕ ล้านหุ้นเศษ และจำนวน ๒๐ ล้านหุ้น หุ้นละ ๑๐ บาท เป็นเงิน ๕๕๐ ล้านบาทเศษ ให้กับบริษัท Win Mark Limited ถือสัญชาติ British Virgin Island วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ผู้ถูกร้องยืนยันว่า การขายหุ้นครั้งนี้เป็นการขายหุ้นตามปรกติ ไม่มีลักษณะการฟอกเงินแต่ประการใด”

      ท่านเขียนต่อไปว่า “ ทำให้เกิดปัญหาสงสัยต่อไปว่า บริษัทผู้ซื้อใช้เงินสกุลใด มาจากที่ใด ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ”

      ท่านประเสริฐเขียนต่อนะครับว่า “ น่าเสียดายจัง ที่ผู้ถูกร้องไม่ได้อธิบายด้วย” ( ผู้ถูกร้องชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ครับ )

      ท่านประเสริฐ ตั้งข้อสงสัยไว้เมื่อ 5 ปีมาแล้ว มาถึงวันนี้ ผมว่าท่านหายสงสัยแล้ว

      เชื่อหรือยังว่า Ample Rich และ Win Mark เป็นญาติสนิทกัน

      ผมกำลังพูดถึงหุ้นของ บริษัทชิน ที่ แอมเพิล ริช ครอบครองจำนวน 32.92 ล้านหุ้น ครับ

      แอมเพิล ริช ซื้อหุ้นทั้งหมดนี้จากคุณทักษิณ วันดีคืนดี 10 ล้านหุ้น ( มูลค่า100 ล้านหุ้นปัจจุบัน) ก็หลุดมือไปจากแอมเพิล ริช โดยไม่ทราบสาเหตุ และมาโผล่ที่ แอมเพิล ริช คู่แฝด (สัญชาติ English ) ในเวลาต่อมา

      หลังจากนั้นหุ้น 100 ล้านจำนวนนี้ก็หายไปจากสาระบบอีก มาโผล่อีกครั้ง โดยเข้ามาอยู่ในความครอบครองของ แอมเพิล ริช ของบริติชเวอร์จิ้น ช่วงที่ ครอบครัวคุณทักษิณเตรียมขายหุ้นบริษัทชินทั้งหมด ให้ต่างชาตินั่นหละครับ

      ผมว่าเรายอมเสียเวลา ตรวจเอกสารกันอีกครั้งดีไหมครับ

      เอกสารสำคัญคือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ชิน ผมลำดับเฉพาะช่วงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญเท่านั้น ถ้านำเอกสารทั้งหมดมาแสดง ท่านผู้อ่านคงจะเบื่อแย่

      ทำตัวเป็นผู้ตรวจสอบกันหน่อย ประเด็นที่ต้องตรวจสอบ คือ
      1. แอมเพิล ริช ครอบครองหุ้นชินจำนวนเท่าใด?
      2. ช่วงที่แอมเพิล ริช เปลี่ยนเจ้าของจาก คุณทักษิณเป็นบุตรชาย จำนวนหุ้นมีเท่าเดิมหรือไม่?
      3. ช่วงที่ แอมเพิล ริช ขายหุ้นชินให้บุตรชาย และบุตรสาว ของคุณทักษิณ แอมเพิล ริช ได้หุ้นเพิ่มจากที่ไหนมาขายหรือเปล่า?

      เมื่อท่านผู้อ่านได้ตรวจสอบบัญชีผู้ถือหุ้นนี้แล้ว ก็จะได้คำตอบครบครับ.

      เอกสารฉบับที่ 1 ณ. วันที่ 6 มีนาคม 2543 ( ก่อนคุณทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี )

      ข้อสังเกตุ ๐ แอมเพิล ริช ครอบครองหุ้น 32.920 ล้านหุ้น ( มูลค่า 329.2 ล้านหุ้นปัจจุบัน )
      ๐ เจ้าของ แอมเพิล ริช คือ คุณทักษิณ ชินวัตร

      เอกสารฉบับที่ 2 ณ. วันที่ 21 กรกฎาคม 2543 ( ก่อนคุณทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี )

      ข้อสังเกตุ ๐ แอมเพิล ริช ครอบครองหุ้น 22.920 ล้านหุ้น ( มูลค่า 229.2 ล้านหุ้นปัจจุบัน)
      หุ้นหายไป 100 ล้านหุ้น ขายให้ใคร หรือซุกซ่อนไว้ ซ่อนไว้กับใคร

      เอกสารฉบับที่ 3 ณ. วันที่ 10 เมษายน 2544 ( คุณทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี )

      ข้อสังเกตุ ๐ แอมเพิล ริช ได้เจ้าของใหม่ชื่อ พานทองแท้ ชินวัตร
      ๐ แอมเพิล ริช มีคู่แฝด สัญชาติ English
      ๐ แอมเพิล ริช สัญชาติ English ครอบครองหุ้นจำนวน 10 ล้านหุ้น ( มูลค่า 100 ล้านหุ้นปัจจุบัน) ซื้อ หรือ โอนมาจากใคร!
      เอกสารฉบับที่ 4 ณ. วันที่ 22 ตุลาคม 2544

      ข้อสังเกตุ ๐ แอมเพิล ริช ครอบครองหุ้น 229.2 ล้านหุ้น (จำนวนหุ้น เท่าเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง )
      ๐ แอมเพิล ริช คู่แฝด สัญชาติ English ขายหุ้น ไปหมดแล้ว
      จึงไม่มีชื่อปรากฏในทะเบียน ขายให้ใคร? เงินที่ได้รับจากการขายอยู่ที่ไหน!

      เอกสารฉบับที่ 5 ณ. วันที่ 26 สิงหาคม 2548 ( ก่อนจะมีการขาบริษัท ชิน ให้ต่างชาติ 6 เดือน )

      ข้อสังเกตุ ๐ แอมเพิล ริช ครอบครองหุ้น 329.2 ล้านหุ้น ในนามธนาคาร UBS จำนวนหุ้นเพิ่มจากที่มีอยู่เดิมถึง 100 ล้านหุ้น
      แอมเพิล ริช ได้หุ้นเพิ่มมาอย่างไร? ซื้อหรือโอนมาจากใคร?

      ปวดหัวไหมครับ! ดูแล้วปัญหาน่าจะอยู่ที่ 100 ล้านหุ้นที่วิ่งเข้าวิ่งออก เปลี่ยนมือผู้ถือไปเรื่อยๆ นับจริงๆน่าจะมี ตัวละครที่เกี่ยวข้อง เพียง 3 ตัว คือ
      – Vicker Ballas ( เอกสาร ฉบับที่ 2 )
      – แอมเพิล ริช คู่แฝดสัญชาติ English (เอกสารฉบับที่ 3 )
      – ธนาคาร UBS ( เอกสารฉบับที่ 3-4-5)

      คุณสุวรรณ ชี้แจงว่า ( โดยไม่มีหลักฐานประกอบ ) ตัวละครทั้งหมด คือคนกลุ่มเดียวกัน เพียงให้ถือหุ้นแทนเท่านั้น ทำไมถึงต้องเสียเงินเสียทอง โยนหุ้นระหว่างกัน ให้ยุ่งยากทำไม?

      แน่ใจนะว่า 100 ล้านหุ้นที่ ฮุบๆโผล่ๆ ไม่ได้นำมาปั่นเล่นในตลาด

      • วันจันทร์ 31 พฤษภาคม 2010 18:34 น.

        ถ้าคุณเป็นกลางไม่สองมาตรฐานจริง เอาข้อมูลของฝ่าย ศอฉ ที่เจาะลึกแบบ
        จริงๆ เน้นๆ รวมถึงกิ๊กของนายกเมืองไทยมาเผยซิ และความชั่วร้ายของชนชั้นสูง
        ที่ช่วยกันกระทำกรรมชั่วต่างๆ ที่ มีความเป็นคนน้อยกว่าคนธรรมดา โง่หรือแกล้ง
        โง่ที่มีแต่ข้อมูลของทักษิณ ฮึ…..

      • Philips permalink
        วันจันทร์ 31 พฤษภาคม 2010 19:32 น.

        XXXXXXสมองกลวง

        ได้แต่ไป copy ข้อมูลมาซะยืดยาว

        เอามาแปะโชว์ความโง่อยู่ได้

        ลองเคาะกะโหลกตัวเอง แล้วลอง comment อะไรให้มันเนื้อ ๆ เน้น ๆ ซะบ้าง

        อย่ามาพร่ำเพ้อแสดงปัญญาอ่อน มันน่าสมเพชว่ะ

  8. ่jak permalink
    วันอาทิตย์ 30 พฤษภาคม 2010 11:19 น.

    สังคมไทยขณะนี้ ..ผู้ปกครอง+++ มีความคิด…อ่าน…
    เปลี่ยนสังคมจาก “ขาว…เป็น ดำ… จาก…ดำเป็น ขาว…”
    “สั่งเป็น…สั่งตาย…” ได้ทุกครั้ง “เมื่อเขาต้องการ”
    แล้วความปรองดองจะบังเกิดหรือ?????..

  9. adml permalink
    วันจันทร์ 31 พฤษภาคม 2010 23:17 น.

    จงจำไว้ —-เมี่อความจริงใจเสื่อมลง ความหลงผิดก็เริ่มกระจายขึ้น ลิ้นพูดถึงมิตรภาพ
    แต่หัวใจเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชัง—–

  10. เฒ่า เพราะอยู่นาน permalink
    วันอังคาร 1 มิถุนายน 2010 11:56 น.

    snipers มาก็ snipers ไป ทหารใช้วิธีนี้กับคนไทยที่ไม่มีอาวุธก่อนโดยขาดการไคร่ตรอง

  11. Philips permalink
    วันอังคาร 1 มิถุนายน 2010 13:44 น.

    XXX ทรงอยู่เหนือกฏหมายและปัญหาทุกอย่าง

    ขอให้กรูได้ครองอำนาจนาน ๆ ได้เสพสุขบนความทุกข์ของใครก็ช่างหัวมัน

    ประชาชนจะตายอีกเท่าไหร่ ไม่ใช่ปัญหา ยังไงประเทศก็เป็นของกรู

    ใครชะเลียกรู . . ได้ร่วมเสพ ผลประโยชน์ของชาติ . .

    ใครวิจารณ์กรู ….. โทษคือ . . หมกคุก . .

    ใครขวางกรู ….. โทษคือ . . ต า ย . .

  12. rrr permalink
    วันพุธ 3 พฤศจิกายน 2010 16:15 น.

    หนุนหลังทหารมากกว่าหนุนหลังประชาชน น่าคิด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: