Skip to content

ขยายพื้นที่การต่อสู้ สู่กรรมาชีพ

วันเสาร์ 1 พฤษภาคม 2010

29 เม.ย. 53
โดย วัฒนะ วรรณ
องค์กรเลี้ยวซ้าย
ที่มา – Redsiam

เป็นที่แน่ชัดเสียเหลือเกินว่า การต่อสู้รอบนี้ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยธรรมดาๆ แต่มันได้กลายเป็นการต่อสู้ทางชนชั้นแบบสมบูรณ์แล้ว ถึงแม้ว่าเป้าหมายในการต่อสู้ระยะสั้น จะเน้นไปที่การต่อสู้ทางการเมือง คือการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ แต่มวลชนจะไม่พอใจเพียงแค่นี้ เพราะเหตุผลแต่แรกในการต่อสู้มาจากเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และพัฒนามาสู่จิตสำนึกทางการเมือง

ชาวบ้านออกมาปกป้องรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เพราะเป็นรัฐบาลพรรคแรกที่ให้ผลประโยชน์กับคนจนที่จับต้องได้จริง แต่เมื่อการต่อสู้พัฒนาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพี่น้องคนจนแล้วว่า การจะปกป้องผลประโยชน์ปากท้อง ของตนเองนั้น จำเป็นต้องเขาไปสู้ในด้านการเมืองด้วย แต่มันจะไปได้ไกลแค่ไหน มันก็ขึ้นอยู่กับเราจะขยายการต่อสู้ไปสู่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพได้มาก น้อยแค่ไหน

ในเมื่อการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อทางชนชั้น เป็นการต่อสู้ของชนชั้นล่างที่ยากจน กับชนชั้นบนผู้มั่งมี แต่มันซับซ้อนกว่านั้น ที่ว่าผู้นำของชนชั้นล่างเป็นนายทุนหรือพรรคของนายทุนที่ให้ประโยชน์กับคนจน และในขบวนการประชาธิปไตยเองก็จะมีคนชนชั้นอื่นๆ สนับสนุนอยู่ด้วย แต่โดยหลักใหญ่ใจความแล้วการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของคนจน ที่ชนชั้นอื่นๆ บางคน บางกลุ่ม ได้ประโยชน์ด้วย แต่มันไม่ได้ให้ภาพการต่อสู้ทางชนชั้นลดน้อยลงเลย

ดังนั้นเราจึงต้องมาพิจารณาว่า ถ้าจะเผด็จศึกครั้งนี้ให้สำเร็จ เราต้องทำอย่างไรกันบ้าง แกนหลักด่านหน้า ในการต่อสู้ครั้งนี้คือคนในชนบท แต่การต่อสู้ที่ยาวนานในกรุงเทพ นับตั้งแต่วันที่ 12 มีนา เป็นต้น ได้แสดงให้เห็นว่า มีคนจนเมืองเข้าร่วมขบวนเป็นจำนวนมาก เช่นกัน และจำนวนไม่น้อยเป็นแรงงานในภาคบริการ ลูกจ้างร้านอาหาร โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า บริษัทธุรกิจต่างๆ แล้วก็เป็นแรงงานในภาคการผลิต ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม บางคนมาแบบปัจเจก บางคนมากับกลุ่มของชุมชน แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่ตอนนี้เรายังมองไม่เห็นพลังซ่อนเร้นของ กรรมาชีพเหล่านี้

พลังที่ซ่อนเร้น ที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่นักสังคมนิยม ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เนื่องจากในระบบทุนนิยมที่ประเทศไทยดำเนินอยู่นั้น ปัจจัยในการขับเคลื่อนหรือเป็นหัวใจของระบบทุนนิยมก็คือแรงงาน เพราะเป็นผู้ดัดแปลงทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นผลผลิตให้กับสังคมได้บริโภค แต่ผลผลิตเหล่านี้ หรือความร่ำรวยเหล่านี้ กลับตกไปอยู่ในมือของพวกอำมาตย์และบริวาร และพวกนี้ก็ใช้ความร่ำรวยที่ได้มาด้วยการปล้นมาจากคนในสังคม สร้างอำนาจ ผ่านเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆ ตามมา เพื่อกล่อมเกลาให้เราเชื่อว่า สังคมที่มีคนจน คนรวย คนมีบุญ คนด้อยบุญวาสนานั้น เป็นเรื่องธรรมชาติ คนจนต้องยอมจำนน ต่อสภาพสังคมเช่นนี้ต่อไปจนสิ้นลมหายใจ

แต่การเกิดขึ้นของมวลชนคนเสื้อแดง ได้พังทลายความเชื่อเช่นว่านี้ให้สิ้นไปแล้ว เรารู้ว่าเราจนเพราะอะไร มิใช่ไร้บุญวาสนาที่เหล่าพวกอำมาตย์พรางตามาเนิ่นนาน แต่ความจนมันเกิดขึ้นเพราะโครงสร้างสังคมที่พวกอำมาตย์มันพยายามปกป้องอยู่ ตอนนี้ มีการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมต่างหาก

ในเมื่อเราทราบแล้วว่าพวกอำมาตย์มีพลังอำนาจ บารมี ที่ปรากฏอยู่ ก็ด้วยการทำงานของคนจน ทำไมเราถึงไม่ทำลายอำนาจนั้นไปเสีย ด้วยการหยุดทำงานให้กับพวกอำมาตย์ หยุดทำงานให้ระบบทุนนิยมที่พวกอำมาตย์อาศัยทำมาหากิน กดขี่ ขูดรีด ปล้นสะดม เอาหยาดเหงื่อแรงงาน ความรัก ความหวังของเราไป

การพูดเช่นว่านี้ใช่ว่าจะเกิดได้โดยง่าย แต่ก็ใช่ว่าเป็นสิ่งเพ้อฝัน เกิดขึ้นเป็นจริงไม่ได้ แต่มันกลับเป็นเรื่องจำเป็นที่ขบวนการประชาธิปไตยยากหลีกเลี่ยง ถ้าใฝ่ฝันถึงสังคมใหม่ที่มีความเท่าเทียมโดยแท้จริง เพราะการต่อสู้ที่ กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน มันเป็นเพียงการต่อสู้ขั้นแรกของการต่อสู้รอบใหม่ ซึ่งอาจจะเริ่มต้นจาก 2475 เท่านั้นเอง และบทเรียนในประวัติศาสตร์ได้สอนให้เห็นแล้วว่า พวกอำมาตย์จะไม่มีทางยอมจำนนท์ ละทิ้งอำนาจที่ตนเองมีอยู่ไปโดยง่าย ถ้าเราไม่กำจัดมันให้สิ้น มันก็จะกลับมาสร้างความเจ็บปวดให้เราได้อีก

ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วสหาย ที่จะต้องนั่งขบคิด ทบทวน หาหนทางขยายการต่อสู้ไปสู่กรรมาชีพให้จงได้ เพื่อเสริมกำลังฝ่ายประชาธิปไตยให้กล้าแข็งยิ่งขึ้น เราอาจจะคาดหวังผลเลิศในระยะเวลาอันสั้นไม่ได้ แต่เราจำเป็นต้องเริ่มลงมือทำแล้วในวันนี้ เพื่อหวังผลสำเร็จระยะต่อไป แล้วจงเลิกหวังกับพวกชนชั้นกลางที่มีแนวโน้มสนับสนุนเผด็จการได้แล้ว เพราะไม่คุ้มกับการเสียเวลา ในฐานะที่มิใช่เป็นคนกลุ่มใหญ่ ที่จะเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้ขั้นต่อไป

Advertisements
16 ความเห็น leave one →
  1. A~jorjae permalink
    วันเสาร์ 1 พฤษภาคม 2010 08:07 น.

    จากรากหญ้า คนหมู่มากของประเทศ เราต้องแสดงให้เห็นถึงพลังอันมหาศาลที่เราจะทำได้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เราต้องมัดรวมกันเพื่อพลังอันยิ่งใหญ่ให้เขาเห็นว่า เราสามารถทำอะไรกันได้บ้าง นอกจากให้อีกชนชั้นเอาเปรียบเราเรื่อยมา พอเราเรียกร้องกลับหาว่าถูกครอบงำ เหอะๆๆๆงานนี้ละเซ็ง ถ้าเราต้องการจะทำอะไรเพื่อชนหมู่มาก ลุงป้าน้าอาที่มาจากรากหญ้าและถูกข่มเหง เราต้องมีสติรอบด้านมากกว่านี้อย่าให้มีจุดโหว่มาให้เราจุดไปได้ เพราะคงรู้แล้วใช่ไหมว่า การมีรูมานิดดียวอีกชนชั้นที่ขยันขยายความ ชอบตีความ จะทำให้มันบานปลายไปได้ แต่จะกลายเป็นจุดอ่อนที่เราเถียงไม่ออก ยังไงอยากให้เราทุกคนสู้เพื่อความอยุติธรรมในสังคมที่ถูกครอบงำเพื่อหาผลประโยชน์ จากพวกเราทุกคน

  2. rueang permalink
    วันเสาร์ 1 พฤษภาคม 2010 09:10 น.

    เราเป็นข้าราชการชั้นกลาง เกิดจากพ่อ แม่ที่เป็นรากหญ้าจริง ๆ ไม่เคยลืมกำพืด ตอนไทยรักไทยเป็นรัฐบาลเราได้รับการปรับเงินเดือน 3 ครั้ง นำ้มันก็ไม่ค่อยแพงมากนักเพราะภาษีสรรพสามิตตำ่ แต่พอรัฐบาลอำมาตย์(ประชาธิปัตย์)มาปรับภาษีสรรพสามิตขึ้นอีก 2 รอบราคานำ้มันพุ่งทะลุ 38 บาท แถมต้องเป็นหนี้โดยที่ไม่ได้ก่อ แนวโน้มเงินเดือนก็มีการปรับ และโบนัสที่เคยได้ก็หายหมด อภิสิทธ์ิ จะให้เราชื่นชมคุณได้อย่างไร ขอให้รากหญ้าทั้งทหาร ตำรวจและอื่น ๆ ช่วยกันคิดและตาสว่างได้แล้ว ความเดือดร้อนไม่ใช่กระทบแต่ราษฎรหรอก กระทบถึงระบบราชการด้วย

  3. Toy permalink
    วันเสาร์ 1 พฤษภาคม 2010 11:34 น.

    ตัวฉันมันบ้า ปัญญาอ่อน และมีสมองเท่าหมา มีปัญญาเท่าควาย พ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือพ่อแม่ก็เหมือนตัวกูเอง

  4. เสียดายจ่าเพียร permalink
    วันเสาร์ 1 พฤษภาคม 2010 11:58 น.

    ชีวิตที่สูญสิ้นไปไม่อาจถอยคืน จะเสียสละชีวิตเพื่ออะไร ในเมื่อไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ชนทั้งหลาย

    ยอดตายจากเทศสงกรานต์ยังมีมากมายกว่าเสียอีก

  5. อันว่าบาปคืออะไร permalink
    วันเสาร์ 1 พฤษภาคม 2010 12:02 น.

    เธอยินดีฆ่าพ่อแม่ตัวเองเพื่อปกป้องในหลวงไหม ถ้าพ่อแม่เธอหมิ่นในหลวง
    แล้วจะบาปไหม

  6. Zso permalink
    วันเสาร์ 1 พฤษภาคม 2010 12:37 น.

    ถ้าการแสดงความเกลียดชัง อาฆาต มาตรร้าย เป็นการระบายความกดดัน จากภาวะตึงเครียด
    ก็ช่างเถอะ เข้าใจได้ อภัยให้กันได้ เพราะภาวะการเป็นมนุษย์มีค่าสูงมาก สูงจนไม่น่าจะเอาไปแลก
    กับ เรื่องรัก ไม่รัก

    ใครก็ตามที่คิดว่า คน ไม่ควรเท่าเทียมกัน ไม่ศรัทธาว่า คน ต่างกันที่ความคิด พฤติการ เงิน แต่ความเป็นคนเท่ากัน
    คน ไม่มีสิทธ์ที่จะลงมือกระทำ คิด หรือจินตนาการ ในการทำร้าย คนด้วยกัน เพียงเพราะ
    เขาโง่ เขาจน เพราะคนที่โง่ คนที่จน จะมีความสามารถในการปกป้องตนเองให้รอดปลอดภัยได้ดี
    หรือดีกว่า
    เรื่องของเหตุผล จงอย่าใช้อารมณ์ ถ้าเป็นเรื่องของอารมณ์ แน่นอน ย่อมไม่มีเหตุผล

  7. joojee permalink
    วันอาทิตย์ 2 พฤษภาคม 2010 00:58 น.

    นายบอดกับนางอ้วน รวมกับอีกประมาณสิบครอบครัวเป็นพวกคุมเศรฐกิจในประเทศ
    คุมรัฐบาล ศาล ตํารวจ ทหาร แบ่งค่านายหน้าจนรํ่ารวยกันหมด
    พวกรากหญ้าไม่มีโอกาศจะขยับขึ้นมา
    เราต้องการเพียงแต่ความเสมอภาค ต่อการทํามาหากิน เราไม่ใช่ขอทาน
    อีพวกขายตัวขายใจไห้แก่ mafia จงศูนย์พันไห้หมด

    • Mes permalink
      วันอาทิตย์ 2 พฤษภาคม 2010 15:16 น.

      คำว่าสูญพันธุ์สะกดแบบนี้ครับ ศูนย์ << หมายถึงตัวเลขศูนย์ และคำว่าพัน อาจจะหมายถึงตัวเลข 1000 หรือ พัน ที่เป็นกริยา

      ความเสมอภาคต่อการทำมาหากิน คุณจะล้มล้างครอบครัว 10 ครอบครัว เพื่อนำเงินมากระจายให้เท่าเทียมกันทั้งประเทศเหรอครับ … ลองใช้สมองของตัวเองคิดใหม่นะครับ อย่าให้คนอื่นชักจูง ว่าคุณต้องการจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำไปทำไม แล้วสุดท้าย ใครจะได้อะไร ใครจะเสียอะไร

      • Mes permalink
        วันอาทิตย์ 2 พฤษภาคม 2010 23:43 น.

        หากใครจะคลิ๊กไม่เห็นด้วยกับความคิดของผม ผมขออะไรหน่อยได้รึเปล่าครับ

        ช่วยตอบคำถามผมหน่อยครับ หรืออย่างน้อยๆก็ตอบหน่อย ว่าไม่เห็นด้วยอย่างไร

      • joojee permalink
        วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 06:42 น.

        เขียนตรงตรงเด๋วถูกติดคุกล่ามโซ่
        เราต้องการไห้ระบบ network หมดไป
        ไห้โอกาศ ประชาชนทํามาหากิน โดยไม่ต้องไช้พวก ญาติโยม
        สินบน นะจ่ะ

        • Mes permalink
          วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 12:49 น.

          ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องล้มล้างระบบ network รวมไปทั้งข้าราชการและรัฐบาล รวมไปทั้งประชาธิปไตย นายทุน และผู้ประกอบกิจการรายใหญ่ทุกเจ้าแล้วล่ะครับ

    • วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 17:47 น.

      โดนมาก ๆ เลย คุณ joojee

      ไอ้พวกนี้มันตัวสูบเลือดเลย

      สร้างภาพล้างสมองให้คนในประเทศรักนับถือถวายชีวิต

      เฮ้อ………นายบอดกะนางอ้วนจอมลวงโลก

  8. Mes permalink
    วันอาทิตย์ 2 พฤษภาคม 2010 15:11 น.

    ส่วนตัวผมอยู่ในชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นคนที่เกิดและโตในเมืองกรุง แต่ในใจก็เข้าใจถึงปัญหาของระดับรากหญ้ามาตลอด
    ถ้าจะบอกว่า รากหญ้ามาต่อสู้เพื่อสิทธิของตน ผมเห็นด้วย และผมอยากให้การกระจายรายได้ไปถึงรากหญ้าให้มากกว่านี้
    แต่ถ้าการต่อสู้นั้นๆ นำไปสู่ความเดือดร้อน ผมก็อยากให้รากหญ้าคิดในมุมกลับกัน ว่าถ้าตนเป็นผู้ถูกกระทำบ้าง จะรู้สึกอย่างไร

    ผมจะบอกอย่างนึงว่า ระบอบทุนนิยม ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้รากหญ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมันเห็นๆกันอยู่แล้ว ว่าพนักงานบริษัทเอกชนยังมีชีวิตอยู่ด้วยเงินได้ยากเลย นับประสาอะไรกับชาวนาที่ต้องใช้เรี่ยวแรงมากมาย แต่ได้เงินทั้งครัวเรือนเดือนละไม่กี่พัน
    นี่คือเหตุผลที่ทำไมในหลวงสอนให้รู้จักเศรษฐกิจพอเพียง การมีชีวิตอยู่ด้วยตนเองได้โดยไม่ใช้เงิน หรืออีกนัยหนึ่งคือผันตนเองออกมาจากระบอบทุนนิยม

    ในทางกลับกัน ถ้าชาวนาทุกคนนำตัวเองเข้ามาในระบอบทุนนิยม กระจายเงินที่มีอยู่ทั้งหมดให้เท่าๆกันทั้งประเทศ สมมติว่ามีอยู่ 1 ล้านล้านบาท ประชาชนมีอยู่ 60 ล้านคน เท่ากับจะได้เงินคนละประมาณหมื่นหก จะทำอะไรได้ซักเท่าไหร่ครับ
    หมุนเงินกันไปๆมาๆ สุดท้ายก็ไปตกอยู่ที่นายทุนและพ่อค้าคนกลางอีกอยู่ดี

    มันเป็นเรื่องปกติครับ ที่คนแต่ละคนในประเทศย่อมมีความสำคัญที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าชาวนาอยากจะมีเงินมากกว่าเดิม ลองเปลี่ยนจากการเรียกร้อง ไปเรียนหนังสือและนำความรู้ไปพัฒนาชุมชนจะดีกว่ารึเปล่าครับ การพัฒนา productivity ด้วยความรู้ มันทำได้อยู่แล้วล่ะครับ แต่จะทำหรือไม่ทำ มันเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลครับ

    • xon permalink
      วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 03:03 น.

      Dear Khun Mes

      I do understand what you are trying to say. Unfortunately, it will not work for Thailand I have been study green economics for a while and come to conclusion that the sustaincial economics will work if technology, education, communication and living standard have been developed, or another words have been redesigned. But Thailand is very far about that. In golbal business “comparative advantages, competitive advantage” are key word. Is it possible for Bankokians stop using car and go by bus to work? Can they stop using air conditioning in summer? But for those who are farmers, they can. The are many development approaches, which sometimes economists accepted that it does not work for many factors. It means that the leader of those contries have to experiment those theories or combine them. It is an art not a science.

      • Mes permalink
        วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 18:27 น.

        Dear Khun xon,

        Thanks for your polite reply. At least there is someone who’s really trying to understand me for real, not just a click on disagree.
        However, I can’t catch a point you’re trying to say but I agree that everything you mentioned should be developed. Also, developing doesn’t mean Bangkok but the whole Thailand.
        Moreover, developing require more than just a good leader. We have to study every factors related. IMO, people is the first to develop. Capitalism has changed us so many ways that we’re evolving downward.
        I don’t think that I can state everything within this comment. It’s a country-wide issue. This issue needs to take care of seriously.

        So, I’d like to conclude something here. I think taking down some systems, as many comments mentioned, don’t make anything better. It needs some kind of serious actions from many serious people. We can’t wait for anyone who will come down to help us. We’ll need to help ourselves at first.

  9. pheacharach permalink
    วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 15:47 น.

    หางงอกกันหมดเลย 55555555 ขี้เกียจอ่าน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: