Skip to content

เดอะวอลสตรีทเจอร์นัล: การละเมิดข้อห้ามของไทย

วันพฤหัส 22 เมษายน 2010

Breaking a Thai Taboo
APRIL 21, 2010
ที่มา – The Wall Street Journal
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ป้องกันการถกเถียงในบทบาทของกษัตริย์

หลังเหตุการณ์นองเลือดหลั่งรินท่วมท้องถนนในกรุงเทพเมื่อไม่นานนี้ ไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลไทยจะยังคงต้องการเริ่มเจรจากับ “เสื้อแดง” กองกำลังซึ่งต้องการได้คืนประชาธิปไตยในทันที อาทิตย์ที่แล้ว กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศดูเหมือนจะเบรคแตก รณรงค์ให้มีการถกเถียงอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย “แม้กระทั่งเรื่องต้องห้ามของสถาบันกษัตริย์” เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็น “สังคมซึ่งเปิดกว้างขึ้น และเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น” นับได้ว่าเป็นการเสนอแนะที่น่ายินดี และถึงเวลาแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะจากนักการเมืองซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าอยู่ในฝ่ายคลั่งเจ้า

ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องการคงสถาบันกษัตริย์ในรูปแบบอื่น แต่เวลานี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เหตุผลถกเถียงในเรื่องบทบาทของกษัตริย์ เนื่องจากมีกฎหมายหมิ่นฯที่เข้มงวดมากๆประเทศหนึ่งของโลก การวิจารณ์สมาชิกราชวงศ์ใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเบาแค่ไหน โทษจำคุกถึง ๑๕ ปี องค์กษัตริย์เองเคยตรัสไว้ว่า พระองค์ไม่ทรงอยู่เหนือคำวิจารณ์ แต่สมาชิกวุฒิสภาเพียงไม่กี่คนไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงใดๆ นอกเสียจากความกระเหี้ยนกระหือรือเอาแต่ปกป้องสถาบันกษัตริย์

ผลกระทบอันเลือดเย็นจากกฎหมายนี้ เนื่องจากใครก็ตามสามารถตั้งข้อหาในนามของกษัตริย์ได้ แม้ท้ายที่สุด กษัตริย์จะทรงพระราชทานอภัยโทษซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอ แต่ผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดเชื่อได้เลยว่า จะต้องใช้ชีวิตในคุกในสภาพที่ทุกข์ทรมานเป็นเวลายาวนาน ไม่น่าแปลกใจที่ว่าข้อหาหมิ่นฯ กลายเป็นเครื่องมือยอดฮิตไว้สำหรับใช้กำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง

ปกติมีการตั้งข้อหาคดีหมิ่นฯ จำนวนหลายครั้งต่อปี แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะเห็นการตั้งข้อหาเพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องสงสัยว่าจะโยงไปถึงการต่อสู้ทางการเมืองที่ขมขื่น จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ดูแลเว็บไซต์การเมืองอันโด่งดังเป็นเหยื่อรายล่าสุด เธอถูกสั่งฟ้องเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เนื่องจากล้มเหลวที่ไม่สามารถลบความเห็นวิจารณ์กษัตริย์ได้เร็วเท่าที่ควร

เรื่องนี้จะลดความสำคัญลงหากกษัตริย์ภูมิพลจะทรงดำรงตำแหน่งในเพียงพระนาม แต่พระองค์ทรงมีบทบาททางการเมืองในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนาน บางครั้งพระองค์ทรงช่วยคลี่คลายยุติข้อบาดหมางทางการเมือง โดยโปรดเกล้าฯให้ทั้งสองฝ่ายเข้าเฝ้าเพื่อรับฟังพระราชดำรัส ผู้ประท้วงเสื้อแดงอ้างว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีเป็นกุนซือในการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ซึ่งเข้าปล้นอำนาจนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร พวกเขาตอบโต้โดยการโจมตีทั้งธนาคาร และมูลนิธิซึ่งเปรมเข้าไปมีส่วนพัวพัน

สายสัมพันธ์ระหว่างพระราชวังและกองทัพกินเวลาย้อนหลังไปเนิ่นนาน เป็นที่รู้กันสำหรับใครก็ตามที่ไปเยือนประเทศไทยว่า กษัตริย์ภูมิพลทรงเป็นปูชนียบุคคล ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ปรากฏอยู่แทบทุกครัวเรือน และแทบทุกหนแห่งในที่สาธารณะ แต่ไม่ใช่จะเกิดขึ้นโดยเสมอไป เมื่อพระองค์ทรงเสด็จขี้นครองราชย์ในปี ๒๔๘๙ เป็นเวลาที่สถาบันกษัตริย์อยู่ในช่วงตกต่ำหลังการยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในปี ๒๔๗๕ ถนอม กิตติขจร ผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพได้ส่งเสริมให้รื้อฟื้นการยกย่องสักการะกษัตริย์ขึ้นมาใหม่ในช่วง ค.ศ. ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนรวบอำนาจของถนอม ทั้งจริยธรรมที่เพียบพร้อมและพระราชกรณียกิจแห่งกษัตริย์ภูมิพล ได้ถูกเสริมสร้างเป็นพระเกียรติยศแห่งพระองค์

แม้ประเทศไทยจะมีประวัติความเป็นประชาธิปไตยที่นานที่สุดในเอเชีย แต่ยังคงถูกปกครองมาเป็นเวลายาวนานด้วยอำนาจที่เกาะกันอย่างหลวมๆ และถ้อยทีถ้อยอาศัยจากบุคคลสามกลุ่ม ซึ่งประกอบไปด้วย กองทัพ ศักดินา และครอบครัวที่มั่งคั่งของนักนักธุรกิจเชื้อสายจีน แม้จะอยู่ภายใต้รัฐบาลแบบประชาธิปไตย แต่หลังฉากแล้วบุคคลกลุ่มนี้ได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างหนัก ความขัดแย้งในเวลานี้มาจากผลของความคับแค้นใจที่สะสมมาเป็นเวลานานของชาวชนบท และชนชั้นแรงงานชาวไทย ซึ่งเสียงร้องขอประชาธิปไตยของเขาได้ถูกมองข้ามไป

ทำไมจู่ๆบุคคลบางคนในฝ่ายกษัตริย์ เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศกษิตจึงออกมายกประเด็นให้ทำการปรับปรุงกฎหมายหมิ่นฯ กษัตริย์ภูมิพลมีพระชนมายุ ๘๒ พรรษา ดังนั้นประเด็นการสืบสันตติวงศ์ย่อมเลี่ยงไม่พ้น ความล้มเหลวที่จะขับไล่เสื้อแดงนิยมทักษิณออกจากเครื่องขวางกั้นนั้น ข้าราชการทั้งหลายอาจหวาดกลัวว่า ผู้สืบรัชทายาทองค์ใหม่จะทรงต้อนรับการกลับมาของทักษิณจากการลี้ภัย และจะทรงสนับสนุนระเบียบทางการเมืองที่แตกต่างออกไป

ความหวาดหวั่นต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจทำให้พวกหัวโบราณคิดได้ว่า ในอนาคตพวกเขาสามารถออกความเห็นได้อย่างเสรี ไม่ว่าจะมีมูลเหตุจูงใจใดๆก็ตาม แต่การกระตุ้นให้มีการปรับปรุงกฎหมายหมิ่นฯนับว่าเป็นเรื่องที่ดี ประเทศไทยสมควรที่จะมีการโต้แย้งกันได้อย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับอนาคตของสถาบันกษัตริย์ และการโต้แย้งดังกล่าวจะไม่สามารถเริ่มต้นได้ จนกว่าคนไทยจะสามารถถกเถียงในประเด็นดังกล่าว โดยไม่ต้องหวาดผวาต่อการถูกจับ และถูกขังคุก

Advertisements
10 ความเห็น leave one →
  1. konnuefah permalink
    วันพฤหัส 22 เมษายน 2010 09:49 น.

    ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง ไม่มีสิ่งใดในโลกจะยั่งยืนตราบสิ้นฟ้าดิน

  2. josephine permalink
    วันพฤหัส 22 เมษายน 2010 10:28 น.

    ..ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน..ตราบเท่าที่โลกใบนี้ยังหมุนอยู่ตลอดเวลา..

  3. เด็กดี permalink
    วันพฤหัส 22 เมษายน 2010 12:48 น.

    เขียนก็วกวน แปลก็ไม่รู้เรื่อง
    ไอ้พวกคลั่งทักษิณ ตกเป็นทาสเงินทั้งหลาย
    สิ่งที่คิดว่าเสรีทางความคิดแต่ไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง
    หัดพิจารณาตัวเอง ดูตัวเองบ้างนะ ดูเข้าไปถึงจิตใจตนเองด้วยนะ
    ว่าทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อทักษิณ หรือทำเพื่อประเทศไทย
    ก่อนที่วิจารณ์ประเทศชาติให้เสียหาย แตกความสามัคคี ไปกว่านี้

  4. ?ก permalink
    วันพฤหัส 22 เมษายน 2010 22:38 น.

    อย่าไปมีมันเลย…….สถาบง สถาบันอะไรเนี่ย น่าเบื่อจริง ๆ

    • joojee permalink
      วันศุกร์ 30 เมษายน 2010 10:54 น.

      เปลึองข้าวสุก พวกขอทานบันดาศัก
      ทวงแต่บุญคุณ ออกจากบ้านทีหนึ่งงบเป็นล้าน
      อ้ายสถาบันเมร็ง

  5. konnuefah permalink
    วันอาทิตย์ 25 เมษายน 2010 06:46 น.

    เด็กดี ลองไปยืนหน้ากระจกแล้วถามคนข้างหน้าก่อน ว่า ชีวิตนี้รู้เรื่องอะไรบ้าง นอกจากแบมือขอเงินและเพ้อเจ้อไปกับการคลั่งเกาหลี

  6. josephine permalink
    วันอาทิตย์ 25 เมษายน 2010 11:40 น.

    เห็นด้วยกับคุณ konnuefah ค่ะ..ที่ Financial Times , The Wall Street Journal และสื่อมวลอื่นๆจากทั่วโลกวิพากณ์วิจารณ์ไม่ถูกใจเขาก็หาว่าฝรั่งโกหก..ของเกาหลีล่ะเชื่อ..ถ้าใจเป็นกลางจริงน่าจะฟังข่าวดูข่าวให้รอบด้านกว่านี้และคงจะทำให้เข้าใจอะไรได้มากกว่านี้..

  7. magic permalink
    วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 14:59 น.

    กาลเวลาที่ผ่านมาทั้งชีวิตของพระองค์ ทรงทำดีมาตลอด และพระองค์ทรงเคยตรัสว่าไม่ยินดีกับกฏหมายหมิ่น กฏหมายนี้ทำให้พระองค์เดือดร้อน ทรงมีความเป็นประชาธิปไตย ทรงรับคำวิจารณ์ได้ ทรงเชื่อว่าพระองค์ก็ทำผิดได้ ไม่ถูกใจคนทุกคนได้ จะได้รู้จะได้ปรับปรุง ไม่ทรงโกรธไม่ทรงต้องการทำร้ายผู้วิจารณ์ ทรงตรัสกับทักษิณ ในวันที่รัฐบาลจัดงานวันพระราชสมภพ ออกโทรทัศน์ ให้ทักษิณยอมฟังคำวิจารณ์ของสนธิ ข่าวข้างบนก็อ้างถูกทรงตรัสเช่นนั้นจริง คนที่เอากฏหมายนี้มาใช้กำจัดศัตรู ทำให้พระองค์ทรงเสื่อม และที่สำคัญคนที่เอาพระองค์ที่เป็นศูนย์รวมของคนไทยมากล่าวอ้าง ตอนจะโค่นล้มทักษิณและฝ่ายตรงข้ามประชาธิปัตย์ และแสดงออกว่าเสื้อเหลืองเป็นพวกปกป้องสถาบัน จนประชาชนตาสว่างนั้น ได้ยินกับหูได้เห็นกับตา ในจอโทรทัศน์ ทุกคนจึงเชื่อว่าในหลวงทรงเป็นกลางเป็นที่พึ่งเพียงพระองค์เดียว เพราะประชาชนกำลังต่อสู้กับอำนาจบารมี กองทัพ และกฏหมาย เอียง ๆ ที่ไม่มีทางชนะ เสื้อแดงต้องการรักษาชีวิตประชาชน ที่ถูกอำนาจมืดที่ไม่เป็นธรรมรังแก

    ขอให้ประเทศสงบสุข ประชาชนเป็นใหญ่ และมีพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยทศพิธราชธรรม ทุกคนอยู่ภายใต้กฏหมายที่ยุติธรรมและศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีอำนาจมืดครอบงำอยู่หลังม่าน ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ถูกต้อง

  8. magic permalink
    วันจันทร์ 3 พฤษภาคม 2010 15:35 น.

    อย่าว่าสถาบันเลยค่ะ ว่าเฉพาะที่ผิดแบเห็นดีกว่า

    • ห่วย permalink
      วันอังคาร 31 สิงหาคม 2010 10:45 น.

      ไม่ว่าสถาบันหรอก ไล่กันเป็นตัว ๆ ไปเลยสั่งฆ่าเสื้อแดง เลือกข้างเสื้อเหลือง ทั้งที่เป็นประชาชนของตัวเองไม่วางตัวเป็นกลาง ….. บ้าผู้หญิง โดยเฉพาะพวกผู้หญิงโนตม แหกแข้งแหกขา ดารานักร้อง แย่งเขาก็เอา….แย่งผัวเขาอยากได้ใครต้องได้ แต่งตัวไม่ดูสังขารตัวเอง ใส่ส้นสูงเดินเซต้องมีคนคอยประคองวางตัวราวกับเทพธิดาไม่คำนึงถึงว่าคนที่เกิดมามันก็เป็นคนเหมือนกัน เอาเบาะ ๆ แค่นี้ก่อนนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: