Skip to content

รอยเตอร์: คำถามและคำตอบ – วิกฤติการเมืองไทยทำให้เศรษฐกิจล่มหรือ

วันจันทร์ 5 เมษายน 2010

Q+A – Is Thailand’s political crisis hurting its economy?
April 2, 2010
By Orathai Sriring (อรทัย ศรีหริ่ง)
ที่มา – Reuters
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

กรุงเทพ – ประเทศไทยซึ่งเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการส่งออก ในปีนี้ดูเหมือนจะกำลังต่อสู้กับพายุทางการเมือง ด้วยคำทำนายว่าเศรษฐกิจจะโตเฉียดร้อยละ ๕ เพราะการฟื้นตัวในความต้องการของโลก แต่วิกฤติการเมืองที่มีมาถึงห้าปียังคงเป็นเหตุที่คุกคามในความมั่นคง

ล่าสุดนี้ ผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรได้ออกมาชุมนุมในกรุงเทพเกือบสามอาทิตย์ เพื่อกดดันเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่

มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่สองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนเก้าล้านล้านบาทนี้ จะเป็นอย่างไร หากการเคลื่อนไหวยังคงต่อเนื่องแบบนี้ รัฐบาลจะพัง หรือความรุนแรงจะระเบิดออกมา

ความวุ่นวายทางการเมืองทำลายการท่องเที่ยวหรือ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ ๑๕.๕ ล้านคนในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากยอดนักท่องเที่ยวเมื่อปีที่แล้วจำนวน ๑๔.๑ ล้านคน ในสองเดือนแรกของปีนี้ ประเทศไทย “ดินแดงแห่งรอยยิ้ม” ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง ๓.๒๑ ล้านคนแล้ว

ททท. ตั้งเป้าว่าจะในปีนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะนำรายได้เข้าประเทศเพิ่มถึงร้อยละ ๑๐ หรือเป็นเงิน ๕๘๐ ล้านบาท หรือเทียบได้กับร้อยละ ๖ ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และจะมีการจ้างงานถึง ๑.๘ ล้านคน

ผู้ประกอบการบางคนร้องเรียนว่า การประท้วงครั้งล่าสุดได้สร้างความกลัวให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนนับพันๆคนจากประเทศจีน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทยกล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวขาดทุนไปแล้วมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และคาดว่าจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้ในเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามาในกลางเดือนเมษายนนี้

แต่ผู้ประกอบการรายอื่นกล่าวว่า ธุรกิจไปได้สวยเพราะนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากประเทศอื่นไม่สนใจกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ออลเดอะเบสทราเวล (AllTheBestTravel) กล่าวว่า ลูกค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งปกติจะมีความอ่อนไหวกับภาวะทางการเมือง ยังคงหลั่งไหลเข้ามา และมองการประท้วงต่างๆว่า ไม่มีปัญหาตราบใดที่ไม่มีการปิดสนามบิน

การท่องเที่ยวในประเทศไทย – เปรียบเสมือนบ้านของคนหลายคน ด้วยชายหาด และสถานที่ตากอากาศที่งดงามที่สุดในเอเชีย – ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นพอสมควรจากความวุ่นวายก่อนหน้านี้

จำนวนผู้เดินทางขาเข้าลดลงเพียงร้อยละ ๓ ในปี ๒๕๕๒ เมื่อเมษายนปีที่แล้ว กลุ่มประท้วง “เสื้อแดง” จุดชนวนสร้างความรุนแรงบนท้องถนนที่เลวร้ายที่สุดของกรุงเทพ และพัทยาในรอบ ๑๗ ปี เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาจากการปิดสนามบินในปลายปี ๒๕๕๑ ซึ่งปล่อยเกาะนักท่องเที่ยวมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน และทำให้การค้าขายต้องสะดุด นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มร้อยละ ๐.๘ ในปี ๒๕๕๑

ประเทศไทยเผชิญกับการทำรัฐประหาร และการพยายามทำรัฐประหารมาถึง ๒๔ ครั้งนับตั้งแต่มีการยกเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปี ๒๔๗๕ และมีวิกฤติทางการเมืองอีกหลายครั้งหลายหน แต่ดูเหมือนจะไม่มีผลกระทบต่อชาวต่างชาติ

วิกฤติทางการเมือง ทำลายการลงทุนหรือ

นอกจากการประท้วงที่มีอย่างต่อเนื่องแล้ว ข้อมูลบันทึกของนักลงทุนต่างๆยังคงแสดงให้เห็นการนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ส่งผลให้ตลาดหุ้นทะยานขึ้นสูงสุดในรอบ ๒๒ เดือน และค่าเงินบาทมีค่าสูงสุดในรอบ ๒๐ เดือน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ต่างชาติซื้อหุ้นไทยมีมูลค่าสุทธิถึง ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท

สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นการดึงดูดของหุ้นไทยคือ ราคาที่ถูก การซื้อขายของบริษัทจดทะเบียนมีเพียง ๑๑.๙ เท่าจากรายได้ที่ประเมินในปี ๒๕๕๓ ทำให้กรุงเทพกลายเป็นตลาดหุ้นที่ราคาถูกที่สุดในเอเชีย รองจากปากีสถาน เป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับอัตราปันผลสูงที่สุด

การแข็งค่าของเงินบาทจะเพิ่มมากขึ้น จากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนที่จะใกล้เข้ามาถึงนี้ และยิ่งเพิ่มความเย้ายวนให้กับตลาดหุ้นไทย

ความเสี่ยงเรื่องความมั่นคงยังคงเป็นปัญหาระยะกลางถึงระยะยาว หากวิกฤติยังคงดำเนินต่อไป จะค่อยๆทำลายความมั่นใจ

ผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกปล้นอำนาจในการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ดูเหมือนว่าการประท้วงอาจไม่สามารถบีบบังคับให้เกิดการเลือกตั้งในเร็ววันนี้ได้ แต่พรรคฝ่ายของเขามีแนวโน้มที่จะชนะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี ๒๕๕๔ ซึ่งทั้งพวกศักดินาอำมาตย์ และกองทัพคงหาทางที่จะล้มผลการเลือกตั้งนั้น อาจมีการทำรัฐประหารอีกครั้ง

ซึ่งนั่นแหละ จะเป็นการระงับการลงทุนโดยตรงของต่างชาติในระยะยาว

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า นักลงทุนยังไม่ย้ายไปที่ไหน แต่การสัญญาว่าจะลงทุนในปีนี้ลดลงร้อยละ ๑๕ เป็นจำนวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีนักลงทุนกระเป๋าหนักมากที่สุด ได้ออกมาแสดงความกังวล และอาจจะมองหาลู่ทางการลงทุนในประเทศอื่นหากวิกฤติยังคงดำเนินอยู่ต่อไป

การประท้วงทำลายธุรกิจในกรุงเทพหรือ

ธุรกิจโดยส่วนใหญ่ยังคงดำเนินไปอย่างปกติ และกิจการค้าหลายแห่งในบริเวณที่มีการประท้วงกำลังไปได้ดี โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ โรงแรม ร้านอาหาร และแผงลอยขายอาหารและเครื่องดื่ม

ธุรกิจของซีพีทั้งหมด กิจการร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คาดว่าปีนี้จะทำกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕ – ๒๐

ถนนข้าวสาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากพื้นที่ที่มีการประท้วง แหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้ต่ำ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งบาร์ และอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ แน่นขนัดไปด้วยชาวตะวันตก

แต่ธุรกิจบางอย่างรอบพื้นที่การประท้วง เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านเสริมสวย และร้านค้าที่ไม่ได้ขายอาหาร ต้องประสบกับปัญหา โดยเฉพาะกิจการที่ต้องเลือกปิดในวันสุดสัปดาห์

คนไทยมีความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่เคยรุ่งมาเมื่อสามเดือนก่อน แต่พวกเขาไม่หยุดใช้เงิน ยอดขายรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้นตลอดหกเดือนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕๗.๗ จากปีที่แล้ว

อะไรคือ การคาดการณ์ถึงผลกระทบที่มีต่อจีดีพี

เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม รัฐมนตรีคลังได้เพิ่มตัวเลขการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตถึงร้อยละ ๔.๕ จากร้อยละ ๓.๕ อันเนื่องมาจากการส่งออก และการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และได้เตือนว่าความวุ่นวายทางการเมืองจะส่งผลให้การเติบโตลดลงได้มากถึง ๑.๘ จุด หากความยุ่งเหยิงยังคงมีอยู่จนถึงไตรมาสสุดท้าย และนำไปสู่การยุบสภา

มหาวิทยาลัยหอการค้าทำนายว่า ปัญหานี้จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลดอัตราการเติบโตของจีดีพีถึง ๐.๕ จุด ถึงร้อยละ ๓ – ๓.๕ ในปีนี้ หากความยุ่งเหยิงจะถูกลากยาวไปถึงสามเดือน

ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ ๕.๓ ในปีนี้ สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ในเวลาที่เศรษฐกิจเติบโตถึงร้อยละ ๖.๓ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วทางธนาคารออกมากล่าวว่า อาจจะเพิ่มตัวเลขการคาดการณ์หากสถานการณ์ทางการเมืองไม่กลายเป็นความรุนแรง ธนาคารจะเปิดเผยตัวเลขที่คาดการณ์ใหม่ในวันที่ ๒๙ เมษายนนี้

นักเศรษฐศาสตร์เอกชนทำนายว่าในปีนี้เศรษฐกิจจะโตร้อยละ ๔ – ๕ โดยกล่าวว่า เพราะการประท้วงโดยรวมแล้วเป็นไปโดยสันติวิธี ไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายปฏิบัติมองเห็นการเติบโตถึงร้อยละ ๕.๕ เพราะมีการฟื้นตัวจากความต้องการของโลก เศรษฐกิจที่หดตัวลงร้อยละ ๒.๓ ในปี ๒๕๕๒ ส่วนใหญ่เนื่องมาจากวิกฤติของโลก

Advertisements
11 ความเห็น leave one →
  1. crucial permalink
    วันจันทร์ 5 เมษายน 2010 12:25 น.

    Serious backsliding Thailand needs an elected government the day before yesterday!

  2. Red GO GO.. permalink
    วันจันทร์ 5 เมษายน 2010 16:46 น.

    😀

  3. ก๊วยเจ๋ง permalink
    วันจันทร์ 5 เมษายน 2010 20:41 น.

    บริษัทฯ ห้างร้าน ต่างๆ ปิดหมดเลย…กลัวม็อบ “เสื้อแดง”

    “แกนนำ” แต่ละคนหน้าตาน่ากลัว…เสียงดัง…ให้ถ้อยคำด่าว่า รุนแรง ปลุกปั่น ยุยง อาฆาต มาดร้าย ชิงชัง คลั่งแค้น

    ที่น่าแปลกใจไอ้ที่ชุมนุมก็ชุมนุมกันไป…ไอ้ที่ปาระเบิดก็ปากันไปเป็นคู่ขนาน

    “ม็อบแดง” บอกไม่ใช้ความรุนแรง เรื่องระเบิด รัฐบาลสร้างสถานการณ์…แต่ไม่รู้สร้างยังไง ไม่เคยไปลงตรงม็อบเลย ไม่เคยลงตรงพรรคเพื่อไทยเลย ไม่เคยลงที่บ้านจันทร์ส่องหล้าเลย ไม่เคยลงตรงฝากฝั่งฝ่ายแค้นเลย ว่างั้นเถอะ!

  4. Yang Wenli permalink
    วันอังคาร 6 เมษายน 2010 01:08 น.

    เวลาเขาจะป้ายสีว่าคุณทำ, เขาคงไปปาบ้านคนนั้นหรอกนะ

    บิ๊กซีที่เปิดบริการก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

  5. pheacharach permalink
    วันอังคาร 6 เมษายน 2010 17:11 น.

    ก็พวกแดงเถื่อนไม่มีอะไรจะกินกันแล้ว อาณิสงค์เลยตกที่บิ๊กซี แล้วอย่าไปขี้ใส่อีกล่ะ นึกถึงบุญคุณเขาบ้าง หลังคาบิ๊กซีเขาสวยอยู่แล้ว

  6. Yang Wenli permalink
    วันอังคาร 6 เมษายน 2010 18:30 น.

    เป็นมนุษย์ก็ต้องดื่มต้องกินครับ เวลาหิวเขาก็มีปัญญาไปซื้อของครับ

    ไม่ต้องไปงัดตู้ไอติม

  7. joojee permalink
    วันอังคาร 6 เมษายน 2010 23:26 น.

    ประชาธิปไตร จงก้าวหน้าและเผยแพร่ใน ไทย โดยรวดเร็ว

  8. jo jo permalink
    วันพุธ 7 เมษายน 2010 15:04 น.

    ไปมาแล้วหลายครั้งเพื่อนเสื้อแดงหน้ารักมาก แกนนำทุกคนพูดจริงใจดี การ์ดก็ดูปกติไม่เห็นดูน่ากลัวเลย
    มีข้าวใหักินพร้อมน้ำเย็นด้วย รักท่านทุกคน

  9. pheacharach permalink
    วันพุธ 7 เมษายน 2010 18:26 น.

    ไปรับตังค์มาด้วยชิมิ๊

  10. เอก69 permalink
    วันพฤหัส 8 เมษายน 2010 16:39 น.

    เค้าจะรับตังค์หรือไม่รับมันไปหนักหัว บุพการีใครหว่า

  11. หญิงวาฬ ณ.ช้างเพ็ด permalink
    วันพฤหัส 20 พฤษภาคม 2010 20:09 น.

    โฮ่ๆๆ…เค้าจ้างมา…รัฐบาลก้อจ้างกลับสิ

    เค้าคงไม่ต้องไปรับเงินเหมือนตอนไปปิดสนามบินร้อก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: