Skip to content

ดิอิโคโนมิสต์: การคุมเชิงทางการเมือง – การต่อสู้เพื่อประเทศไทย

วันพฤหัส 25 มีนาคม 2010

Thailand’s political stalemate: The battle for Thailand
March 18, 2010
ที่มา – The Economist
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

การเมืองส่อกลียุค – นอกจากมีการเลือกตั้งใหม่ และเปิดให้มีการถกเถียงอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับอนาคตของระบอบกษัตริย์

นับเป็นทศวรรษแล้วที่การเมืองไทย ต้องทุกข์ทนกับแนวทางสัมฤทธิผลนิยม (Pragmatism คือความคิดของตัวเองเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายหลักการใดๆ) ที่ใช้จนเกร่อ แท้จริงแล้ว การรอมชอมที่เลอะเทอะกลับได้รับการยกย่องว่านี่แหละคือ “การแก้ปัญหาแบบไทยๆ” พรรคการเมืองต่างห้ำหั่นอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อได้เข้าไปนั่งในสภา โดยไม่ต้องคำนึงถึงนโยบาย หรือหลักการใดๆ เมื่อการต่อสู้เริ่มจะถึงขีดสุด กองทัพจะเสนอหน้าเข้ามา – ๑๘ ครั้ง นับตั้งแต่มีการจัดตั้งระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ๒๔๗๕ พระประมุขของประเทศที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงคือกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช อันทรงเป็นที่เคารพ ประชาชนผู้มีความศรัทธาในพระองค์ไม่มีความยุ่งยากใดๆที่จะไกล่เกลี่ยความคิดที่ขัดแย้งทั้งหลาย เนื่องจากพระองค์ทรงอยู่ “เหนือการเมือง” และยังทรงเป็นหลักประกันแห่งความมั่นคง

ทุกวันนี้ แนวทางสัมฤทธิผลนิยมต้องเปิดทางให้กับ แนวทางความยึดมั่นอย่างฝังหัว การเดินขบวนประท้วงของคลื่นมหาชนเสื้อแดงต่อต้านรัฐบาลออกสู่ท้องถนนเมื่ออาทิตย์นี้แสดงว่า แทบจะไม่มีร่องรอยให้กับการสมานฉันท์ ความวิตกซึ่งเก็บอยู่ในใจยิ่งเพิ่มบรรยากาศให้ร้อนระอุ กษัตริย์ภูมิพลพระชนมายุ ๘๒ พรรษา ทรงประทับรักษาพระองค์ในโรงพยาบาลมาหลายเดือน แม้ว่าจะมีรายงานว่าพระอาการของพระองค์ดีขึ้น ประเทศไทยต้องเริ่มต้นคิดได้แล้วว่า อะไรจะเกิดขึ้นหากสิ้นรัชกาล หนทางในการสืบสันตติวงศ์ที่ไม่ราบเรียบยิ่งเพิ่มความคุกคามให้กับการเมืองซึ่งไปไม่ถึงไหน ประเทศไทยต้องกู้ความสามารถที่สูญหายไปในการค้นหาแนวทางสัมฤทธิผลนิยมอย่างเร่งด่วน และเสริมสร้างระบบการเมืองให้มีประสิทธิภาพขึ้นมาใหม่

มองในแง่ดี

ในขณะที่คลื่นคนเสื้อแดงทะลักเข้ากรุงเทพเมื่ออาทิตย์นี้ ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลพยายามไม่ให้ความสนใจกับความวุ่นวาย ในขณะที่ดิอิโคโนมิสต์กำลังจะออกวางแผงนี้ การชุมนุมโดยส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความสงบ ต่างกับการต่อสู้บนท้องถนนซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ปลายปี ๒๕๕๑ ตลาดหุ้นกลับพุ่งทะยานขึ้น ผู้ร่วมเดินขบวน “มีเพียง” ๑๐๐,๐๐๐-๑๕๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่หนึ่งล้านคนตามที่ผู้จัดการชุมนุมได้สัญญาไว้ และผู้เดินขบวนเหล่านี้ ถูกเหยียดหยันจากฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลว่า อาจจะรับท่อน้ำเลี้ยงมาจากมหาเศรษฐีที่กำลังหลบหนี ทักษิณ ชินวัตร และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่พวกเขาสนับสนุน การบริจาคเลือดเพื่อรวบรวมไปสาดเทที่หน้าทำเนียบรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นการกระทำที่สยองขวัญ อภิสิทธิ์ผู้มีเหตุผล ทั้งสุขุม และเด็ดเดี่ยวมีสิทธิ์ที่จะขัดขืนจากกฎของฝูงชน ซึ่งเรียกร้องให้ทำการยุบสภา และรอระเบียบการกำหนดวันเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเป็นอย่างช้า

การวิเคราะห์นี้ถือเป็นการชมเชยอภิสิทธิ์ (ซึ่งแท้จริงแล้ว ประชาธิปัตย์ผู้ซื่อสัตย์คนนี้ ที่ลนลานหลบหนีภัยเข้าค่ายทหาร) และวิเคราะห์ถึงอุปสรรคต่างๆของประเทศไทยซึ่งจะแจงไว้เพียงแค่ ๔ ประการ

ข้อแรก เสื้อแดงมีความสุขกับการสนับสนุนที่นับได้มากพอควร ซึ่งไม่เพียงแต่แค่จากคนยากจนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เดินทางเข้ามา ทักษิณผู้นำที่โอหังที่ต้องโทษคดีทุจริต แต่นโยบายต่างๆของเขา เช่น นโยบายสามสิบบาท ซึ่งช่วยเหลือคนยากจน นักวิจารณ์เยาะหยันค่อนแคะกับ “นโยบายประชานิยม” แต่ความนิยมของประชาชนแบบนี้มิใช่หรือที่การเมืองต่างแย่งชิงกัน และรัฐบาลปัจจุบันนี้หยิบเอานโยบายของทักษิณมาใช้อย่างหน้าด้านๆ

ข้อสอง ไม่ว่าความผิดของทักษิณจะเป็นเช่นไร ผู้สนับสนุนของเขาต่างมีเหตุผลที่ตรงประเด็น ทักษิณถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ และรัฐบาลปัจจุบันนี้ได้รับการแต่งตั้ง โดยการหนุนหลังจากกองทัพ จากการเล่นกลทางสภา ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง

ข้อสาม ระบอบการเมืองทั้งหมดถูกทำลาย โดยรัฐบาลเองได้ยอมรับโดยปริยายเมื่อเกิดการโต้เถียงกันว่า การเลือกตั้งไม่ใช่หนทางที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศไทย ซึ่งอาจจะถูกก็ได้ ประชาธิปไตยจะได้ผลก็ต่อเมื่อพรรคที่พ่ายแพ้ก้มหน้ายอมรับผลแห่งความพ่ายแพ้นั้น และอาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน หากรัฐบาลอภิสิทธิ์แพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคตัวแทนของทักษิณ พันธมิตรพวกเดิมซึ่งรวมถึงทหาร และศักดินาอำมาตย์ที่เคยปล้นอำนาจทักษิณในปี ๒๕๔๙ และพรรคที่สนับสนุนทักษิณในเมื่อปี ๒๕๕๑ อาจไม่ยอมรับคำตัดสินของประชามติอีกครั้ง และนั่นแหละ ความวุ่นวายยังคงอยู่ต่อไป

ข้อสี่ และอาจจะเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ฉากหลังของภาพการประท้วงบนท้องถนนในอาทิตย์นี้คือ การสืบสันตติวงศ์ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ องค์กษัตริย์ซึ่งครองราชย์มาหกทศวรรษและทรงเป็นที่เคารพโดยทั่วไป หากแต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณซึ่งทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทกลับไม่ได้ความเคารพเทียบเท่าพระราชบิดา แท้จริงแล้ว สมเด็จพระบรมฯทรงไม่ได้รับความนิยม และทรงแสดงสัญญาณบางอย่างว่าทรงได้เข้ามาก้าวก่ายทางการเมือง แม้ว่าตามหลักแล้ว ราชาธิปไตยได้ถูกกำหนดให้ดำรงอยู่เหนือความแปดเปื้อนในการทำงานของรัฐบาลในแต่ละวัน จึงกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างความชอบธรรมสำหรับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง กษัตริย์ทรงยอมรับการทำรัฐประหารซึ่งปล้นอำนาจทักษิณในปี ๒๕๔๙ องคมนตรีอาวุโสต่างแซ่ซ้องสรรเสริญในพระองค์ พระองค์ไม่เคยทรงออกมาปฏิเสธต่อสาธารณะว่าไม่ยอมรับพวกเสื้อเหลือง “คลั่งเจ้า” ซึ่งก่อการจลาจลในปลายปี ๒๕๕๑ นำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลฝ่ายนิยมทักษิณ

เสียงที่เงียบกริบ

ความหวาดกลัวไม่ใช่แต่เรื่องความชอบธรรมของรัฐบาลปัจจุบันซึ่งขี้นอยู่กับการเห็นชอบจากราชวงศ์อย่างเป็นนัยๆ หากแต่การสิ้นรัชกาล จะทำให้อิทธิพลที่มีพอประมาณซึ่งเป็นการถ่วงดุลความแตกต่างทางการเมืองที่ไม่ลงรอยกันต้องหมดสิ้นไปด้วย ยิ่งน่ากลัวไปกว่านั้นอีก คือการนิ่งเงียบแทบจะไม่มีการกล่าวถึงประเด็นนี้ในชีวิตประจำวันของสังคมไทย เพราะกฎหมายหมิ่นฯที่เหี้ยมโหดที่ออกมาค้ำคอไว้เพื่อให้แน่ใจว่า อนาคตแห่งระบอบกษัตริย์จะเป็นได้แต่แค่เรื่องซุบซิบ ไม่ใช่เรื่องถกเถียงอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ เรื่องราวของผู้นำพระองค์นี้ และบทความของเราในรายละเอียดบางประการเกี่ยวกับการสืบสันตติวงศ์นี้ไม่สามารถเผยแพร่ในประเทศไทย เพราะจะสร้างอันตรายอย่างใหญ่หลวง และสร้างความขุ่นเคืองให้กับทหารบางส่วน เรามีความเสียใจ แต่การถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยโดยปราศจากการพูดถึงระบอบกษัตริย์ถือว่าเป็นการดูหมิ่นสถาบันอันสำคัญของชาติ

เหนืออื่นใดทั้งหมด การถกเถียงกันในประเทศไทยควรรวมถึงหัวข้อทั้งหมดนี้ – ตามที่เคยเกิดขึ้นในยุค ๒๔๗๕ การเมืองของประเทศที่จมปลักในปัจจุบันนี้ ดูเหมือนจะแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะส่วนหนึ่งมาจากการถูกห้ามให้มีการถกเถียงว่าจะต้องทำอะไร แต่ยังมีทางออก หากจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากความนิยมโดยชอบธรรม ซึ่งเป็นการเกี่ยวพันกับการกระจายอำนาจออกจากมือคนกรุงเทพ ให้ลงไปสู่ประชาชนจากทุกภูมิภาค เช่น ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวจากผู้ปกครองทั้งหลาย – ความรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้ นอกเหนือจากความตึงเครียดด้านเชื้อชาติ หรือด้านศาสนา คือต้นเหตุแห่งความไม่สงบที่นองไปด้วยเลือดในเขตจังหวัดภาคใต้ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และ “การแก้ปัญหาแบบไทยๆ” ที่แท้จริงยังมีความหมายเป็นนัยว่า ระบอบกษัตริย์ควรอยู่เหนือการเข้าแทรกแซง หรือมีอิทธิพลทางการเมืองอย่างแท้จริง

เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อราชวงศ์เอง เริ่มได้ยินเสียงเรียกหาให้เป็นสาธารณรัฐ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความเคารพต่อองค์กษัตริย์ ระบอบกษัตริย์ในมาเลเซีย และในกัมพูชาได้สูญเสียอิทธิพลอย่างเจ็บปวดให้กับคนธรรมดาสามัญที่ได้รับความนิยม และเมื่อเวลาที่พระราชวงศ์แห่งเนปาลตื่นจากบรรทมขึ้นมา พบว่าตัวเองกลายเป็นสามัญชนของสาธารณรัฐ ดังนั้น เพื่อความอยู่รอด ระบอบกษัตริย์จะต้องมีชัยจากการถกเถียง ไม่ใช่จากการห้ามการถกเถียง และจะเป็นการดีกว่าสำหรับประเทศไทย หากมีการถกเถียงภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์อันทรงเป็นที่เคารพของปวงชนซึ่งมีความจริงใจ อุปสรรคที่ขัดขวาง และความทุกข์ยากลำบากในทุกวันนี้ ยิ่งเพิ่มความยากแค้นแสนเข็ญในการตามหาจิตวิญญาณแห่งชาติไทย

Advertisements
5 ความเห็น leave one →
  1. ตรงไปตรงมา permalink
    วันพฤหัส 25 มีนาคม 2010 05:16 น.

    สุดยอด ยอมรับความจริงซะ
    มัวแต่ โปรปากานดา
    มัวแต่ ก้าวก่ายคุมเชิง
    มัวแต่ ทะเลาะกันแบบไทยๆ
    โลกทั้งโลกเขาพากันไปไกลแล้ว

  2. joojee permalink
    วันศุกร์ 26 มีนาคม 2010 03:52 น.

    เจาะลึกถึงหัวไจสี่ห้อง
    ตื่นเถิดชาวไทย ยังไม่สายสําหรับ ลูกหลาน

  3. koo eng permalink
    วันศุกร์ 26 มีนาคม 2010 06:52 น.

    Try to be the British monarchy , just let them get on with it . Queen Elizabeth 2 is love by millions and who doesn’t know her, there is no law to force in loving her and people can make fun of her no doubt . I have never heard that anyone has been jailed for criticize her and her family, and yessssssss she is special too.

  4. ชาวบ้าน ต้องการความสงบสุข permalink
    วันพุธ 31 มีนาคม 2010 04:17 น.

    ผมว่าการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดนะครับ
    เลิกชุมนุม เลิกก่อความเดือดร้อนให้ประเทศชาติ และ ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับพวกท่าน พวกทหารเค้าจะได้กลับไปปฎิบัติหน้าที่ ที่่มันสร้างสรรค์กว่านี้ แล้วพวกท่านที่มาชุมนุมกันก็ไปทำมาหากิน หรือถ้าไม่มีรายได้ก็ไปลงทะเบียนคนว่างงานกับกรรมแรงงาน เดี๋ยวเค้าจะหางานที่สุจริตและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ให้ทำ…

Trackbacks

  1. Tweets that mention ดิอิโคโนมิสต์: การคุมเชิงทางการเมือง – การต่อสู้เพื่อประเทศไทย « Liberal Thai -- Topsy.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: