Skip to content

ดิอิโคโนมิสต์: แดงฉานดั่งทะเลเดือด

วันอังคาร 16 มีนาคม 2010

Red tide
March 15, 2010
ที่มา – The Economist online
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

อีกครั้งที่ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลต้องออกมาสู่ท้องถนน


สี่ปีแห่งความวุ่นวาย ได้เกิดการยกระดับการประท้วงบนท้องถนนในกรุงเทพ การเดินขบวนเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มีนาคมนี้ เป็นหนึ่งในการแสดงพลังอันแข็งแกร่งที่ช่างน่าประทับใจ ผู้ประท้วงเสื้อแดงจำนวนแสนกว่าคนยืนท้าแสงแดดอันร้อนเปรี้ยง เพื่อฟังโฆษกคนแล้วคนเล่าออกมาโจมตีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และศักดินาอำมาตย์ที่แต่งตั้งเขาขึ้นมา พวกเขาต่างเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่ง และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันจันทร์ อภิสิทธิ์ปฏิเสธคำเรียกร้องนั้นออกมาจากค่ายทหารซึ่งเขาใช้เป็นที่หลบภัย เนื่องจากความหวาดกลัวต่อสวัสดิภาพของเขา

คำปราศรัยที่เป็นหัวใจของการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นมาจากทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งถึงสองครั้ง และกำลังอยู่ในระหว่างการลี้ภัย โดยผ่านทางวิดีโอลิ้งค์ ทักษิณปฏิเสธที่จะจากไปอย่างเงียบๆ นับตั้งแต่วันแรกที่กองทัพปล้นอำนาจของเขาในปี ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะที่หมิ่นเหม่ การทำรัฐประหารปูทางให้ศาลออกคำสั่งยึดทรัพย์สินของทักษิณจำนวน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนเสื้อแดงของเขาออกมาประท้วงรอบใหม่นี้ ก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำสั่งยึดทรัพย์ในเดือนกุมภาพันธ์นั้น เสื้อแดงใช้เวลานานนับเดือนตระเตรียมรวบรวมมวลชนจากชนบททางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทักษิณยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ ในการปราศรัยครั้งนี้ของทักษิณ เขาเรียกร้องให้กองทัพอย่าทำอันตรายใดๆกับประชาชน และปฏิเสธเรื่องการถูกขับไล่ออกจากดูไบ ซึ่งเป็นบ้านหลังใหม่ของเขา

สื่อที่เอาแต่โหมไฟของกรุงเทพ และข้าราชการบางคนต่างป่าวร้องว่าการชุมนุมจะเสี่ยงต่อการนองเลือด การประท้วงที่คล้ายคลึงกันเมื่อเดือนเมษายนครั้งที่แล้วได้แปรไปสู่ความอลหม่าน ส่งผลให้กองทัพเคลื่อนกำลังเข้ารักษาความสงบ แกนนำเสื้อแดงกล่าวว่า พวกเขาเรียนรู้จากบทเรียนนั้น และคอยย้ำเตือนให้ใช้วิธีอหิงสาเพื่อการเปลี่ยนแปลงนั้น แทบจะไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงอันตรายใดๆในขณะที่ผู้ประท้วงออกมาทั้งเต้น และร้องเพลงบนถนน จำนวนผู้มาชุมนุมน้อยกว่าที่ผู้จัดชุมนุมเคยสัญญาว่าจะเป็นการ “เดินขบวนของมวลชนคนนับล้าน” แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครใส่ใจในเรื่องนี้

ด้วยแรงใจอันฮึกเหิมส่งสัญญาณว่าจะมีการแตกหักในวันจันทร์ เมื่อเสื้อแดงพยายามเพิ่มการบีบคั้นอภิสิทธิ์ด้วยการชุมนุมอย่างดาวกระจายทั่วพระนคร เมื่อวันจันทร์เสื้อแดงกลุ่มหนึ่งได้เคลื่อนขบวนล้อมค่ายทหารซึ่งอภิสิทธิ์ และคณะได้หลบไปตั้งมั่น หลังจากที่กองกำลังอารักขาสร้างความขายหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ไม่สามารถปกป้องบ้านพักของนายกรัฐมนตรีได้ ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นการปักหลักของอภิสิทธิ์ในค่ายทหารว่า เป็นการยืนยันเรื่องที่พวกเขาเคยอ้างว่าอภิสิทธิ์เป็นหนี้บุญคุณนายพลทหารทั้งหลาย ซึ่งไม่เคยมีความคิดที่จะวางมือกับการกุมบังเหียนของประเทศไทย ภายใต้กฎหมายความมั่นคงซึ่งออกโดยอดีตรัฐบาล คมช. กองทัพยังคงชื่นมื่นกับอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จที่จะใช้ในการปราบปรามผู้ประท้วง หากสถานการณ์เป็นใจ

อภิสิทธิ์เคยกล่าวว่า เขาไม่มีแผนที่จะลาออก และไม่คิดที่จะปราบปรามการชุมนุม “อย่างสงบ และอยู่ในระเบียบ” แต่ในวันจันทร์การประท้วงดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นความรุนแรงมากขึ้น เมื่อมีการยิงระเบิดเข้าค่ายทหารอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งยังจับมือใครดมไม่ได้ แต่อภิสิทธิ์รู้แก่ใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการประท้วงทางการเมืองของประเทศไทยว่า หากมีใครทำอะไรอย่างเลยเถิด รัฐบาลของเขาดูเหมือนจะใช้วิธีจู่โจมแบบประจันหน้าจนถึงการนองเลือด นี่คือสาเหตุที่ทำไมอภิสิทธิ์จึงยกเลิกการเดินทางไปออสเตรเลียในวันสุดสัปดาห์นี้: เพื่อปักหลักอยู่ในประเทศไทย และคอยจับตามองการชุมนุม

เมื่อไม่กี่วันมานี้ เสื้อแดงได้เคลื่อนขบวนบนท้องถนนเข้ากรุงเทพ ด้วยเส้นทางที่คลาคล่ำไปด้วยรถกระบะ รถโดยสาร และรถยนต์ ผ่านด่านตรวจของตำรวจหลายจุด และดูเหมือนตำรวจจะต้องทำงานอย่างล้นมือในการตรวจรถทั้งหลาย ในขณะที่ขบวนรถเคลื่อนเข้าใกล้ใจกลางกรุงเทพ เสียงโห่ร้องแสดงความเห็นใจดังสนั่นมาจากคนบนสะพานลอย เสื้อแดงดูคล้ายกับผู้ปลดแอก ผิดกับทหารซึ่งมีภาพเป็นผู้รุกราน จนขณะนี้ผู้ประท้วงดูเหมือนจะไม่สามารถปิดตายเมืองหลวงลงได้ ซึ่งปิดได้แต่เพียงแค่บางจุดเล็กๆในกรุงเทพ

บรรยากาศดังกล่าวเหมือนจะมีนัยยะว่า คงเป็นเรื่องง่ายที่จะลดความแตกแยกทางการเมืองระหว่างชาวชนบท และชาวกรุง ซึ่งทักษิณได้นำมาใช้ในขณะที่อยู่ในอำนาจ โดยการแจกจ่ายนโยบายประชานิยมต่างๆ ความแตกแยกในเวลานี้ยังรวมไปถึงความแตกแยกทางชนชั้น ทางภูมิภาค และที่เพิ่มขี้น คือทางด้านอุดมการณ์ เป็นการยากที่จะหาทางปรองดองกันได้ในเมื่อยังมีเดิมพันเต็มหน้าตัก มีหลายคนในกรุงเทพรู้สึกว่าทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม – และคิดว่าพวกเขาไม่ได้รับความชอบธรรมเช่นกัน จะอีกนานเท่าไรที่พวกเขา และผู้ประท้วงจะต้องเตรียมตัวกดดันจนถึงจุดเปลี่ยน เพื่ออนาคตในวันข้างหน้าที่สดใสมากยิ่งขึ้น

Advertisements
7 ความเห็น leave one →
  1. อะไรจ๊ะ permalink
    วันอังคาร 16 มีนาคม 2010 16:57 น.

    ประชาชนย่อมเป็นเจ้าของแผ่นดินและอำนาจที่แท้จริง!!

    • ICT permalink
      วันอังคาร 16 มีนาคม 2010 19:35 น.

      IT block by Thai ICT.

  2. Proxy permalink
    วันอังคาร 16 มีนาคม 2010 19:30 น.

    โดนICTบล็อกไปแล้ว

  3. joojee permalink
    วันพฤหัส 18 มีนาคม 2010 03:08 น.

    เกลียดชิก พวกโง่แต่ขยันบล้อก
    แต่ตรูดูใด้

  4. ทาสสยาม permalink
    วันพฤหัส 18 มีนาคม 2010 16:45 น.

    พวกคนกรุงเทพส่วนหนึ่งจัดได้ว่าเป็นจำพวกคนที่ “สมองกลวง” หรือ “พวกลากมากไป”
    คิดแยกแยะเองไม่เป็น เราหนึ่งคนแหละที่เมื่อก่อนไม่อยู่ทั้งเหลืองและแดง แต่รักสถาบันสุงสุดของไทย วัน 60ปีกดขี่คนไทย ในตอนนั้นเราก็ปลาบปลื้มน้ำตาไหล อินไปกับเค้า กับกระแสที่ทักษิณสมัยนั้นเป็นายก ได้ฝากผลงานไว้ด้วยการปลุกกระแสคลั่งไคล้เป็นไข้เหลืองกันทั้งประเทศ แต่สุดท้ายเหมือนนักโทษฉกาจ ต้องลี้ภัยไปต่างแดน แม้แต่แผ่นดินเกิด และที่ตนสร้างคุณความดีทิ้งไว้ไม่น้อย ต้องกลายเป็นไม่มีแผ่นดินจะเหยียบ เพราะอะไรเหรอ ก็เพราะเริ่มมาจากคนโฉดชั่วที่เสียผลประโยชน์ ที่เข้าถูกทางจนได้แบ็คดี เป็นเครื่องการันตีความชั่ว ออกมาโจมตีให้ร้ายโดยใส่ร้ายป้ายสี ดึงสถาบันมาอ้างเพียงเพื่อทำลายความน่าเชือถือเค้า ชนิดถอนรากถอนโคนไม่ให้ได้ผุดได้เกิด แล้วส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า งานไหนงานนั้น ใครออกมาก่อนก็ย่อมจะชิงความได้เปรียบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ชิงความได้เปรียบ ประกอบกับคนไทยที่มักจะถูกมอมเมาเรื่องนิยายสร้างภาพซึมซับสมองมาตั้งแต่เกิด ทางสื่อ หรือแม้แต่ตำราเรียน ว่าสถาบันนั้นสำคัญไฉน แม้แต่ขี้ท่านใครว่าเหม็นก็โดนแล้วเจ็ดชั่วโคตร ขี้ท่านก็ต้องหอมเสมอนา นี่คือคนไทยที่ฝังรากลึก
    จากความไม่เป็นธรรม สองมาตรฐานเด่นชัดขนาดนี้ ถ้าคนฉลาดไม่โง่งมงาย ก็ย่อมต้องมองออกว่าที่มันทำกับเค้านั้น เกินไป เราๆท่านๆเคยนึกหรือลองถามตัวเองมั๊ยว่า ถ้าเป็นท่านเอง ถูกกระทำเยี่ยงนี้ จะรู้สึกอย่างไร นิ่งดูดายได้มั๊ย
    คนชื่อทักษิณให้อะไรประเทศชาติบ้างทั้งรูปธรรม นามธรรม นี่แหละคือสิ่ง ที่คนไทยรอคอยมานานแล้ว ตั้งแต่เกิดมาจนผมอายุเข้าห้าสิบแล้ว ยังไม่เคยเห็นมีคนไหนที่สามารถมาสร้างสิ่งที่คนไทยรอคอย ให้ความกินดีอยู่ดีกับคนจนได้ทั่วถึงภายในระยะเวลาสามสี่ปีนี้เลย คนดีมีกึ๋นก็ไปแล้วหนึ่งท่าน ทิ้งไว้แต่สิ่งดีๆให้คนไทยได้นึกถึง แต่จะสักกี่คนล่ะ ที่จะนึกได้ว่า นี่แหละ ถนนวงแหวน เกือกม้า หรือแม้กระทั่งแฟลตตำรวจ เป็นผลงานของคุณสมัคร ผู้ทีต้องคำพิพากษาว่า ผิด ด้วยการแปลความจากพจนานุกรม น่าขัน กฎหมายเมืองไทย เช่นนี้แล้ว Case Study ที่พวกนักกฎหมายเรียนกัน จะยกกฎหมายข้อไหน หลักการไหนมาให้คำอธิบายแก่ลูกศิษย์ได้
    เอาเถอะความจริงก็คือความจริง สักวันความจริงย่อมต้องลอยอยู่เหนือน้ำ ไม่เหมือนพวกทำตัวเป็นบัวใต้น้ำหรอก ไม่มีวันที่จะได้โผล่ขึ้นมารับแสงเดือน แสงตะวันกับเค้า ตกเป็นเหยื่อของคนที่กดขี่ประชาชนเยี่ยงทาสต่อไป ทั้งที่เค้าได้ประกาศเลิกทาส ไปแล้ว แต่คนไทยอีกหลายคนกำลังรักและเต็มใจที่จะกลับไปเป็นทาสเค้าอีก…..

  5. เป็นไท permalink
    วันศุกร์ 19 มีนาคม 2010 05:22 น.

    เห็นด้วยกับทาสสยามครับ

    เยี่ยมไปเลย

  6. Buggy permalink
    วันเสาร์ 20 มีนาคม 2010 06:37 น.

    เยี่ยมตรงไหน แล้วจะไปเยี่ยมใคร งง. แล้วเท่าที่รู้มาทาสก็ถูกยกเลิกไปตั้งแต่สมัย ร.5 เหลือก็แต่พวกที่กำลังตกเป็นทาสของอำนาจเงินตรา ที่ถูกแจกจ่ายมา โดยไม่เห็นแก่ ที่ต่ำที่สูง ดึงเอาสถาบันสูงสุดเข้ามาเกี่ยวข้อง ประมาณว่าไม่มีทางจะหนีแล้วเลยพาล เปรียบดั่งสุนัขบ้าจนตรอก ไม่รู้จักทดแทนบุญคุณแผ่นดิน มัวแต่จูงจมูกเพื่อทำให้เกิดความแตกแยก แล้วยังมามีหน้ายกศักดินาของตนว่าเป็น จ้าว โดยมิได้พิจารณากำพืดของตนเอง ว่ามาจากราชวงศ์สายไหน ไม่รู้สึกละอายแก่ใจกันบ้างเลยน่าจะสิ่งที่น่าสมเพศหากวงศ์ตระกูลของตนถูกตราน่าว่าเป็น กบฎ หรือมีส่วนสนับสนุนการทำการ กบฎ คิดว่าตนฉลาด(แกมโกงมากกว่า) แต่ความจริงแล้วความฉลาด มิได้มีสิ่งใดมาวัดได้ว่าใครมากกว่าใคร ความกตัญญูนี่สิ น่าจะเป็นสิ่งที่น่าจะคำนึงมากกว่า น่าสงสาร แต่ก็อีกแหละไม่มีใครตอบได้ว่าสีไหนถูกหรือผิด เอาอะไรเล่ามาตัดสิน เว้นแต่เอาความรู้สึกและความเห็นชอบของตนเป็นใหญ่ สิ่งเดียวที่จะบอกได้ว่าถูกหรือผิดก็เห็นๆกันอยู่
    การที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง น่าจะเป็นสิงที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: