Skip to content

แมวไล่จับหนูในประเทศไทย

วันอังคาร 23 กุมภาพันธ์ 2010

Cat and Mouse in Thailand
February 21, 2010
By Nirmal Ghosh, Thailand Correspondent
ที่มา – The Straits Times
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (เอฟซีซีที) แน่นขนัดไปด้วยผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายของ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมบรรยายประกอบด้วย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรี และขณะนี้เป็นนักวิเคราะห์การเมืองซึ่งได้รับความนับถือเป็นอย่างมาก และ เฟเดอริโก เฟอราร่า ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ บล็อกเกอร์ และผู้เขียนหนังสือออกใหม่ “ประเทศไทยที่ไร้สติ”

จำนวนผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายสะท้อนให้เห็นความวิตกต่อการเมืองที่มีความตึงเครียดมากขึ้น ก่อนถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์ที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ว่ารัฐมีความชอบธรรมหรือไม่ที่จะยึดทรัพย์สินประมาณ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

ทหารเข้าเสริมตำรวจโดยการส่งกองกำลังเข้าคุมพื้นที่รอบกรุงเทพ มีการแสดงกำลังจากฝ่ายต่างๆของเสื้อแดง นปช. เช่นกัน – แม้แกนนำจะออกมาชี้แจงว่า การชุมนุมนั้นจะไม่มีความรุนแรงใดๆ

แต่บุคคลสำคัญต่างๆของรัฐบาลได้เรียงทัพดาหน้ากันออกมา เพื่อสร้างความเขย่าขวัญสั่นประสาทให้กับกลุ่มเสื้อแดง

ศ.เฟอราร่า กล่าวที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศฯว่า “ดูเหมือนว่าประชาชนทั้งสองฝ่ายต่างมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์นี้ในระดับหนึ่ง แต่ละฝ่ายต่างคิดคำนวณผลลัพธ์ของตัวเอง ท่าทีของรัฐบาลในเรื่องนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาเลย”

“การปล่อยข่าวลือ และการสร้างภาพให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายนั้น เราจะได้ยินจากหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการลอบยิงระเบิดอย่างลึกลับ ดูเหมือนจะเป็นยุทธวิธีแบบเดิมๆ”

“เหตุการณ์ทั้งหลายแหล่นี้เกิดขึ้นในประเทศนี้มาเป็นเวลา ๓๕ ปี คุณสร้างความขุ่นเคืองให้กับคนที่ค่อนข้างเป็นกลาง คุณสร้างความกลัวจนถึงขนาดที่ว่า ถ้ามีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ระบบถูกทำลาย เมื่อถึงเวลาที่กองทัพอาจเข้ายึดอำนาจ พวกเขาจะได้ถูกมองว่า เป็นฝ่ายที่เข้ามาจัดระเบียบและปกป้องความสามัคคีในชาติ ไม่ใช่เป็นฝ่ายที่ล้มล้างระเบียบและความสามัคคีของชาติ เหมือนกับที่พวกเขาเคยทำมาในระยะ ๓๕ ปีที่ผ่านมา”

“มันคล้ายกับเกมแมวไล่จับหนู มีการใช้วิชามารหลอกล่อ มีการแก้เกม และไม่มีใครที่จะทราบอย่างแน่ชัดว่า เหตุการณ์จะออกหัวออกก้อยอย่างไร”

ท่ามกลางความวุ่นวายสับสนของวังวนทางการเมืองนั้น จะเห็นภาพความขัดแย้งกันเองในเมืองหลวง แม้ว่ารัฐบาลตะวันตกต่างๆจะออกข่าวเตือนให้ระมัดระวังในเรื่องการท่องเที่ยว แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ทุกอย่างจะเป็นปกติ นักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลเข้ามา และโรงแรมถูกจองเต็ม

ผมเป็นพิธีกรในการสัมมนาในค่ำคืนนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความชื่นมื่น และมีการปะทะคารมเป็นบางครั้ง ต่อมาในภายหลัง ผมได้ลบบทความบางส่วนของผมออกไป ซึ่งจะไม่ลงปรากฏในรายงานข่าวฉบับตีพิมพ์ของเดอะเสตรทไทม์

ดร.ปณิธาน ด้วยหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ค้ำคอ เขากล่าวว่า ได้ถูกสั่งมาว่าให้พูดให้น้อยที่สุด แต่เขาได้พูดค่อนข้างมาก และกล้ารับมือกับคำถามทั้งหมด เรียกเสียงหัวเราะได้บ่อยครั้ง และหลายครั้งที่กระทบเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจ ซึ่งทำให้ผู้ฟังถึงกับนั่งเงียบ

เขากล่าวว่า “สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาแห่งการปรับเปลี่ยนขั้นพื้นฐานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง”

“มันเป็นเช่นนี้มาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นวันตัดสินหรือไม่ (ประเทศไทย) ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และทางด้านอื่นๆอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายๆปีที่จะมาถึง”

“เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ..ชีวิตดังกล่าวที่กำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย เราต้องพร้อมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และผมเชื่อในความยืดหยุ่นของคนไทย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ผ่านยุคที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก..และทุกครั้งคนไทยรอดพ้นมาและเกิดสังคมใหม่ซึ่งเข้มแข็งกว่าเก่า”

เขากล่าวว่า “มิตรต่างๆ” ของประเทศไทยไม่ควรที่จะขาดความเชื่อมั่น เขากล่าวว่า “ผมไม่ทราบว่าคุณจะชอบกันหรือไม่ แต่เราจะพัฒนาขึ้นมา ตามแบบไทยๆ”

“ผมไม่ทราบว่าเราจะแก้ไขความแตกต่างของเราได้หรือไม่ อาจใช้เวลาเป็นปีๆ หรือแม้แต่เป็นทศวรรษก่อนที่เราจะสามารถจัดการในเรื่องความแตกต่างของเราได้ แท้จริงแล้วความแตกต่างเหล่านี้เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย เราเพียงแต่ต้องรู้จักรับมือด้วยวิธีสันติ และความเป็นระเบียบ”

“เรารับรู้ว่าความแตกต่างยังคงมีอยู่ต่อไป เรามีจุดประสงค์ในเรื่องความสันติและความเป็นระเบียบ เราจะไม่มองหาวิธีในการแก้ปัญหาความแตกต่างทางการเมืองในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี้ เราจะเรียกร้องให้มีการรักษาความสงบ และความมั่นคง”

และเมื่ออ้างถึงความรุนแรงบนท้องถนนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และความรุนแรงในภาคใต้ ปณิธานยอมรับว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ “ผิดปกติ”

เขากล่าวว่า “ผมคิดว่า เรากำลังอยู่ในระหว่างสงคราม แต่เป็นสงครามในรูปแบบอื่น”

Advertisements
One Comment leave one →
  1. แดงซ่า permalink
    วันเสาร์ 6 มีนาคม 2010 14:04 น.

    สังคมไทยไม่ใช่แค่ผิดปกติน่ะครับ แต่มีพวกวิปริตครองเมืองเสียด้วย

    เวรกำ อนาคตประเทศไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: