Skip to content

ภาษี ความมั่งคั่ง และองคมนตรี

วันพุธ 17 กุมภาพันธ์ 2010

Taxes, wealth and privy councilors
February 16, 2010
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

แถวยืน ๑. นายศักดา โมกขมรรคกุล ๒. หม่อมราชวงศ์เทพ เทวกุล ๓. นายจำรัส เขมะจารุ ๔. นายสวัสดิ์ วัฒนายากร ๕. นายพลากร สุวรรณรัฐ ๖. นายอำพล เสนาณรงค์ ๗. พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ๘. นายเกษม วัฒนชัย แถวนั่ง ๑. หม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ๒. พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ ๓. พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา ๔. นายเชาวน์ ณ ศีลวันต์ ๕. พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ๖. นายธานินทร์ กรัยวิเชียร ๗. พลเรือตรี หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช ๘. นายจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ๙. พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์

จากบางกอกโพสต์ (วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) บทบรรณาธิการของอติยา อัชชะกุลวิสุทธิ์เริ่มด้วยการคร่ำครวญไม่ต่างกับพวกพันธมิตรโดยการพิรี้พิไรว่าเธอจ่ายภาษี ในขณะที่นักการเมืองต่างร่ำรวยเอาๆ และมีการจัดแบ่ง “งบประมาณต่างๆของรัฐ” แน่ละ ถ้าพูดเป็นเปอร์เซ็นต์จากรายได้ และจากฐานะแล้ว ผู้จ่ายภาษีหนักที่สุดน่าจะเป็นคนไทยที่ยากจน และเมื่อคิดถึงความอยุติธรรมในอดีต ที่ชาวกรุงเคยได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลกับระบบเก็บภาษีข้าวแบบถอยหลัง คนไทยทุกคนจ่ายภาษีในหลายรูปแบบ แต่ดูเหมือนผู้ที่รวยที่สุดเป็นผู้ที่มีโอกาสเลี่ยงภาษีมากที่สุด

อติยาดูเหมือนจะให้เหตุผลค่อนข้างหนักแน่นเมื่อเธอโอดครวญว่า นักการเมืองดูเหมือนจะมีแต่ร่ำรวยขึ้นตลอดเวลา บางครั้งก็คล้ายกับคำถามที่ว่าไก่หรือไข่ที่เกิดก่อนกัน ก็เหมือนกับที่อื่นๆที่ว่า คนรวยดูเหมือนจะมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ทำงานด้านการเมือง ไม่ใช่จะไม่เห็นด้วยกับการที่ว่า นักการเมืองดูเหมือนจะเป็นผู้ให้สินบาทคาดสินบน แต่สิ่งที่เธอมองข้ามไปคือ มีคนจำพวกอื่นซึ่งมีความช่ำชองในการแอบซ่อนเงินที่ปล้นสะดมมานี้ เธอไม่กล่าวถึงการทุจริตอย่างมโหฬารโดยการทำความตกลงทางธุรกิจแบบส่วนตัวในประเทศไทย หรือการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกองทัพอย่างไม่ขาดสาย ที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นโฉ่ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นยุค ค.ศ. ๑๙๕๐ และอติยายังไม่มีการกล่าวถึง “ฐานะพิเศษ” ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของราชวงศ์แม้แต่น้อย

ผลของการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ลำพังแค่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็ทำให้ราชวงศ์ไทยเป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ร่ำรวยมากที่สุด และทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินนี้ไม่ต้องเสียภาษี รวมไปถึงเงินจำนวนมหาศาลจากการทูลเกล้าฯถวายโดยเสด็จพระราชกุศลของพระราชวงศ์ มีใครทราบบ้างว่าเป็นจำนวนเท่าไร และเงินหายไปไหน แล้วไหนจะความมั่งคั่งส่วนพระองค์ของแต่ละสมาชิกในราชวงศ์ โพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ (พีพีที) ไม่เคยรับรู้ว่าว่ามีการทำวิจัยในเรื่องนี้หรือไม่ และโดยเฉพาะเงินอันมีค่าเป็นพิเศษของผู้เสียภาษีอย่างอติยา ที่ถูกรวมลงไปในทรัพย์สินอันมหาศาลอย่างน่าอัศจรรย์ของพระราชวงศ์

อติยาอาจกล่าวว่าการให้การสนับสนุนราชวงศ์นั้นมีค่าควรกว่าที่จะสนับสนุนการใช้เงินอย่างอีลุ่ยฉุยแฉกตามอำเภอใจของนักการเมือง เพราะราชวงศ์นั้นมีการกระทำทุจริตที่น้อยมาก ก็เวลานี้ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด มีเพียงแค่ข่าวลือนี่นั่น ขณะเดียวกันการใช้พระราชทรัพย์จากเงินภาษี และจากเงินโดยเสด็จพระราชกุศลนั้นขาดความโปร่งใส และไม่มีใครสามารถอ้างได้ว่า พระราชทรัพย์จำนวนมหาศาลนี้ถูกใช้ตามพระราชประสงค์อย่างฟุ่มเฟือยเช่นไร ไปกับแฟชั่นสุดหรู การเสด็จประพาสต่างประเทศ และความหรูหราในส่วนพระองค์อื่นๆ ไม่มีใครกล้าที่จะถามปัญหาเหล่านี้ อย่าว่าแต่การโอดครวญอย่างที่อติยามีต่อนักการเมืองเลย

อติยายังได้กล่าวถึงสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ในเวลาที่สุรยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีดูเหมือนจะ “อนาถา” เพราะทั้งตัวสุรยุทธ์ และภรรยาได้แจ้งทรัพย์สินว่ามีเพียงแค่ ๘๙,๗๐๐,๐๐๐ บาท พีพีทีจำได้ว่าเงินจำนวนนี้รวมไปถึงคอลเลคชั่นนาฬิกาสุดหรูปาเต็ก ฟิลิปป์ ทรัพย์สินที่แจ้งไว้อาจจะดูกระจอกเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ (หาอ่านได้บทความของอติยา) แต่เป็นไปได้อย่างไร กับอาชีพทหารจะสะสมเงินได้มากถึงขนาดนี้ แต่เราก็เดาได้

เมื่อมีการเปิดโปงเรื่องบ้านพักตากอากาศ และที่ดินเขายายเที่ยงซึ่งเคยเป็นของสุรยุทธ์ มีการกล่าวว่า มีคนมอบให้กับสุรยุทธ์ ก่อนหน้านี้ก็อ้างว่า บ้านพักตากอากาศที่สนามกอล์ฟก็มีคนมอบให้เช่นเดียวกัน มีข่าวลือหนาหูว่า มีคนให้รถยนต์ราคาแพงกับสุรยุทธ์ด้วยเช่นกัน ทำไมบุคคลที่อ้างว่า เป็นทหารอาชีพจึงได้รับของขวัญชิ้นโตขนาดนี้ จำได้หรือไม่ว่าในเวลาที่สุรยุทธ์ผงาดมีอำนาจมากที่สุด กองทัพเสื่อมเสียไปด้วยเรื่องทุจริต ตามพื้นที่ชายแดนเป็นแหล่งหากินของนายทหารระดับผู้บัญชาการที่ได้รับผลประโยชน์อย่างงดงาม และสุรยุทธ์เคยประจำชายแดนกัมพูชาเป็นเวลานานพอควร ในฐานะกองทัพไทยซึ่งสนับสนุนพอลพต และการค้าข้ามเขตแดนไม่ว่าจะเป็นอาวุธ เพชรนิลจินดา ไม้ซุง และอื่นๆ

กองทัพเสื่อมเสียด้วยเรื่องทุจริตในสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี และก่อนหน้านั้นเคยดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. เปรมรับตำแหน่งกรรมการแทบจะนับไม่ถ้วน ให้กับบางบริษัทที่ใหญ่ที่สุด และมีเส้นสนกลในมากที่สุดของประเทศไทย และหนึ่งในบริษัทดังกล่าวนั้นคือ ธนาคารกรุงเทพ เมื่อไม่นานมานี้เปรมถูกกล่าวหาจากเสื้อแดงว่า รับเงินจากนักธุรกิจหญิงคนหนึ่ง จำนวนเงินที่มีรายงานนั้นเกือบๆ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เนชั่น วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) คุณอาจพูดว่าแค่เงินก้อนประติ๋วเมื่อเทียบกับจำนวนเงินซึ่งอติยาได้กล่าวเอาไว้ ซึ่งบางรายการมากกว่าจำนวนนี้หลายพันเท่า

ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม วัชระ พรรณเชษฐ์ บุตรของกัลยาณี พรรณเชษฐ์ นักธุรกิจหญิงแห่งกลุ่มสิทธิผล เคยกล่าวไว้ว่าเงินจำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทที่มอบให้ประธานองคมนตรีนั้น เป็นเงินบริจาคให้วัดสวนแก้ว วัชระกล่าวว่า มารดาซึ่งทั้งร่ำรวย และมีอิทธิพลนั้นแค่ “ชอบบริจาคเงิน ยิ่งถ้าคนมาขอนั้น เป็นคนที่เธอให้ความเคารพด้วยล่ะก็” เขาอธิบายว่ามารดาของเขา “ส่งเป็นเช็คผ่านเปรมเพื่อสร้างอาคารพำนักในวัดสวนแก้วเมื่อปี ๒๕๔๖-๒๕๔๗ วัดได้สร้างอาคารมีมูลค่ามากกว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนตามต่างจังหวัดที่เข้ากรุงเทพเพื่อติดต่อธุรกิจ หรือหางาน”

วัชระ พรรณเชษฐ์ แสดงหลักฐานบริจาคเงินผ่านเปรม

วัขระ พรรณเชษฐ์ แสดงหลักฐานบริจาคผ่านเปรม

วัชระกล่าวว่า มารดาของเขา “มอบเช็คสี่ใบให้เปรม เช็คสองใบนั้นเป็นจำนวนเงิน ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่ละใบมีชื่อของผู้รับเหมาก่อสร้างลงชื่อกำกับ และทางวัดได้มอบใบโมทนาบัตรตอบรับการบริจาคพร้อมกับลายเซ็นของพระพยอมในนามเอ็มเอ็นเอชโฮลดิ้ง” วัชระยังได้แสดงภาพอาคารที่พักที่สร้างด้วย “เงินบริจาค” และสำเนาของ “เช็คสองใบที่สั่งจ่ายให้เปรม รวมถึงใบโมทนาบัตรของวัด”

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า เรื่องนี้มีเล่ห์นัย เมื่อวัชระถูกถามว่า ทำไมมารดาของเขาจึงไม่บริจาคเงินนี้ให้ทางวัดโดยตรง วัชระตอบว่ามารดาของเขา “ไว้ใจ พล.อ.เปรมว่าจะเป็นคนกลางของการบริจาคเงินทั้งหมด” จากนั้นพระพยอมได้ถูกนำมาอ้างด้วยคำพูดว่า “ในปี ๒๕๔๗ มีนายพลตรีท่านหนึ่ง ซึ่งอาตมาจำชื่อไม่ได้แล้ว อาสาจะสร้างอาคารที่พักสองหลังในพื้นที่ของวัด นายทหารคนนั้นบอกอาตมาว่า พล.อ.เปรมจะช่วยลงทุนในการก่อสร้าง แต่นายทหารคนนั้นก็ไม่ทราบว่าจะด้วยวิธีใด ทางวัดไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างใดๆ แต่หลังจากนั้นได้ใช้เงินในการซ่อมแซมประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท” เนชั่นยังได้รายงานว่า “อาคารสองชั้นขึ้นป้ายว่า จากเงินทุนของมูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์”

นี่อาจจะเป็นเพียงการเริ่มต้นของเรื่องนี้ และอาจจะกลายเป็นแค่เรื่องขี้ประติ๋ว ในขณะเดียวกัน เปรมได้รับเงินบริจาคมากหรือ ชี้แจงรายชื่อได้ไหม และเงินนั้นใช้ทำอะไรไปบ้าง เปรมร่ำรวยขึ้นมาเท่าไรจากการทำตัวเป็นผู้จัดการ โดยใช้ตำแหน่งสำคัญเพื่อเบียดบังเอาผลประโยชน์ใส่ตัว เป็นคำถามที่น่าสนใจ

แม้จะมีการทุจริตอย่างเป็นล่ำเป็นสันในบรรดานักการเมือง แต่การถกเถียงเรื่องความมั่งคั่ง อำนาจ และผลประโยชน์ที่ได้รับมาอย่างไม่ถูกต้อง เราไม่ควรที่จะละเลยพูดถึงบุคคลที่อยู่สูงเกินเอื้อมในสังคม และในธุรกิจ

Advertisements
8 ความเห็น leave one →
  1. rose permalink
    วันพุธ 17 กุมภาพันธ์ 2010 11:22 น.

    อำมาตย์เลวทำนาบนหลังคนจน นี่คือมะเร็งร้ายของประเทศชาติ

  2. joojee permalink
    วันพุธ 17 กุมภาพันธ์ 2010 23:44 น.

    สุนัขเฝ้าวัง ทําอะไรก็ไม่ผิด
    ต้องซื่อสัตว์กับนาย
    อ้ายนายมันก็ทําเป็นไม่รู้เรื่อง

  3. อะไรจ๊ะ permalink
    วันพฤหัส 18 กุมภาพันธ์ 2010 15:17 น.

    ดีใจจังที่เกิดมาทันได้เห็นการล่มสลายของระบอบอำมาตยาธิปไตย โรคตาสว่างนี่เค้าแร๊งงงงงงค์สุดๆอ่ะ 5555

  4. สวยมากมาย permalink
    วันพฤหัส 18 กุมภาพันธ์ 2010 18:12 น.

    การต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตยกับอำมาตยยาธิปไตยยังไม่มีที่ท่าว่าจะชนะ
    ตราบใดที่อำมาตย์มีทหารในมือ ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะด้วยวิธีใดก็ยังมองไม่เห็น
    แต่… การที่ทุกวันนี้ประชาชนคนธรรมดาสามารถลากเอาEเปรมลงมาคลุกเลนคลุกตม
    ลบหลู่เกียร์ติของมันให้อัปยศอดสูได้ ก็นับว่าสังคมพัฒนาไปมากแล้ว
    ขอให้ฝ่ายประชาธิปไตยมีความอดทน และมีกำลังใจ มองเห็นความคืบหน้าดังกล่าวด้วย

  5. วันศุกร์ 19 กุมภาพันธ์ 2010 11:47 น.

    ระบอบอำมาตย์ออกกฏหมายโดยการปฏิวัติ ระบอบประชาธิปไตยกฏหมายออกมาจากประชาชนโดยผ่านการเลือกตั้งสส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน ในปัจจุบันระบอบอำมาตย์ออกกฏหมายหลังการปฏิวัติรัฐธรรมนูญ2550 แล้วรัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นระบอบอำมาตย์ที่ไม่ผ่านระบอบการเลือกตั้งอ้างตัวว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยท่านสับสนหรือไม่ แค่นี้ก็สับสนทางความคิดแล้ว ผลการกระทำย่อมสับสนไปทั้งประเทศดูจากความวุ่นวายทางความคิดการเมือง ถ้าเราเป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตยจริงเราจะยอมรับกฏหมายที่ไม่ได้มาจากประชาชนได้อย่าง

  6. วันศุกร์ 19 กุมภาพันธ์ 2010 11:56 น.

    ประชาธิปไตยจริงต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่างของคนทุกคนโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เอาแต่เรียกร้องให้เกิดความสามัคคีเพื่อบังคับให้คนคิดเหมือนกัน นี่เป็นเส้นทางสู่หายนะ แต่หน้าที่ของผู้นำต้องเป็นคนตัดสินใจรับผิดชอบถูก-ผิด ถ้าตัดสินใจถูกคนในประเทศก็พบความสุขความเจริญ ตัดสินใจผิดมีแต่ความถดถอย วุ่นวาย/สับสน/แตกแยก สังคม/ประเทศไม่พัฒนา กรณีผู้นำก่อหนี้เพิ่ม 1.4 ล้านๆมีเงินใช้ก็สุขสบายชั่วครู่ แต่เมื่อถึงเวลาชำระหนี้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย จะหามาจากไหน ถ้าไม่ขูดรีดเอากับประชาชน

  7. วันศุกร์ 19 กุมภาพันธ์ 2010 11:57 น.

    กษัตริย์เป็นแม่ทัพเหล่าทหาร มีประชาชนเป็นฐานของบารมี ภาพที่เห็นวันเกิด/สิ้นปี มีเหล่านายทหารยึดองคมนตรีเป็นแม่ทัพให้ตนเอง มีบทบาทสั่งการได้เหมือนกษัตริย์ สั่งให้ยึดอำนาจใครก็ทำได้ เริ่มต้นมาจากนายทหารสิ้นคิด ลืมหน้าที่/บทบาทของตนเอง ที่อยากปกครองประเทศโดยการปฏิวัติครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้ประเทศถดถอย ลาว เวียดนาม จีน มาเลฯเริ่มเทียบเท่าเรา ดูลาวจากซีเกมส์ ดูจีน/เวียดนาม/มาเลฯจากสินค้าอุตสาหกรรม เมื่อก่อนเศรษฐกิจบ้านเราเทียบกับเกาหลีใต้ ตอนนี้เป็นอย่างไรครับ samsumg brand ติดตลาดทั่วโลก มีกำไร มากว่า sonyแล้ว หันมาดูประเทศไทยตอนนี้เป็นอย่างเริ่มต้นของปัญหามาจากการปฏิวัติทั้งนั้นแต่เหล่านายทหารกับไม่รู้สึกความผิดตนเอง อย่างนี้เรียกว่าโง่ใช่ไหมครับ แต่อยากมีหน้าที่ปกครองประเทศ ที่ทหารฝึกมามีความรู้เรื่องปกป้องประเทศ ไม่ใช่ปกครองประเทศ การปกครองประเทศสำหรับนักบริหารที่เขาเรียนมาและผ่านการฝึกฝน เรื่องคน มีผลงานพิสูจน์ได้ ประชาชนเลือกผู้นำเข้ามาปกครองผ่านระบอบประชาธิปไตย ระบอบนี้เท่านั้นที่ทั้งโลกพิสูจน์แล้วว่านำพาประเทศไปสู่ความเจริญได้

  8. วันพุธ 24 กุมภาพันธ์ 2010 16:58 น.

    อย่าเข้าใจผิดว่าองคมนตรี คือสถาบันกษัตริย์ อย่าเคารพนับถือผิดคน/ผิดเป้าหมาย ประชาชนไทยทุกคนทุกสีเสื้อ นับถือในหลวง ไม่ใช่องคมนตรี หรือคุณอภิสิทธิ หยุดแอบอ้างว่าใครจะล้มสถาบันโดยไม่มีหลักฐาน พูดลอยๆ เรียกว่าใส่ร้ายคนอื่นๆ ให้เสียหาย คุณรู้หรือไม่ คุณเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว มีอำนาจทุกอย่างถ้าเขาผิดก็จับติดคุกสิครับ แต่นี่คุณเอาผิดเขาแบบชัดเจนไม่ได้ ก็เลยหาเรื่องอื่นๆไปเรื่อยๆ เพื่อยัดเยียดให้เขาเป็นคนผิด มีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ ถ้ามีความผิดตามกฎหมายจริงอย่างชัดเจนผมว่าน่าจะจับติดคุกไปนานแล้ว ตามความจริงแล้วคุณใส่ร้ายคนอื่นผิดโดยที่เจ้าตัวไม่สิทธิพูดใช่หรือไม่ ต่อไปถ้าเป็นคุณ หรือครอบครัวคุณบ้างคุณจะรู้สึกอย่างไร ที่ถูกใส่ร้ายคิดมาก ไม่เป็นอันกิน อันนอน เพราะได้แต่คิดว่าเราทำผิดอะไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: