Skip to content

เรือดำน้ำลำแรกของมาเลเซียมีปัญหา

วันจันทร์ 15 กุมภาพันธ์ 2010

14 กุมภาพันธ์ 2553
ที่มา – Analayo


ปัญหาที่พบเกิดจากระบบระบายลมความกดอากาศสูง (High Pressure Air Cooling System) ครับ ถูกพบเมื่อเดือนมกราคมนี้ เป็นเวลา 3 เดือนหลังจากพบปัญหาที่ระบบหล่อเย็น (Sea Water Cooling System) ของเรือ ทำให้ DCNS ขยายเวลารับประกันออกไปจากที่จะหมดตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาไปจนเดือนพฤษภาคม แต่ตอนนี้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว

สำหรับเรือดำน้ำแล้ว ระบบ High Pressure Air Cooling System สำคัญเนื่องมาจากมันใช้ในการติดเครื่องยนต์ การอัดอากาศยิงตอร์ปิโดว์ การทำงานของไฮโดรลิกส์ และการดำขึ้นลงของเรือโดยใช้อากาศในถังเก็บอากาศครับ ซึ่งถ้าระบบนี้เกิดปัญหาแล้ว การดำขึ้นลงอาจจะมีปัญหา ซึ่งอาจจะทำให้มันดำแล้วไม่โผล่เลยด้วยซ้ำ ดังนั้น การสั่งหยุดการเดินเรือและซ่อมบำรุงจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ

ซึ่งในเดือนนั้นมาเลเซียจะทำการทดสอบยิงจรวด SM-39 ซึ่งเป็นจรวดโจมตีเรือรบที่ยิงจากเรือดำน้ำอีกด้วยครับ ส่วนการทดสอบยิงตอร์ปิโดวก็จะทำในช่วงหลังของปีนี้เช่นกัน

อีกปัญหาหนึ่งก็คือ มาเลเซียกำลังมีปัญหากับสัญญาในการให้การสนับสนุนและซ่อมบำรุงเรือดำน้ำทั้งสองลำนี้ครับ โดยมาเลเซียวางงบประมาณในการสนับสนุนเรือดำน้ำทั้งสองลำนี้ปีละ 600 ล้านริงกิต หรือราว 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะว่าจ้างบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัทฝรั่งเศสและมาเลเซียในการดูแล แต่ต่อมาค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้นมาก ซึ่งกองทัพเรือมาเลเซียต้องการให้ลดลงมาครับ

นี่เป็นปัญหาที่เราต้องให้ความสนใจนะครับถ้าเราจะจัดหาเรือดำน้ำมาประจำการ โดยเฉพาะปัญหาข้อหลัง ซึ่งเป็นเรื่องของการดูแลรักษาเรือดำน้ำให้คงสภาพความพร้อมรบอยู่ได้นาน ๆ การเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของคนอื่นน่าจะเป็นครูที่ดีครับ


มาเลเซียรับมอบเรือดำน้ำลำแรกเข้าประจำการ
30 มกราคม 2552

วันที่ 28 มกราคม 2552 กลายเป็นอีกวันหนึ่งแห่งความภาคภูมิใจของกองทัพเรือมาเลเซียครับ โดยกองทัพเรือมาเลเซียได้รับมอบเรือ KD Tunku Abdul Rahman ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้น Scorpene 1 ใน 2 ลำที่มาเลเซียสั่งซื้อในปี 2003 ณ เมืองเฌอบองช์ ประเทศฝรั่งเศสครับ การรับมอบนี้ทำให้มาเลเซียกลายเป็นชาติที่ 3 ของอาเซียนต่อจากอินโดนิเซียและสิงคโปร์ที่มีเรือดำน้ำทางทหารเต็มรูปแบบใช้งานในปัจจุบัน

ในปี 2003 มาเลเซียเซ็นสัญญามูลค่า 927 ล้านเหรียญเพื่อจัดหาเรือดำน้ำชั้น Scorpene ซึ่งเป็นเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าที่ผลิตโดยบริษัท DCNS ประเทศฝรั่งเศส และบริษัท Navantia ประเทศสเปน เรือเพิ่งเสร็จสิ้นการทดสอบขั้นสุดท้ายในทะเลซึ่งรวมถึงการทดสอบยิงตอร์ปิโดว์และจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ เมื่อเดือนธันวาคม 2008 ที่ผ่านมา และเดินทางกลับสู่มาเลเซียในเวลาต่อไป

Scorpene เป็นเรือดำน้ำพลังดีเซล-ไฟฟ้าที่มีระวางขับน้ำสูงสุดราว 2,000 ตัน ความเร็วสูงสุดบนผิวน้ำที่ 12 น็อต และ 20 น็อตในขณะดำ ดำน้ำได้ลึกที่สุด 350 เมตร มีพิสัยปฏิบัติการไกล 6,500 ไมล์ทะเล โดยสามารถติดตั้งระบบ AIP (Air independent propulsion) เพื่อที่จะทำให้เรือดำอยู่ใต้น้ำได้นานขึ้น Scorpene สามารถปฏิบัติการต่อเนื่องได้ถึง 50 วันพร้อมลูกเรือ 32 นาย เรือมีท่อยิงดอร์ปิโดว์ขนาด 533 มิลลิเมตรจำนวน 6 ท่อ ซึ่งสามารถยิงได้ทั้งตอร์ปิโดว์และจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ ซึ่งมาเลเซียสั่งซื้อตอร์ปิโดว์ Blackshark และจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำ Exocet SM-39 มาใช้งาน ปัจจุบันนอกจากกองทัพเรือมาเลเซียที่สั่งซื้อเข้าประจำการจำนวนสองลำแล้ว ยังมีกองทัพเรือชิลิที่มีใช้งาน 2 ลำ กองทัพเรืออินเดียซึ่งซื้อลิขสิทธิ์ไปต่อในประเทศจำนวน 6 ลำ และกองทัพเรือบราซิลเป็นชาติล่าสุดที่สั่งซื้อไปใช้งาน 4 ลำครับ

เรือดำน้ำทั้งสองลำคือ KD Tunku Abdul Rahman และ KD Tun Abdul Razak จะวางกำลังในฐานทัพเรือ ณ รัฐซาบาร์ ซึ่งเป็นฐานทัพที่สร้างขึ้นใหม่สำหรับเรือดำน้ำโดยเฉพาะ โดยกองทัพเรือมาเลเซียเริ่มสร้างฐานทัพนี้ในปี 2006 และก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีที่แล้วครับ โดยใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้นราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปัจจุบันกองทัพเรือของชาติอาเซียนกำลังจัดหาเรือดำน้ำรุ่นใหม่ที่ทันสมัยเข้าประจำการครับ นอกจากมาเลเซียที่มีเรือดำน้ำลำแรกของประเทศเข้าประจำการแล้ว ยังมีประเทศสิงคโปร์ที่จัดหาเรือดำน้ำชั้น Sjoormen มือสองจำนวน 4 ลำจากประเทศสวีเดนมาปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยจัดหาจำนวน 1 ลำในปี 1995 และอีก 3 ลำในปี 1997 และ นอกจากนั้นในปี 2005 สิงคโปร์ยังได้สั่งซื้อเรือดำนำมือสองชั้น Vastergotland จากสวีเดนจำนวน 2 ลำเพื่อทดแทนเรือชั้น Sjoormen บางลำที่จะถูกปลดประจำการลง โดยการปรับปรุงจะแล้วเสร็จพร้อมเข้าประจำการได้ในปี 2010 เป็นต้นไป นอกจากนั้นสิงคโปร์ยังพิจารณาที่จะเข้าร่วมการพัฒนาเรือดำน้ำกับสวีเดนอีกด้วย

ส่วนกองทัพเรืออินโดนิเซียที่ปัจจุบันมีเรือดำน้ำชั้น Type-209/1300 ซึ่งผลิตโดยประเทศเยอรมันเข้าประจำการจำนวน 2 ลำแล้วนั้น ในปี 2007 อินโดนิเซียยังได้สั่งซื้อเรือดำน้ำชั้น Kilo จากรัสเซียจำนวน 2 ลำเพื่อทดแทนเรือดำน้ำรุ่นเก่า โดยจะเริ่มรับมอบเรือลำแรกในปี 2009 นี้เช่นกันครับ

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: