Skip to content

กลุ่มต่อต้านรัฐบาลตั้ง “โรงเรียน” เพื่อเปิดหูเปิดตาชาวบ้าน

วันเสาร์ 13 กุมภาพันธ์ 2010

Anti-gov’t Movement Opens Rural Minds through ‘Schools’
February 10 , 2010
By Marwaan Macan-Markar
ที่มา – IPS
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

บ้านม่วง ประเทศไทย – การศึกษาผู้ใหญ่แบบใหม่นี้กำลังแพร่หลายไปยังเมืองไกลโพ้นที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำนา และเข้าร่วมการศึกษาเพื่อต้องการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกแยกอย่างหนัก ทั้งด้านการเมืองและทางสังคมของราชอาณาจักร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชายและหญิงมากกว่า ๗๐๐ คนที่บ้านม่วง เข้าร่วมในห้องประชุมของวิทยาลัยเทคนิคเอกชนอย่างแน่นขนัด ซึ่งอยู่ในจังหวัดสกลนคร ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เพื่อเข้าฟังการปฐมนิเทศ นักเรียนบางคนด้วยวัยตั้งแต่ต้น ๓๐ จนถึง ๗๐ กลางๆ ต่างมาอยู่พร้อมกันในที่นี่ บางคนก็เดินทางมาจากหมู่บ้านใกล้เคียง

ชุดที่พวกเขาแต่งมาร่วมฟังการสอนและร่วมการถกเถียงกันทั้งวันนี้ แสดงให้เห็นถึงศรัทธาทางการเมืองเอียงอยู่ด้านไหนของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ที่กำลังแตกแยกกันทางการเมืองโดยใช้สัญลักษณ์แห่งสี เสื้อแดง นปช. ที่รวมตัวกันทั้งหมด เป็นการเคลื่อนไหวประท้วงซึ่งเกี่ยวเนื่องอย่างแน่นแฟ้นกับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังลี้ภัย

สงกรานต์ ชุมพันสา เป็นหนึ่งในนักเรียนนี้ เธอเป็นชาวนาวัย ๓๙ ปี กลับมาสู่ห้องเรียนอีกครั้งหลังจากที่เธอสำเร็จการศึกษาระดับประถมเมื่อ ๒๕ ปีมาแล้วในวัย ๑๒ ปี เช่นเดียวกับคนอื่นๆในสังคมชนบทแห่งนี้

การขวนขวายเพิ่มเติมความรู้ของสงกรานต์ทำให้เธอเข้าร่วมโรงเรียนวันอาทิตย์นี้ มีมูลเหตุมาจากเหตุการณ์เดือนเมษายน ๒๕๕๒ เมื่อเกิดความโกลาหลในกรุงเทพจากการที่ฝ่ายสนับสนุน นปช. ได้ปะทะกับกองทัพไทย และถูกปราบปรามด้วยอำนาจของกองทัพที่เหนือกว่า

สงกรานต์ แม่ลูกสองกล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาเข้าโรงเรียน”

“หลังจากเมษาเลือดเมื่อปีที่แล้ว ฉันเริ่มเข้ามาร่วมกับเสื้อแดงอย่างเต็มตัว เพราะฉันต้องการมาเรียนรู้เรื่องความไม่ยุติธรรม และประเทศของเรานี้มันผิดพลาดที่ตรงไหน”

มุมมองของสงกรานต์สะท้อนให้เห็นจากการที่ ปัทมวรรณ ศรีวงศ์อุดรศิลป์ ที่ยอมทิ้งงานประจำวันอาทิตย์ในการดูแลสวนกล้วยไม้ของเธอ หยิบเสื้อแดงออกมาใส่ และเข้าร่วมฟังการสอนถึงความไม่ยุติธรรมทางการเมือง ทางสังคม และทางเศรษฐกิจ ที่ผู้ลงคะแนนเสียงชาวชนบทในประเทศไทยได้รับจาก เครื่องมือหากินทางการเมืองที่อยู่ในอุ้งมือพวกคลั่งเจ้า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพ

จากคู่มือประกอบการเรียน ๖๗ หน้า ที่ถูกแจกจ่ายให้นักเรียนอย่างสงกรานต์ และปัทมวรรณนั้น ไม่มีอะไรเหลือให้ข้องใจว่า “โรงเรียนประชาธิปไตย” ที่แกนนำ นปช. ตั้งชื่อไว้นี้ มีจุดประสงค์ที่ไกลเกินกว่าจะเชื่อมรอยแตกที่แยกลึกในทางการเมือง และสังคมของประเทศไทย คู่มือประกอบการเรียนซึ่งพรางด้วยสีชมพูปกอ่อนตอกย้ำสถาบันทางการเมืองของพวกคลั่งเจ้า หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “อำมาตย์”

“การแนะแนวทางการเมือง” บทที่ ๑ บรรยายไว้ว่า

“(ในสายตาของพวกอำมาตย์) คนไทยส่วนใหญ่นั้นไร้การศึกษา ถูกซื้อได้ง่าย และมีสำนึกด้านจริยธรรมต่ำ เป็นการไม่สมควรที่จะยอมให้ประชาชนชั้นต่ำเหล่านี้ รวมถึงชนชั้นต่ำที่ร่ำรวย ใช้อำนาจจากเสียงส่วนใหญ่นี้”

เป็นการอธิบายถึงทัศนะของ “อำมาตย์” ที่คิดอย่างไรต่อคะแนนเสียงของชาวชนบทส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนยากจน

คู่มือการเรียนบรรยายต่อว่า

“ประเทศไทยต้องทำลายการต่อสู้ที่อ้างเอาอำนาจของเสียงส่วนใหญ่มาใช้ ไม่ว่าจะ (ไร้ความเป็นประชาธิปไตย) แค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะต้องฆ่าคนเหล่านี้ไปมากเท่าไรก็ตาม”

ด้วยความพยายามที่จะให้ชาวชนบทที่ยากจนได้เข้าใจถึงจุดที่ว่า คะแนนเสียงนั้นเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และมีผู้ที่กำลังหาทางตัดทอนอำนาจนี้

นพ. เหวง โตจิราการ หนึ่งในแกนนำ นปช. หัวหอกในการจัดตั้งโครงการโรงเรียนนี้ขึ้นมาในการเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านรัฐบาล เพื่อสร้างความตื่นตัวทางการเมืองหาฝ่ายสนับสนุนเพิ่มขึ้น เขากล่าวว่า “ผมต้องการเปิดโปงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ในการปฏิบัติสองมาตรฐาน ความไม่ยุติธรรมทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ” เขากล่าวต่อว่า “เราพยายามที่จะให้ความรู้กับประชาชนถึงความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจว่าใครเป็นศัตรูที่แท้จริงของประชาธิปไตยของไทย”

และนี่คือบทบาทของครูสอนการเมือง ซึ่งทำให้ครอบครัวของนายแพทย์วัย ๕๘ ปีนี้ ต้องมายังจังหวัดนี้เมื่อวันอาทิตย์ ในวันสุดสัปดาห์นั้น เขาได้เริ่มปฏิบัติการด้วยอาชีพเป็นครูผู้สอน เดินทางบุกข้ามไปยังท้องถิ่นที่ห่างไกลจากตัวจังหวัด ในวันธรรมดา จะพบเขาได้ในคลีนิคที่กรุงเทพซึ่งเปิดรับรักษาคนไข้

หมอเหวงและทีมงานผู้สอนของเขาทั้งหมดสี่คน มองเห็นอนาคตข้างหน้าที่จะต้องวุ่นกับภาระหนักที่เพิ่มขึ้นกับ “โรงเรียนประชาธิปไตย” ในจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือนี้ โรงเรียนวันอาทิตย์ในบ้านม่วงนี้ เปิดตัวเป็นแห่งที่ ๑๐ นับตั้งแต่ได้มีการเริ่มปฏิบัติการแนวนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้มีการจัดหลักสูตรที่คล้ายกันนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี

จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และแกนนำ นปช. เปิดเผยว่า “เราจะเปิดโรงเรียนอีกสี่แห่งในสุดสัปดาห์หน้า (วันที่ ๑๓-๑๔ กุมภาพันธ์)” เขากล่าวต่อว่า

“ความคิดในการจัดตั้งโรงเรียนนี้เพื่อให้ประชาชนซึ่งสนับสนุนเสื้อแดง ได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับแนวทางเคลื่อนไหว และทิศทางที่เราจะเดินไป”

หลักสูตรที่ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มนั้นปกติแล้วจะจบลงด้วยการถกเถียงเกี่ยวกับการร่วมมือกันในระดับท้องถิ่น และจรัลให้การยืนยันหลังจากสิ้นสุดการสอนในวิทยาลัยเทคนิคบ้านม่วง ว่า “เราจะได้มีการประสานงานที่ดีขึ้น” “ในส่วนของขั้นตอนนั้น รวมไปถึงการคัดเลือกแกนนำระดับท้องถิ่นของตัวเอง”

แต่ “โรงเรียนการเมืองเหล่านี้” ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนประกอบเดียว ในยุทธวิธีที่ค่อยๆพัฒนาขึ้นมาของ นปช. ที่จะมอบให้กับฐานเสียงในชนบท

ตัวอย่างเช่น สำหรับจังหวัดนี้ สมาชิก นปช. นำโฟนการ์ด และโทรศัพท์มือถืออีกสามหมายเลขเพื่อต่อไปยังศูนย์บริการ บริการของศูนย์เป็นการให้ความกระจ่างต่อข้อมูล ตอบข้อสงสัย และให้รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการชุมนุมของเสื้อแดง

ในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี้ ผู้สนับสนุน นปช. ผู้โชคดีในจังหวัดนี้ที่ไม่สามารถสู้ราคานวัตกรรมอย่างจานดาวเทียมได้ จะได้ชมรายการของสถานีฝ่าย นปช. ด้วยราคาที่ถูกลง ราคาจานดาวเทียมราคาถูกสำหรับพวกเขา ๑,๐๐๐ ชุดแรก ตกประมาณชุดละ ๑,๒๐๐ บาท

จานดาวเทียมจะทำให้ชาวนาอย่างสงกรานต์ได้รับรู้ข่าวสารจากศูนย์ข้อมูลฝ่ายของ นชป. นอกเหนือไปจาก “โรงเรียนการเมือง” และสถานีโทรทัศน์ ซึ่งรวมไปถึงสถานีวิทยุท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และเว็บไซต์

ผู้ได้รับประโยชน์หลักจากเครือข่ายข่าวสารของ นปช. คือทักษิณ นักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ของเสื้อแดง ทักษิณเรียกหาฐานเสียงสนับสนุนในชนบทของประเทศไทย เพื่อเพิ่มเสียงสนับสนุนฝ่ายเขาก่อนศาลจะมีคำตัดสินคดียึดทรัพย์ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ คำตัดสินสำคัญนี้จะตัดสินชะตากรรมทรัพย์สินมูลค่า ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทของทักษิณ ซึ่งถูกรัฐบาลทหารอายัดเอาไว้ เมื่อทำการรัฐประหารครั้งที่ ๑๘ โดยใช้อำนาจปืนปล้นอำนาจของรัฐบาลทักษิณ ที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๙

ทักษิณ ซึ่งอยู่ในระหว่างการลี้ภัยเพื่อเลี่ยงโทษจำคุกสองปีในคดีทุจริต ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากชนบท เสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นที่มีต่อนักธุรกิจมหาเศรษฐีทางโทรคมนาคมนั้น เริ่มต้นมาจากคะแนนเสียงของชาวชนบทในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับจากนโยบายเพื่อคนยากจนต่างๆซึ่งทักษิณนำมาใช้ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายก แต่คะแนนเสียงส่วนใหญ่นี้ – ซึ่งแม้จะนำชัยชนะถึงสี่ครั้งติดๆกันต่อพรรคในอดีตของเขา และพรรคร่วมอีกพรรคหนึ่ง – ยังไม่ได้หมายความว่า สถานะทางการเมืองของเขาจะมีความมั่นคง

นอกเหนือจากการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ แล้ว ผู้สนับสนุน นปช. ยังมีความโกรธแค้นต่อบทบาทของศาลซึ่งทำการปล้นอำนาจของพวกเขา เรื่องนี้เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ เมื่อพรรคนิยมทักษิณได้รับเลือกตั้งในปีก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้นได้ถูกคำสั่งศาลอันอื้อฉาวให้ยุบพรรค เป็นการปูทางสำหรับรัฐบาลผสมในปัจจุบันที่มาจากการตกลงอย่างลับๆของกองทัพที่มีอำนาจของประเทศ ให้เข้ามากุมอำนาจที่ว่างลง

ความเคืองแค้นเช่นนี้ กระตุ้นให้เสื้อแดงบางคนในจังหวัดอย่างขอนแก่น มองข้ามทักษิณไปในการต่อสู้กับ “อำมาตย์” และสู้เพื่อสิทธิของตัวเองที่จะเลือกรัฐบาล สุนันท์ อ่างแก้ว ซึ่งมีธุรกิจขายรถมือสองกล่าวว่า “ถึงทักษิณจะยุติบทบาทหากเขาแพ้คดี ก็ไม่มีปัญหา”

“เราจะยังคงตั้งหน้าเรียนรู้ให้ได้ว่า การเมืองไทยมีข้อผิดพลาดที่ตรงไหน และเราจะยังยืนหยัดสู้ต่อไป”

Advertisements
8 ความเห็น leave one →
  1. little rapbit permalink
    วันเสาร์ 13 กุมภาพันธ์ 2010 12:05 น.

    สู้เพื่อลูกหลาน

  2. rose permalink
    วันเสาร์ 13 กุมภาพันธ์ 2010 12:39 น.

    ในที่สุดของที่ปิดมาช้านานก็ถูกเปิดเผย มีอะไรอยู่ข้างในก็รู้กันทั่ว.

  3. คนไทยหัวใจรากหญ้า permalink
    วันเสาร์ 13 กุมภาพันธ์ 2010 22:16 น.

    หัวใจของการต่อสู้ในระบอบ ปชต.ของคนเสื้อแดง คือ ต้องให้ความรู้ความเข้าใจแก่ ปชช.เพราะ ปชช.ส่วนมากยังไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะไม่มีสื่อใดที่จะกล้าเล่าความจริงเพราะเลวเลือกข้างคนเลวเหมือนกัน ดังนั้นควรจะดำเนินการแบบนี้ไปก่อน(รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งจะชนะร้อยครั้ง)

  4. วันอาทิตย์ 14 กุมภาพันธ์ 2010 02:08 น.

    อำนาจเก่าทำทุกทางที่จะรักษาอำนาจของตนเองไว้ให้นานที่สุด
    แม้จะแลกด้วยอนาคตของชาติก็ตาม
    การปิดหูปิดตาประชาชน โดยครอบงำความคิด ผ่านสื่อ
    ทุกวันนี้เป็นยุคอินเตอร์เนต
    อำมาตล้างสมองใครไม่ได้แล้ว
    ลองดูได้ ยิ่งออกมาโกหก คนโกหกก็ยิ่งถูกแฉและเสียความน่าเชื่อถือในที่สุด
    http://captainbird.wordpress.com/

  5. pheacharach permalink
    วันอาทิตย์ 28 กุมภาพันธ์ 2010 09:18 น.

    สู้เพื่อทุกคนจะได้เข้าไปงาบได้เท่าเทียมกันงั้นรึ ?

  6. saddddds permalink
    วันพุธ 28 กรกฎาคม 2010 15:59 น.

    ตอนนี้คนไทยยังโง่ไม่พออีกหรือ ที่ล้างสมองมายาวนาน ยังคิดจะล้างสมองเด็กต่ออีกหรือ น่าเศร้าจิง

  7. saddddds permalink
    วันพุธ 28 กรกฎาคม 2010 16:13 น.

    แก้คอมเม้นต์ ดีที่ทางกลุ่มเสื้อแดง จะเปิดรร. เพื่อ ประชาชนได้เรียนรู้เท่าทันพวกอำมาตย์ ล้างสมองมานาน
    สำคัญมาก เพราะตอนนี้เห็นเด็ก 4-5ขอบ ก็ถูกปลูกฝัง ให้รักพวกอำมาตย์แล้ว

  8. วันเสาร์ 31 กรกฎาคม 2010 23:53 น.

    ก้อควรให้มีอยู่ดำรงอยู่ต่อไปอีกนาน .. ไม่ชี้นำไม่ยุยงไม่ปุกปั่น ให้ความรู้จริง ให้เหตุผล ชี้ให้เขาต้องใช้สิทธิ์ไม่ใช่การงดใช้สิทธิ์ บอกกล่าวประชาชนให้ใช้สิทธิ์ทางการเมืองด้วยเสรีภาพทุกคน คัดสรรค์เลือกคนที่ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมจริงๆเท่านั้น…!!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: