Skip to content

การคร่ำครวญของพวกคลั่งเจ้า การเสนอหน้าออกความเห็น การเปิดตัวเว็บไซต์..อีกแล้ว

วันจันทร์ 8 กุมภาพันธ์ 2010

Royalists complain, offer advice, launch websites
๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

โพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ (พีพีที) มีความคิดบางอย่างว่า เมื่อปีที่แล้วพวกคลั่งเจ้าอาจค่อนข้างลิงโลด เมื่อรัฐบาลผสมซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำได้เข้ามาครองอำนาจปกครองประเทศด้วยผีมือของกองทัพ แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่สามารถจัดการกำจัดทั้งทักษิณ ชินวัตร และเสื้อแดงให้สิ้นซากได้ แต่ในฐานะพวกคลั่งเจ้าแล้ว รัฐบาลอภิสิทธิ์ดูเหมือนว่าได้กระทำสิ่งที่ถูกต้อง

รัฐบาลจับนักวิจารณ์ต่างๆเข้าคุกด้วยข้อหาหมิ่นฯ และข้อหาละเมิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ สกัดกั้นเว็บไซต์ที่ลงการวิจารณ์ต่างๆเป็นหมื่นๆเว็บไซต์ เกณฑ์ผู้คนนับล้านๆให้ออกมาแสดงความ “จงรักภักดี” และความ “เทิดทูน” ในหลายวิธี ทุ่มเงินเกือบพันล้านโถมโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องราชวงศ์ และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์

แต่ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอ บางกอกโพสต์ (วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) รายงานว่า พล.ต.อ.กำธร สินธวานนท์ องคมนตรีได้ออกมากล่าวว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ดูเหมือนจะแค่เป็น “ฝ่ายตั้งรับ” เพื่อปกป้องการดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ กำธรคร่ำครวญว่า รัฐบาลนี้ทำงานเชื่องช้าในการตอบโต้การโจมตี และการหมิ่นฯ สถาบันกษัตริย์

พีพีที จินตนาการแบบโง่ๆว่า พระราชวังอาจจะปิติยินดีก็ได้ที่รัฐบาลดูเหมือนจะทำให้ข่าวร้ายเกี่ยวกับคดีหมิ่นฯ หลุดหายออกไปจากข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ต่างๆ แต่แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ ดูเหมือนว่าบรรดาผู้เฒ่าองคมนตรี กลับต้องการยัดคนเข้าคุกให้หนักมือยิ่งขึ้น

เมื่อถามอภิสิทธิ์ถึงความเห็นของกำธรเมือวานนี้ อภิสิทธิ์ทำหน้าพิลึกพิลั่น แต่กล่าวว่า เขาน้อมรับคำแนะนำของท่านองคมนตรี และเขา “ขอปฏิญาณว่าจะปรับปรุงวิธีการในการใช้คุ้มครองสถาบันกษัตริย์…..” นายกรัฐมนตรียังย้ำอีกว่า “การปกป้องสถาบันกษัตริย์ถือว่าเป็นงานสำคัญอันดับหนึ่งของรัฐบาลนี้….”

ดูเหมือนว่าองคมนตรีไม่สบอารมณ์กับการที่อภิสิทธิ์แต่งตั้ง “กรรมาธิการชุดใหม่เพื่อให้คำปรึกษาในคดีหมิ่นฯต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสถาบันกษัตริย์จะไม่ถูกนำมาเกลือกกลั้วกับการเมือง”

ในรายงานข่าวเดียวกันนี้ มีภาพแสดงสีหน้าลิงโลดจนเบ้าตาแทบทะลุของเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองที่ถูกห้ามเล่นการเมืองต่อการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ โดยการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ที่รักกษัตริย์ของพรรคภูมิใจไทย เนวินกล่าวว่า “เว็บไซต์นี้จะเป็นช่องทางเลือกให้บรรดาชาวไทยได้แสดงความจงรักภักดี และถวายคำปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เป็นหนึ่งในหลายร้อยเว็บไซต์หรอกนะ แล้วเตรียมตัวรับการท้าทายไว้หรือยัง เนวินกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเว็บไซต์นี้จะเฝ้าจ้องตาไม่ให้กระพริบ และกรองความเห็นที่ไม่เหมาะสม ที่มาโพสต์ในเว็บไซต์”

จริงๆแล้วเว็บไซต์นี้เหมือนขยะ เนวินควรให้ใครสักคนคอยอัพเดทเว็บไซต์ก่อนที่จะถือฤกษ์ “เปิดตัว” แต่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ ง่ายๆเลยคือ เนวินต้องการจะให้ถูกมองว่า เป็นพวกคลั่งเจ้าสุดลิ่มทิ่มประตูต่างหาก

บทความที่ต่อเนื่องจากบางกอกโพสต์ (วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) เกี่ยวกับประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งรายงานว่า เปรมได้กล่าวปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยรังสิต (เป็นสถานที่ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ เสื้อเหลือง และพรรคประชาธิปัตย์) เรียกร้องหา ผู้นำ “ที่ดี”

ถ้านำเอาคำบรรยายของจักรภพ เพ็ญแข ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ มาเทียบกับคำอ้างของเปรมที่ว่า “ความเป็นเพื่อน ผู้มีพระคุณ ทำให้บทบาทผู้นำต่างออกไป จนทำให้เกิดเสียความยุติธรรมและนิติรัฐ..”

จักรภพบรรยายด้วยใจความเช่นเดียวกันนี้ แต่กลับถูกตั้งข้อหาหมิ่นฯ เพราะจักรภพโยงระบบนี้ไปถึงสถาบันกษัตริย์ และข้าทาสบริวารของพระองค์ รวมไปถึงเปรม

บางกอกโพสต์กล่าวว่า: “โดยไม่ระบุว่าผู้นำอื่นนั้นคือใคร พล.อ.เปรมกล่าวว่า มีสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวแปร คือวัฒนธรรมซึ่งหมายรวมถึงจารีตประเพณี ประเทศไทย ความเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่ ผู้มีพระคุณ ทำให้บทบาทผู้นำต่างออกไป” แน่นอน สถาบันกษัตริย์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องการเล่นพวกเล่นพ้อง และทุกคนทราบดีว่าใครที่เป็น “คนใน” ของพระราชวังจะมีอำนาจพิเศษ ดังนั้นก่อนที่เปรมจะวิจารณ์คนอื่น เปรมควรหันกลับมามองดูตัวเองเสียก่อน

ทางออกของเปรมคือ ให้พี่งกองทัพ – เป็นเรื่องสมควรที่น่าพูดอย่างนี้หรือ เมื่อข่าวการทำรัฐประหารหึ่งไปทั้งประเทศแบบนี้ นายพลชรายังได้เหยียดหยามนักการเมือง เมื่อกล่าวตอนหนึ่งว่า: “เกิดจากมีผู้นำที่อาสากันมาก แต่มีเสน่ห์น้อย จนทำให้ไม่มีใครอยากตาม” เปรมเรียกร้องให้ควานหา “ผู้นำที่มีเสน่ห์ (บารมี) เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศ….”

เปรมดูเหมือนจะยกหางอภิสิทธิ์เมื่อกล่าวว่า: ”โดยคนดีนั้น ต้องสามารถแยกแยะความดีกับความชั่ว ต้องซื่อสัตย์ สุจริต ต้องมีธรรมาธิปไตย และต้องแน่ใจว่าผู้ร่วมงานคนอื่นๆเคร่งครัดในการปฏิบัติเช่นเดียวกัน” ชัดเจนมากว่านี่คือภาพพจน์ของอภิสิทธิ์ที่เปรมพยายามยัดเยียดให้

และแน่นอน ผู้นำทั้งหลาย “ต้องจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ต้องเคร่งครัดในคำปฏิญาณ” นี่คือประชาธิปไตยแบบไทยเดิมเก่าๆ ของยุค ค.ศ.๑๙๕๐ ที่จับเอามาใส่หีบห่อใหม่

ผู้อ่านประจำอาจจะจำได้ว่าประมาณอาทิตย์ที่แล้ว เราได้ลงบทความว่า ยิ่งการเมืองร้อนแรงขึ้นมากเท่าไร เราจะได้ยินเสียงจากพระราชวังมากเท่านั้น

ดูเหมือนว่า ได้เริ่มลงมือปฏิบัติการอย่างเอาเป็นเอาตายกันแล้ว

Advertisements
10 ความเห็น leave one →
  1. joojee permalink
    วันอังคาร 9 กุมภาพันธ์ 2010 01:05 น.

    ถ้าทําความดีจริงฯทําไมต้องกลัว
    มุดหัวอยู่ไต้ผ้าถุง 118
    ช่วยกันร้กปกป้องอํานาจของพวกมันเอง
    พวกหลงอํานาจ หลงตัวเอง
    ทหารทั่วโลกเขามีหน้าที่ป้องกันประเทศไม่ไช่รับไช้ครอบครัวเอี้ยฯหรืองค์สัตว์

  2. อะไรจ๊ะ permalink
    วันอังคาร 9 กุมภาพันธ์ 2010 11:01 น.

    อนิจจา…ตอแหลแลนด์จิงๆดิ๊!!

  3. นกฮูก permalink
    วันอังคาร 9 กุมภาพันธ์ 2010 14:09 น.

    พอได้แล้วไม่รู้จะยัดเยียดไปถึงหนายกาน ซาบซึ้งอย่างหาที่สุดมิได้แล้วจร้า

  4. rose permalink
    วันอังคาร 9 กุมภาพันธ์ 2010 21:29 น.

    ความคลั่งน่ะอันตรายมาก เพราะถ้าเกิดอาการคลั่งขึ้นมาแล้วจะกลายเป็นคนไม่มีเหตุผล ระวังจะพังพาบไม่เป็นท่า

  5. waater permalink
    วันพฤหัส 11 กุมภาพันธ์ 2010 09:48 น.

    สถาบันควรเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ใช่เมียสองลูกสามผัวสองผัวสาม แล้วกดหัวให้เคารพ

  6. บุคคลหวังดี permalink
    วันพฤหัส 11 กุมภาพันธ์ 2010 15:48 น.

    การเมืองร้อนแรงขึ้นมากเท่าไร เราจะได้ยินเสียงจากพระราชวังมากเท่านั้น

    ผมคิดว่าการเมืองไม่ควรจะมีสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ

  7. สวยมากมาย permalink
    วันศุกร์ 12 กุมภาพันธ์ 2010 12:45 น.

    ใครเหมาะจะเป็นผู้นำของประเทศ
    ประชาชนทั้งประเทศเขาจะเลือกเอง
    แกไม่ต้องสาระแน เจือก…

  8. วันอาทิตย์ 14 กุมภาพันธ์ 2010 02:25 น.

    จะครองใจคนยุคอินเตอร์เนต จักต้องใช้ความจริง ความดีที่มีจริง หมดยุคลวงโลก ถ้าใครคิดจะปิดหูปิดตาประชาชน มันนั่นแหละ”โง่”
    http://captainbird.wordpress.com/

  9. praidaeng permalink
    วันอังคาร 15 พฤษภาคม 2012 21:58 น.

    มันเหมือนเกาหลีเหนือที่จ้างใครไม่รู้ออกมาร้องไห้เมื่อคราวผู้นำตาย ช่างแสดงบทได้เนียนจริงๆ

  10. วันจันทร์ 4 พฤษภาคม 2015 19:55 น.

    Aw, this was a very good post. Spending some time and actual
    effort to make a good article… but what can I say… I put things off a whole lot and don’t manage
    to get anything done.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: