Skip to content

ทักษิณติดหนี้รัสเซีย

วันพฤหัส 21 มกราคม 2010

Thaksin owes money to the Russians
January 19, 2010
ที่มา – Bangkok Pundit
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ทนงแห่งเนชั่นเขียนบทความ (บล็อกอ่านได้จากนี่):

ข้อสอง แหล่งข่าวกล่าวว่า กระทรวงการคลังของอังกฤษยึดเงินประมาณ ๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินของทักษิณ

แหล่งข่าวกล่าวว่า เชื่อว่าเงินก้อนนี้มาจากแหล่งที่สงสัยว่า ใช้เป็นที่เลี่ยงภาษี แต่เดิมกระทรวงการคลังได้อายัดเงินนี้ในปี ๒๕๕๑ โดยมีขั้นตอนว่า ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของที่แท้จริงของเงินก้อนนี้ให้แสดงความจำนงเป็นเจ้าของได้ แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า แต่เวลามีจำกัดในการขอรับเงินนี้ และได้หมดอายุเมื่อไม่นานมานี้โดยไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ กระทรวงการคลังจึงดำเนินการยึดเงินก้อนนี้ทันที

แหล่งข่าวจากรัฐบาลกล่าวว่า เชื่อว่าทักษิณได้ยืมเงินจากบริษัทน้ำมันของรัสเซีย เพื่อนำมาเป็นทุนในการหวนกลับสู่เวทีการเมือง

แหล่งข่าวกล่าวว่า “ทักษิณจะมีปัญหาใหญ่กับรัสเซียแน่ๆ ถ้าไม่สามารถคืนหนี้ได้” “ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาชอบที่จะถ่ายรูปกับคนใหญ่คนโต เพื่อยืนยันในสถานะของตัวเอง”

และเมื่อวันศุกร์ ทนงอีกแล้ว จากเนชั่นว่า:

ขณะนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ทักษิณกำลังมีปัญหาในทางการเงิน เขายืมเงินจากธนาคารก๊าซปรอม (Gazprombank) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของก๊าซปรอม ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซีย และขณะนี้ธนาคารเองกำลังตกอยู่ในปัญหา การหาเงินมาชำระหนี้

ไม่มีใครทราบว่ายอดเงินที่ทักษิณยืมมาจากธนาคารก๊าซปรอมเป็นเท่าไร แต่น่าจะอยู่ในราว ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท

ทักษิณนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนที่ดูไบ ตามที่พวกเราทราบกันแล้วว่า ดูไบกำลังประสบกับภาวะที่ยากลำบากทางการเงิน ดูไบเวิร์ลซึ่งรัฐเป็นเจ้าของนั้น กำลังหาหนทางที่จะชะลอการชำระหนี้จำนวน ๒,๐๐๖,๐๐๐ ล้านบาทออกไปก่อน และทักษิณกำลังเผชิญกับปัญหาขาดทุนอย่างย่อยยับ หลังจากทุ่มเงินสุดตัวในตลาดดูไบ

บางกอกบัณฑิต: เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีทางที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ได้ และแน่นอนที่เป็นไปได้ว่าทักษิณยืมเงิน แต่ ๕๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่น่ะหรือ เราได้เข้าไปในเว็บธนาคารก๊าซปรอม ที่แสดงตัวเลขเป็นรูเบิ้ล และรายงานประจำปีล่าสุดเป็นของปี ๒๕๕๑ เอาล่ะ เราพยายามคิดว่าเมื่อไรทักษิณยืมเงิน ถ้า (๑) ยืมก่อนการทำรัฐประหาร เมื่อทักษิณยังคงมีเงินมหาศาล และยังคุมการเมืองในประเทศไทย และจากมุมมองของธนาคารว่าทักษิณมีเงินเยอะขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องไปกู้เงิน ถ้า (๒) ยืมหลังการทำรัฐประหาร กรณีกลับกัน ใครล่ะ จะให้ยืมเงินจำนวน ๕๑,๐๐๐ ล้านบาทล่ะ แล้วถ้าเป็นหนี้ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) จำนวนมหาศาลด้วย และแน่นอนว่ามู้ดดี้ต้องแสดงความเห็นเกี่ยวกับเครดิตตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แต่นี่ไม่มี ทนงทำให้เหมือนกับว่าเป็นเงินกู้ส่วนตัว งั้นย้อนกลับไปดูรายละเอียดจากรัสเซียทูเดย์ ของไตรมาสแรก ปี ๒๕๕๒:

ทรัพย์สินในไตรมาสแรกเพิ่มขี้นร้อยละ ๑๑ เป็นจำนวน ๓,๐๘๑,๐๐๐ ล้านบาท เงินกู้ต่อลูกค้าในรูปบริษัทเพิ่มขี้นร้อยละ ๓๗ เป็นจำนวน ๑,๑๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค (consumer loan) ลดลงร้อยละ ๓ เป็นจำนวน ๑๔๐,๘๕๐ ล้านบาท

บางกอกบัณฑิต: สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคฟังดูเหมือนคำแปลนะ เพราะถ้าคุณลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ของธนาคารก๊าซปรอม คุณจะเห็นว่ามีการแยกทำธุรกิจธนาคารภาคส่วนบุคคล และภาคธุรกิจ สำหรับคำว่าธนาคารภาคส่วนบุคคลนั้น ไม่ใช่ธนาคารจะไปให้ สมชายและแดง กู้ง่ายๆในโครงการเมนูทดลองวอดก้ากับส้มตำ:

สำหรับกิจการบริหารทรัพย์สินส่วนบุคคลของธนาคารก๊าซปรอมนั้น ลูกค้าระดับมหาเศรษฐีสามารถเลือกฝากเงินจากรายการของธนาคารที่ทันสมัย และผลิตภัณฑ์การลงทุน (Investment Product) ต่างๆ จากธนาคารชั้นนำของรัสเซีย ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือสูง

ประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพของทีมงานบริหารทรัพย์สินส่วนบุคคลของธนาคารก๊าซปรอมที่ไม่มีใครเหมือน ทั้งชื่อเสียง และมาตรฐานของธนาคารก๊าซปรอม ทำให้เราเสนอทั้งบริการและผลิตภัณฑ์ชั้นยอดสำหรับลูกค้า ธนาคารก๊าซปรอมให้บริการหาคำตอบให้กับการลงทุน เพื่อสนองต่อความต้องการของลูกค้าของเรา และช่วยเหลือลูกค้าให้เข้าถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ธนาคารก๊าซปรอมขอสงวนรักษาระเบียบการ อันเป็นความลับอย่างที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

บางกอกบัณฑิต: ฟังดูแล้วเหมือนธนาคารของทักษิณนะ ถ้าคุณต้องการกู้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค (consumer loans) แล้วใช้เป็นสินเชื่อเฉพาะราย (Personal Loan) ดังนั้นยอดเงินทั้งหมด ๙๓,๙๐๐ ล้านรูเบิ้ล หรือ ๑๔๐,๘๕๐ ล้านบาท การกู้ของทักษิณเท่ากับจำนวนเกือบครึ่งของยอดทั้งหมด สมมุติว่า ถ้ามีการกู้เงินจำนวน ๓๔๐ ล้านบาท โดยใช้สินทรัพย์มาวางค้ำประกันล่ะก็ได้ แต่การให้กู้ ๕๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่ว่าจะอยากให้กู้หรือไม่ก็ตาม เป็นเรื่องน้ำเน่า แต่การจะมาลงตัวเลขจิ้บจ้อยกว่านี้ก็ไม่สามารถป้ายสีทักษิณว่ากำลังกระเสือกกระสนอย่างหนักได้ ดังนั้น อีกครั้งหนึ่งที่ว่า ทักษิณอาจจะไม่ได้ยืมเงินที่ไหนเลย และแหล่งข่าวจากรัฐบาลของทนงเพียงแค่สำรากเรื่องไม่เข้าท่า โดยรู้ว่าทนงต้องเชื่อแน่ ไม่ว่าจะฟังดูปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ตาม…

ในทางปฎิบัติแล้ว อาจตัดออกไปได้ – ขี้นกับว่าเมื่อไรที่ทักษิณจะมีปัญหาในการชำระหนี้ – เมื่อปีที่แล้ว มีการให้ยืมหนี้ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) เพียงร้อยละ ๒ และบทความเกี่ยวกับธนาคารก๊าซปรอมปี ๒๕๕๒ จากธนาคารคอมเมิร์ซซึ่งกล่าวว่า มีการปรับโครงสร้างหนี้หลายๆอย่าง ฉะนั้นอย่าไปหวังว่าจะเป็นหนี้เอ็นพีแอล

เอาล่ะ ในขณะที่เราคอยอย่างยาวนานให้ เยฟจีนนี เบเลนเคีย หรือ ยูจีน นักข่าวรัสเซียประจำกรุงเทพ ซึ่งถามอภิสิทธิ์ในเรื่องนี้ในการสัมมนาที่จัดขี้นที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยเมื่อวันพฤหัส เพื่อชั่งน้ำหนักว่าเป็นไปได้หรืออย่างไร และเราไม่พบบทความเป็นภาษาอังกฤษที่เขาเขียนใดๆ มีใครอ่านพบบ้างไหม

ทนงเจื้อยแจ้วต่อ:

ทักษิณกำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องการเงิน เมื่อไม่นานนี้เจ้าหน้าที่อังกฤษได้อายัดเงินจำนวน ๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยเชื่อว่า เป็นเงินของทักษิณภายใต้ชื่อคนอื่น เงินจำนวนนี้ถูกอายัดในปี ๒๕๕๑ รอให้เจ้าของตัวจริงออกมาแสดงความจำนงเป็นเจ้าของ แต่ไม่มีใครแสดงตัวประกาศความเป็นเจ้าของเงินก้อนนั้น เจ้าหน้าที่อังกฤษจึงยึดเงินนี้เข้าเป็นของรัฐเสีย

บางกอกบัณฑิต: แสดงว่าเงินก้อนนั้นไม่ได้ถูกอายัดแล้วซิ แต่ถูกยึด กอร์ดอน บราวน์คงลิงโลดน่าดูเพราะเงิน ๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ใช่จำนวนกระจอกๆเลย แต่คุณคงไม่พบเรื่องนี้ในหนังสือพิมพ์อังกฤษ หรือแม้แต่จะระบุเรื่องนี้ในเอกสารใดๆของรัฐบาลอังกฤษ บางกอกบัณฑิตค้นคว้าอย่างหนักและไม่พบเรื่องนี้ที่ไหน ทนงพูดเกี่ยวกับเงินนี้ถูกยึดแบบ “เงียบเชียบ” ถ้ารัฐบาลอังกฤษจะยึดเงินแค่ ๕๑๕ ล้านบาท อย่าให้ต้องถึง ๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาทเลย จากอดีตเจ้าของสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก รับรองเดอะซันคงพาดหัวตัวเป้งบนหน้าหนึ่งหลายต่อหลายวันแน่ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งถ้าเป็นเงินอื้อฉาวจากการฉ้อฉล หรือจากฟอกเงิน รัฐบาลอังกฤษจะไม่อยากประโคมข่าวให้สื่อรับรู้อย่างคีกโครม เพื่อเอาหน้ากับการยึดเงินจำนวน ๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาทหรือไง

ไม่มีทางที่เงินนี้ จู่ๆจะเข้าไปปรากฎอยู่ในบัญชีของรัฐบาลแล้วไม่มีใครทราบในเรื่องนี้ รัฐบาลต่างๆ (โอเค ไม่ใช่รัฐบาลเผด็จการที่ไร้ค่า) ไม่สามารถที่จะยึดเงินเอาตามอำเภอใจ รัฐบาลต้องดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเอง ธนาคารไม่ใช่ว่าจะยึดเงินของคุณ แล้วสั่งคุณอย่างไรก็ได้ เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องพิสูจน์การยึดเงินก้อนนั้น ดังนั้น บทความข้างล่างนี้มาจากการค้นคว้าในเรื่องเจ้าของเงิน และการยึดทรัพย์สิน

เอกสารสำคัญที่เราหาได้คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำสุดร้อยละ ๘ ต่อปี (Minimum Loan Rate) “เป็นการป้องกันการฟอกเงิน และการสนับสนุนการเงินต่อผู้ก่อการร้าย” จากผู้ดูแลสำนักงานสรรพากรและศุลกากร หาอ่านได้จากที่นี่ มีการประกาศบังคับใช้เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ หน้า ๑๕ กล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องจัดระเบียบทางการเงินเพื่อ “เป็นวิธีในการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของลูกค้า เพื่อยืนยันว่าเป็นลูกค้าจริง และมีผู้รับประโยชน์คนอื่นอีกไหม” และมี “ระบบเพื่อทำการพิสูจน์ และวิเคราะห์ว่ามีกิจกรรม และการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติไหม เพื่อที่จะตัดสินว่า มีเหตุผลที่จะเชื่อได้หรือไม่ว่า รู้เห็น หรือต้องสงสัยในการฟอกเงิน หรือให้การสนับสนุนด้านการเงินกับผู้ก่อการร้าย”

อย่างไรก็ดี ไม่มีมาตรฐานใดๆอธิบายถึงการอายัดทรัพย์สินดังกล่าว มีแต่กล่าวว่า สถาบันการเงินสามารถพิสูจน์ในตัวบุคคลที่จะได้รับประโยชน์ และข้อมูลของบุคคลนั้นเพียงพอที่จะให้เปิดการกระทำธุรกิจระหว่างกัน หรือจะมีกิจกรรมตามความเหมาะสมหรือไม่

บางกอกบัณฑิต: คุณได้เห็นแล้วว่าการเสนอแนะแค่ว่า สถาบันเงินสมควรเพียงใดที่จะทำธุรกิจกับบุคคลนั้น ไม่มีตรงไหนที่แม้จะพูดถึงการอายัดทรัพย์ เลิกคิดเรื่องยึดทรัพย์ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีกิจกรรมที่มีพิรุธ มาตรา ๑๐ เกี่ยวกับข้อบังคับพระราชบัญญัติอาชญากรรมว่า สถาบันทางการเงินต้องปฎิบัติตามในเรื่องนี้ และรายงานต่อสำนักงานสำนักงานองค์กรอาชญากรรมที่รุนแรง (Serious Organised Crime Agency) อีกครั้ง ไม่ต้องแปลกใจว่า การอายัดทรัพย์ หรือการยึดทรัพย์นั้นไม่ใช่งานของธนาคาร แต่เป็นงานของหน่วยงานรัฐบาล

วิกิพีเดีย แสดงวิธีการที่ทรัพย์สินจะถูกริบได้ ๓ กรณี:

๑. ยึด หลังจากถูกตัดสินว่ากระทำความผิดทางอาญา
๒. ยึดเงิน ในขั้นศาลมาร์จิเตรท (ในอังกฤษและในเวลล์ หมายถึงศาลแขวงชั้นต้น ที่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยได้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาไม่มีลูกขุน) แต่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ถึงศาลคราวคอร์ท (ศาลสูงสุดคดีอาญา มีลูกขุนเป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริง) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือศุลกากรเป็นผู้ดำเนินการ
๓. การยึดทรัพย์ทางเพ่ง ขณะนี้เป็นการให้อำนาจสำนักงานติดตามทรัพย์สิน แต่ภายใต้พระราชบัญญัติอาชญากรรมรุนแรงปี ๒๕๕๐ แล้วจะเป็นการให้อำนาจต่อสำนักงานสำนักงานองค์กรอาชญากรรมที่รุนแรง (Serious Organised Crime Agency) และสำนักงานพัฒนาตำรวจแห่งชาติ (National Policing Improvement Agency)

บางกอกบัณฑิต: กรณี (๑) เป็นการการกระทำผิดในอังกฤษ – อ่านได้จาก มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติความผิดอาชญากรรม (Proceeds of Crime Act – กฎหมายยึดทรัพย์) ทักษิณไม่เข้าข่าย แต่ถ้าทักษิณทำผิด มีบทบัญญัติหลายข้อที่จะต้องทำตาม และต้องมีคำสั่งศาล ไม่ใช่จะทำกันได้อย่างเงียบๆ

กรณี (๒) เกิดขี้นระหว่างพรมแดน หรือที่ไหนก็ตามที่คุณมีเงินสดติดตัวมากเกินไป – ก็บอกอีกครั้งหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่จะยึดเงินได้ แต่ต้องมีหมายศาลในเวลา ๔๘ ชั่วโมง แถมทักษิณไม่ได้มีเงินสดติดตัวแบบนั้น

กรณี (๓) เริ่มต้นก็ต้องมีการเกริ่นกันก่อน จากข่าววิทยุบีบีซีมีรายงานในปี ๒๕๔๙ ดังนี้:

แท้จริงแล้ว อังกฤษไม่มีกระบวนการที่จะติดตามทรัพย์สินซึ่งอาจจะถูกขโมยมาจากต่างประเทศ – ภายใต้กฎหมายยึดทรัพย์ (Proceeds of Crime Act ปี ๒๕๔๕) สำนักงานติดตามทรัพย์สินจะต้องขอหมายศาลเพื่อทำการยึดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยนั้น ไม่น่าแปลกใจหรอกที่คุณคารัวไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะระบบนี้ไม่เคยถูกใช้จัดการกับการฉ้อราษฎร์ที่เกิดขี้นในต่างประเทศ คุณเบนกล่าวว่า ตำรวจในหน่วยงานใหม่นี้จะสร้างความแตกต่างจากหน่วยเก่า เขาเชื่อว่าประเทศอย่างเคนยาแทบไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยตัวเองเลย

อาจมีทางเป็นไปได้ตามที่สำนักงานกฎหมายในอังกฤษรายงานไว้ว่า:

เจ้าหน้าที่แห่งสหราชอาณาจักรอาจดำเนินคดีทางอาชญากรรมต่อคนอังกฤษ หรือคนต่างชาติซึ่งกระทำการฉ้อราษฎร์ หรือ ทำการฟอกเงินในขอบเขตอำนาจที่ศาลและกฏหมายควบคุมไปถึง อาจมีการอายัดทรัพย์สินในระหว่างการสืบสวน และการดำเนินคดี แต่เวลานี้ในสหราชอาณาจักรไม่มีกระบวนการใดที่จะยึดทรัพย์สิน และคืนไปให้รัฐบาลต่างชาติเมื่อมีการตัดสินว่ากระทำผิด (รัฐบาลต่างชาตินั้นต้องนำฟ้องคดีทางแพ่งเอง หรือมีคำสั่งริบทรัพย์จากในประเทศ) อย่างไรก็ดี หลังจากมีการตัดสินว่ากระทำผิดแล้ว รัฐบาลต่างประเทศอาจจะขอคำสั่งเรียกค่าชดเชยเป็นจำนวนสมควรจากทรัพย์สินที่ได้มาจากการฉ้อราษฎร์นั้น

…รัฐบาลต่างประเทศ หรือสำนักงานต่อต้านการฉ้อราษฎร์สามารถเรียกร้องต่อศาลแพ่งเพื่อขอความคุ้มครอง และนำทรัพย์สินที่ได้มาจากการฉ้อราษฎร์กลับคืน หรือ ขอจะขอค่าเสียหายในทรัพย์สินซึ่งถูกฟอกในสหราชอาณาจักร

บางกอกบัณฑิต: เรื่องนี้ ต้องให้รัฐบาลไทยเป็นคนไปฟ้องศาล ไม่ใช่จะไปยึดมาได้เฉยๆ อย่างไรก็ตาม ทนงกำลังพูดถึงรัฐบาลอังกฤษยึดเงิน จริงๆแล้วมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะยึดทรัพย์สินตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ดังนี้:

เริ่มแรกหน่วยงานต้องสร้างคดีซึ่งมีเหตุผลที่ดี ว่าได้มีการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว และเหตุผลต่อคดีที่มีหลักการว่าทรัพย์สินนั้นได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ในการขอคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวนั้น ผู้อำนวยการสำนักงานติดตามทรัพย์สินต้องแสดงให้เห็นว่ามีการละเมิดทางอาญา และทรัพย์สินที่ติดตามมาได้นั้นต้องเป็นทรัพย์สินที่ได้มาด้วยการการละเมิดทางอาญา หรือต้องชดใช้คืน ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์กันอย่างเจาะจงลงไปว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดแบบนี้แบบนั้น ในวันนี้หรือวันนั้น

บางกอกบัณฑิต: คุณไม่สามารถกล่าวหาใครลอยๆว่าฉ้อราษฎร์ แล้วไปยึดเงินเขา คุณต้องมีรายละเอียด และไปขี้นศาล ทนงสับสนเป็นแน่แท้ในเรื่องภาระในการพิสูจน์ข้อกล่าวหา ตามที่ทนงเขียนไว้ บุคคลผู้ที่เชื่อว่าเป็นเจ้าของนั้นเพียงแค่พิสูจน์ว่าเขาเป็นเจ้าของในทรัพย์สินนั้น และในกรณีนี้ระบุอย่างชัดว่า เป็นภาระของอัยการที่จะต้องพิสูจน์ข้อกล่าวหานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายของสำนักงานติดตามทรัพย์สินที่จะยึดเงินเฉยๆ ตามที่วิกิพีเดีย อธิบายไว้:

ในปี ๒๕๔๘ มีเจ้าหน้าที่ ๑๘๐ คน และมีงบประมาณประจำปี ๗๙๙,๘๐๐,๐๐๐ บาท และติดตามคืนมาได้เพียง ๒๑๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่ได้รับความสำเร็จจากริบทรัพย์สินในคดีอาญามากกว่า ในเดือนมิถุนายน ๒๕๔๙ ยึดทรัพย์ได้ ๓๕๓,๒๐๒,๐๐๐ บาท แต่กว่าจะได้มานั้นก็หืดขี้นคอกับขบวนทางศาลที่ทั้งใช้เวลานาน และค่าใช้จ่ายสูง

บางกอกบัณฑิต: สำนักงานติดตามทรัพย์สินถูกยุบไปเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๑ เว็บไซต์จึงไม่มี แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขี้นได้ในปัจจุบัน สำนักงานใหม่ที่ระบุไว้ในข้อ ๓ คือสำนักงานองค์กรอาชญากรรมที่รุนแรง (Serious Organised Crime Agency) เงินสดจะถูกยึดได้ด้วยกฎหมายยึดทรัพย์ (Proceeds of Crime Act ปี ๒๕๕๐) ตามคำอธิบายจากวิกิว่า:

ถ้าคุณไม่เชื่อคำอธิบายของวิกิ ลองเข้าไปค้นหาคำอธิบายได้จากกฎหมายยึดทรัพย์ (Proceeds of Crime Act ปี ๒๕๕๐) คำอธิบายของวิกินั้นเข้าใจได้ง่ายกว่า:

…..

บางกอกบัณฑิต: ทั้งหมดนี้เพื่อจะหาเหตุผลมาแย้งกันนี่แหละ เราพูดได้ว่าทักษิณ

ก) อยู่ที่อื่นที่อาจเกี่ยวกับประเทศไทย แต่ไม่มีทางที่ทักษิณจะเข้าข่าย
ข) ไม่มีหลักฐานใดๆที่ทักษิณจะกระทำความผิดฉกรรจ์ในสหราชอาณาจักร – แม้แต่ตัวทนงเอง ก็ยังไม่พูดถึงเรื่องนี้

บางกอกบัณฑิตขอตั้งข้อสังเกตตามที่คมชัดลึกลงข่าวว่า นพดลที่ปรึกษาของทักษิณไม่ได้ออกมาปฎิเสธเรื่องทักษิณถูกเจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรยึดเงินในชื่อคนอื่น แต่เสนอให้รางวัลหนึ่งล้านบาท กับใครก็ตามที่สามารถนำหลักฐานมาพิสูจน์ในเรื่องนี้

เอาซิ ทนง เนชั่นอาจได้เงินก้อนนี้ก็ได้ ทนงจะกล้าเสนอหน้าออกมาไหมล่ะ และทนงจะหยุดการลงข่าวน้ำเน่าจากแหล่งข่าวรัฐบาลไหมล่ะ

Advertisements
4 ความเห็น leave one →
  1. turet permalink
    วันศุกร์ 22 มกราคม 2010 00:25 น.

    เล่นส่งสาร ถึงพันธมิตรต่างๆให้ยึดเงินเขาเลยหรือนี่ โหประเทศนี้กะเอาขาแบบจมเขี้ยวเลย
    เวลาเขาเล่นคืนบ้างอย่ามาหอนมาเห่านะ แมร่งฟันคอริบเรือนยุคใหม่วะ นี่แหละคนนะโว้ย
    อย่าให้มันเกินใป อุบาทว์จนด่าใม่ถูกเลยวะนี่

  2. สามัคคี permalink
    วันศุกร์ 22 มกราคม 2010 01:36 น.

    แหล่งข่าวน้ำเน่าเนชั่ว แหล่งข่าวรัฐบาโจรเจื้อยแจ้ว
    ออกมา ยัดเยี่ยดบิดเบือนหลอกให้คนดูละครจัดฉากเล่นล่อมันซะ
    redirect focus
    เพื่อปกป้องตำแหน่ง เกียรติ ให้พวกองคมนตร ี่่เขายายเที่ยง เขาสอยดาว …

    คนเสื้อแดงจงอดทนสามัคคี

  3. Zso permalink
    วันเสาร์ 23 มกราคม 2010 12:20 น.

    นรก เป็นที่อยู่ ที่รวม ของ สัตว์ บาป แต่ต้องรอให้สิ้นอายุขัยก่อน

    สู้ แนชั่น ไม่ได้ สัตว์บาป วิญญาณนรก ทุกชนิด ไปสิงสู่รวมกันได้ทั้งเป็นๆ
    ฮวงจุ้ย ดีจริงๆ นับถือ

Trackbacks

  1. Tweets that mention ทักษิณติดหนี้รัสเซีย « Liberal Thai -- Topsy.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: