Skip to content

เสื้อแดง พร้อมไม๊

วันจันทร์ 11 มกราคม 2010

Reds ready to rumble in Thailand
January 9, 2010
By Nelson Rand and Chandler Vandergrift
ที่มา – Asia Times
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

อุดรธานีและกรุงเทพ – การเคลื่อนไหวเพื่อทำการประท้วงของนปช.เสื้อแดง ตระเตรียมแผนการอย่างรอบคอบเพื่อทำการขับไล่รัฐบาลพรรคร่วมที่กำลังสั่นคลอนของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ การประท้วงเป็นสัญญาณให้เห็นความไม่มั่นคงระลอกใหม่ หลังจากมรสุมทางการเมืองได้สงบลงไประยะหนึ่ง และเป็นการคุกคามต่อเศรษฐกิจของประเทศซึ่งมีที่ท่าว่าจะเริ่มฟื้นตัว

การรุกครั้งใหม่นี้จะเริ่มต้นในวันจันทร์ ด้วยแผนการชุมนุมของผู้ประท้วงจำนวน ๑๐,๐๐๐ คนรอบบริเวณพื้นที่ป่าสงวนในต่างจังหวัดขององคมนตรีซึ่งถูกกล่าวหาว่า ครอบครองโดยมิชอบ และการต่อสู้ซึ่งแกนนำนปช.ว่าเป็นครั้งสุดท้าย จะเป็นการชุมนุมของมวลชน “ขั้นเด็ดขาด” ในกรุงเทพในปลายเดือนนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรที่กำลังลี้ภัย สัญลักษณ์ผู้นำของนปช. ทวิตเตอร์ถึงผู้สนับสนุนเมื่อวันศุกร์นี้ว่า ช่วงนี้หมอดูออกมาทำนายหลายคน ต่างทำนายคล้ายกันหมดว่า จะมีเหตุรุนแรงในปี ๒๕๕๓

ตั้งแต่เดือนเมษายนที่แล้ว เมื่อนปช.บุกเข้าสถานที่ประชุมสุดยอดอาเซียนซึ่งมีผู้นำระดับโลกเข้าร่วมการประชุม ที่พัทยา สร้างความโกลาหลในการประชุม และต่อมามีการต่อสู้บนท้องถนนกับกองกำลังรักษาความปลอดภัยของไทยในกรุงเทพ การเคลื่อนไหวนี้เป็นประสบการณ์ซึ่งฝ่ายสนับสนุนอ้างว่า คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นำไปสู่การปรับปรุงเพื่อให้องค์กรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเดินไปในทางเดียวกัน ส่วนหนึ่งเพื่อเลี่ยงการปฏิบัติการณ์ของกลุ่มอิสระ ตามที่แกนนำนปช. อ้างถึงเหตุการณ์ในระหว่างความโกลาหลที่เกิดขี้นในเดือนเมษายนที่กรุงเทพ อีกทั้งจะเป็นการหาการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไป หลังจากที่เคยเสียคะแนนนิยมในเหตุการณ์นั้น

การเปลี่ยนแปลงเป็นการนำไปสู่โครงสร้างการนำอย่างเป็นระบบมากขึ้น มีระบบสมาชิกที่มีแบบแผนมากขึ้น มีโครงการจัดหาทุน มีการจัดภาคการศึกษาในวันสุดสัปดาห์ในจังหวัดต่างๆเพื่อการมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย และขยายเครือข่ายด้านสื่อ ซึ่งรวมถึงสถานีวิทยุชุมชน ๓๐ สถานี หนังสือพิมพ์ ๑๐ ฉบับ เว็บไซต์มากมาย และสถานีโทรทัศน์ซึ่งมีการอ้างว่า มีผู้ติดตามชมโดยปกติถึง ๑๐ ล้านคน

ฌอน บุญประคอง โฆษกฝ่ายต่างประเทศของกลุ่มนปช.กล่าวว่า การจัดโครงสร้างการนำและระเบียบใหม่แบบ “ค่ายใหญ่” เพื่อให้กลุ่มแนวร่วมเสื้อแดงตามภูมิภาคต่างๆ และกลุ่มอื่นซึ่งมีความเห็นใจในการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มีความยุติธรรมในสังคม ได้ร่วมมือภายใต้ชื่อนปช.เดียวกัน แต่อุดมการณ์และยุทธวิธีของแต่ละกลุ่มอาจจะต่างกัน ขณะนี้พวกเขาต่างร่วมกันดิ้นรนโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะขับไล่พรรคร่วมซึ่งนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหลายคนระบุไว้ว่า ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง

ฌอนกล่าวว่า โครงสร้างใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อขยายฐานสนับสนุนของนปช. และแยกตัวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มปฏิบัติการร่วมบางกลุ่ม รวมถึงกลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ กลุ่มเสื้อแดงซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่ามีการปฏิบัติแนวอันธพาล รวมไปถึงการใช้กำลังเข้าขัดขวางการเดินพาเหรดแสดงสิทธิของชาวเกย์ และถูกกล่าวหาว่า ทำการสังหารบิดาของหนึ่งในพันธมิตรเสื้อเหลืองคู่ปฏิปักษ์

แม้ฐานสนับสนุนหลักของนปช. มาจากคนยากจนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งได้รับประโยชน์จากนโยบายประชานิยมของทักษิณในระหว่าง ๖ ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ปัญหาภายในกลุ่มซึ่งกำลังพยายามที่จะแยกว่า การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ออกจากเป้าหมายส่วนตัวทางการเมืองของทักษิณ ฌอนเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งอ้างว่า นปช.กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองและทางสังคมของคนรากหญ้าที่มีอิสระมากขึ้น

นักวิชาการและนักวิเคราะห์บางคนเห็นด้วย ไมเคิล มอนติซาโน นักวิจัยอาคันตุกะผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศไทย จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “พวกเขาได้สัมผัสถึงความรู้สึกของคนไทยจำนวนนับสิบๆล้านคน ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด และการสื่อสารที่จูงใจให้คนไทยซึ่งมีความมุ่งมาดปรารถนาที่จะเห็นประเทศไทย เกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างยิ่งใหญ่”

การขยายตัวทางเครือข่ายของสื่อของนปช.ในขณะนี้ ได้ทำการแพร่ข่าวสารอย่างสม่ำเสมอในเรื่องการตัดสิทธิในความเป็นประชาธิปไตย ความไม่เท่าเทียมกันในทางเศรษฐกิจ และการลำเอียงในทางศาลยุติธรรม ปัญหาเรื่องความเลวเหล่านี้จะแก้ไขได้ถ้ายอมให้รัฐบาลที่นิยมทักษิณได้เข้าปกครองประเทศ นักวิจารณ์กล่าวว่า การอ้างดังกล่าวทำให้มองข้ามประวัติของทักษิณซึ่งแทบจะไม่มีความเป็นประชาธิปไตย และการที่ทักษิณถูกกล่าวหาว่า ก้าวก่ายในกระบวนยุติธรรมด้วยตัวเองในระหว่าง ๖ ปี ที่ปกครองประเทศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช.จากอุดรธานี ซึ่งจัดรายการวิทยุชุมชนคนรักทักษิณสถานีเอฟเอ็ม ๙๗.๕ กล่าวว่า “ประเด็นของเราคือการขาดความชอบธรรม – มีการปฏิบัติยิ่งกว่าสองมาตรฐาน” เขากล่าวต่อว่า “ไม่ว่าเสื้อแดงทำอะไร ผิดหมด เวลาเสื้อเหลืองทำบ้าง ไม่เคยผิด”

บ่อยครั้งที่ผู้สนับสนุนนปช. ชี้ให้เห็นถึงการที่พันธมิตรบุกยึดสนามบินนานาชาติสองแห่งในกรุงเทพเมื่อปี ๒๕๕๑ และจากความจริงที่ว่า แกนนำพันธมิตรทั้งหลายไม่เคยถูกตั้งข้อหาใดๆ ในขณะที่แกนนำนปช.กลับถูกจับ และกักขังหลังจากกองทัพเข้าปราบปรามการก่อความรุนแรงในเดือนเมษายน ขวัญชัยกล่าวว่า “ที่ไหนก็ตามในโลกนี้ การบุกยึดสนามบินถือว่าเป็นอาชญากรรม”

ฌอนกล่าวว่า ขณะที่นปช.ขยายความแข็งแกร่งขององค์กร ได้มีการคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดความรุนแรงเช่นเดียวกับเมื่อเดือนเมษายน ขณะนี้นปช.จัดตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ๑,๐๐๐ นาย รวมถึงการฝึกกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงในกรุงเทพให้ทำหน้าที่ควบคุมระเบียบ และปกป้องผู้ประท้วงไม่ให้เกิดการโจมตีจากคนนอก และเป็นที่แน่ชัดว่า ได้มีความพยายามที่จะทำให้เกิดการแตกแยกในความสามัคคีของกองทัพ

สงครามและสันติภาพ

การชุมนุมของนปช.ครั้งก่อน ได้มีทหารพรานไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบแต่แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บางนายถูกเรียกตัวมาจากปักธงชัย ในจังหวัดนครราชสีมาตอนกลาง และได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือรู้จักกันในนาม เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกเจ้าปัญหา

ในระหว่างการประท้วงของพันธมิตรในปี ๒๕๕๑ เสธ.แดงทำนายอย่างแม่นยำว่า จะมีการระเบิดใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพันธมิตร และได้ฝึกคนหนุ่มสาวจำนวนนับสิบเพื่อต่อต้านการตอบโต้ของฝ่ายพันธมิตร หลังจากเกิดเหตุระเบิดในระหว่างการชุมนุมครั้งล่าสุดของพันธมิตรในเดือนพฤศจิกายน เสธ.แดง กล่าวว่า การโจมตีนั้นมาจากกลุ่มติดอาวุธ “นิรนาม” และมีจุดประสงค์เพียงแค่จะสั่งสอน ไม่ได้ต้องการสร้างความรุนแรงใดๆ

เสธ.แดงปฏิเสธทุกครั้งว่าไม่มีมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการระเบิดหลายต่อหลายครั้ง และขาดหลักฐานที่จะโยงเขาไปถึงเหตุการณ์ระเบิดนั้น นอกเสียจากว่าเขาออกมาเตือนได้ตรงจังหวะ เมื่อปี ๒๕๕๑ เสธ.แดงถูกย้ายไปประจำคณะทำงานส่งเสริมสุขภาพและการกีฬาสำหรับประชาชน และขณะนี้พัวพันกับคดีความหลายคดีซึ่งเกี่ยวข้องกับการละเมิดวินัย รวมถึงการเดินทางไปกัมพูชาเพื่อพบทักษิณโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อเดือนพฤศจิกายน

การเดินทางครั้งนั้นมีความพิเศษ เป็นเรื่องอ่อนไหวเกี่ยวข้องกับรายงานที่ไม่มีการยืนยันว่า ได้ลักลอบขนอาวุธจากกัมพูชาให้กับผู้สนับสนุนนปช. ที่อยู่จังหวัดชายแดนแถบตะวันออกเฉียงเหนือ – ซึ่งแกนนำนปช. ให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม มีการโหมกระพือการคาดการณ์ว่านปช. อาจเตรียมลักลอบขนอาวุธเข้ามาทางจังหวัดต่างๆ ถ้าการประท้วงครั้งหน้าในกรุงเทพถูกกองทัพใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ทหารยศสูงนายหนึ่งซึ่งขอสงวนนาม ไม่ได้ให้การปฏิเสธหรือยืนยันว่า รายงานนั้นมีความแม่นยำเพียงใด เพียงกล่าวว่า “เป็นชายแดนที่มีความหละหลวม ข้ามเขตกันได้ง่าย”

ขณะที่แกนนำหลักนปช.ปฏิเสธเรื่องแผนการลักลอบขนอาวุธ ฌอน บุญประคอง โฆษกฝ่ายต่างประเทศของกลุ่มนปช. ยอมรับว่าเรื่องร้ายแรงเช่นนี้อาจผุดขึ้นมาซึ่ง “ตรงข้ามกับวิถีทางแบบสันติของนปช.” หลังจากการลุกฮือในเดือนเมษายนซึ่งมีความล้มเหลว จักรภพ เพ็ญแข แกนนำร่วม นปช. ซึ่งอยู่ในระหว่างการลี้ภัย ได้กล่าวกับสำนักข่าวต่างๆว่า นปช.ตั้งใจที่จะเริ่มทำการ “ลักลอบขนอาวุธ” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

ขณะที่นปช.เตรียมตัวเพื่อการประท้วง รัฐบาลอภิสิทธิ์ยังคงความหนักแน่น แม้จะมีภาพออกมาว่าพรรคร่วมประชาธิปัตย์ของเขานั้น – แม้จะมีสัญญาณการเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจ – ยังคงขาดคะแนนเสียงในการเลือกตั้งใหม่สู้กับพรรคเพื่อไทยฝ่ายทักษิณ เป็นที่คาดกันว่ารัฐบาลของอภิสิทธิ์จะแข็งขืนต่อการประท้วง เหมือนที่เคยกระทำมาเมื่อปีที่แล้วโดยนำ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในมาประกาศใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งยกอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่สั่งการย้ายกำลังกองทัพ ห้ามการชุมนุม และประกาศเคอร์ฟิว โดยอ้างถึงกฎและระเบียบ

กองทัพปราบปรามนปช. อย่างได้ผลเมื่อเดือนเมษายน แต่มีคำถามผุดขึ้นมาว่า อาจมีการขัดขืนคำสั่งที่ได้รับ กองทัพไทยมีการยึดถือระบบอาวุโสมาเป็นเวลานาน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เชื่อกันว่าในเวลานี้มีการแก่งแย่งแข่งขันกันในแต่ละหน่วย กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ในสมเด็จพระราชินี หรือรู้จักกันในนามทหารเสือราชินี ถูกมองว่า กำลังเป็นหน่วยที่กุมอำนาจอยู่ในขณะนี้ ซึ่งนำโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ ๒๑ และผู้บัญชาการทหารบก

พอล แชมเบอร์ นักวิจัยอาวุโสเชี่ยวชาญด้านกองทัพไทยแห่งมหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์กกล่าวว่า “สาเหตุของการแตกแยกในขณะนี้มาจากการเลื่อนยศ – ทหารอาวุโสบางนายซึ่งคาดว่ามีความใกล้ชิดกับทักษิณถูกปฏิเสธสิทธิที่จะได้การเลื่อนยศ” เขากล่าวต่อว่า “ปรากฏการณ์ใหม่เรื่องการแตกแยกในกองทัพไทยนั้นมาจากหน่วยซึ่งคุมกองทัพ ไม่ใช่จากรุ่น”

อันเนื่องมาจากนักวิเคราะห์ซึ่งคาดว่าอนุพงษ์ และทหารเสือราชินีพวกเขา รวมถึงประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ประยุทธ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก จะคงสนับสนุนอภิสิทธิ์ และกำจัดหนทางที่จะเกิดการทำรัฐประหารครั้งต่อไป นี่เป็นส่วนหนึ่งของการปูทางเดินด้วยกลีบกุหลาบให้กับการสืบทอดต่ออำนาจของประยุทธจากอนุพงศ์ เมื่ออนุพงศ์ต้องเผชิญกับการปลดเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน ๒๕๕๓

ขณะเดียวกัน นปช.กำลังเล่นกับโอกาสที่ระบบอาวุโสจะถูกทำลายเนื่องมาจากการแตกแยกในกองทัพ ถ้าการชุมนุมของนปช.ถูกบังคับให้ต้องสลายตัว หนึ่งในแกนนำนปช.ซึ่งไม่ยอมเปิดเผยตัวอ้างว่า “ถ้ากองทัพเริ่มทำการปราบเรา จะมีทหารที่แตกแถวจะทำการต่อสู้” และกล่าวต่อว่า “ถ้าเกิดรัฐประหารอีก ต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันแน่”

สิ่งที่แสดงให้เห็นร่องรอยในความแตกแยกนี้ นปช.ชี้ให้เห็นถึงนายทหารเกษียณนับสิบ รวมถึงเตรียมทหารรุ่นเดียวกับทักษิณมากกว่า ๕๐ นาย ต่างตบเท้าเข้าร่วมพรรคเพื่อไทย แชมเบอร์กล่าวต่อว่า “การเข้าพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ) ของทหารเหล่านี้ยิ่งสร้างความขาดเสถียรภาพกับประเทศไทยมากยิ่งขี้น” นักวิเคราะห์อื่นได้ให้ข้อสังเกตว่า อนุพงศ์มีแผนการที่จะมอบตำแหน่งระดับผู้บังคับบัญชาให้กับพวกที่มีชื่อเสียงว่าคลั่งเจ้า รวมถึงบุคคลซึ่งเป็นตัวช่วยต่อการทำรัฐประหารในอดีต

ในขณะที่แกนนำนปช. ยืนยันที่จะทำการรณรงค์ด้วยสันติ พวกเขายังชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวประท้วงนั้นใกล้จะถึงจุดแตกหัก ต่อสิ่งที่พวกเขามองเห็นว่า เป็นการสืบทอดอำนาจที่ไม่ได้มาจากแนวทางประชาธิปไตย และการลำเอียงในการตัดสินของขบวนการยุติธรรม ขวัญชัยนักจัดรายการวิทยุนิยมทักษิณอธิบายว่า “เราสู้ด้วยสันติวิธี” ในขณะเดียวกันก็วางปืนไว้บนโต๊ะใกล้ๆ พร้อมกับพูดว่า “แต่ถ้ารัฐบาลใช้กำลัง เราจะสู้ตอบ”

Advertisements
8 ความเห็น leave one →
  1. khame permalink
    วันจันทร์ 11 มกราคม 2010 11:18 น.

    อย่างงี้สิประเทศไทย ปฏิวัติประชาชนเสียที เบื่อขวาเน่าเหม็นเต็มทีแล้ว อ่านแล้วมันส์สะใจจริงๆ

  2. Pee permalink
    วันจันทร์ 11 มกราคม 2010 12:08 น.

    ความเสมอภาคในประเทศไทย ระหว่างคนจนและคนรวยมันห่างกันเหลือเกิน เห็นอยู่ประจําคนบ้านนอกถูกคนมีเงินในกรุงเทพมองดูถูก อยากเห็นเมืองไทยคนเท่าเทียมกัน สงสารประเทศไทย มีคนใหญ่โตคับประเทศ แต่นั่งดูคนไทยตีกันเอง เพราะความอิจฉาครอบงําจิตใจ จนตาบอดไปทั้งสองข้าง

  3. อะไรจ๊ะ permalink
    วันจันทร์ 11 มกราคม 2010 15:39 น.

    ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน….ไม่ช้าก็เร็ว!!

  4. นกฮูก permalink
    วันจันทร์ 11 มกราคม 2010 16:25 น.

    คนเสื้อแดงสู้วันนี้เพื่อลูกหลานได้อยู่อย่างไม่ต้องเป็นทาสของไอ้ อี ที่คิดว่ากูเป็นเทวดา ตดกูห๊อมๆขี้ก็ม่ายเหม็น

  5. rose permalink
    วันจันทร์ 11 มกราคม 2010 20:26 น.

    เสื้อแดงพร้องมั๊ย???…..พร้อมมมมมมม….กลัวตายก็ตาย ไม่กลัวตายก็ตาย เกิดกับตายมันของคุ่กัน แล้วทำไมเราต้องกลัวล่ะ?

  6. สวยมากมาย permalink
    วันอังคาร 12 มกราคม 2010 07:48 น.

    ตัวอักษรใหญ่ อ่านชัดเจน ขอบคุณ แชพเตอร์ 11 ขอให้เจริญรุ่งเรืองไปถึงชาติหน้า

  7. พร้อม permalink
    วันอังคาร 12 มกราคม 2010 23:50 น.

    เราจะสู้ตอบพวกโจรอุบาท
    ชัยชนะอยู่ข้างหน้า

  8. vivo permalink
    วันพฤหัส 14 มกราคม 2010 07:37 น.

    คืนประเทศให้กับประชาชน หมดเวลาแล้วสำหรับกลุ่มคนที่คอยบงการประเทศเบื้องหลัง
    วันนั้นวันที่ประชาธิปไตยกำลังจะมาถึง แดงจะเดือดไปทั่วแผ่นดิน วันที่แดงทั้งแผ่นดิน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: