Skip to content

อภิสิทธิ์และสุเทพ เร่งปกป้องระบอบกษัตริย์

วันจันทร์ 4 มกราคม 2010

Abhisit and Suthep speak on protecting the monarchy
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ประชาไทรายงานข่าว (เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒) ต่อข่าวจากไทยโพสต์เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคมซึ่งแฉว่า เกิดความปอดแหกขนาดหนัก กับบรรดารัฐบาล และฝ่ายสนับสนุน

ข่าวกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจ ๓๓๗ นายทั่วประเทศว่า

“งานหลักของตำรวจคือการปกป้อง และค้ำจุนสถาบันกษัตริย์”

อภิสิทธิ์โยนความผิดให้ “บุคคลบางกลุ่ม” ในการลากเอาสถาบันกษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง โพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ (พีพีที) ข้องใจว่า อภิสิทธิ์รวมเอาตัวเองและบรรดาประชาธิปัตย์เข้าไปในพวก “บางกลุ่ม” หรือไม่ หรืออภิสิทธิ์อาศัยมักง่ายทำเป็นลืมเรื่องการขอพระราชทานนายกตามมาตรา ๗ ในปี ๒๕๔๙ (อ่านจากที่นี่) แน่นอน อภิสิทธิ์หมายถึง “ศัตรู” เท่านั้นไม่ได้รวมถึง “พวกคลั่งเจ้า”

อภิสิทธิ์ยังคงเจื้อยแจ้วอ้างต่ออีกว่า สถาบันกษัตริย์ “เป็นประเด็นที่อ่อนไหว” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรู้สึกอิหลักอิเหลื่อที่จะรับมือกับการร้องเรียน อภิสิทธิ์ยอมรับว่า “คดีกองพะเนินเทินทึกที่ถูกกลุ่มการเมืองใช้อ้างพาดพิงไปถึงสถาบัน” “ศัตรู” ผู้หยาบช้าโดนอีกแล้ว จะไม่มีปัญหาเลยถ้าคดีกองพะเนินเทินทึกนั้นไม่ทำให้เกิดปัญหาทางการเมือง นายกกล่าวซ้ำๆซากๆอีกว่า “ได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อทำการกลั่นกรองคดี (หมิ่นฯ) เหล่านี้” และย้ำต่อว่า “คณะกรรมการพิเศษ” นี้จะถูกเชิญให้ “กำหนดหลักเกณฑ์ว่าคดีใดบ้างที่จะเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์”

เขายังพูดอย่างไร้สาระเกี่ยวกับ “กฎหมาย (ถูกนำมา) บังคับใช้อย่างเท่าเทียมกัน และอย่างตรงไปตรงมาในกรณีความขัดแย้งทางการเมือง” พีพีทีขอยืนยันอย่างมั่นใจว่า นี่เป็นการโกหกอย่างหน้าด้านๆ อภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า:

“เมื่อปีที่แล้ว ผมมีคำสั่งให้ผู้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกระทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องเข้าข้างใคร หรือช่วยเหลือใคร อย่าชะลอคดีใดๆ ยิ่งเป็นคดีที่ผิดกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด” เขากล่าวว่า “มีการร้องเรียนจากเสื้อแดงว่ามีการพิจารณาคดีเดือนเมษายน (สงกรานต์เลือด) อย่างรวดเร็ว นั่นก็เพราะว่ามีหลักฐานที่เห็นได้ชัดจากการรายงานของสื่อ”

อืมมม หลักฐานจากสื่อหรือ นี่เป็นขบวนการทางกฎหมายหรือ อย่างไรก็ดี ที่อภิสิทธิ์ตอแหลว่า ไม่มีการปฏิบัติสองมาตรฐาน เห็นได้กันจะๆ จากรายงานของสื่อจำนวนมากมาย (รวมถึงจาก เอเอสทีวี) ถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายของพันธมิตร

“เรื่องสองมาตรฐาน” มีปัญหาแต่กับอภิสิทธิ์เท่านั้น เพราะ “ขณะนี้กำลังถูกนำมาใช้เพื่อปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง” อภิสิทธิ์กล่าวว่า:

“ผมขอยืนยันว่า ผมไม่ต้องการเห็นการปฏิบัติสองมาตรฐาน ตำรวจต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่ได้กระทำสองมาตรฐาน และผมจะไม่ก้าวก่าย แต่หากยังมีปัญหา หรืออุปสรรคใดๆ ให้แจ้งมาที่ผม ผมจะเป็นผู้แก้ปัญหาให้…”

เห็นความตอแหลได้ชัดเลยนะนี่ เรื่องสองมาตรฐานถือว่าเป็นคำจำกัดความของ ทั้งรัฐบาลและการกระทำของรัฐบาลนี้

อภิสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐผู้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งตัวเองเลือกมากับมือ ตามที่เราเคยลงบทความว่า ประทีปร่วมกับกองทัพตบเท้าเข้าหาเปรม ติณสูลานนท์ ในช่วงเริ่มทำการตระเตรียมกองกำลังที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่เดากันหนาหูว่าจะมีการ “ประลองกำลังครั้งสุดท้าย” ของทักษิณ ชินวัตร

ประทีปกล่าวว่า “เป็นหน้าที่เร่งด่วนของทางตำรวจ ที่จะให้การอารักขาต่อพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ จะผิดพลาดใดๆไม่ได้ ทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติจะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรีบเร่ง ท่านนายกได้สั่งการว่า ทุกคดีต้องถูกตรวจสอบจากรองผู้บังคับการ หลายคดีที่ต้องใช้เวลานานถึง ๓-๕ เดือนก่อนที่จะถูกส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านนายกวอนให้เร่งปิดคดีในเวลา ๑-๒ เดือน”

แท้จริงแล้ว บางคดีถูกลากยาวมากกว่าหนึ่งปี (อ่านจากที่นี่) นานจนสุดที่จะเดาแล้วว่า ได้เคยมีการผ่อนปรนเรื่องการเซ็นเซอร์และการควบคุมตั้งแต่เมื่อไร เรื่องนี้สร้างความวิตกให้กับผู้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ดูเหมือนถูกข่มขู่ให้เพิ่มความสนใจ และเพิ่มปฏิบัติการต่อผู้ซึ่งถูกตราหน้าว่า เป็นปฏิปักษ์กับสถาบัน ในเวลานี้ บรรดาผู้ที่ถูกตราหน้ายังถูกระบุอีกว่า เป็นพวกเสื้อแดง

เวลาแห่งการกวาดล้างใกล้เข้ามาแล้วหรือ แน่นอน ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้น สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และยังเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) กล่าวว่า

“ตำรวจมีหน้าที่ในการปกป้องสถาบันกษัตริย์ ตำรวจต้องดำเนินคดีกับใครก็ตามที่ทำการล่วงละเมิด” เขาเสริมต่อว่า “(หลาย) เว็บไซต์ ตัวอย่างรวมไปถึง ประชาไท ซึ่งปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับการประชวรของพระมหากษัตริย์ และส่งเสริมให้ประชาชนต่อต้านสถาบัน”

สุเทพกล่าวต่ออีกว่า

“ผู้บังคับบัญชาตำรวจควรสั่งสอนลูกน้องให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ และทั้งตำรวจ และครอบครัวทุกคนจะต้องรับทราบในเรื่องนี้….”

การเรียกร้องอย่างโจ่งครึ่มให้ทำการต่อต้านพวกที่ถูกหาว่า เป็นศัตรูของสถาบัน ดูเหมือนจะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับความปอดแหกที่เห็นได้จากรัฐบาล และผู้อยู่เบื้องหลัง และความจำเป็นที่พวกเขาตระหนักว่ากำลังจะเกิด “การประลองกำลังครั้งสุดท้าย” เราหวังว่าเราจะทายผิดนะที่ว่า เรื่องดูจะยุ่งเหยิงและดุเดือดมากขึ้น

Advertisements
11 ความเห็น leave one →
  1. คมชนะ permalink
    วันจันทร์ 4 มกราคม 2010 13:11 น.

    อยากให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาล เลิกนำเอาสถาบันสูงสุดในดวงใจของทุกคน มาอ้างว่าเป็นของตัวเองเป็นหน้าที่ตัวเอง ไม่ใช่ครับคนไทยทุกคนรักในหลวงเท่ากันครับ!

  2. ;;;; permalink
    วันจันทร์ 4 มกราคม 2010 15:11 น.

    ปกติ ไม่แปลก ที่คนเหล่านี้นักการเมืองเหล่านี้ เอาสถาบันมาอ้าง บังหน้า เพื่อหาคะแนน ธรรมดา
    เพราะคนเหล่านี้พรรคการเมืองเหล่านี้ พ่ายแพ้คะแนนนิยม เขาพยายามเอาสถาบันฯมาอ้างเพื่อคะแนนนิยมสร้างมวลชนดึงมวลชนให้มาเป็นพวก เพื่อเอาชนะกันทางการเมือง นี่คือความเชื่อของเราว่าคนเหล่านี้ ไม่ได้จริงใจที่จะปกป้องสถาบันฯใดๆจริง เพราะไม่มีใครคนไทยกลุ่มใดที่จะคิดล้มล้างสถาบันฯหลักของชาติ ไม่มีจริงๆ คนเหล่านี้ปั้นแต่งขึ้นมาเองทั้งสิ้น เพียงเหตุผลทางการเมืองเท่านั้น

  3. นกฮูก permalink
    วันจันทร์ 4 มกราคม 2010 21:32 น.

    ยิ่งทำแบบนี้มันก็ยิ่งเสื่อม ประชาชนก็เบื่อจนชินและเอียนเต็มทน เลิกบ้าปํญญาอ่อนซะทีเถอะ อยากจะอ๊วก

  4. โหน permalink
    วันอังคาร 5 มกราคม 2010 01:13 น.

    ถิ่นอีกาขาว นิยมสี
    พวกอีกาดำมากบารมีจอมปลอม
    อ้าปากร้องเสียงดังกันอย่างสุดขั้ว
    ประชาชนมองเห็น อีกาดำๆ ตัวจริงชัดหมดแล้ว

  5. วันอังคาร 5 มกราคม 2010 15:05 น.

    ยิ่งเห็นยิ่งระอา

  6. วันพุธ 6 มกราคม 2010 10:37 น.

    ระบอบอำมาตย์ออกกฏหมายโดยการปฏิวัติ ระบอบประชาธิปไตยกฏหมายออกมาจากประชาชนโดยผ่านการเลือกตั้งสส.ที่เป็นตัวแทนประชาชน ในปัจจุบันระบอบอำมาตย์ออกกฏหมายหลังการปฏิวัติรัฐธรรมนูญ2550 แล้วรัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นระบอบอำมาตย์ที่ไม่ผ่านระบอบการเลือกตั้งอ้างตัวว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยท่านสับสนหรือไม่ แค่นี้ก็สับสนทางความคิดแล้ว ผลการกระทำย่อมสับสนไปทั้งประเทศดูจากความวุ่นวายทางความคิดการเมือง ถ้าเราเป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตยจริงเราจะยอมรับกฏหมายที่ไม่ได้มาจากประชาชนได้อย่าง

  7. เยี่ยมเยียน permalink
    วันพุธ 6 มกราคม 2010 12:29 น.

    อภิสิทธิ์และสุเทพ เร่งปกป้องระบอบกษัตริย์ => อ๋อ มิน่าละกู้เงินบานเบอะมาใช้แบบไม่ต้องคิดอะไร คนรับภาระก้อประชาชนตาดำ ๆ กับรัฐบาลชุดต่อไป ไอ้มาร์คเอ๊ย……….

  8. pheacharach permalink
    วันพุธ 6 มกราคม 2010 20:15 น.

    เกี่ยวกันตรงไหนกู้เงินปกป้องสถาบันพูดไปทั่ว

  9. สวยมากมาย permalink
    วันพุธ 6 มกราคม 2010 20:50 น.

    ก็คนมันเครียด ไม่รู้จะทำไงกับพวกหน้าด้าน คุณก็อย่าไปอะไรนักเลย

  10. หัดมอง permalink
    วันพฤหัส 11 มีนาคม 2010 17:46 น.

    เมื่อก่อน ไม่เคยคิดเลย ว่าจะมีคนไทยคนไหน ที่ไม่รักในหลวง จนมาวันนี้ กลับมีคนอัปรีย์พยายามฉุดฟ้าลงต่ำ

    ต้องการความเสมอภาพงั้นหรือ คุณได้ลองมองย้อนดูตัวเอง มองย้อนกลับไปดูเทือกเถาว์เหล่ากอของคุณดูหรือยัง

    พวกคุณได้ทำเท่าที่เขาทำหรือไม่ คุณยอมลำบากได้เท่าเขาหรือไม่ ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวได้หรือไม่

    ยอมทำเพื่อประโยชน์ของคนอื่นได้หรือไม่ คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองได้หรือไม่ ยอมแบกรับภาระทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวได้หรือไม่

    หรือแค่เพียงคิด คุณเคยคิดจะทำอะไรให้ประเทศชาติ และประชาชนในชาติบ้าง

    หากคุณยังคงกินเหล้า เมาหวย เที่ยวเตร่ หลีหญิง รักสบาย ก็จงอย่าได้พยายามยกตัวเองไปเสมอภาคกับคนอื่น ที่เขาทำมากกว่า

    สำหรับคนบางคน ไม่รู้ว่าต้องการความเสมอภาค หรืออยากจะเป็นใหญ่เองกันแน่ …

  11. GodSaveTheQueen permalink
    วันพฤหัส 11 มีนาคม 2010 19:22 น.

    In The name of Queen Alizabeth,The Great Britain Ambassador had save Thais any violence from red shirt.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: