Skip to content

รัฐบาลเกรดเฟ้อ ตอน ๒

วันพุธ 30 ธันวาคม 2009

Government grade inflation II
December 28, 2009
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

เมื่อสองวันก่อน พีพีทีได้ลงบทความประเมินผลงานของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอน ๑ ในหัวข้อการว่างงาน การท่องเที่ยว และการส่งออก นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เกรดตกต่ำของเขาอาจจะยังต่ำลงอีกจนถึงต่ำที่สุด

รายงานต่อจากมาเลเซียนอินไซเดอร์ (“ประเทศไทยมีเสถียรภาพและรุ่งเรือง” วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒) เกี่ยวกับความตื่นเต้นของอภิสิทธิ์ในการแถลงการณ์ประเมินผลงานของตัวเอง และตอนนี้พีพีทีจะมากล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน

ผลงานของรัฐบาลในด้านนี้จัดว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า ต่างจากที่อภิสิทธิ์ได้คุยโวไว้ เราคิดอย่างสุภาพได้มากที่สุดเพียงว่า อภิสิทธิ์มือไม่ถึงที่จะทำความเข้าใจกับปัญหา แม้โดยแท้จริงแล้ว พีพีทีเชื่อว่าอภิสิทธิ์เข้าใจในทุกประเด็น แต่ยังทู่ซี้ในการจำกัดสิทธิมนุษยชน แล้วอ้างเรื่องอื่น อภิสิทธิ์เอาแต่อ้างอย่างแผ่นเสียงตกร่องว่า เขาต้องการหลักนิติธรรม แต่ก็เดินตามรอยชาวจีนที่นำกฎหมายมาบังคับใช้เพื่อผลประโยชน์ของรัฐบาล ปลายปี ๒๕๕๒ กฎหมายยังคงเป็นเครื่องมือสำหรับบุคคลใดก็ตาม ที่มีอิทธิพลและอำนาจ ซึ่งนำไปบีบบังคับใช้ต่อผู้ซึ่งอยู่ใต้อาณัติ

อภิสิทธิ์ “ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการตะบี้ตะบันบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในเพื่อควบคุมการชุมนุมของ นปช.เสื้อแดง ซึ่งเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน” แน่นอน อภิสิทธิ์ต้องพูดแบบนี้ แต่ในกรณีอื่นล่ะ อภิสิทธิ์ทำอย่างไร อย่างการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรคลั่งเจ้า ไม่มีปัญหาไง เมื่อพันธมิตรก่อความรุนแรง แค่ว่าเป็นเรื่องที่แย่มากก็เท่านั้น แต่เมื่อมีการชุมนุมของเสื้อแดง อภิสิทธิ์มอบอำนาจจัดการในเรื่องนี้ให้กับสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และซาร์แห่งความมั่นคง สั่งการให้กองทัพเข้ารักษาความมั่นคงโดยอ้าง พ.ร.บ.ความมั่นคงนี้

เกิดอะไรขึ้นกับแผนของพันธมิตรที่จะทำการชุมนุมในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของกษัตริย์ล่ะ น่าสนใจดีนะ ที่พันธมิตรจะถูก ปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่ง เมื่อไรก็ได้เพื่อสนองตัณหาของใครบางคน

อภิสิทธิ์จะบังคับใช้กฎหมายหมิ่นฯ แบบใหม่อีกแล้ว โดยกล่าวว่า “มีการร้องเรียนเรื่องกฎหมายหมิ่นฯ…ขณะนี้กำลังอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการเพื่อให้แน่ใจว่า กฎหมายได้ถูกนำไปใช้ “อย่างเหมาะสม” คณะกรรมการที่ไหนหรือ และมีการบริหารกันอย่างไร จะทำงานอย่างโปร่งใสหรือไม่ แน่นอน ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ อย่างไรก็ดี รัฐบาลอภิสิทธิ์แทนที่จะใช้กฎหมายหมิ่นฯ กลับงัดเอา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อจับประชาชนยัดคุกด้วยข้อหาอาชญากรรม และหมิ่นราชวงศ์มาใช้ทดแทน ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจจากทั่วโลกน้อยลง เมื่อไม่ได้บังคับใช้กฎหมายหมิ่นฯ

นับตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาล มีผู้ถูกตัดสินว่า กระทำผิดคดีหมิ่นฯ ด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ๓ คน – ดูรายชื่อได้จากที่นี่ การลงโทษนั้นรวมไปถึงการตัดสินลงโทษที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่เคยมีมา เรากล่าวได้มากที่สุดแต่เพียงว่า อย่างน้อยคดีอีก ๓๕ คดียังคงอยู่ในขั้นสอบสวน มีอีกบุคคลหนึ่งถูกยัดคุกโดยไม่ได้รับการประกันตัว – ดูรายชื่อได้จากที่นี่ ในปี ๒๕๕๓ จะมีคนถูกจับมากขึ้นอีกเท่าไร จะมีอีกเท่าไรที่ถูกดำเนินคดี

ลองคิดถึงประเด็นอื่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนอย่างกว้าง แต่ยังคงไม่มีคำตอบ เราจะแสดงเพียงไม่กี่รายการเท่านั้น ซึ่งไม่ได้จัดเรียงเอาไว้ พร้อมทั้งมีลิ้งค์ และเราแน่ใจว่า ผู้อ่านคงจะมีเพิ่มมากกว่านี้:

ผู้ลี้ภัยทางเรือชาวโรฮิงยา: ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม กวี จงกิจถาวร ฝ่ายเลียอภิสิทธิ์กล่าวว่า: “ภายใต้การเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด จะมีการแอบซ่อนความยินดี หากปัญหาของโรฮิงยากลายเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลนำโดยอภิสิทธิ์ เริ่มต้นเรื่องด้วยการที่เชื่อว่าอภิสิทธิ์ผู้มีพื้นฐานทางศีลธรรมอันสูงส่งว่า จะปฏิบัติต่อเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพต่อการแสดงออกในเร็วๆนี้” แต่เกือบ ๑๒ เดือนที่ผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กวีพลาดในเรื่องอภิสิทธิ์และเรื่องสิทธิมนุษยชน และกรณีโรฮิงยาถูกซุกไว้ใต้พรม รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองกำลังความมั่นคงด้วยเช่นกัน

ม้งลาวอพยพ: องค์การหมอไร้พรมแดน (Medicins Sans Frontieres – MSF) ถอนตัวออกจากค่ายอพยพเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒ ประณาม “การกดดันจากกองทัพไทยที่จะบีบบังคับให้ชาวม้งอพยพจำนวน ๕,๐๐๐ คนซึ่งอาศัยอยู่ในห้วยน้ำขาว ทางภาคเหนือของประเทศไทยกลับไปสู่ลาว การเพิ่มมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นบังคับให้ MSF ต้องยุติการให้ความช่วยเหลือที่เคยกระทำมาในระยะสี่ปีที่อยู่ในค่าย” แม้จะได้รับความกดดันที่ค่อนข้างมากจากนานาชาติ แต่ในวันนี้ มีการยืนยันที่จะส่งตัวม้งลาวอพยพกลับถิ่น วอชิงตันโพสต์อธิบายด้วยคำว่า “การบังคับการโยกย้ายตั้งถิ่นฐาน” อภิสิทธิ์เป็นผู้ออกคำสั่ง ปฏิเสธที่จะให้การยืนยันว่า ม้งลาวจะถูกขับไล่ออกไปเมื่อไร กล่าวแต่เพียงว่าไม่ช้านี้ เมื่อต้องตีหน้าเรื่องสิทธิมนุษยชน และกฎนิติธรรมกับโลกตะวันตก อภิสิทธิ์กล่าวว่า: “เราจะปฏิบัติตามกฎหมาย และเราจะมีความระมัดระวัง” เสริมต่อว่า: “เราใช้หนทางในการจัดการเรื่องนี้โดยไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน” อีกครั้ง ที่พีพีทีต้องถามว่า กฎหมายอะไร หรืออาจจะต้องถามอย่างตรงๆว่า กฎหมายของใคร

ทำไมยังคงมีคนเชื่อในคำพูดดังกล่าวจากปากอภิสิทธิ์ พีพีทีสุดที่จะเดา ยิ่งเมื่อสุเทพออกมาสนับสนุนอภิสิทธิ์อย่างแข็งขันโดยกล่าวว่า “ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของประเทศอื่น – เป็นเรื่องระหว่างไทยและลาว สัญญาระหว่างสองประเทศเป็นอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น..”

แม้แต่องค์กรนิรโทษกรรมซึ่งมีความยืดหยุ่นยังแสดงความวิตกในเรื่องนี้ แต่ยังคงทำเพิกเฉยกับกฎหมายหมิ่นฯ

ระบบศาล: ไม่ว่าจะมีใครสนับสนุนทักษิณ ชินวัตรหรือไม่ก็ตาม ท่าทีของขบวนการยุติธรรม และพวกที่ทำตัวคล้ายศาลที่แสดงประหนึ่งว่า เป็นผู้มีความประนีประนอมนั้น อยู่ในขั้นน่าวิตกอย่างหนัก ช่องว่างระหว่างตัวบทกฎหมาย การนำกฎหมายมาปฏิบัติ และการวินิจฉัยยิ่งห่างมากยิ่งขึ้น ซึ่งสร้างความไม่ชอบธรรม และอนาคตอันมืดมนของประชาธิปไตย ให้เกิดขึ้นกับช่องว่างนี้

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เอ็นเอชอาร์ซี): พีพีทีเคยลงบทความมาหลายครั้งแล้วว่า การตั้งคณะกรรมการสิทธิฯ เพื่อกระทำการทุกอย่างยกเว้นเรื่องความเป็นอิสระ เรายังได้ลงบทความเมื่อไม่กี่วันมานี้อีก เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง เมื่อระบบศาลซึ่งมีความอะลุ่มอล่วย และองค์การที่เรียกกันว่าองค์การอิสระ ถือท้ายเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์ กองทัพ ข้าราชการ และพระราชวัง ต่างออกมาเสนอการควบคุมที่มากเกินไปกว่าครั้งที่ทักษิณอยู่ในอำนาจ

กองกำลังความมั่นคง: รัฐบาลตกเป็นหนี้กองทัพ ซึ่งเป็นความพยายามของกองทัพ (และของพระราชวัง) ที่ยัดเยียดตั้งรัฐบาลในฝันของตัวเองขึ้นมา ตามมาด้วยชัยชนะเหนือความคาดหมายของพรรคนิยมทักษิณในการเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ ด้วยความจริงที่ว่า รัฐบาลนี้เป็นหนี้บุญคุณของกองทัพ ซึ่งหมายความว่า การปฏิบัติการชั่วร้ายด้านสิทธิมนุษยชนใดๆ ย่อมไม่ถูกนำมากล่าวถึงอย่างจริงจัง แม้กระทั่งตำรวจ – ซึ่งไม่ถูกครอบงำจากประชาธิปัตย์ไปโดยทั้งหมด ดูเหมือนจะได้รับการคุ้มกันจากการถูกสืบสวนอย่างเต็มที่ เหตุการณ์ทางภาคใต้แสดงถึงการคุ้มกันที่พวกเขาได้รับ สร้างความชื่นมื่นให้กับพวกเราอย่างยิ่ง มีข้อสังเกตโดยเฉพาะ พีพีทีหวังที่จะเรียกร้องความสนใจ ในการหายตัวของบุคคลอีกคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหายตัวของทนายสมชาย นิลไพจิตรในเดือนมีนาคม ๒๕๔๗ และการวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกกักขังของหน่วยความมั่นคงแห่งชาติ วิกฤติการณ์ทางภาคใต้ที่ทวีความรุนแรง ยังคงเพิ่มขึ้น ยังไม่มีคำตอบ ในยุคของนายกอภิสิทธิ์

ความคุ้มกันของพันธมิตร: พันธมิตรก็เช่นเดียวกับกองทัพที่มีอำนาจเหนือรัฐบาล ส่วนหนึ่งมาจากความจริงที่ว่า รัฐบาลเป็นหนี้ในการประท้วงบนท้องถนน และการยึดสนามบินของพวกพันธมิตร ส่วนหนึ่งมาจากพวกตัวกลั่นของฝ่ายพันธมิตรที่มาร่วมรัฐบาลประชาธิปัตย์ แกนนำพันธมิตรซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอย่าง สมเกียรติ พงษ์ไพบูรณ์ และกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ จนถึงผู้สนับสนุนพันธมิตรอย่างนายกรัฐมนตรี และกรณ์ จาติกวณิชรัฐมนตรีคลัง

ช่างน่าพิศวงต่อความล้มเหลวอย่างแทบจะสิ้นท่า ที่จะเอาผิดใดๆกับการกระทำอันผิดกฎหมายของพันธมิตร และเป็นการประกาศอย่างชัดเจนในการปฏิบัติสองมาตรฐานของรัฐบาลอภิสิทธ์ต่อความหมายของคำว่า “กฎนิติธรรม” อันเป็นกฎหมายแบบที่อภิสิทธิ์ต้องการใช้ ไม่ใช่กฎหมายซึ่งมีความหมายในทางที่ให้เกิดความยุติธรรม แต่นั่นแหละ เราเดาว่าอภิสิทธิ์ต้องการแสดงความขอบคุณต่อบุคคลที่เคยช่วยเหลือเป็นอย่างมาก ในการผลักดันให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ขี้นมาครองอำนาจ

ในเรื่องสองมาตรฐาน เมื่อไม่กี่วันมานี้ หน้าแรกของบางกอกโพสต์ลงบทสัมภาษณ์ของกรณ์ กรณ์เตือนถึงความรุนแรงจากเสื้อแดงที่ใกล้เข้ามา – เวลานี้ถือว่าเป็นคำคมใช้ต่อต้านเสื้อแดงของสื่ออิงรัฐบาล กรณ์เสริมว่าได้มีการเตือนเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า โรงเรียนคนเสื้อแดงซึ่งเป็นการเตรียมการ สร้างการปลุกปั่นและความรุนแรง

คำพูดของกรณ์ถูกนำมาอ้างว่า “ในบรรยากาศสมัยใหม่นี้ ความพยายามที่จะเปลี่ยนรัฐบาลโดยใช้ความรุนแรงนั้นมันหมดสมัยไปเสียแล้ว…” พีพีทีเดาว่า กรณ์คงหมายถึงว่า วิธีดีที่สุดในการโค่นล้มรัฐบาลโดยการกระทำที่เรียกว่า การรัฐประหารโดยไม่เสียเลือดเนื้อ และตุลาการภิวัฒน์

ในขณะเดียวกัน มันไม่มีค่าอะไรกับการที่กรณ์ดูจะเปลี่ยนใจในขณะนี้เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาล มองย้อนไปในปี ๒๕๕๑ บทบรรณาธิการของเขาเองจากบางกอกโพสต์ วันที่ ๙ กันยายน กรณ์ให้การสนับสนุนพันธมิตรที่บุกยึดทำเนียบ และสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เขาเขียนว่า: “ถึงเวลาแล้วที่ต้องถอดนวมสู้กับรัฐบาล” เขาเสริมต่อ และพีพีทีขอลงบทความที่ยาวว่า: “วันต่อมาหลังจากทำเนียบถูกบุกเป็นวันที่ผมรู้สึกแปลก ผมเสียใจกับการตัดสินใจของพันธมิตรที่ก้าวล้ำเส้นความถูกต้อง แต่เมื่อมองทางด้านยุทธศาสตร์ผมก็เข้าใจดี ผมก็เหมือนเด็กนักเรียนหลายๆคน ผมมีความสนใจกับยุทธศาสตร์การสงคราม และพันธมิตร ซึ่งมีพลตรี จำลองเป็นผู้บัญชาการ ผมคิดในแง่นั้นจริงๆ การบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลตรงกับกลยุทธ์ที่เรียกว่า “แนวมรณะ” – โดยการเอาตัวคุณเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ซึ่งไม่มีอะไรต้องสูญเสียอีกแล้ว แน่นอน เมื่อตกลงจะใช้กลยุทธ์นี้แล้ว จะต้องทำการจู่โจมอย่างเร็ว – ราวสายฟ้าแล่บ ต้องให้ฝ่ายตรงข้ามยืนไม่ติด ต้องคอยย้ายสมรภูมิ และที่สำคัญที่สุด ทั้งหมดนี้ พวกเขาต้องต้อนให้ฝ่ายตรงข้ามจนมุมแล้วทำความผิดพลาด – ปฏิกิริยาของตำรวจที่ติดอาวุธหนัก และความฉิบหายอย่างใหญ่หลวง เมื่อมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉุกเฉิน และกองทัพไม่ปฏิบัติตาม เน้นให้เห็นถึงการขาดอำนาจสั่งการของรัฐบาล”

ใช่ กรณ์ยอมรับว่า เขามีคำถามเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ กลยุทธ์ และความรุนแรง แต่ที่สุดเขาก็ให้การสนับสนุน โดยกล่าวว่า: “เก้าโมงเช้าแล้ว…ผมคิดแต่เพียงว่า ผลสำรวจความเห็นจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันเหอะ ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมไม่สมควรที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากร ผมตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมพวกเขา” เหมือนการปฏิบัติสองมาตรฐานทั่วไป นายคนนี้เหมาะที่สุด

คดีคาราคาซัง: วันนี้บางกอกโพสต์รายงานว่า อาจจะมีความคืบหน้าในคดีฆ่านักการทูตซาอุดิอาระเบียเมื่อ ๑๙ ปีก่อน แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าในการพยายามลอบสังหารแกนนำพันธมิตรสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งกล่าวหาว่าองคมนตรีเป็นผู้วางแผนการเมื่อไม่กี่เดือนก่อน หรือกรณีการหายตัวของทนายสมชาย นีลไพจิตรซึ่งจะครบ ๖ ปีในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ทนายสมชายกำลังจะเปิดโปงวิธีทรมานของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงอย่างเป็นระบบ ซึ่งยังคงมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศไทยจะลงนามเป็นภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทารุณกรรมกับสหประชาชาติ

แน่นอน พีพีทีไม่หวังว่าจะมีการสืบสวนจนสิ้นสุด ในกรณีการตายของเสื้อแดง ๒ ศพ ซึ่งพบร่างลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเดือนเมษายนที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรม เป็นอะไรที่รัฐบาลซึ่งเอาแต่เล่นพรรคเล่นพวกถนัดนัก

การโกงกิน: นอกเหนือไปจากการต่อต้านฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองแล้ว ดูเหมือนจะมีความล้มเหลวในการสอบสวนการทุจริตโกงกินซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของรัฐบาล พีพีทีเคยลงบทความที่เกี่ยวข้องกับโครงการไทยเข้มแข็ง และสำนักงานโครงการพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงมาหลายต่อหลายครั้ง คดีต่างๆเหล่านี้หลุดหายไปในหลุมดำ

สรุปว่า พีพีทีจะไม่ให้คะแนน “เอบวก” กับรัฐบาลนี้ด้านสิทธิมนุษยชน แต่จะให้คะแนนปรับเป็นตกแทน นักวิจารณ์อาจแนะให้รัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารงานให้ดีกว่าทักษิณในด้านนี้ ในขณะเดียวกัน ความล้มเหลวในด้านสิทธิมนุษยชนก็ยังคงเป็นความล้มเหลว นี่เป็นรัฐบาลซึ่งเอาแต่ป่าวประกาศเรื่องกฎนิติธรรม แต่ไม่ทำอะไรตามที่แหกปากเอาไว้แม้แต่น้อย รัฐบาลประกาศว่าทำอะไร แต่กลับตาลปัตรเมื่อมีการกระทำจริง เป็นการส่อสัญญาณถึงวิกฤติที่จะยุ่งยากมากขึ้นในประเทศไทย

Advertisements
4 ความเห็น leave one →
  1. rueangdej thongsri permalink
    วันเสาร์ 2 มกราคม 2010 16:41 น.

    ผลงานทุกด้านล้มเหลวหมด ท่านนายกท่านมีความสุขอย่างไรหรือในเมื่อท่านไปทางไหนก็มีแต่คนต่อต้านที่สำคัญยิ่งคือ เขาด่าและเอาตระกูลท่านมาด่าเล่นท่านไม่เจ็บใจหรือ ถ้าเป็นผมลาออกแล้วลงเลือกตั้งให้ประชาชนเลือกใหม่เผื่อฟลุ้กได้เป็นอีกดีกว่า
    ด้วยรัก

  2. ดน พิราบแดง permalink
    วันจันทร์ 4 มกราคม 2010 21:14 น.

    ทานส้นตีน

    เศรษฐกิจพ่นพิษฮุคต่อมลูกหมาก
    เป็นยุคตีนก่ายหน้าผาก..ขี้กลากขึ้น
    หงหวยเถื่อน..หยูกยาบ้า เขียวคว้าปืน
    แต่สาบแว้น…แสนระรื่น..ชื่นตูดแต๋ว

    ท่านส้นตีนปีนโปเดียม…เตี๊ยมคำพูด
    หึ่งเหมือนตูด..ปู๊ดป๊าดป๋า..ถูกท่าแล้ว
    โจรห้าร้อย ยี้ห้อยหำ..ทำตาแวว
    ตดเซ็งแซ่ว…ท่าแนวนี้ ดี ! แน่ ! ชัวร์ !

    ห่าวิกฤติ แฮมเบอร์เกอร์ กระหน่ำหนัก
    ปากงึกงัก..”เพราะซับไพร์ม” ไอ้ควายถั่ว
    เพราะพวกมึง…ยึดทำเนียบ ไทยหน้ามัว
    ก่อการชั่ว..ยึดหนามบิน…อินเตอร์เซ็ง

    วิกฤตเขา…เขาวิบัติ..”รัฐอุ้มแบ๊งค์”
    แต่ไทยแม่ง…”แบ๊งค์อุ้มรัฐ” แบ๊งค์ไทยเจ๋ง
    ฟ้าเป็นตีน..ตุ๊ดมันตู่…กูละเง็ง
    มาบตาพุด..เจ๊งเจี๊ยวบาน …ทานส้นตีน

  3. เยี่ยม permalink
    วันพุธ 6 มกราคม 2010 13:06 น.

    เด็กชายมาร์คเอ๋ย ถ้าจะเห็นแก่บ้านเมือง ได้โปรดลาออก หรือไม่ก้อยุบสภาเลือกตั้งใหม่เหอะ………ชาวบ้านเขารับสภาพไม่ไหวแล้ว…….

  4. สวยมากมาย permalink
    วันพุธ 6 มกราคม 2010 21:46 น.

    ตัวพิมพ์ในบทความใช้อักษรให้มันตัวใหญ่หน่อยได้ไหม เฮ้อ คุณหนูโพเดียมดูๆไปก็น่ารักนะ จากแม่ยก เชียร์ๆ หน้าด้านดี ด้านได้โล่ห์ ด้านได้ถ้วย ด้านสนิท ด้านจะจะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: