Skip to content

รอยเตอร์: มัวแต่กวาดล้างทางออนไลน์ ในขณะที่บ้านเมืองอยู่ในสภาพหน้าสิ่วหน้าขวาน

วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2009

Thailand in online crackdown as tensions simmer
Fri Dec 18, 2009
By Ambika Ahuja
ที่มา – Reuters India
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

กรุงเทพ – เมื่อทัศพร รัตนวงศา แพทย์รังสีวิทยา วัย ๔๒ ปี ถึงที่ทำงานเพื่อจะเข้าเวรที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพเมื่อไม่นานมานี้ แทนที่จะได้ตรวจคนไข้ เธอกลับถูกตำรวจจับ ที่พักของเธอถูกค้น และข้อมูลทั้งหลายจากแล็ปท็อปถูกเก็บไว้เป็นหลักฐาน อาชญากรรมที่เธอถูกกล่าวหาคือ: “เสนอข้อมูลเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ เป็นการทำลายความมั่นคงแห่งชาติ และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน”

เธอเป็นผู้ต้องหารายที่ ๔ ที่ถูกกล่าวหาว่า กระพือข่าวลือเกี่ยวกับพระพลานามัยของกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชอันเป็นที่เคารพบูชา ส่งผลให้ตลาดหุ้นดิ่งลงในกลางเดือนตุลาคม

การเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหลายเป็นการแฉให้เห็นถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทั้งคลุมเครือ และถูกนำมาใช้ควบคุมอย่างไม่มีขอบเขต เป็นกฎหมายที่ผ่านสภานิติบัญญัติของกองทัพ หลังการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เจตนาของ พ.ร.บ.คอมฯ เพื่อที่จะใช้ปิดช่องว่างทางกฎหมาย และใช้รับมือกับอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ นักวิจารณ์ตั้งสมญานามว่า “กฎหมายล่าแม่มด” เอาไว้ฟาดฟันกับผู้เห็นต่างทางการเมือง และมีบทบัญญัติอันคลุมเครือ จนสามารถเอาไปใช้จัดการกับผู้ท่องเว็บรายไหนก็ได้

ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นด้วยที่จะมีขอบเขตในการถกเถียงเกี่ยวกับกษัตริย์พระชนมายุ ๘๒ พรรษาของประเทศ ซึ่งทรงประทับรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลเกือบครบสามเดือนแล้ว และพระอาการซึ่งทางสำนักพระราชวังแถลงการณ์ว่า เป็นโรคพระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ

การรายงานข่าวเรื่องหุ้นตกของสื่อต่างประเทศ โดนวิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสียจากสื่อหลักหัวอนุรักษ์นิยม และยังมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เอาผิดกับ “ตัวปล่อยข่าวลือ”

ในขณะที่ชาวไทยต่างบูชากษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก ยังมีความไม่มั่นใจอย่างหนักเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยในภายหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งการเมืองยังเป็นเรื่องที่แตกแยกเช่นนี้ เมื่อสิ้นรัชกาลของพระผู้เป็นศูนย์รวมใจ และพระผู้ทรงปรีชาสามารถในการไกล่เกลี่ย

การจลาจลบนท้องถนนที่มีความรุนแรง การยึดสนามบิน การทำรัฐประหาร และการพยายามลอบสังหารในระยะสามปีที่ผ่านมา เป็นสัญญาณอย่างเห็นได้ชัดของความตึงเครียดที่เพิ่มขี้นระหว่างฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายต่อต้านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกปล้นอำนาจในปี ๒๕๔๙

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การลงโทษต่อเสรีภาพในการพูด ส่วนหนึ่งก็เพราะความขลาดกลัวต่อทักษิณ และผู้สนับสนุนของเขา ซึ่งบางคนถูกกล่าวหาว่า มีเป้าหมายที่ซ่อนเร้นที่ว่า ต้องการเป็นสาธารณรัฐ ซึ่งพวกเขาให้การปฏิเสธ

ไมเคิล มอนติซาโน แห่งสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาของสิงคโปร์ กล่าวว่า “สิ่งที่เตะตาที่สุดเกี่ยวกับการใช้กฎหมายนี้ก็คือ เป็นการเน้นให้เห็นถึงความด้อยปัญญาของรัฐบาล ในการขัดขวางต่อการแสดงออก และความล้มเหลวที่จะเสนอวิสัยทัศน์อย่างจริงจัง เพื่อจัดระเบียบข้อมูลแบบร่วมสมัย”

“วอร์รูม”

อารีย์ จิวรรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีทีกล่าวว่า นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เจ้าหน้าที่ไทยสกัดกั้นเว็บเพจเกือบ ๒๐,๐๐๐ เว็บ ที่มีแนวโน้มหมิ่นกษัตริย์

อารีย์กล่าวต่อว่า ทีมงานใน “วอร์รูม” ของเขาประกอบด้วยข้าราชการที่รู้สองภาษา และผู้เชี่ยวชาญวัยหนุ่มสาว เพื่อนั่งเฝ้าหน้าจอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อคอยจัดการกับ “ความพยายามอย่างเป็นระบบ” ที่จะโค่นล้มราชบัลลังก์

ศาลเห็นด้วยว่ามีความจำเป็นที่จะปิดกั้นเว็บไซต์เกือบทั้งหมด แต่สำหรับเว็บไซต์ซึ่งต่อต้านกษัตริย์นั้น ทางกระทรวงของเขา ได้ขอให้ผู้บริการอินเตอร์เน็ตบล็อกก่อนที่จะยืนขออำนาจจากศาล

เขากล่าวว่า แต่ละวันจะพบเว็บเพจเหล่านี้ประมาณ ๑๐๐ หน้า

อารีย์กล่าวต่อว่า “ไม่ใช่เพียงแต่เพื่อความมั่นคงของชาติ แต่เป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจของชาวไทย ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตต่างให้ความร่วมมือ เนื่องจากพวกเขามีความรักในประเทศเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์กล่าวว่า ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมีเหตุผลอื่นที่จะต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่: เพราะกฎหมายอาจมีผลต่อพวกเขาด้วยเช่นกัน หากไม่ให้ความร่วมมือ

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า กฎหมายเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อสร้างบรรยากาศในโลกไซเบอร์ให้มีความปลอดภัย แต่นักวิจารณ์กล่าวว่า จะได้ผลที่ตรงกันข้ามต่างหาก

จีรนุช เปรมชัยพร ถูกจับหลังจากผู้อ่านได้โพสต์ความเห็นลงในประชาไทซึ่งเธอเป็นผู้ดูแลอยู่ โดยความเห็นนั้นถูกกล่าวหาว่า วิจารณ์กษัตริย์ ตำรวจกล่าวว่าเธอมีความผิดที่ไม่ลบความเห็นออกไปในทันที เธอกล่าวว่า “เป็นการสร้างความกลัวว่ามี “เผด็จการตัวเป้ง” จับตาดูอยู่”

เธอกล่าวว่า “เรายังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้ไอพีแอดเดรสของคนที่ถูกจับเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะตำรวจไม่ได้ขอจากทางผู้ดูแลเว็บ”

ความมั่นใจของนักลงทุน

สาวิตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กฎหมายมีความคลุมเครืออยู่หลายจุด โดยเฉพาะการใช้คำว่า “ความมั่นคงแห่งชาติ” และ “ความตื่นตระหนกของสาธารณะชน” ซึ่งสมควรที่จะมีการอธิบาย

นักวิเคราะห์คนอื่นต่างกล่าวว่า การบีบบังคับเช่นนี้จะเป็นการลดพื้นที่ที่จะทำการถกเถียงกันในทางสาธารณะ และเป็นการทำลายความมั่นใจต่อการลงทุน ในเศรษฐกิจ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของประเทศไทย ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มอนติซาโน นักวิจัยแห่งสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาของสิงคโปร์ เสริมว่า “ก่อนหน้านี้นักลงทุนต่างไม่ทราบตื้นลึกหนาบางของความรุนแรง ต่อการถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทย และได้หันมาให้ความสนใจ และเริ่มแสดงความวิตกมากขึ้น”

“การจับกุมตัวนี้เสมือนเน้นให้เห็นแนวโน้มดังกล่าว”

เนื่องจากถือเป็นธรรมเนียมว่า ราชบัลลังก์เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงส่ง มีกฎหมายหมิ่นฯ เพื่อจำกัดการถกเถียงเรื่องกษัตริย์อย่างเปิดเผย ซึ่งผู้ละเมิดจะต้องโทษจำคุกถึง ๑๕ ปี สื่อหลักต่างรู้แกวเลยทำการเซ็นเซอร์ตัวเองเสีย

แต่การจะควบคุมโลกนิรนามของอินเตอร์เน็ตนั้นถือว่าเป็นเรื่องยากเย็น จีรนุช แห่งประชาไทกล่าวว่า ผู้ท่องเน็ตบางคนซึ่งกลัวจะโดนจับอาจหาทางซ่อนตัวตนของตัวเอง หรือปลอมไอพีแอดเดรสเมื่อเข้าหน้าแสดงความเห็นทางการเมือง

กลุ่มสิทธิบางกลุ่มกล่าวว่า การใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อาจจะเป็นเรื่องโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากแนวโน้มที่ลดลง ในการที่เจ้าหน้าที่จะใช้กฎหมายหมิ่นฯอันรุนแรง เพื่อจัดการกับนักท่องเว็บ

หน่วยเฝ้าระวังของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย กล่าวว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อาจถูกนำไปใช้ “เพื่อดำเนินคดีต่ออาชญากรรมทางความคิดในทุกรูปแบบ ด้วยข้ออ้างที่หลอกลวงว่า เป็นอาชญากรรมด้านเทคโนโลยี่ ไม่ใช่ด้านการแสดงออก หรือด้านการแสดงความคิดเห็น”

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า พ.ร.บ. เป็นเรื่องสำคัญและได้ผล

พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการสอบสวนกลางกล่าวว่า “เราไม่ต้องการอ้างถึงพระเจ้าอยู่หัวเพื่อดำเนินคดีใดๆ ซึ่งคุกคามต่อความมั่นคงของชาติอย่างชัดแจ้ง”

“เราไม่ต้องการพูดว่าเป็นการหมิ่นประมาท เนื่องจากเรามีกฎหมายซึ่งระบุไว้ว่า การกระพือความเท็จทางออนไลน์ ถือว่าเป็นอาชญากรรม”

Advertisements
5 ความเห็น leave one →
  1. joojee permalink
    วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2009 05:13 น.

    motto ของประเทศลับแล
    ชาติ คือครอบครัวหรรษา
    ศาสนา คือครอบครัวหรรษา
    เทวดา คือครอบครัวหรรษา

    เพราะฉนั้น กฎหมาย รัฐบาล ศาล ตํารวจ ทหาร
    จะต้องทําทุกสี่งทุกอย่าง เพื่อครอบครัวหรรษาเท่านั้น
    ถ้าอยากจะ ทํามาหากินเจริณรุ่งเรืองสบาย จงซาบซึ้งนํ้าตาไหล
    และหาเรื่องกับพวกที่ไม่เห็นด้วย เช่นประนาม หรือนําไปแขวนคอที่สนามหลวง
    เอาร้องเท้ายัดปาก ตีด้วยเก้าอี้ ตบดัวยยางรถยนต์แล้วเผาเสีย
    ไม่บาปด้วย เพราะทําเพื่อเทวดา
    หรือเรียกตํารวจจับไห้ลามโซ่ ขังเสียสักสิบแปดปี
    ฉันพูดถึงประเทศลับแลนะ ประเทศอื่นอย่ามาแหยม

    อุ้ยตายเข้าผิดเนท ติดคุกไหมเนี่ย

  2. สวยมากมาย permalink
    วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2009 06:19 น.

    กดหัวพวกมันเข้าไว้ เพื่อความอยู่รอดของเรา เมืองไทยล้าหลังเท่าไหร่ เราก็มั่นคงเท่านั้น จักบ่

  3. Chalerm, Pee permalink
    วันพฤหัส 24 ธันวาคม 2009 11:31 น.

    ฟ้าทําตัวตํ่าเอง ไม่มีใครไปลากลงมา ลงมาเอง ชาวประชาเห็นความจริงด้วยตา ทั้ง๖๓ล้านคน ทําไปได้ ตัวอยู่ในสถานะควรเป็นกลาง นี่ดันเลือกข้าง ผิดที่สุด ขอให้คนนี้ตกนรกทั้งเป็นในชาตินี้

  4. วันศุกร์ 25 ธันวาคม 2009 09:14 น.

    ซื้อตำแหน่ง อบต.ด้วยเงิน 1ล้านบาท ได้คืนจากโครงการรัฐ (ไทยร่อแร่) แค่ไม่กี่วันเช่น ขุดคลองให้ราษฏร เป็นเงิน 6 หมื่นแต่จ่ายแต่ค่านำมัน 3000บาท ที่เหลือเจอกันที่ร้านอาหารตอนเย็นๆๆ เศรษฐกิจดีขึ้นจากตัวเลขเงินกู้ 1.4ล้านๆ หมุนเวียนที่เหล้า เบียร์ ที่ใช้เลี้ยงรับรองกันหรือไม่ แต่ความเจริญเกิดแก่ประโยชน์ส่วนรวม หรือไม่ครับ เมื่อใช้เงินกู้หมดใครจะจ่ายเงินต้น +ดอกเบี้ย ครับ ก็คนไทยนั่นแหละครับ รู้อยู่แล้วว่าระบอบอำมาตย์ ไม่ดีในวันนี้ แล้วท่านรออะไรครับ ผลกรรมก็ตกแต่ท่านในอนาคตใช่หรือไม่ถ้าท่านยอมรับกรรมวันนี้ที่ท่านก่อคืออยู่เฉยๆต่อสภาพแวดล้อม/การเมือง โดยที่ไม่คิดตอบโต้หรือทำอะไร ปล่อยให้คนชั่วปกครองท่าน ไม่ต่างอะไรกับควายที่ขุนเลี้ยงไว้ในคอกรอวันที่โตเต็มที่แล้วค่อยขายเชือด ถ้าคุณเป็นคนมีสติปัญญาที่เหนือกว่า คุณควรรู้สึกต่อการกระทำของพวกนี้ที่จ้องแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ช่วยกันตอบโต้แม้ส่วนเล็กๆที่ท่านทำได้ มีสติพิจารณาเข้าหา รวมกลุ่มคนที่เป็นพวกที่ท่านคิดว่าดีไว้ พูดคุยแจ้งข่าว ประณาม การกระทำชั่ว แล้วรอฮีโร่แก้ไขปัญหาให้คนส่วนรวมด้วยจิตที่เป็นกุศลจริงๆๆ ดูง่ายๆครับคนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น ท่านพิจารณาสิ่งรอบข้างออกหรือไม่ ในปัจจุบันคนแบ่งเห็นกันได้ชัดเจนมากแล้ว

Trackbacks

  1. Tweets that mention รอยเตอร์: มัวแต่กวาดทางล้างออนไลน์ ในขณะที่บ้านเมืองอยู่ในสภาพหน้าสิ่วหน้าขวาน « Lib

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: