Skip to content

อภิสิทธิ์! ขอต้อนรับสู่ยะลา

วันเสาร์ 19 ธันวาคม 2009

Welcome to Yala Mr. Abhisit
By Zachary Abuza
December 16, 2009
ที่มา – Counterterrorism Foundation
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

นับเวลาได้ครบปีแล้วที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์เข้าบริหารประเทศไทย อภิสิทธิ์สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะแก้ปัญหาความรุนแรง และมองหาคำตอบทางการเมืองที่เกิดจากผู้ก่อความไม่สงบเชื้อสายมาเลย์ นับตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๔๗ มียอดคนเสียชีวิตมากกว่า ๔,๐๐๐ คน ภาคใต้ของประเทศไทยกลายเป็นฉากที่ความรุนแรงมีแต่เพิ่มทวีมากขึ้น นำไปสู่การล้างเผ่าพันธุ์ที่เห็นได้ชัด (ชาวพุทธร้อยละ ๑๕ ได้หนีตายออกนอกพื้นที่) และเป็นความเสื่อมของโครงสร้างทางสังคมในจังหวัดทางภาคใต้ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลย์

การประชุมสุดยอดกับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่คู่ขนานไปกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นายกอภิสิทธิ์อ้างในหลายประเด็น:

เรื่องแรก ความรุนแรงในภาคใต้ได้ลดความรุนแรงลง ซึ่งยังไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก อภิสิทธิ์อ้างถึงยอดผู้เสียชีวิตในปี ๒๕๔๗ และยอดสูงสุดในปี ๒๕๕๐ ก่อนที่อภิสิทธิ์จะเข้ามาสู่อำนาจในปี ๒๕๕๑ ความรุนแรงค่อยๆสงบลง ในระหว่างปี ๒๕๔๗-๒๕๔๙ อัตราความรุนแรงของประชาชนที่ถูกฆ่าเป็นจำนวน ๑.๕ คนต่อวัน ระยะที่ทวีความรุนแรงมากที่สุดเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๐ ถัวเฉลี่ยที่ประชาชนถูกฆ่าพุ่งสูงถึง ๕ คนต่อวัน ในปีถัดมา ๒๕๕๑ ความรุนแรงได้ลดลง จำนวนประชาชนที่ถูกฆ่าเหลือเพียง ๑ คนต่อวัน

แท้จริงแล้ว นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ หลังจากพรรคพลังประชาชนถูกยุบ และอภิสิทธิ์เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ความรุนแรงได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น จำนวนประชาชนที่ถูกฆ่ามีถึง ๑.๒ คนต่อวัน แม้จะต่ำกว่าจำนวนยอดถูกฆ่าสูงสุด แต่เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดว่า ยังไม่สามารถควบคุมอัตราการตายไว้ได้

เมื่อปีที่แล้ว สถิติจากแหล่งข่าวที่เปิดเผยได้ของเราแสดงว่า มีการเขียนรายงานด้วยกลไกหมกเม็ด และเสนอความรุนแรงให้ดูน้อยกว่าความเป็นจริง และมีประชาชนถูกฆ่าตายโดยคร่าวๆ ๔๒๙ คน และได้รับบาดเจ็บ ๘๑๑ คน ผู้ถูกฆ่าตายเป็นนายตำรวจ ๒๕ นาย ทหาร ๓๕ นาย และทหารพรานในหน่วยรบพิเศษ ๒๖ นาย รวมไปถึงพลเรือน ๓๐๓ คน ครู ๑๓ คน พระ ๑ รูป และอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน ๒๖ คน และเมื่อปีที่แล้ว มีการระเบิด ๑๕๕ ครั้ง รวมไปถึงการระเบิดรถยนต์ ๓ คัน และความพยายามที่จะระเบิดประมาณ ๓๐ ครั้ง มีการสังหารโดยการตัดหัว ๑๑ คน ศพถูกเผาหรือถูกทำลาย ๑๘ ครั้ง โรงเรียนถูกวางเพลิง ๑๐ หลัง

กองกำลังรักษาความมั่นคงที่เข้มแข็งถึง ๖๐,๐๐๐ นายไม่สามารถเอาชนะกับผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นอาทิตย์นี้มีการจับชาวไทยในมาเลเซีย ๓ คนด้วยข้อหาผลิตระเบิด และในความเป็นจริงแล้ว ผู้ก่อความไม่สงบที่ถูกจับ หรือถูกตัดสินว่าผิดมีจำนวนเพียงเล็กน้อย

เรื่องที่สองของอภิสิทธิ์: ความจำเป็น ที่จะต้องหาคำตอบให้กับวิกฤติทางการเมืองอย่างถาวร แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์แทบจะไม่ได้ทำอะไรในเรื่องนี้ แถมรัฐบาลนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญใดๆกับวิกฤติภาคใต้ โดยเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาหาทางกำจัดอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรเพียงอย่างเดียว ภาคใต้เพิ่งกลายมาเป็นประเด็นร้อนในระยะหนึ่งปีที่อภิสิทธิ์เข้ามามีอำนาจ เนื่องจากการประชุมสุดยอดเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซีย

การขาดความน่าเชื่อถือของมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การคุ้มครองแบบเหวี่ยงแหของการประกาศภาวะฉุกเฉินที่ประกาศมาตั้งแต่สมัยทักษิณ เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นการทิ่มแทงสังคมมุสลิมอย่างใหญ่หลวง รัฐบาลไม่เคยนำตัวเจ้าหน้าที่ความมั่นคงคนใดขี้นศาล หรือรัฐบาลไม่เคยที่จะควบคุมทหารพรานชาวพุทธซึ่งไร้ความสามารถ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวังความปลอดภัย กองทัพของรัฐบาลที่ทำตัวเสมือนสาบสูญ และกระทำแต่วิสามัญฆาตกรรม

เรื่องที่สาม: อภิสิทธิ์ยืนยันว่าผู้ก่อความไม่สงบนั้นไม่มีความชอบธรรม ซึ่งเป็นการพูดที่ผิดอย่างโต้งๆ และเป็นแค่การปัดสวะของรัฐบาล ไม่มีใครชื่นชมผู้ก่อความไม่สงบ พวกเขามีแต่ความโหดร้าย – โดยเฉพาะต่อชุมชนของตัวเอง เหยื่อจำนวนเกินครึ่งเป็นผู้เลื่อมใสในศาสนาเดียวกัน ซึ่งหันไปร่วมมือกับทางการ ผู้ซึ่งคอยพูดชักชวนให้ปรองดองกับรัฐไทย หรือผู้ซึ่งโจมตีความรุนแรงของพวกผู้ก่อความไม่สงบ ผู้ก่อความไม่สงบเป็นอิสลามจากหลายที่และมีมากกว่าชาวบ้านในพื้นที่นั้น และพวกเขาค่อยๆแทรกซึมเป้าหมายทางสังคมอย่างช้าๆ

แต่การจะพูดว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่มีความชอบธรรมนั้นอาจจะไม่ถูกต้องนัก พวกเขาได้รับการปกป้องจากชุมชนของเขาเอง ทั้งตำรวจและทหารแทบจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆจากชาวบ้าน ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการตั้งข้อหา แท้จริงแล้วหลังจากระยะควบคุมตัว ๓๐ วัน ผู้ถูกคุมตัวส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐ จะได้รับการปล่อยตัว มีเพียงไม่กี่คนที่ให้ความร่วมมือกับการสืบสวน หรือกลายมาเป็นพยานให้กับรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลไม่เคยเสนอการคุ้มครองต่อพวกเขาอย่างเพียงพอ ไม่ใช่ชาวบ้านทั้งหมดที่อยู่ข้างเดียวกับผู้ก่อความไม่สงบ แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนับสนุนรัฐไทยเช่นกัน ซึ่งมีแต่ทุจริต โหดร้าย และคอยกระทำแต่การล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน เอาแต่เข้าข้างชาวบ้านซึ่งนับถือพุทธ และไม่ให้ความคุ้มครองพวกเขาอย่างพอเพียง โดยสรุปแล้วผู้ก่อความไม่สงบนั้นไม่ได้ปฏิบัติการได้ดีไปกว่ารัฐบาลที่จะเอาชนะใจ และความคิดของประชาชน แต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติการที่เลวไปกว่ารัฐบาลเช่นกัน และสำหรับผู้ก่อความไม่สงบแล้ว แค่นี้ก็เหลือเฟือ

ในขณะเดียวกัน ยังไม่มีการวางระเบิดในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต หรือกรุงเทพ ผมคิดว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น พวกเขาประสบความสำเร็จจากเป้าหมายในระยะสั้นคือ:

๑. ทำให้พื้นที่ไม่สามารถควบคุมได้
๒. กำจัดโอกาสของฝ่ายตรงข้ามในท้องถิ่น
๓. กำจัดองค์กรซึ่งเป็นโลกวิสัย และบังคับให้ประชาชนเข้าร่วมกับองค์กรอิสลาม: หรือพูดสั้นๆได้ว่า ยัดเยียดเป้าหมายทางสังคมของตัวเองให้กับประชาชน

แต่เป็นเรื่องของเวลา อะไรที่กำลังเกิดขึ้นที่ยะลา อาจไม่อยู่แค่ยะลา ผู้ก่อความไม่สงบซึ่งมีฝีไม้ลายมือ และแสดงความต้องการที่จะเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทำลายล้างอย่างรุนแรง เช่นเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ เกิดคาร์บอมบ์ที่โรงแรมเมอร์ลินในสุไหงโก-ลก นราธิวาส

แต่เราควรมีความวิตกด้วยเหตุผลหลายประการ:

ประการแรก: ไม่มีทางสิ้นสุด รัฐบาลแทบจะไม่มีความคืบหน้าในการต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบ หรือการเอาชนะใจ และความคิดของประชาชนในพื้นที่ เรื่องนี้ยังคงเป็นความขัดแย้งขั้นเอาเป็นเอาตายที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่เราคุ้นเคยกับความรุนแรงที่เกิดในอิรัค และอาฟกานิสถาน แต่ถ้าความขัดแย้งเพียงเล็กน้อยนี้ยังคงถูกปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมย่อมจะไม่สร้างความมั่นคงให้กับใคร ความขัดแย้งเหล่านี้จะกัดกินส่วนอื่นๆ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำสอนจีฮัด (jihadish narrative)

ประการที่สอง: เป็นพื้นที่ที่ไร้กฎหมายควบคุม และไร้การปกครอง ในใจกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Advertisements
7 ความเห็น leave one →
  1. สวยมากมาย permalink
    วันเสาร์ 19 ธันวาคม 2009 09:20 น.

    รัฐบาลของน้องมาร์คไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ต้นสังกัดไม่ได้สั่งการมา น้องมารค์รับเป้าหมายเรื่องเดียวกำจัดศัตรูของอำมาตย์ (ทักษิณและประชาชน)เท่านั้น เพราะคนเหล่านี้บ่อนทำลายความมั่นคงอยู่ดีกินดีของเครือข่าย ถึงแม้พวกนี้จะไม่ชัดเจนในเรื่องของการทำผิดกฏหมายแต่พวกเขาก็ร่ำรวยด้วยการทำนาบนหลังคนยากจน (พรรคประชาธิปัตย์เต็มไปด้วยเศรษฐีเหล่านี้)สุขสบายมาเนิ่นนาน แต่ทักษิณและประชาชนกลุ่มหนึ่งทำให้การดูดเลือดของเหลือบลิ้นพวกนี้สะดุดและสั่นสะเทือน จึงต้องมีการกำจัดให้สิ้นซาก ปัญหาภาคใต้ไม่ควรจะยุติด้วยซ้ำในความเห็นของพวกอำมาตยาธิปัตย์ เพราะถ้าปัญหายุติพวกเขาก็ขาดรายได้ จะเอาอะไรมาอ้างของบประมาณ (งบประมาณกองทัพและงบแก้ปัญหาพัฒนาชาวบ้าน เพราะงบเหล่านี้ก็เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้พวกเขามาเนิ่นนานโดยไม่ต้องออกเรี่ยวออกแรง)และมาร์คก็จดจ่อกับเป้าหมายนี้อย่างเต็มที่

  2. สวยมากมาย permalink
    วันเสาร์ 19 ธันวาคม 2009 10:49 น.

    พรรคประชาธิปัตย์ ประชา+ธิปัตย์ ความหมาย อำนาจอธิปไตยโดยประชาชนเพื่อประชาชน แต่เนื่องจากในอดีตจนปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าพรรคนี้มีนโยบายหลักรักษาผลประโยชน์ท่อน้ำเลี้ยงของพวกตน (พรรคนี้เต็มไปด้วยเศรษฐีที่รำรวยมาจากการทำนาบนหลังแรงงานและชาวนาที่ยากจนเราเรียกคนเหล่านี้ว่าอำมาตย์)พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีนโยบายปกป้องคุณภาพชีวิตของคนยากจน 80%ของประเทศ ย้อนดูบ้านเมืองในยุครัฐบาลพรรคนี้ เต็มไปด้วย พ่อค้ายาบ้า หวยใต้ดิน มาเฟียเงินกู้ดอกโหด ฯลฯ เรียกได้ว่ารัฐบาลชุดนี้อนุรักษ์ก็ว่าได้ เพราะยาบ้า หวย กู้นอกระบบ ทำให้คนจนอ่อนแอไม่สามารถโงหัวมาเรียกร้องอะไรจากคนร่ำรวยในรัฐบาล คือกดเอาไว้ได้นั่นเอง เมื่อทักษิณเข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เหล่าอำมาตย์ที่เสวยสุขอยู่เกิดการสะดุด จึงต้องกำจัดตัวการที่บ่อนทำลายเหล่านี้ให้สิ้นซาก ถ้าใช้การเลือกตั้งก็แพ้ เพราะประชาชนตาสว่างแล้ว ปล้นเอาดีกว่าด้วยเหตุผลที่ชอบธรรมคือคนยากจนโง่เขลาเกินกว่าจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง
    ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ควรใช้ชื่อนี้เพราะไม่ตรงกับความจริง ควรใช้ชื่อว่า “พรรคอมาตยาธิปัตย์” เพราะ อำมาตย์+ธิปัตย์ แปลว่าอธิปไตยโดยอำมาตย์และเพื่ออำมาตย์ ขอให้พวกเราใช้ชื่อนี้เรียกพรรคนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

  3. joojee permalink
    วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2009 00:43 น.

    สุดแสนสงสารทหารผู้น้อยทางไต้ พวกนี้เป็นทหารที่เกนมา
    เงินเดือนน้อย รายได้พิเสทก็เบีกสุดแสนยาก
    อาวุธก็ไม่ทันสมัยเพราะอ้ายพวกจ้าวนายมันอมอาวุธ
    ชีวิตเหมือนไร้ค่า
    ขณะที่อ้ายจอมทัพ ไช้เครื่องบินเล่นสนุกสนานวงเวียนหาเมียน้อย
    พวกทหารทางไต้ขาดแคลนทั้งลูกปืน
    คนในกรุงมัวแข่งขันกันคลั่งชาติโดยการแสดงซาบซึ้ง
    หาเรื่องกับเรื่องไม่ยืนหรือเรื่องทรงผมบนกระบาล
    ทางไต้คนตายกันทุกวัน
    เมื่อเดือนที่แล้วเราได้เอาของไปมอบไห้ทหารเมก้นในอีรัคหนึ่งคันรถ
    ที่เราไปรับจากการบริจากมาและช่วยไปส่งที่กลมทหาร
    และได้ทราบว่าเฉพาะที่แห่งนี้จัด care package ไดกว่าแสนกว่ากล่อง
    ถ้ารวมทั้งประเทศคงเป็นล้าน และคนส่วนมากไม่สนับสนุนสงคราม
    แต่เขายังส่งไห้ทหาร
    แต่ประเทศไทยกับจัดงานวันเกีด
    คนไทยจ้า เมื่อไหร่จะเข้าใจว่าชาติหรือประเทศคืออะไรซักที
    ส่วนนายอภิสิทธินั้น เขาก็เหมือนกับพวกนํ้าตาไหลที่เห็นแม้แ่แฟลช
    จากตึกริมนํ้านั่นแหละ

  4. วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2009 00:46 น.

    หากประชาชนในพื้นที่รับรู้และรู้สึกได้ว่าผู้มีอำนาจให้ความสำคัญ

    กับการแก้ไขปัญหาไม่ว่าเรื่องใด และพื้นที่แห่งใด ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดย

    ตรงจะกระตือรือร้นและเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาพยายามทำนั้นได้รับการเอาใจใส่

    และเพ่งมองจากผู้มีอำนาจ นี่เป็นหลักการทั่วไป

    ตราบใดที่มันยังเป็นแค่หลักการ มันก็คงเป็นได้แค่หลักการ

    หากไม่คิดจะทำตามหลักการที่ว่านั่นเสียที

  5. สวยมากมาย permalink
    วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2009 06:43 น.

    ถ้าภาคใต้สงบ งบที่ไหนจะลงไป จะตัดท่อน้ำเลี้ยงของอำมาตย์กันหรือไง

  6. ข้า ราด ชะ กานนาน ๆ permalink
    วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2009 13:03 น.

    ถึงเวลาหรือยังที่พวกเราต้องเอาคืน พวกอำมาตย์์? ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องกำจัดกาฝาก พวกนี้ให้สิ้นไปก่อนนที่ประเทศชาติ จะล้มจมมากไปกว่านี้? ลุกขึ้นสู้กันได้แล้ว มันเกาะกินพวกเรามามากพอแล้ว..

  7. วันศุกร์ 25 ธันวาคม 2009 09:14 น.

    ซื้อตำแหน่ง อบต.ด้วยเงิน 1ล้านบาท ได้คืนจากโครงการรัฐ (ไทยร่อแร่) แค่ไม่กี่วันเช่น ขุดคลองให้ราษฏร เป็นเงิน 6 หมื่นแต่จ่ายแต่ค่านำมัน 3000บาท ที่เหลือเจอกันที่ร้านอาหารตอนเย็นๆๆ เศรษฐกิจดีขึ้นจากตัวเลขเงินกู้ 1.4ล้านๆ หมุนเวียนที่เหล้า เบียร์ ที่ใช้เลี้ยงรับรองกันหรือไม่ แต่ความเจริญเกิดแก่ประโยชน์ส่วนรวม หรือไม่ครับ เมื่อใช้เงินกู้หมดใครจะจ่ายเงินต้น +ดอกเบี้ย ครับ ก็คนไทยนั่นแหละครับ รู้อยู่แล้วว่าระบอบอำมาตย์ ไม่ดีในวันนี้ แล้วท่านรออะไรครับ ผลกรรมก็ตกแต่ท่านในอนาคตใช่หรือไม่ถ้าท่านยอมรับกรรมวันนี้ที่ท่านก่อคืออยู่เฉยๆต่อสภาพแวดล้อม/การเมือง โดยที่ไม่คิดตอบโต้หรือทำอะไร ปล่อยให้คนชั่วปกครองท่าน ไม่ต่างอะไรกับควายที่ขุนเลี้ยงไว้ในคอกรอวันที่โตเต็มที่แล้วค่อยขายเชือด ถ้าคุณเป็นคนมีสติปัญญาที่เหนือกว่า คุณควรรู้สึกต่อการกระทำของพวกนี้ที่จ้องแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ช่วยกันตอบโต้แม้ส่วนเล็กๆที่ท่านทำได้ มีสติพิจารณาเข้าหา รวมกลุ่มคนที่เป็นพวกที่ท่านคิดว่าดีไว้ พูดคุยแจ้งข่าว ประณาม การกระทำชั่ว แล้วรอฮีโร่แก้ไขปัญหาให้คนส่วนรวมด้วยจิตที่เป็นกุศลจริงๆๆ ดูง่ายๆครับคนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น ท่านพิจารณาสิ่งรอบข้างออกหรือไม่ ในปัจจุบันคนแบ่งเห็นกันได้ชัดเจนมากแล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: