Skip to content

ฟาร์อิสเทิร์นอีโคโนมิครีวิว ฉบับสุดท้าย: กัมพูชา กลยุทธ์ของทักษิณ

วันพฤหัส 10 ธันวาคม 2009

Thaksin’s Cambodian Gambit
December 4, 2009
ที่มา: Far Eastern Economic Review
by Pasuk Phongpaichit and Chris Baker
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

การแต่งตั้ง ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของกัมพูชา และการเยือนพนมเปญระยะสั้นเพื่อเข้าขอบคุณสมเด็จ ฮุน เซน เพิ่มความขุ่นเคืองให้กับการเมืองไทยที่กำลังแตกแยก เมื่อเดือนพฤศจิกายน เสื้อเหลืองคลั่งเจ้าขึ้นเวทีชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบปี เสื้อแดงนิยมทักษิณประกาศจะมีการชุมนุมอย่างต่อเนื่องเพื่อทำการโค่นรัฐบาล ในการรวมตัวของเสื้อเหลือง โฆษกเรียกร้องให้ตัดหัว ฮุน เซน ทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

ที่น่าประหลาดคือ ปฏิกิริยาของสื่อ และผู้วิเคราะห์การเมืองต่อกลยุทธ์ของทักษิณเกี่ยวกับกัมพูชา เป็นการระบายสีแค่ ขาวและดำ ฝ่ายต่อต้านทักษิณร้องโหยหวนว่า ทักษิณมีความผิดที่ทรยศไปช่วยประเทศศัตรู และผิดในคดีหมิ่นฯที่ให้สัมภาษณ์ไทม์แสดงความเห็นเกี่ยวกับการสืบสันตติวงศ์ ฝ่ายสนับสนุนทักษิณวาดภาพการเยือนกัมพูชาของทักษิณว่า เป็นแผนที่ชาญฉลาดในการสร้างความโดดเด่นให้ตัวเอง แท้จริงแล้ว เหตุการณ์ทั้งหมดถูกบดบังด้วยสีเทาที่มืดมัว และหลายคนต้องการที่จะมองเห็นเป็นแบบนั้น

เสื้อเหลืองขาดแรงสนับสนุนหลังจากบุกปิดสนามบินในกรุงเทพสองแห่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ และเสียศูนย์หนักขึ้นเมื่อรัฐบาลฝ่ายทักษิณถูกโค่นลงหลังเหตุการณ์นั้น การพยายามสังหารสนธิ ลิ้มทองกุล นักปลุกปั่นที่มีชื่อที่สุดของการเคลื่อนไหวนี้เมื่อเดือนเมษายน มีการคาดเดากันว่า ผู้ปกครองซึ่งอุปถัมภ์สนธิเห็นว่าการเคลื่อนไหวไร้ประโยชน์เสียแล้ว และยังมีเรื่องแตกคอกันภายใน ในเรื่องการเสนอให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ และเรื่องเกิดการหักมุม เมื่อมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ในเดือนมิถุนายน โดยแกนนำ ซึ่งแทบจะไร้การดึงดูดใจต่อบรรดาแฟนๆชนชั้นกลางที่เป็นหัวใจหลักของการเคลื่อนไหวนั้น เมื่อถึงกลางปี ๒๕๕๒ มีรายงานว่า ผลกำไรของอาณาจักรสื่อสารของสนธิ ซึ่งรายได้หลักขี้นอยู่กับการสนับสนุนของเสื้อเหลืองได้ลดลง หลังจากคิดสาระตะมาเป็นเวลานาน สนธิตัดสินใจรับตำแหน่งผู้นำพรรคการเมืองใหม่

การเยือนกัมพูชาของทักษิณได้ชุบชีวิตโชคชะตาให้กับการเคลื่อนไหวของเสื้อเหลือง การชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายนเป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตาที่สุดในรอบเกือบปี แต่เสื้อเหลืองยังคงใช้มุขเดิมในการให้ร้ายทักษิณ อ้างตัวเองว่า เป็นผู้ปกป้องสถาบันและปกป้องประเทศชาติ และขู่ว่าจะสร้างความรุนแรง ไม่มีวี่แววตรงไหนที่จะแสดงให้เห็นถึง “การเมืองใหม่” ที่จะดึงดูดผู้สนับสนุนชนชั้นกลางชาวกรุงจำนวนมากได้

เสื้อแดงอ้างว่า ปกป้องประชาธิปไตย พวกเขาต่อสู้กับรัฐบาลปัจจุบันซึ่งไม่ได้มาตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย เป็นการจัดตั้งขึ้นมาจากการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมืองของกองทัพ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมหาศาล มากกว่าจะตั้งขึ้นมาจากผลการเลือกตั้ง วัตถุประสงค์ของเสื้อแดงคือ การล้มรัฐบาลพรรคร่วม ชนะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คมช. และนำทักษิณกลับมา

นับตั้งแต่การจลาจลในเดือนเมษายน เสื้อแดงเดินเกมด้วยวิธีที่สุขุม วางแผนระยะยาวเพื่อรักษาคะแนนนิยมซึ่งที่สุดแล้วจะกลายมาเป็นคะแนนเสียงซึ่งมีความสำคัญ ทักษิณยังคงเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนไหว แม้จะลี้ภัยอยู่นอกประเทศ แต่ทักษิณยังคงปรากฏให้เห็นผ่านทางโทรศัพท์ ทางทวิตเตอร์ และทางวิดีโอลิ้งค์อยู่เสมอ มีการเคลื่อนไหวโดยการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ผ่านเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์ เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เสื้อแดงประกาศการชุมนุม “ครั้งสุดท้าย” ในกรุงเทพ เพื่อทำการโค่นรัฐบาล แกนนำสัญญาด้วยความคาดหวังที่สูงว่าจะมีคนร่วมชุมนุมล้านคน รัฐบาลกลัวจนถึงขนาดต้องออกประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน จากนั้นมาได้มีการประกาศเลิกการชุมนุม อย่างน้อยให้ผ่านวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ ๕ ธันวาคมไปก่อน

คำขวัญง่ายๆของการชุมนุมมีว่า – “ปกป้องสถาบัน” หรือ “ ปกป้องประชาธิปไตย” – เป็นเพียงแต่เรื่องฉาบหน้าความซับซ้อน และความอึมครึมที่ซ่อนอยู่ภายใน จุดมุ่งหมายของทักษิณดูเหมือนจะเป็นเรื่องพัวพันทั้งเรื่องการเมือง หน้าตา และเงิน ทักษิณยังคงควบคุมเสียงสนับสนุนของมวลชนทั่วไป และทักษิณยังอ้างว่ารู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อมวลชนเหล่านี้ การถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหาร และถูกฝ่ายขวาจัดวาดภาพให้เป็นปีศาจร้าย ได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นวีรบุรุษแห่งประชาธิปไตยที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าทักษิณจะสมควรได้รับตำแหน่งนี้หรือไม่ก็ตาม ขณะนี้ทักษิณนิยมจะพูดถึงตัวเองว่าเป็น “ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง” และรู้สึกยินดีเมื่อสมเด็จฮุน เซนได้เปรียบเทียบตัวเขากับ ออง ซานซูจี

นับตั้งแต่แรกแล้ว เป็นเรื่องที่แยกไม่ออกระหว่างอาชีพนักการเมือง และการแสวงหาความร่ำรวยที่มีมหาศาลของทักษิณ ท่าทีการเคลื่อนไหวของเขาเมื่อไม่นานมานี้จากที่ลี้ภัยเป็นการเกี่ยวพันกับอนาคตในเรื่องทรัพย์สินของครอบครัว หลังการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ รัฐบาลอายัดทรัพย์สินมูลค่ามากกว่าเจ็ดหมื่นล้านบาทจากกองทุนต่างๆของเขา อัยการตระเตรียมคดียึดทรัพย์โดยอ้างเหตุผลว่า ทรัพย์สินนั้นได้มาจากการใช้อำนาจในทางมิชอบ เป็นเรื่องแปลกที่ว่า หลังจากคดีถูกส่งไปยังศาล การชุมนุมของเสื้อแดงฝ่ายทักษิณซึ่งเคยถึงขั้นรุนแรงเมื่อเดือนเมษายนนั้น ได้เริ่มต้นขึ้นทันที ทักษิณยอมรับในการให้สัมภาษณ์กับฟิกาโรอินเตอร์เนชั่นแนลในทันทีหลังจากการจลาจลว่า การก่อความวุ่นวายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอายัดทรัพย์ ครั้งแรกทักษิณตอบว่า “ประชาธิปไตย สัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน และเปรียบเสมือนพี่น้อง เช่นเดียวกับคุณ ชาวฝรั่งเศส” จากนั้น ทักษิณหยุดคิดสักพัก และเสริมต่อว่า “และเป็นเรื่องจำเป็นที่ผมจะต้องได้ทรัพย์สินที่ถูกอายัดกลับคืนมา”

เป็นเรื่องน่าสังเกตอีกอย่างที่ว่า วิธีการใช้ประเทศกัมพูชา และการชุมนุมครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นมาในเวลาเดียวกับการที่ศาลสูงสุด ใกล้ถึงผลสรุปคดียึดทรัพย์ มีข่าวลือว่า ตัวแทนของทักษิณได้ติดต่อทำการต่อรองกับบุคคลอันทรงอิทธิพลทั้งหลาย สมาชิกสภาของฝ่ายทักษิณกล่าวต่อสื่อว่า ทักษิณพร้อมที่จะยุติการยุยงเสื้อแดง ถ้าเจ้าหน้าที่ยกเลิกคดียึดทรัพย์ และยกเลิกคำตัดสินจำคุกสองปีเมื่อปีที่แล้ว ครั้งแรกที่ได้มีการตัดสินคดียึดทรัพย์นี้ในวันที่ ๓๐ ตุลาคม แต่ได้เลื่อนออกไปเป็นเดือนพฤศจิกายน และเลื่อนออกไปอีกเป็นต้นมกราคม ๒๕๕๓

การเลื่อนประกาศการตัดสินนั้นอาจไม่เป็นผลดีต่อทักษิณ สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ศาลพบหลักฐานใหม่ซึ่งโยงไปถึงบริษัทข้ามชาติซึ่งถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจครอบครัวของเขาในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลายคนได้สงสัยมานานแล้วว่า ทักษิณยังคงเป็นเจ้าของแบบลับๆ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการถือครองทรัพย์สินของรัฐมนตรี หลังจากการขายชินคอร์ปได้ไม่นาน กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้บริหารบริษัทการเงิน ออกมาเดาว่า ทักษิณยังคงเป็นเจ้าของวินมาร์ค บริษัทของหมู่เกาะบริติชเวอร์จินซึ่งเป็นหุ้นใหญ่ในเอสซี แอสเสท ซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว กรณ์ยังคาดคะเนต่อไปว่า วินมาร์คเป็นบริษัทที่พักกำไรจากที่ทักษิณได้รับ จากการเดาว่าทักษิณรู้เรื่องเงินบาทลอยตัวในวิกฤติปี ๒๕๔๐ กรรมการการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นำโดยผู้ซึ่งทักษิณแต่งตั้งในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกได้ทำการสืบสวนข้อกล่าวหาต่างๆเหล่านี้ และอ้างว่าข้อมูลที่ได้เป็นสำเนาจากต่างประเทศนั้นห้ามเปิดเผยต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตามตลาดหลักทรัพย์ และทางตำรวจได้มอบหลักฐานให้กับศาลสูงเพื่อแสดงให้เห็นการโอนเงินจำนวนมากระหว่างวินมาร์ค และบัญชีเงินฝากในชื่อของทักษิณ และภรรยา (ขณะนี้กรณ์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศไทย)

การสูญเสียเงินจำนวนเจ็ดหมื่นล้านบาทอาจจะไม่ทำให้ทักษิณเจ๊ง เมื่อไม่นานมานี้ทักษิณอ้างว่า เงินของเขาเหลือแค่ห้าหกพันล้านบาท แม้ว่าเขาจะบินรอบโลกด้วยเครื่องบินส่วนตัว ซื้อกิจการเหมืองทอง คำนวณโดยคร่าวของความมั่งคั่งที่เห็นได้ตอนนี้ ทักษิณยังคงเหลือเงินให้ใช้อีกมาก

กลยุทธ์การใช้ประเทศกัมพูชาของทักษิณได้เร่งให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างพรรคร่วมที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในช่วงสั้น ความนิยมที่อภิสิทธิ์ได้รับเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า และผ่านพ้นความนิยมที่ทักษิณได้รับเป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีการเริ่มจัดตั้งรัฐบาลพรรคร่วมในเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ พรรคประชาธิปัตย์ และอภิสิทธิ์ต่างกระเสือกกระสนที่จะเอาชนะเสียงสนับสนุน และการยอมรับจากความพยายามของเขา แม้ว่าประชาธิปัตย์เป็นแกนหลักของพรรคร่วม แต่พวกเขาถูกควบคุมจากนายพลต่างๆที่อยู่เบื้องหลัง และจากแนวร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นผู้กำคะแนนเสียงในสภา อภิสิทธิ์ดูเหมือนจะมีอำนาจสั่งการได้น้อยกว่าเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองจากภาคอีสานซึ่งมีชื่อเสียงว่า เป็นผู้ฮั้วการประมูล และผู้ซื้อเสียง และได้ทรยศจากค่ายทักษิณเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ในขณะที่ประชาธิปัตย์สัญญาว่า จะทำความสะอาดรัฐบาล และอภิสิทธิ์พูดเสมอในเรื่องการเปลี่ยนแปลงในด้านสิทธิมนุษยชน และเรื่องที่คล้ายกัน รัฐบาลได้กลับไปสู่สันดานเดิม ตามแบบฉบับเดิมที่ให้กองทัพมามีอิทธิพล และถูกเล่ห์เหลี่ยมจากนักธุรกิจ พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่า ในหนึ่งปีนั้นสร้างผลงานมากมาย โดยเฉพาะด้านการศึกษา และด้านเศรษฐกิจ แต่เรื่องเหล่านี้ได้ผลเพียงน้อยนิด หรือแทบจะไม่มีผลต่อความนิยม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเจริญรอยตามประวัติของตัวเองในการสมคบกับกองทัพ ราชวงศ์ และข้าราชการ และไม่แยแสกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ การรณรงค์ทางสื่อโหมโรงแสดงผลงานเพื่อให้ได้การยอมรับว่าเป็นรัฐที่ให้การอนุเคราะห์ ความนิยมที่อภิสิทธิ์ได้รับในชั่วข้ามคืนแสดงให้เห็นโอกาสดีที่มีเพียงน้อยนิด จนแทบไม่ใช่เป็นเรื่องน่ายินดีก็ตาม การจะรักษาเสียงสนับสนุนซึ่งถูกจูงใจด้วยวิธีคลั่งชาติ ด้วยการวิวาทในทางการทูตกับกัมพูชาอย่างยืดเยื้อย่อมก่อให้เกิดอุปสรรค เป็นการทำลาย และเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัย

หลังจากแผนในเรื่องกัมพูชาของทักษิณ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้นำการทำรัฐประหารเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ประกาศเป็นหัวหน้าพรรคเล็กซึ่งถูกปลกผีขึ้นมาใหม่ คือพรรคมาตุภูมิโดยทันที มีข่าวลือว่าบางคนในคณะรัฐมนตรี ๓๐ คนในขณะนี้สนใจที่จะเข้าร่วมพรรค แถลงการณ์ของพรรคในขณะนี้เน้นเรื่องการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ แต่ความทะเยอทะยานของ พล.อ.สนธิไปไกลกว่านั้น สนธิวางแผนที่จะเล่นการเมืองในปี ๒๕๕๐ แต่ยังทำยึกยัก สนธิเสนอตัวว่า เป็นบุคคลแห่งความสามัคคีและความสมานฉันท์ แต่ในความเป็นจริงแล้วชนชั้นกลางในกรุงได้แต่หวังว่าจะมี “บุรุษผู้ขี่ม้าขาว” เป็นผู้กันทักษิณ และฝ่ายสนับสนุนของเขามากกว่า

ความเป็นจริงทางสังคมซึ่งเป็นสาเหตุของการแตกแยกทางการเมืองนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่ถูกพรรณนาไว้ ช่องว่างระหว่างคนจน และคนรวยในประเทศไทยนั้นห่างกันมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่คล้ายกัน และทักษิณได้ทำให้คนยากจนรู้สึกว่าการเมืองอาจจะส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น การแตกแยกนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นเรื่องคนจนต่อต้านคนรวยเท่านั้น ยังมีประเด็นจากความคับข้องใจต่ออำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันเป็นอย่างมาก ทักษิณ และเสื้อแดงได้รับการสนับสนุนไม่เพียงแต่จากคนยากจน แต่จากนักธุรกิจหลายคนซึ่งไม่พอใจกับอำนาจของข้าราชการ และการคอรัปชั่น ชนชั้นกลางจากต่างจังหวัดที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งไม่พอใจกับการมีอิทธิพลมากเกินไปของคนกรุงเทพ และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยซึ่งต่อต้านอิทธิพลของกองทัพที่ถูกปลุกผีขึ้นมาใหม่ และลัทธิอนุรักษ์นิยมที่สุดโต่งของฝ่ายเหลือง แม้จะหวังไว้บ้างว่าการแยกขั้วทางการเมืองจะคลายตัวลงถ้าทักษิณจะถูกเวทย์มนต์ทำให้หายตัวไป หรือมีนายพลคนอื่นขี่ม้าขาวออกมายัดเยียดความสามัคคีให้ หรือถ้าอารมณ์ทั้งหมดตกอยู่ในช่วงแห่งการไว้ทุกข์ของชาติ

คำตอบใช่ว่าจะได้มาอย่างรวดเร็วหรืออย่างง่ายดาย

Advertisements
5 ความเห็น leave one →
  1. สวยมากมาย permalink
    วันพฤหัส 10 ธันวาคม 2009 15:40 น.

    ใช้อักษรให้มันตัวใหญ่หน่อยได้ไหม

  2. joojee permalink
    วันศุกร์ 11 ธันวาคม 2009 06:52 น.

    แย่งกันเอาเงินทักสิน
    หมดแล้วขอให้ไปเอาเงินที่รวยที่สุดในโลก
    สาธุ จะใด้แบ่งกันเยอะฯ

  3. สวยมากมาย permalink
    วันศุกร์ 11 ธันวาคม 2009 09:35 น.

    เรื่องวิศวกรติดคุก พี่รัฐบาลจิ๋มมดเงียบๆ อ้อมแอ้มชอบกลนะ ไม่เห็นพูดมากปากดีเหมือนก่อน เหมือนมีชนักปักหลังอยู่หรือมีความผิดอยู่อย่างนั้นแหละ ก็เห็นเคยแหกปากว่าเป็นเกมส์โลกล้อมประเทศ สงสัยว่าคำรบขอข้อมูลจากวิศวกรก็เป็นการจัดฉากด้วยซิ พูดก็พูดเถอะจะให้พวกนี้ออกมารับผิดชอบน่ะไม่มีหรอกใช้น้ำลายทำรังไปวันๆ ก็ขึ้นมาเป็นรัฐบาลได้ยังไงพวกมันยังไม่อาย จนพวกเราต้องอาย ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว คนไม่อายนี่เล่นยากจริง หมดทางสู้ว่ะ

    • 5555 permalink
      วันศุกร์ 11 ธันวาคม 2009 11:24 น.

      ยังไม่หมดหนทางหรอกท่าน ตราบใดที่ประชาชนเริ่มตาสว่างกันมากขึ้นแล้ว

  4. วันศุกร์ 18 ธันวาคม 2009 12:53 น.

    ใครบังคับให้ประชาชนต้องดูข่าวเทวดาทุกคืน.. ช่วยทำให้… และพัฒนาจิตใจและสมองขึ้นเยอะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: