Skip to content

บารัก โอบามา กับยุทธศาสตร์สหรัฐต่อจีน

วันจันทร์ 30 พฤศจิกายน 2009

ลงในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม – วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2552
โดย – รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ที่มา – thepchatree

ยุทธศาสตร์หลัก

การผงาดขึ้นมาของจีน ทำให้ศักยภาพของจีนกำลังไล่กวดสหรัฐ โดยบางเรื่องได้แซงหน้าสหรัฐไปแล้ว ทำให้สหรัฐเริ่มหวาดวิตกและกลัวว่าจีนจะเป็นคู่แข่ง ที่จะมาท้าทายการครองความเป็นเจ้าในโลกของสหรัฐในอนาคต

ในสมัยรัฐบาล Bush กลุ่มสายเหยี่ยวหรือที่เราเรียกกันว่า กลุ่ม Neo-Con มองว่า จีนกำลังจะเป็นภัยคุกคามมากขึ้นทุกที การวิเคราะห์ของคนกลุ่มนี้ มองว่า เป้าหมายหลักของจีนคือ การก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าในระดับภูมิภาคและในระดับโลก ดังนั้น ข้อสรุปของยุทธศาสตร์รัฐบาล Bush ต่อจีนคือ นโยบายการปิดล้อมเพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของจีน อย่างไรก็ตาม การดำเนินยุทธศาสตร์การปิดล้อมจีนแบบเต็มรูปแบบ เหมือนยุทธศาสตร์ปิดล้อมสหภาพโซเวียตในสมัยสงครามเย็น คงจะทำได้ยาก ทั้งนี้เพราะ จะมีเสียงคัดค้านทั้งจากภายในประเทศและจากพันธมิตรของสหรัฐ ภายในประเทศ กลุ่มที่คัดค้านนโยบายปิดล้อมแบบเต็มรูปแบบ คือกลุ่มนักธุรกิจที่ไปลงทุนในจีนและที่ค้าขายกับจีน ขณะนี้จีนได้กลายเป็นประเทศคู้ค้าที่สำคัญของสหรัฐไปแล้ว สำหรับพันธมิตรของสหรัฐที่อยู่รายรอบจีน ก็คงไม่อยากสนับสนุนยุทธศาสตร์การปิดล้อมจีน เพราะไม่ต้องการเป็นศัตรูกับจีน

ดังนั้นยุทธศาสตร์ของรัฐบาล Bush ในทางปฏิบัติจึงมีลักษณะ กึ่งปิดล้อมกึ่งปฏิสัมพันธ์ คือ เน้นปิดล้อมทางการทหาร แต่ปฏิสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ โดยสัดส่วนของการปิดล้อมและปฏิสัมพันธ์ก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ในสมัย Bush 1 มีสัดส่วนของการปิดล้อมมากกว่าปฏิสัมพันธ์ แต่ในสมัย Bush 2 ได้มีการปรับสัดส่วน โดยเพิ่มการปฏิสัมพันธ์และลดการปิดล้อม

สำหรับในสมัยรัฐบาล Obama ยุทธศาสตร์หลักของสหรัฐต่อจีนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือยังมีลักษณะกึ่งปิดล้อมกึ่งปฏิสัมพันธ์ แต่รัฐบาล Obama มีนโยบายที่จะเพิ่มสัดส่วนของการปฏิสัมพันธ์เป็นพิเศษ และ พยายามที่จะลดสัดส่วนของนโยบายปิดล้อมลง

ยุทธศาสตร์ปฏิสัมพันธ์

ในสมัยรัฐบาล Obama ความสัมพันธ์สหรัฐกับจีนดีขึ้นมาก รัฐบาล Obama พยายามเป็นอย่างมากที่จะกระชับความสัมพันธ์กับจีนให้มากขึ้น โดย Obama ได้พบปะและหารือกับผู้นำจีน คือ Hu Jintao เป็นครั้งแรกในระหว่างการประชุมสุดยอด G 20 ที่กรุงลอนดอน ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ คือ นาง Hillary Clinton ก็ได้เดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการมาแล้ว Obama ได้ตอบรับคำเชิญของจีนที่จะเดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้

ความสัมพันธ์จีนกับสหรัฐ อยู่ในสถานะดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ในยุคตกต่ำคือในช่วงเหตุการณ์ เทียน อัน เหมิน ในช่วงปี 1989 ความสัมพันธ์ได้เริ่มดีขึ้นในช่วงรัฐบาล Bush 2 โดย Robert Zoellick รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศในตอนนั้น ได้ผลักดันแนวคิดที่จะให้จีน เป็นประเทศมหาอำนาจที่แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำว่า responsible stakeholder

ต่อมาในสมัยรัฐบาล Obama ได้ให้ความสำคัญกับจีน 2 เรื่องใหญ่ด้วยกัน

เรื่องแรกคือ การสานต่อนโยบายที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล Bush 2 โดยเน้นความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับจีน ตอนที่นาง Clinton เดินทางไปเยือนจีนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก็ได้กล่าวว่า “ประชาคมโลกตั้งความหวังถึงความร่วมมือกันระหว่างสหรัฐกับจีนเพื่อที่จะนำไปสู่ความมั่นคง สันติภาพและความมั่งคั่งของโลกโดยรวม” เป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่า นาง Clinton ได้พยายามส่งสัญณาณว่าสหรัฐต้องการที่จะให้น้ำหนักกับนโยบายปฏิสัมพันธ์ ความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับจีน และพยายามที่จะลดน้ำหนักของยุทธศาสตร์การปิดล้อมจีน

เรื่องที่สองที่รัฐบาล Obama ให้ความสำคัญต่อจีนคือ การขยายขอบเขตสาขาความร่วมมือระหว่างกัน ในอดีต ความร่วมมือสหรัฐกับจีนจะเน้นเรื่อง เกาหลีเหนือ อิหร่าน ปัญหาการก่อการร้าย แต่นาง Clinton ได้พยายามผลักดันสาขาความร่วมมือใหม่ ๆ 4 เรื่อง ด้วยกัน คือ ความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับจีนในปัญหาภาวะโลกร้อน ความมั่นคงด้านพลังงาน การควบคุมกำลังอาวุธ และเสถียรภาพของระบบการเงินโลก

ยุทธศาสตร์การปิดล้อม

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้รัฐบาล Obama จะเน้นยุทธศาสตร์ปฏิสัมพันธ์กับจีนเพิ่มมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน สหรัฐก็ยังคงดำเนินยุทธศาสตร์สกัดกั้นและปิดล้อมทางการทหารของจีนต่อไป โดยล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งยังคงยืนหยัดเป็นสายเหยี่ยว มองจีนเป็นศัตรู ได้เผยแพร่รายงานประจำปี ประเมินอำนาจทางทหารของจีนในปี 2009 ซึ่งได้เผยแพร่เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง โดยในรายงานดังกล่าว ยังคงหวาดระแวงจีนว่า ยังมีความไม่แน่นอนเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการเพิ่มแสนยานุภาพทางการทหารของจีน โดยได้มองว่า ขณะนี้จีนกำลังขยายอำนาจทางการทหารขนานใหญ่ มีการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีการลงทุนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีทางด้านการทหารขนานใหญ่

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ยังมองว่า จีนยังคงสร้างเสริมขีปนาวุธเพื่อข่มขู่ไต้หวัน ทั้งนี้เพื่อที่จะป้องปรามไม่ให้ไต้หวันประกาศเอกราช การข่มขู่ทางการทหารของจีน ในอนาคตจะบีบให้ไต้หวันยอมจีนตามข้อเรียกร้องของจีน และเพื่อที่จะเป็นการป้องปรามและสกัดกั้นความช่วยเหลือสหรัฐต่อไต้หวัน ในกรณีเกิดความขัดแย้ง และจีนกำลังสร้างเสริมกำลังทางการทหารที่จะทำให้จีน สามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรและปกป้องการอ้างกรรมสิทธิ์ในดินแดนที่มีความขัดแย้งต่าง ๆ

ดังนั้น การที่จีนสร้างเสริมกำลังทางทหารอย่างมาก จึงทำให้ประชาคมโลกวิตกกังวลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ทางทหารที่แท้จริงของจีน

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐยังกล่าวหาจีนว่า ปกปิดงบประมาณทางการทหารและมีความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับนโยบายทางการทหาร ซึ่งนำไปสู่ความไม่แน่นอน ความเสี่ยง ที่จะเกิดความเข้าใจผิดทางทหาร สหรัฐและพันธมิตรจึงจะเฝ้าติดตามพัฒนาการทางทหารของจีนอย่างใกล้ชิดต่อไป และจะปรับเปลี่ยนนโยบาย เพื่อรองรับต่อพัฒนาการดังกล่าว

กล่าวโดยสรุป ฝ่ายทหารของสหรัฐมองว่า การเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารของจีนขนานใหญ่ในอนาคต จะทำให้จีนกลายเป็นคู่แข่งทางการทหารของสหรัฐ ซึ่งข้อสรุปยุทธศาสตร์ทางการทหารที่สำคัญคือ สหรัฐจะต้องดำเนินยุทธศาสตร์การสกัดกั้นการขยายอิทธิพลทางการทหารของจีน และดำเนินยุทธศาสตร์การปิดล้อมทางทหารต่อจีน

Advertisements
2 ความเห็น leave one →
  1. ก้องฟ้า permalink
    วันพุธ 2 ธันวาคม 2009 23:33 น.

    ยุทธศาสตร์ /ยุทธการเขย่าขั้วมหาอำนาจโลก ของ สองชาติ ดังกล่าวนี้ นอมินีของ C.I.A. ที่ยกปท.ให้เป็นสมุนรับใช้ US. ที่แก้ลงโง่ แต่รู้อยู่แก่ใจ อย่างกองทัพอำมาตย์ และพรรคแมงสาบ ทราบแผนการดี มานานแล้ว

    แต่ต้องการยืมมือ C.I.A. ให้ช่วยเก็บศัตรูทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม และบิดเบือน สร้างข่าวสาร ให้ชาวโลกสับสน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการใช้ดินแดนเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ บรรทุกเครื่องบินรบ และทิ้งระเบิดในปากอ่าวไทย

    แต่ C.I.A. กลับเล่นหนักมือไป เพราะรอไม่ไหว และเพื่อหวังจะเร่งแผนฯ โดยโชว์ผลงานเอาหน้าอำมาตย์ คือ ใช้แผนแบ่งแยกปชช. ยุยงให้แตกแยก แล้วปกครอง

    โดย นอมินีฯ แอบหนุนการรัฐประหาร ล้มรัฐบาลที่จะคบจีน เล่นงานขบวนการศาลให้ขาดความยุติธรรม กล่าวหาใส่ร้ายผู้นำ หรือพรรคการเมือง ฝ่ายตรงข้าม สร้างหลักฐานเท็จ มอมเมา ปิด บิดเบือนข่าวที่แท้จริงทั้งในปท. และชาวโลก ให้คนมีคดีร้ายแรงเข้าUS.ได้ ฯลฯ

    จริงไม่จริงก็ลองหัดดูได้ที่ หน้าอำมาตย์ทรราช ลิ้มแป๋ะ ฟันดำ หรือลูกเขย หัวเทิก คมช. พ่อ และเด็กหนีทหาร ล้วนนอมินีC.I.A. ทั้งนั้นแล

Trackbacks

  1. Tweets that mention บารัก โอบามา กับยุทธศาสตร์สหรัฐต่อจีน « Liberal Thai -- Topsy.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: