Skip to content

ใจ อึ๊งภากรณ์: เลิกรักชาติกันได้แล้ว

วันพุธ 18 พฤศจิกายน 2009

16 พฤศจิกายน 2552
ใจ อึ๊งภากรณ์
ที่มา –
RedSiam

ท่ามกลางการคลั่งชาติและคำโกหกจากอำมาตย์และโจรพันธมารฯเรื่องเขมร หรือเรื่อง “การขายชาติ” ผมอยากจะเสนอว่าคนเสื้อแดงควรเลิกรักชาติ เลิกยืนเคารพธงชาติ และหันมารักเพื่อนๆร่วมชาติ และเพื่อนๆต่างชาติแทน เราควรจะประกาศรักสังคม รักเสรีภาพและประชาธิปไตย และเลิกรักอำมาตย์สักที ทำไม?

“ชาติ” เป็นหน่วยการบริหารสังคมที่เกิดขึ้นในยุคทุนนิยม ในไทยเกิดในยุครัชกาลที่ ๕ ก่อนทุนนิยมและก่อนที่จะมีชาติที่ไหนในโลก คนเขาไม่คิดในกรอบชาติเลย คิดในกรอบชุมชนหรือเมืองบ้านเกิดมากกว่า และบ่อยครั้งเมืองบ้านเกิดจะมีลักษณะสากลในอดีต ไม่เชื่อก็ไปที่อยุธยา และไปดูพิพิธภัณฑ์ที่หมู่บ้านญี่ปุ่น หรืออ่านหนังสือประวัติศาสตร์อยุธยาของ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ก็ได้ เพราะในอยุธยามีหลายเชื้อชาติอาศัยกันอยู่ มันเป็นเมืองท่าสำหรับค้าขาย มีการใช้หลายๆ ภาษาด้วย คนอยุธยาไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นคนไทยแต่อย่างใด การสร้างประวัติศาสตร์ไทยย้อนหลังปลอมๆ เป็นความพยายามของนักวิชาการอำมาตย์ เพื่อหลอกเราว่า “ชาติไทย” กษัตริย์ และชนชั้นปกครอง เป็นสิ่งเก่าแก่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ พวกนี้จะอ้างว่าวัฒนธรรมไทยคือวัฒนธรรมที่ประชาชนต้องอ่อนน้อมต่ออำมาตย์ และแถมยังโกหกอีกว่า “ไทย” แปลว่า “เสรีภาพ” แต่แท้จริงแล้ว “ไทย” ของพวกอำมาตย์นี้แปลว่าเราเป็นทาสเป็นไพร่มากกว่า

“ชาติ” เป็นสิ่งประดิษฐ์ของชนชั้นปกครอง มันมีความสำคัญต่อเขาในทางความคิด หรือในทางที่จะเป็นลัทธิการเมืองของอำมาตย์และอภิสิทธิ์ชน ดังนั้นเขาจะกล่อมเกลาเราให้เคารพธงชาติสามสี และให้เราท่องจำว่าสีแดงคือชาติ สีขาวคือศาสนา และสีน้ำเงินคือกษัตริย์ โดยที่ชาติของเขามีแค่นี้ ไม่มีประชาชนทั้งปวงที่เป็นผู้สร้างสังคมที่แท้จริง คนอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล พูดที่สนามหลวงเมื่อไม่นานมานี้ว่าเรา “ต้องรักชาติ เพราะชาติคือกษัตริย์และศาสนา” เราต้องทวงถามว่า “ประชาชนอยู่ไหน?” เพราะสนธิกับแก๊งโจรของเขามองว่าประชาชนเป็นผักเป็นปลา เป็นไพร่หรือทาส และเราต้องถามว่าเขาอีกว่าเวลาพูดถึงศาสนา หมายถึง“ศาสนาอะไร?” เพราะหลายคนไม่ได้เป็นพุทธ มีอิสลาม คริสต์ ฮินดู ผีสางนางไม้ และยังมีคนที่ไม่นับถือศาสนาอีกด้วย ทำไมต้องยัดเราเข้ากรอบแคบๆ ของพวกอำมาตย์ ที่สำคัญคือศาสนาของสนธิ ลิ้ม เป็นศาสนาแบบไหน? เพราะขาดศีลธรรมพื้นฐานในการเคารพประชาชน และประชาธิปไตย ได้แต่ปลุกระดมความเกลียดชัง นี่หรือศีลธรรม?

แนวคิดชาตินิยมของชนชั้นปกครองไทยที่ถูกสั่งสอนในโรงเรียน ในสื่อ และในสังคมโดยรวม เป็นแนวคิดที่สอนให้เราจำยอมต่อผู้ปกครองเผด็จการ แล้วแถมโกหกเราว่า “เราเป็นชาติเดียวกับเขา” อีกด้วย มีแต่พูดเรื่อง “ความสามัคคี” แต่มันเป็นการบังคับความสามัคคีภายใต้เงื่อนไขสังคมป่าเถื่อนที่เต็มไปด้วย ความเหลื่อมล้ำของอำมาตย์

ถ้าอำมาตย์รักชาติ ทำไมเขาไม่เคารพประชาชน ไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ และไม่เคารพประชาธิปไตย? ถ้าอำมาตย์รักคนไทยทำไมมากราดยิงประชาชนท่ามกลางถนน? ทำไมอำมาตย์ไม่ยอมเสียสละทรัพย์สมบัติมหาศาล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างรัฐสวัสดิการให้คนไทยทุกคน? ทำไมพูดแค่เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแช่แข็งความเหลื่อมล้ำ? และเวลาพวกนั้นปลุกระดมให้คนรักชาติและไปรบในสงคราม ทำไมเขาไม่ไปรบเอง? ทำไมส่งลูกหลานคนจนไปตายแทนพวกเขา?

ในความเป็นจริงบ้านเรามีสองชาติ ชาติหนึ่งคือชาติของอำมาตย์ ที่มีเพลงชาติ ธงไตรรงค์ และลัทธิ “ชาติ ศาสนากษัตริย์” อีกชาติหนึ่งคือประชาชน เราไม่มีธง และไม่มีเพลงชาติ แต่เรามีอุดมการณ์ประชาธิปไตย

หยุดเถิด เลิกเถิด การยืนเคารพเพลงและธงชาติของพวกอำมาตย์

เพื่อนเสื้อแดงอาจไม่สบายใจกับสิ่งที่ผมเสนอ ผมไม่แปลกใจ เพราะฝ่ายอำมาตย์กล่อมเกลาเรา ตั้งแต่เกิดจนตาย ให้รักชาติ ดังนั้นการก้าวพ้นความคิดแบบนี้คงใช้เวลา

ถ้าจะต้องมีเพลงชาติ และผมมองว่าไม่ควรมี … เนื้อร้องมันน่าจะเป็นแบบนี้ครับ …..

“ประเทศ สยามรวมเลือดเนื้อหลายเชื้อชาติ เป็นประชาธิปไตยแท้ ชาวบ้านปกครองตนเอง อยู่ด้วยกันท่ามกลางความสงบ เคารพรักทุกเพศทุกภาษาทุกศาสนาหรือความเชื่อ เรานี้รักสงบ และเราจะไม่หาเรื่องรบเพื่อประโยชน์ของคนอื่นเหมือนยุคมืดอดีต ทุกคนทำงานร่วมกันสร้างสังคมปรองดองและรัฐสวัสดิการ ในสยามนี้ไม่มีสูงไม่มีต่ำ ไม่มีหมอบคลาน และเพื่อนบ้านทุกฝ่ายเป็นมิตรของเรา ศัตรูแท้ของประชาชนคือพวกคัดค้านประชาธิปไตย และพวกอำมาตย์ดั้งเดิม เราปลดแอกตนเองแล้ว และร่วมกันร้อง ประชาชนจงเจริญ!”

(ต้องขออภัยด้วยที่ผมแต่งกลอนหรือเนื้อเพลงไม่ไพเราะ แต่ท่านคงจับประเด็นสำคัญๆ ได้เมื่อเปรียบเทียบกับเพลงชาติปัจจุบันของอำมาตย์

ท่านจักรภพ เพ็ญแข มีจุดยืนในหลายเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ในเรื่อง “ชาติ” ผมขอมองต่างมุมบ้าง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเวลาคุณจักรภพคัดค้านการ “คลั่งชาติ” แต่เขายังมองว่ามันมีวิธีรักชาติที่ดีอยู่บ้าง

แนวชาตินิยมที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมีบ้างไหม? มีบ้างในกรณีที่สังคมถูกครอบงำหรือนำมาเป็นเมืองขึ้นโดยจักรวรรดินิยม เช่นในยุคล่าอาณานิคม ขบวนการชาตินิยมเป็นขบวนการที่ปลดแอกประชาชนระดับหนึ่ง แต่มันไม่เคยพอ เราจะเห็นได้จากการที่ ประเทศที่ได้รับเอกราชหลังยุคอาณานิคม เช่น พม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย ก็ยังมีปัญหา เพราะมีเผด็จการครองเมือง และถ้าเป็นประชาธิปไตยอย่างอินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ ในประเทศเหล่านี้ความคิดชาตินิยมกลายเป็นเครื่องมือบังคับความสามัคคีของชน ชั้นปกครองใหม่ สรุปแล้วแนวชาตินิยมไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยและปลดแอกพลเมืองอย่างเต็มที่

พวกอำมาตย์คงน้ำลายฟูมปากอีกรอบกับบทความนี้ (หลายรอบแล้ว) คงมีการเห่าหอนว่าผม “ขายชาติ” และ “ไม่ใช่คนไทย” ผมมีคำตอบง่ายๆคือ ผมขายชาติไม่ได้ เพราะไม่เคยเป็นเจ้าของ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เคยมีโอกาสเป็นเจ้าของอีกด้วย เพราะอำมาตย์ปล้นมาจากประชาชนนานแล้ว แล้วอ้างว่ามันเป็นแผ่นดินของเขา และในเรื่องที่ไม่ใช่คนไทย ผมก็ยอมรับ เพราะผมไม่อยากร่วมชาติไทยเลวทรามของอำมาตย์ ผมเป็นคนสยาม พ่อเป็นเชื้อสายจีน แม่เป็นอังกฤษ และผมต่างจากอำมาตย์และพันธมารฯ เพราะผมรักและเคารพประชาชนสยามและรักประชาธิปไตย

Advertisements
21 ความเห็น leave one →
  1. คนบ้านปาง permalink
    วันพุธ 18 พฤศจิกายน 2009 14:39 น.


    ผมเห็นด้วยกับ บทความนี้ เกือบทั้งหมด

    สังคมไทยถูกครอบงำ – 100กว่าปี มาแล้ว
    จนไป ๆ มา ๆ ทุกคน ทุกชนชั้นก็สับสนกันไปหมด

    “คน” ที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็เอาประเด็น(รักชาติ)มาเล่น
    แบบที่ให้ตัวเองได้เปรียบ ได้ประโยขน์
    และเอาความ “รักชาติ” มาจัดการกับฝ่ายตรงข้าม

    จริง ๆ แล้ว ความเป็นชาติ ถ้าเปรียบกับสี “3สี ในธงชาติ”
    – แดง คือชาติ;พื้นที่, อธิปไตย, ประชาชน.
    – ขาว คือศาสนา;ศีลธรรม – จริยธรรม.
    – น้ำเงิน คือกษัตริย์;ประมุขแห่งรัฐ.

    ถามว่า 3สี ของความเป็นชาติไทย ควรจะอยู่กันอย่างไร?
    “ขอบเขตของแต่สี” อยู่ตรงไหน?
    “ลำดับความสำคัญของสี” อยู่ตรงไหน?

    แยกให้ออก – แล้วทำให้ทั้ง 3สี “คมชัด”
    (ทุกวันนี้ 3สี มันถูกทำให้ผสมกัน – จนเลอะ)

    แยกความสำคัญของสี – ทำสีให้คมชัดสดใสให้ได้
    นั่นล่ะ คือ “ชาติ-ความรักชาติ” ที่แท้จริง.!!!

    • ปล permalink
      วันอังคาร 2 พฤศจิกายน 2010 11:23 น.

      ผมอยากจะเสนอว่าคนเสื้อแดงควรเลิกรักชาติ เลิกยืนเคารพธงชาติ และหันมารักเพื่อนๆร่วมชาติ และเพื่อนๆต่างชาติแทน นิคือคำพูดของอาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์

  2. พิทักษ์ permalink
    วันพุธ 18 พฤศจิกายน 2009 21:38 น.

    โดนใจมากครับ อ.ใจ

  3. อ๊อบ permalink
    วันพุธ 18 พฤศจิกายน 2009 22:19 น.

    แหวะ ทุเรศ อย่ามายุ่งกับประเทศไทยอีกได้ไม๊ ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่ใช่คนไทย

    • Lone Cat permalink
      วันพุธ 25 พฤศจิกายน 2009 11:34 น.

      ยังไม่เลิกดักดานกับลัทธิ Imperial Cult ล้าหลังอยู่อีกเหรอ?

  4. tigereka permalink
    วันพฤหัส 19 พฤศจิกายน 2009 00:26 น.

    เห็นด้วยกับอาจารย์ใจฯ คราบ เราถูกปลูกฝังล้างสมองมาให้เป็นไพร่ ไทยไม่เคยเลิกทาส ไม่เคยเลิกทาสได้จริง มีทาสยั๊วเยี๊ยยเต็มไปหมด ในปราสาทสูง ต้องก้ม ต้องกราบ ต้องหมอบ ต้องคลาน ผ่านออกทางจอทีวีประโลมโลก มีให้เห็นทุกวันหลังข่าว ชาวฝรั่งเห็นยังงวยงง เอนี่มันศตวรรตใด

  5. ทาส permalink
    วันพฤหัส 19 พฤศจิกายน 2009 09:07 น.

    555555555 เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ เทวดาตัวเป็น ๆ มีให้เห็นในทีวีตอนสองทุ่ม………….เอ้าทุกคน…..กราบ บ บ บ บ บ

    • คนไท permalink
      วันเสาร์ 30 ตุลาคม 2010 07:55 น.

      ไอ้เฮี้ย…..สันดานควาย

  6. คนไร้หัว permalink
    วันศุกร์ 20 พฤศจิกายน 2009 23:40 น.

    ผมเปนคนของโลกนี้ และโลกนี้เปนของเราทุกคน

  7. joojee permalink
    วันเสาร์ 21 พฤศจิกายน 2009 01:58 น.

    ชาติคือ ครอบคร้วนี้

    ศาสนาคือ ครอบคร้วนี้

    เทวดาคือ ครอบคร้วนี้

    XXไม่รักว่ะ

  8. วันอังคาร 24 พฤศจิกายน 2009 20:08 น.

    บทความโคตรเกรียน + กากเลยวะ
    งั้นเมริงไปเกิดใหม่เป็นคนเขมรแล้วกัน
    สาดดดด
    ไอ้เกรียนใจ

  9. วันอังคาร 24 พฤศจิกายน 2009 20:14 น.

    อ้อลืมบอกไป กาก คือ

    มีความหมายว่าสิ่งเหลือ สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ขยะ แต่ก็มีผู้ที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อเรียกอาการชนิดหนึ่งที่อยู่ในคนเกือบทั้งหมดในโลก ไม่ว่าในเพศใดก็ตามก็มีความกากในตัวเหมือนกัน ทางด้านจิตวิทยาบอกว่า อาการกากเป็นเรื่องปกติของคน มันคืออาการที่แสดงถึงความอ่อนแอ หรืออาการที่แสดงถึงความไร้น้ำยา ไม่มีสมรรถภาพ การแสดงออกถึงการกระทำที่งี่เง่า โดยผู้ที่มีอาการดังกล่าวอาจจะหนีจากที่ที่หนึ่งหรือคนคนหนึ่ง ไปหลบซ่อน หรือไปยังที่อื่นต่อ เพื่อปิดบังซ่อนเร้น อาการ “กาก” ของตนเอง

    เวบแม่มมก็กากวะ 5555+

    ที่บอกความหมายเนี่ย คนเวบที่เชียร์ทักกี้อยู่อ่ะ ส่วนมากเป็นผู้ใหญ่ปัญญาคงกะโหลกกะลาอ่ะ
    ชอบให้เด็กมาถอนหงอกตอนแก่ เฮ้อออ เวรจงเน้อ มีเวบกากๆแบบนี้

    แต่มีดีแล้วละ จะได้รู้ว่าคนชั่วมันสุมหัวกันอยู่

  10. สวยมากมาย permalink
    วันอาทิตย์ 29 พฤศจิกายน 2009 13:24 น.

    อ่านไม่เห็นเลย อักษรให้มันตัวใหญ่หน่อยได้ไหม

  11. วันพุธ 31 มีนาคม 2010 23:17 น.

    ใจ (ทราม)จริงๆ

    ขอบคุณมากที่ทำให้รู้ว่า…ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดเป็นยังไง

    ไม่หน้าเกิดมามีตาแล้วได้เจอกับบทความแบบนี้เลย…

    อีกไม่นานก็ตาย…เขียนไว้ให้ สะใจเล่นรึไง

  12. วันอังคาร 18 พฤษภาคม 2010 15:24 น.

    เป็นบทความของพวกไม่รู้จักพอ เห็นคนอื่นดีกว่าแล้วอยากได้ อยากมี อยากเป็นเท่ากับเค้า พยายามเรียกร้องในสิ่งที่ฝืนความจริงของโลก แค่กฎธรรมชาติง่ายๆก็ยังไม่เข้าใจ
    ไม่มีทางที่ทุกสิ่งจะเท่าเทียมกันได้ กระทั่งฝาแฝดยังไม่เหมือนกันเลย ถ้าคุณคิดว่าจะเปลี่ยนให้ทุกสิ่งเท่าเทียม ช่วยทำให้โลกนี้ไร้คนพิการ ทำให้คนบนโลกนี้มีระดับสติปัญญาเท่าเทียมกันให้ดูหน่อยซิ
    น่าเสียใจที่เรียนหนังสือสูงเป็นครูบาอาจารย์…เชื่อ100%ว่าคุณเป็นพวกไม่มีศาสนา และไม่เคารพบิดามารดา

    ขอบคุณที่ทำให้แยกแยะดี-ชั่ว ได้ชัดขึ้น

    • วันอังคาร 1 มิถุนายน 2010 10:12 น.

      ตรงไหนหรอที่บอกว่าไม่รู้จักพอ ถ้าหมายถึงการที่วิจารณ์”พอเพียง”ของคุณน่ะ พอเหอะ คนพอเพียงโชว์หลอดยาสีฟันกระทืบแบนแต้ดแล้วบอกว่าตัวเองพอเพียง แต่ไอ้ที่ห้อยอยู่บนคอเกาะอยู่ที่นิ้วของเมียคนพอเพียงอะ มันพอเพียงมากเลยเนอะ อ่านบทความเค้าแล้วก็หัดคิดด้วยสมองของตัวเองบ้าง เปรียบเทียบพิจารณาดูดีๆ จะบอกว่าทุกสิ่งไม่มีทางเท่าเทียมกันน่ะ ช่วยแยกให้ออกด้วยระหว่างคำว่า แตกต่าง กับ คำว่า เท่าเทียม ความหมายมันต่างกัน อย่าให้ต้องถึงขนาดไล่ให้ไปเปิดพจนานุกรมไทยแบบผู้พิพากษาศาลไทยสมัยนี้เลย คนพิการเค้าก็มีสิทธิเท่าเทียมกับคุณนะ ถ้าขาขาดไปข้างความเป็นคนของเขามันน้อยกว่าคุณหรือ ส่วนเรื่องสติปัญญาน่ะ มันใช้คำว่าเท่าเทียมไม่ได้หรอก เพราะทุกคนย่อมมีความเห็นแตกต่าง คุณคิดว่าคุณจบปริญญาแล้วคุณฉลาดกว่าชาวนาจริงหรอ คุณไปปลูกข้าวแข่งกับเขาดูไหมมีปัญญาทำได้ไหมถ้าให้ทำแบบที่เขาทำมาตลอดชีวิตจริงๆน่ะ แค่ได้มีโอกาสร่ำเรียนมีความรู้ตามที่เขาสอนในโรงเรียนมาหน่อยแล้วก็เที่ยวมาดูถูกคนอื่น ส่วนไอ้คำว่าไม่มีศาสนานะ ถ้าไอ้คนที่ว่าคนอื่นไม่มีศาสนานี่เป็นชาวพุทธนะ พระพุทธเจ้าท่านไม่เคยบอกว่าเราทุกคนต้องสังกัดศาสนาใดศาสนาหนึ่งนะ คนไม่มีศาสนาที่เป็นคนดี มีสำนึกที่ดี เขาก็เป็นพุทธด้วยใจเขาเอง และก็ยังดีกว่าคนที่แสดงตัวเป็นพุทธมามกะแต่จิตใจเลวทราม เห็นชอบกับการฆ่าเพื่อนมนุษย์ กระทั่งคนที่เกิดแผ่นดินเดียวกันพูดภาษาเดียวกันได้โดยไม่รู้สึกผิด ไร้สามัญสำนึกจนไม่สมควรจะเรียกว่าเป็นมนุษย์ผู้มีใจสูงเลย

  13. นมสด permalink
    วันอาทิตย์ 31 ตุลาคม 2010 14:19 น.

    สังคม กฎหมาย มันเละเทะอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะคนๆนั้น และความมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ มันเหนือกว่าชาติ โลกเป็นของเรา เราเป็นมนุษย์ร่วมโลก

  14. นมสด permalink
    วันอาทิตย์ 31 ตุลาคม 2010 14:29 น.

    ขอบพระคุณอาจารย์ใจมาก ที่ช่วยคนไทยให้ตาสว่างพ่อท่านคงภูมิใจมาก ท่านเป็นบุคคลธรรมดาที่นับถือกว่า…..และท่านก็ไม่เคยสั่งฆ่าใครอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนา

  15. จักรพล เพ็ญสูตร permalink
    วันจันทร์ 1 พฤศจิกายน 2010 22:16 น.

    คุณใจมองได้ลึกซึ้งดีนะ เลิกเถอะชนชั้นไอ้หมอบคลานนั้นเลิกได้แล้วคนไทย เลิกเถอะทำตัวเหมือเทวดา อังกฤษเขาก็มีกษัตริย์แต่เขาก็ไม่เห็นต้องทำเวอร์แบบไทยเลย คุณเวอร์เองแต่เสือกมาสอนคนไทยให้พอเพียง คุณมันสร้างภาพ สอนเมียกับลูกคุณให้ดีเถอะ คุณพ่อของแผ่นดิน แต่สอนลูกในไส้ไม่ได้ดีสักคน

    • ปล permalink
      วันอังคาร 2 พฤศจิกายน 2010 11:17 น.

      คุณสอนลูกคุณดีแค่ไหน คุณคงไม่ได้สร้างภาพนะ

  16. วันพุธ 3 พฤศจิกายน 2010 15:19 น.

    โคตรเสียเวลาที่เจอเว๊ปของพวกอัปเวสีทำลายชาติบ้านเมืองนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: