Skip to content

การสืบสันตติวงศ์: เรื่องที่ยังคงค้างคา

วันจันทร์ 2 พฤศจิกายน 2009

Succession: The issue that won’t go away
October 30, 2009
ที่มา – Bangkok Pundit
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ประเด็นเรื่องการสืบสันตติวงศ์ยังถูกมองว่า เป็นต้นตอของของความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องของการเมืองไทย มีการเดากันว่านี่คือเหตุผลที่แท้จริงของการทำรัฐประหาร หลายๆบทความของ ฌอน ดับเบิ้ลยู คริสปิน หยิบยกประเด็นเรื่องการสืบสันตติวงศ์ อ่านได้จากที่นี่ และที่นี่ บทความล่าสุดที่ลงในบางกอกบัณทิต (บีพี) “การสืบสันตติวงศ์: ช้างเผือกในห้อง” อาจดูมีเหตุมีผลมากที่สุด รายงานจากบางกอกโพสต์ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ จะเป็นผู้สืบบัลลังค์องค์ต่อไป

ในขณะที่กษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชยังคงประทับรักษาพระวรกายในโรงพยาบาล ปัญหาเรื่องการสืบสันตติวงศ์ได้ถูกหยิบยกขี้นมาพูดอีกครั้งหนึ่ง และความปลื้มปิติของพสกนิกรเมื่อเห็นการปรากฎพระองค์ของกษัตริย์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อีกไม่นานนี้ อาจจะมีเรื่องอื่นเกิดขี้นมาอีก อันมีสาเหตุมาจาก การสืบสันตติวงศ์ หรือความวิตกว่า ในภายภาคหน้าอะไรที่จะเกิดขี้น

บทความของ คริสปิน ในเอเชียไทม์เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ได้นำประเด็นนี้มาวิเคราะห์ บทความสำคัญอันแรกที่ตัดตอนมาคือ:

หลายปีที่ผ่านมา กษัตริย์ภูมิพลทรงมีสัญญาณว่า พระราชโอรส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ พระชนมายุ ๕๗ พรรษา จะเป็นผู้ที่ทรงสืบทอดพระราชบัลลังค์องค์ที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งก่อตั้งขี้นมาในสมัยศตวรรษที่ ๑๘ และทรงยังคงดำรงความเป็นสัญญลักษณ์ที่โดดเด่น และตำแหน่งผู้นำที่ชอบด้วยกฎหมายในสังคมไทย

….

สัญญาณจากพระราชวังเมื่อไม่นานมานี้สร้างความอลเวงระหว่างนักการทูต และนักวิเคราะห์ต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดากันว่า กษัตริย์ภูมิพลอาจทรงเลือกเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร สยามบรมราชกุมารี พระราชธิดาองค์ที่สองซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ให้ทรงสืบบัลลังค์เป็นองค์ต่อไป และมีการเดาเรื่องอื่นอีกว่า มีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน – พระองค์แรกจะเป็นราชินีสิริกิติ์ และอาจจะตามมาด้วยเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร – โดยข้ามเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ ในระหว่างที่พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติพระราชโอรสพระชนมายุ ๔ พรรษาของพระองค์ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งกระแสเรื่องนี้ได้ลดลง แต่คงยังตัดทิ้งไม่ได้ไปเสียทีเดียว

… (ย่อหน้าข้างล่างนี้ เป็นเรื่องเกิดขี้นในภายหลัง แต่นำมาบรรจุไว้ที่นี้เพื่อความเหมาะสม)

นายทหารระดับสูงที่มีความจงรักภักดีต่อราชินิสิริกิติ์ จะเป็นบุคคลหลักในการควบคุมการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้ในที่สุด และทำการค้ำบัลลังค์อย่างต่อเนื่องในระยะที่ว่างกษัตริย์ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาวในช่วงกษัตริย์ภูมิพล และเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ จากแหล่งข่าววงในของพระราชวัง ราชินีสิริกิติ์ทรงสนับสนุนการขี้นครองราชย์ของพระราชโอรส และหลายๆคนได้คาดหมายกันว่า ราชินีสิริกิติ์จะทรงยังคงมีอิทธิพล แม้ว่าพระราชโอรสจะได้รับการสถาปนาขี้นครองราชย์แล้วก็ตาม

บางกอกบัณฑิต: เห็นด้วย การถกถียงระหว่างพวกเราร่วมกับบุคคลอื่น และข้อมูลที่เราได้รับจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้หลายแหล่ง ดูเหมือนว่าเป็นการแน่นอนที่ผู้จะครองราชย์องค์ต่อไปคือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ ความคิดที่ว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จะขี้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินระยะยาว – ตามที่บางคนได้เสนอแนะ – ดูเหมือนจะไม่น่าเป็นไปได้ ถ้าอ่านตามบทความของ คริสปิน ซึ่งไม่มีแม้แต่จะเอยถึงในประเด็นนี้

นับว่าเป็นเรื่องโชคร้าย ในประเด็นนี้ เพราะเป็นการยากที่จะอธิบายเหตุผลของใครบางคนโดยไม่ทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในปัญหา ดังนั้นคุณเองคงต้องขี้นอยู่กับการวิเคราะห์ของบีพีล่ะ ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ เปรมจะมีอายุครบ ๙๐ ปีในปีหน้า และผงาดขี้นกุมอำนาจสูงสุดในปี ๒๕๔๙ ในเวลานั้นเปรมเป็นกุนซือสำคัญของเครือข่ายกษัตริย์ แต่ผู้อยู่เบื้องหลังที่ทั้งทรงอิทธิพล และทรงอำนาจ (บอกใบ้ก็ได้ว่า ไม่ใช่เปรม) และเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางจากเรื่องการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าไม่ใช่มีแต่เปรมเท่านั้น ยังมีบุคคลที่ไม่เปิดเผยตัวที่ทั้งทรงอิทธิพล และทรงอำนาจเช่นเดียวกับเปรม ชื่อของเปรมได้ถูกกันออกไปจากการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ และการแต่งตั้งผบ.ตร. เมื่อไม่นานมานี้ เปรมจึงไม่ใช่ผู้เดียวที่ต้องเชื่อฟัง เพียงแต่ว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคก่อนปี ๒๕๕๐ อีกต่อไป ดังนั้นจะพูดได้ว่าโอกาสร้อยละ ๗๕ ที่องค์รัชทายาทจะเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ และโอกาสอย่างอื่นมีเพียงร้อยละ ๒๕

จริงๆแล้ว การถกเถียงนั้นไม่ได้มุ่งประเด็นไปที่ว่าเป็นใคร แต่เป็นอะไรต่างหากที่จะเกิดขี้นต่อมา และ เวลาใด คริสปิน มองเรื่องนี้ว่า:

จะมีช่วงระยะหนึ่งที่ไว้ทุกข์ทั้งแผ่นดิน ซึ่งไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าจะนำพาประเทศไปสู่การครุ่นคิด และจากความเห็นของบางคนประมาณว่า เวลาแห่งการไว้ทุกข์ อาจจะมีมากถึง ๙๙๙ วัน

…..

ผู้มีอำนาจสั่งการในพระราชวังจะจัดการ และปฎิบัติอย่างไรในระยะเวลาแห่งการไว้ทุกข์ และระหว่างการรอแถลงการณ์การเห็นชอบจากสภาว่าผู้ใดจะดำรงตำแหน่งกษัตริย์องค์ต่อไป จะเป็นเวลาช่วงวิกฤติต่อความมั่นคงในอนาคต เป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจนสำหรับนักการทูตบางคนซึ่งเฝ้าติดตามสถานการณ์ว่า จะมีการวางแผนให้สอดคล้องกันเพื่อรับมือกับปัญหาของสูญญากาศแห่งอำนาจที่มองไม่เห็น ซึ่งจะเปิดเผยออกมาหลังจากกษัตริย์ภูมิพลทรงล่วงลับ.. บางคนที่กำลังติดตามสถานการณ์เชื่อว่า องคมนตรีจะแถลงการณ์ให้มีการไว้ทุกข์หลายปี เพื่อช่วยให้การส่งผ่านดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

…..

พวกคลั่งเจ้าบางคนซึ่งได้กล่าวกับเอเชียไทม์ออนไลน์แสดงความหวาดกลัวว่า ในระหว่างการสถาปนาองค์รัชทายาท นปช.จะทำการคุกคามโดยการประท้วง และวิจารณ์บทบาทขององคมนตรีเพื่อสร้างความยุ่งยากให้กับขั้นตอนการสืบทอดราชบัลลังค์

… (ย่อหน้าข้างล่างนี้ เป็นเรื่องเกิดขี้นในภายหลัง แต่นำมาบรรจุไว้ที่นี้เพื่อความเหมาะสม)

มีอีกกรณีหนึ่งที่ทำนายว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณจะทรงมีบทบาทมากขี้นในทันทีหลังจากนั้น ตามที่ได้คาดหมายกันว่า องคมนตรีจะเสนอพระนามของพระองค์ขี้นดำรงตำแหน่งกษัตริย์องค์ต่อไป เมื่อไม่กี่ปีมานี้ พระองค์ทรงแบ่งเวลาประทับแรมระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมัน ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้ประทับอย่างถาวรที่นั่น แต่เป็นที่ทราบจากประชาชนโดยส่วนใหญ่ และจากนักการทูตประจำกรุงเทพบางคน จากบรรดาเจ้าหน้าที่ และจากนักการเมืองรุ่นเก่าที่คุมพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ พระองค์ทรงเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด ในการเตรียมพร้อมพระองค์ต่อการรับช่วงต่อของราชวงศ์

บางกอกบัณฑิต: จะมีพิธีการไว้ทุกข์อย่างเป็นทางการ แต่จะมีอย่างไม่เป็นทางการเช่นเดียวกัน ใน ๑๐๐ วันแรกหรือประมาณนั้น (หรืออาจจะนานกว่านี้) จะเป็นการสิ้นสุด การเกิดความตกใจอย่างสุดขีด แต่หลังจากนั้น บีพีไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขี้น ไม่มีใครทราบได้ว่าอะไรจะเกิดขี้นต่อมา และเมื่อไร การประกาศพระนามของผู้สืบสันตติวงศ์อย่างรวดเร็ว และการสนับสนุนจากทุกฝ่ายจะทำให้เรื่องการสืบต่อเป็นไปโดยความเรียบร้อย ถ้าขืนทำชักช้า อาจจะมีการประท้วง – ไม่จำเป็นต้องจากฝ่าย นปช. – แต่เรา ไม่ค่อยแน่ใจในขณะนี้ว่า จะมีการยืดเยื้อในการประกาศพระนาม แต่เป็นไปได้ว่าเบื้องหลังฉากต้องมีการปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดก่อนที่จะมีพิธีราชาภิเษก บีพีไม่มองในด้านร้ายเหมือนเมื่อก่อนทีว่า เรื่องจะลุกลามบานปลาย เนื่องจากแน่ใจว่า ไม่ว่าผู้สืบราชบัลลังค์จะเป็นพระองค์ใดย่อมต้องทรงมีการพัฒนาพระองค์ และสถาบันจะเป็นผู้ควบคุมการเลือกในครั้งนี้ แต่เราจะปัดเรื่องที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในวินาทีสุดท้ายออกไปไม่ได้เช่นกัน แต่นั่นหมายถึงว่า จะเกิดความยุ่งเหยิงอย่างหนัก

หลังจากการทำรัฐประหาร มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกเป็นเวลาเนิ่นนาน และมีการคุมเข้มในเรื่องการพูด ถ้าเรายังคงมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าจะเป็นนายกแบบ “สมานฉันท์” ก็ตาม เหตุการณ์คงจะไม่นอกเหนือการควบคุม ดังนั้นเราคงจะไม่ต้องอาศัยกฎอัยการศึก แค่ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในแทน แต่ คริสปิน ได้ให้ข้อสังเกตว่า กองทัพจะยังคงมีอำนาจมหาศาล (แน่ละ เรื่องทั้งหมดคงต้องอ้างเรื่อง “ความมั่นคงภายใน” แม้กระทั่งไม่ได้มีกฎหมายประกาศออกมาใช้ พวกเขาก็คงจะทำตัวเหมือนกับมีประกาศออกมา) ถ้ากองทัพไม่รู้จักใช้อำนาจที่ตัวเองมีอยู่อย่างชาญฉลาด นั่นย่อมจะเป็นบ่อเกิดความวุ่นวายแน่ ข่าวลือจะยังคงหนาหูต่อไป แต่การปิดกั้นข่าวสาร หรือการเข้มงวดอย่างเอาเป็นเอาตาย จะยิ่งสร้างเหตุการณ์ให้วุ่นวาย และไม่แน่นอนมากยิ่งขี้น ยิ่งตกอยู่ในสภาวะ “สถานการณ์ผิดปกติ” นานเท่าไร ยิ่งทำให้เกิดการระส่ำระสายมากขี้นไปเท่านั้น

ปัญหาต่างๆจะเกิดขี้นได้แม้ว่า ทางการจะพยายามจัดการอย่างรวดเร็ว และประชาชนเริ่มทำตัวเหมือนระบอบกษัตริย์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วิธีการนิ่งเงียบ และการขาดความโปร่งใสอาจจะเป็นที่ยอมรับกันมาในอดีต และจะยังคงเป็นที่ทนยอมรับกันได้ถึงระดับหนึ่งเมื่อเหตุการณ์ผ่านไปเพียงระยะสั้นๆ แต่นานไปหลังจากมีการประกาศพระนามองค์รัชทายาท และการทำพิธีราชาภิเษกแล้วย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลง แน่ละ อาจก่อให้เกิดความตึงเครียด บีพีไม่ห่วงมากนักเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะตามมาหลังจากนั้น ยังมีเวลาอีกหลายเดือน ซึ่งปัญหาอาจจะไม่เกิดขี้นก็ได้

ขอขอบคุณท่านผู้อ่านหลายๆท่าน

ปล. มีเรื่องที่น่าสนใจจากบทความ “จดหมายถึงบรรณาธิการ” ในเอเซียไทม์ มาจากผู้อำนวยการกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

บทความของ ฌอน ดับเบิ้ลยู คริสปิน (ประเทศไทยหมกมุ่นกับการสืบสันตติวงศ์ วันที่ ๑๙ ตุลาคม) มีการยกบางประเด็นขี้นมา ซึ่งควรจะได้รับการอธิบายให้เข้าใจ

ประเด็นแรก เป็นการพยายามที่จะทำให้การสืบสันตติวงศ์ในประเทศไทยเป็นเรื่องลึกลับ เต็มไปด้วยปัญหา และความไม่แน่นอน โดยความเป็นจริงแล้วไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องเดา ผู้ที่มีความเข้าใจประเทศไทยจะทราบว่า มีการวางกฎระเบียบไว้อย่างแน่ชัด ทั้งในกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์และในรัฐธรรมนูญ โดยแท้จริงแล้ว มีบทบัญญัติซึ่งสอดคล้องกันในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน – ซึ่งคล้ายกับฉบับก่อนๆ รวมไปถึง รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ซึ่งระบุถึงบทบาทขององคมนตรี ของสภา และของคณะรัฐบาล

ประเด็นต่อมา ยังไม่เข้าใจกฎหมายหมิ่นฯอย่างถูกต้อง เนื่องจากกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายมีไว้เพื่อปกป้องราชวงศ์ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของประเทศไทย และเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายนี้เนื่องจากทั้งกฎหมายไทย และธรรมเนียมปฏิบัติไม่ได้ระบุให้ราชวงศ์สามารถฟ้องร้องประชาชน หรือทำการปกป้องตัวเองได้ ในขณะที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญายินยอมให้ใครก็ตามที่สงสัยว่า ใครได้ละเมิดกฎหมายหมิ่นฯให้ยื่นคำร้องได้ การร้องเรียนดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับการดำเนินการอย่างเหมาะสม

รัฐบาลกำลังอยู่ในระหว่างการวางแนวทางขั้นตอนการยื่นคำร้องเพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขี้น ตามเป็นจริงแล้วกฎหมายไม่ได้ตั้งเป้าไว้เพื่อควบคุมเสรีภาพในการพูด และการแสดงออก หรือเสรีภาพที่ให้มีการถกเถียงอย่างถูกทำนองคลองธรรมของนักวิชาการเกี่ยวกับราชวงศ์ในฐานะที่เป็นสถาบันหนึ่ง ในระหว่างที่ความแตกต่างทางการเมืองยังคงเข้มข้น จะเห็นได้ชัดถึงความพยายามที่จะดึงราชวงศ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองเพื่อผลประโยชน์ในทางการเมืองดูเหมือนจะได้รับการผลักดันอย่างเห็นได้ชัด ใครก็ตามที่ติดตามข่าวคราวในประเทศจะถูกขอร้องให้ระวังในความแตกต่างระหว่างความจริง และข่าวลือ

บีพี: เหมือนหลายๆเรื่องที่ออกมาจากกระทรวงการต่างประเทศ น่าเบื่อ ในเรื่องกฎหมายหมิ่นฯ เอาล่ะ เราได้ยินคำว่า “แนวทาง” มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว เราอาจจะต้องรอไปอีกสักหน่อย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่ามันจะมีความหมายหรือไม่ก็ตาม (เช่น ถ้าใครต้องการร้องเรียนในเรื่องกฎหมายหมิ่นฯ ว่าตำรวจและอัยการทำตามแนวทางกำหนด)

กรณีที่ว่าไม่มีเรื่องใดๆที่จะต้องคาดเดา มีเรื่องที่ให้คาดเดาเยอะแยะ ไม่มีใครรู้ว่าเวลาไหน และเวลาใดที่แน่ชัดที่จะเกิดอะไรขี้น ตามบทความที่เขียนไว้ข้างต้น

Advertisements
7 ความเห็น leave one →
  1. นกฮูก permalink
    วันจันทร์ 2 พฤศจิกายน 2009 19:15 น.

    โพสอย่างที่อยากโพสไม่ได้ ไม่โพสซะดีกว่า เซ็งเป็ด

  2. วันจันทร์ 2 พฤศจิกายน 2009 20:05 น.

    เรื่องแบบนี้ต้องศึกษากันนาน

    ต้องศึกษาให้ลึก

    รักชาติ คับ

    อ่านแล้วก้งง

    งง กับเรื่องนี้

    • หอย permalink
      วันศุกร์ 6 พฤศจิกายน 2009 10:29 น.

      ดีมาก ศึกษาให้ลึกซึ้ง จะได้ตาสว่างซะที……

  3. joojee permalink
    วันจันทร์ 2 พฤศจิกายน 2009 22:52 น.

    ถ้ายังมี๑๑๒
    ใครเป็นก็เหมือนเดีม
    เพราะสูงสุดไม่รับผิดชอบพวกสอพอที่ไช้๑๑๒
    ก็เหมือนเป็นใจกัน
    ใครได้ผลประโยชน์ก็หลับตากราบกันต่อไป

  4. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันอังคาร 3 พฤศจิกายน 2009 21:02 น.

    นักข่าวต่างชาติวิเคราะ์ห์ ประเทศไทยแตก ไม่ต้องสงสัยพระบรมโอรส ฯ จะได้ขึ้นครองราช 75 % ความอึมครึมเกิดจากผู้ที่ไม่ต้องการท่านให้ได้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น พยายามไตร่ตรองและวิเคราะ์ห์ ท่านไม่ใช้บ่อเกิดของปัญหา ปัญหามาจากหัวหน้ารับใช้ต่างหากนานมาแล้วด้วย.. อย่าลืมนะว่าทุกวันนี้อะไรที่ว่าสวยงามตา ของจริงๆๆ มันซวยนานมา แล้วประสาอะไร กับของที่มองเห็นว่าแย่ๆ มันอาจจะดีแท้แน่ ๆ ก็ได้ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนใคร ๆ ดู ๆ กันไปยังมีเวลา.. 112 จะว่าไปก็ช่วยจัดระเบียบดี แต่คนไม่ดีฉกฉวยโอกาศเอาไปใช้เพื่อทำลายคนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พวกตนเองงะ..(ฝ่ายตรงข้าม)

Trackbacks

  1. Myblog's Blog
  2. Myblog's Blog

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: