Skip to content

ความเชื่อ…พลังจิต

วันอาทิตย์ 25 ตุลาคม 2009

2009-10-14
โดย – ป้าปากเกร็ด
ที่มา – เว็บบอร์ดประชาไท

เขาว่าความเชื่อ เมื่อเกิดขึ้นในหมู่คนมากๆ เรียกว่าคิดอย่างเดียวกันก็จะทำให้เกิดเป็นพลังจิต ซึ่งพลังจิตนี้เองจะกลายเป็นพลังงานที่มีอนุภาพสามารถผลักดันให้เกิดตามที่คิดกันได้

ไม่ว่าในทางที่ดีหรือร้าย คนอเมริกันคงเชื่อในเรื่องนี้มากกว่าใครเพราะพ่อแม่มักจะสอนลูกให้คิดในทางดีกับตัวเสมอ เช่นว่าบอกลูกว่าลูกดีที่สุด หล่อที่สุด สวยที่สุดเก่งที่สุด จนเป็นเหมือนการสะกดจิตเมื่อคิดอย่างไรเราก็จะกลายเป็นอย่างนั้น

ความคิดความเชื่อนี้ไม่ได้มีผลกับตัวเองเท่านั้น แต่หากคิดเหมือนๆกันทั้งประเทศก็จะกลายเป็นพลังมหาศาล สามารถดลบันดาลให้เกิดอะไรก็ได้ดังคิด

อ๊ะๆ….ไม่ใช่อย่างที่คิดกันนะคะ ไม่ได้มาชวนคิดอย่างนั้น เรื่องนั้นแอบคิดกันในใจก็ได้ อย่าเอะอะไปล่ะ จุ๊ๆ

แต่ที่จะเขียนวันนี้ คือความคิด ความเชื่อที่มีมานานนมแล้วในประเทศคือความเชื่อที่ว่า”นักการเมืองเลว” ไม่ทราบใครเป็นคนต้นคิด แต่จำได้ว่าได้ยินเรื่องนี้มาตั้งแต่เป็นเด็ก เขาว่าคนดีๆไม่มีใครเล่นการเมืองหรอก

เออหนอ จริงอย่างนั้นหรือ ถ้าความจริงคือไม่ว่าในหมู่ใด สังคมใด ย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน แล้วทำไมสังคมการเมืองจึงมีแต่คนเลว

ไม่จริงหรอกค่ะ นักการเมืองก็ต้องมีคนดีอยู่ด้วย จะมีแต่คนเลวได้ไงแต่พอพูดกันมากๆ พูดกันติดปาก สอนลูกสอนหลานอย่างนั้น มันก็เป็นเหมือนพลังจิตสาบแช่งนักการเมืองและการเมืองไปในตัว ยิ่งทำให้ทุกสิ่งเลวร้ายไปตามที่คิดที่พูด พระท่านถึงได้สอนว่าให้”คิดแต่ดีทำแต่ดี และพูดแต่ดี”ไงคะ

เลิกเถิดค่ะความคิดตราหน้าว่านักการเมืองเลว เพราะคนต้นคิดเรื่องนี้ต้องเป็นคนที่ไม่ต้องการเห็นความก้าวหน้าของประชาธิปไตยในประเทศนี้แน่นอน เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะต้องมีนักการเมือง การปกครองระบอบเผด็จการในรูปแบบต่างๆไม่ต้องมีนักการเมืองหรอกค่ะ เพราะเขาใช้วิธืแต่งตั้ง แน่นอน ใครจะไปตั้งคนที่มีความเห็นต่างจากตัวให้ไปทำงาน เดี๋ยวได้เถียงกันตาย ก็ต้องตั้งแต่พวกประจบสอพลอ เอออวยไปเสียทุกเรื่อง แล้วประเทศจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างไร จริงอยู่หากผู้นำเผด็จการรักชาติจริง ความเด็ดขาดอาจช่วยให้การผลักดันนโยบายทำได้สะดวกขึ้น การทำงานก็ปราศจากคนขัดขวาง

แต่ในความเป็นจริงผู้นำเผด็จการที่ดีจริงๆเคยมีหรือคะ แล้วการรวบอำนาจการตัดสินใจในชะตาชีวิตของคนในชาติไปอยู่กับคนเพียงคนเดียวกลุ่มเดียวมันดีหรือคะ นั่นคือเหตุผลที่การปกครองระบอบประชาธิปไตยเบ่งบานไปทั่วโลก เพราะการมีหลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวนักการเมืองคือตัวแทนของเรา เข้าไปมีสิทธิ์มีเสียงที่จะเห็นด้วยหรือคัดค้านซึ่งเราไม่มีโอกาสไปทำอย่างนั้นได้ทุกคน

แต่เขาก็ฝังหัวเราทุกคนในประเทศนี้ว่า นักการเมืองเลว นักการเมืองโกงกินจริงอยู่อาจมีบ้าง แต่ถ้าประชาชนรู้ เราก็สั่งสอนลงโทษได้ ด้วยวิถีทางการเลือกตั้ง เพราะถ้าไม่ดีจริงครั้งต่อไปก็หมดสิทธิ์ นี่คือระบอบประชาธิปไตย

ทำไมเราไปคิดว่านักการเมืองเลว เลยต้องยกเลิกการเลือกตั้งเสียล่ะคะเรากำลังตกเป็นเครื่องมือของคนที่คิดจะรวบอำนาจหรือเปล่า ที่ชักนำให้เราเชื่อโดยสนิทใจว่านักการเมืองเลวทุกคน เมื่อเชื่ออย่างนั้นก็เหมือนกับการสาบแช่ง จนในที่สุดคนดีเองก็ท้อใจที่จะลงเล่นการเมืองเพราะหากลงไปเกลือกกลั้ว ความดีที่สะสมมาจะละลายหายสูญกลายเป็นคนชั่วไปในพริบตา

เราเองนั่นแหละที่ถูกหลอก แล้วยังไปสอนลูกสอนหลานต่อๆกันไปว่านักการเมืองเลว ไม่เชื่อลองดูผลการสำรวจนี้ดูสิคะ

เด็กไทย90%เบื่อการเมือง กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ 11 องค์กรจัด “มหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม” ครั้งที่ 1 มีการเสวนา .มอง พ.ร.บ.เด็กแบบเด็กๆ” โดยนายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้สภาเด็กและเยาวชนฯก่อตั้งขึ้นมาไม่ถึง 1 ปี แต่มีเครือข่ายครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศและมีการประชุมแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นของแต่ละพื้นที่อยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ตั้งแต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ในปี 2551 ที่ให้เด็กมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยที่ไม่มีบทลงโทษหรือข้อ กฎหมายเอาผิดกับเด็ก ซึ่งเด็กจะได้มีกระบอกเสียงส่งผ่านไปถึงผู้ใหญ่ในหันมายอมรับและสนับสนุน เพราะสาเหตุหลักที่เด็กไม่มีแรงบัลดาลใจในการทำประโยชน์ให้สังคมเพราะ ผู้ใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ จึงทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง มีการก้าวร้าว แสดงออกในทางที่ผิด เช่น แก๊งรถแข่ง แก๊งปาหิน สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

“จากการสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนจำนวน 1,700 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาพบว่า เยาวชนร้อยละ 80 มองว่าผู้ใหญ่ไม่ให้ความเคารพในการแสดงออกทางความคิดและการปกป้องสิทธิให้ กับเด็ก นอกจากนี้ยังมีการสำรวจความคิดเห็นในเรื่องการเมือง โดยเยาวชนร้อยละ 90 ไม่มีความรู้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่อยากรับรู้เรื่องการเมืองเพราะเป็นเรื่องที่ไกลตัวเกินไป มองว่าการเมืองเป็นเรื่องต้องห้าม เลวร้าย วุ่นวาย น่าเบื่อ น่ารำคาญ เด็กส่วนใหญ่จึงไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องการเมืองและไม่อยากแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการเมือง สิ่งที่เด็กต้องการให้เกิดเป็นรูปธรรมจริงๆคือการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งรัฐบาลต้องเข้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เด็กทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาที่ดี เป็นผู้รู้ที่แท้จริง” นายรัชฎะกล่าว

ดูเอาเถิดค่ะ มันตลกไหมคะ มีการตั้งสภาเด็ก แต่กลับทำให้เด็กคิดเห็นว่าการเมืองเลวร้ายวุ่นวาย ใครกันที่ปลูกฝังความคิดนี้ให้กับเยาวชนของชาติ เลวร้ายกว่านักการเมืองอีก เลิกเสียทีนะคะ อย่าคิด อย่าพูดว่านักการเมืองเลว ถ้าพบเห็นว่านักการเมืองคนไหนทำผิด คิดร้าย ก็ให้นึกว่ามันเลว อาจเลวคนเดียว หรือเลวทั้งพรรค แต่ไม่ใช่นักการเมืองทั้งหมดที่เลวนะคะ หวังเพียงว่าการคิดดีๆต่อนักการเมืองจะกลายไปเป็นพลังจิต ชักนำให้นักการเมืองส่วนใหญ่กลายเป็นคนดี และทำเพื่อชาติและประชาชน

Advertisements
7 ความเห็น leave one →
  1. วันจันทร์ 26 ตุลาคม 2009 07:27 น.

    ขอหอมแก้มป้าทีนึง :p: 😳

  2. วันจันทร์ 26 ตุลาคม 2009 13:11 น.

    มันก็แล้วแต่คนเชื่อนะครับ เรื่องแบบนี้แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน

  3. คนบ้านปาง permalink
    วันจันทร์ 26 ตุลาคม 2009 13:29 น.

    ความกลัว + ความไม่รู้ คือ ความเชื่อที่งมงาย.

  4. ไพร่ ฟ้าดิน permalink
    วันอังคาร 27 ตุลาคม 2009 05:57 น.

    หนูเอย จะบอกให้ ระบบการศึกษาของเด็ก/ผู้ใหญ่ไทย กลายไปเป็นเครื่องมือปกป้องอำนาจของอำมาตย์ทรราช นานมาแล้ว โดยสอนให้คิดเหมือนทางเขา ห้ามคิดต่างจากเขา จึงจะรุ่ง นอกนั้นก็ดับกันหมด?

    หนูเอย จะบอกให้ ถ้าหนูมีความรู้ และหนูก็จำเป็นต้องมีความคิดด้วย เพราะระบอบอำมาตย์ทรราช นั้น ต้องมองกันแบบว่า มากกว่า 9 ชั้น หรือมากกว่า! จึงจะมองพอออก
    บอกพอภูก?

    หนูเอย จะบอกให้ ลมตดของเหล่าอำมาตย์ทรราชนั้น เขาบอกว่าหอมที่สุด! นอกนั้นเหม็น ไม่ได้ความไปหมด?

  5. Lone Cat permalink
    วันอังคาร 27 ตุลาคม 2009 11:23 น.

    ระบบการศึกษาไทย ที่ไม่ก้าวหน้า แท้จริงแล้วมันเป็นเจตนาของพวกอำมาตย์ศักดินา เพื่อให้ประชาชนปกครองง่าย

    แต่มันไม่ง่ายเหมือนก่อนแล้วครับ

  6. วันพุธ 28 ตุลาคม 2009 12:35 น.

    ล้านๆๆ พลังจิตหลอมรวมเป็นคลื่นทะเลแดง ชะล้างแผ่นดินให้สะอาดน่าอยู่น่าอาศัยซะที.

  7. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันพฤหัส 29 ตุลาคม 2009 23:11 น.

    ทำระบบการศึกษาถดถอยให้จดจำอย่างเดียว นอกนั้นทำตามแล้วจะดีเองเมื่อพวกเราโง่ ความจนไม่ห่างจากเราและเราจะไม่มีเวลาไปสนใจ ใครทำอะไรที่ไหน อย่างไร อันนี้ยังไม่รวมโฆษณาชวนเชื่อว่าดี้ดี วันละ 3 เวลา!!! ชาวต่างชาติมองคนไทยแล้วเวทนา โอ้ อนิจายังคลั่งไคล้ หลงไหลไม่เลิก.. (สังเกตุบ้างไหมคนพวกนี้ชอบส่งลูกไปเรียนเมืองนอกแต่บังเอิญ มันติงต๊องกันซะส่วนใหญ่) สังเกตุบ้างไหมคนพวกนี้สร้างมาตราฐานเลวๆ ให้พ่อแม่เด็กๆ พยายามเอาลูกเข้าโรงเรียนมีชื่อแล้วจ่ายแป๊ะเจี๋ยให้กับโรงเรียน จะมีใครบ้างหนาที่จะทำให้โรงเรียนมันเท่ากันได้ พ่อแม่คงไม่ต้องกระเสือกกระสนกันอย่างบ้าคลั่งแถมสงสารเด็กต่างจังหวัดที่โอกาศของพวกเขาแทบไม่มี…รัฐบาล ไม่เห็นไปสนใจใช่ซิไม่ใช่พวกเมินนี่ เอ้า…..ใครมีปัญญาทำให้เท่ากันเราจะกราบบบบบบบบบบ เราจะคอยชม เราจะให้กำลังใจ …. ขอเป็นเร็ว ๆ นี้ยิ่งดี เบื่อฉิบสังคมจอมปลอม มีแต่พวกวิปลิสกาม และมักมาก.. (ไม่สนับสนุนช่วยเหลือแล้วแถมยังแอบไล่ที่ชาวบ้านอีกต่างหากได้ยินว่ามีโครงการ ฯ….ชาวบ้านทนไม่ไหว งานนี้ละท่านงามแน่ เราจะคอยชม เราจะคอยสมน้ำหน้า…) รวยนักมักไม่ได้ใช้ ตายซะก่อน!!!!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: