Skip to content

สื่อต่างชาติที่ชั่วช้า และการร่วงของตลาดหุ้น

วันพฤหัส 22 ตุลาคม 2009

Evil Foreign Media and Stock Market Fall UPDATE
October 21, 2009
ที่มา –
Bangkok Pundit
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

อัพเดท: มีความเห็นอีกด้านจาก ขวาหัน ซึ่งกล่าวว่าบลูมเบิร์กเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลในทางการเงิน โดยมีสำนักงานหลายแห่ง และจำนวนบุคคลากรที่มากมายทั่วโลก เจ้าหน้าที่ของบลูมเบิร์กในประเทศไทยกล่าวว่า ไม่ควรเสนอข่าวด้านนี้ แต่ ริชาร์ด ฟอร์ส ชาวต่างชาติในสิงคโปร์ได้ผลักดันเรื่องนี้ และปล่อยข่าวออกไปได้ ไม่จำเป็นต้องไปสืบหาตัวคนอื่น เป็นบลูมเบิร์กเองที่ทำให้ราคาหุ้นร่วงแบบนั้น

บางกอกบัณฑิต (บีพี): ถ้าคุณลองอ่านบทความของ ริชาร์ด ฟอร์ส จะเห็นว่าเขาอยู่ที่ฮ่องกง ไม่ใช่สิงคโปร์ ทำให้ต้องกังขาว่า “แหล่งข่าว” ของเขาน่าเชื่อถือได้ขนาดไหน

ตามที่เราได้ทราบกันแล้วว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หุ้นร่วงเนื่องจากข่าวลือว่า พระพลานามัยของพระมหากษัตริย์ภูมิพลทรงทรุดลง บลูมเบิร์กเป็นสำนักข่าวแรกที่เสนอเรื่องที่ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วงก็เพราะข่าวเรื่องพระพลานามัยขององค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงทรุดลง ปกติแล้วเมื่อสื่อแรกเสนออะไรสักอย่าง สื่ออื่นๆจะต้องรีบรายงานตาม (แต่มีข้อยกเว้นเรื่องใหญ่เรื่องเดียว) แต่นี่กลับเป็นว่า บลูมเบิร์กถูกระดมโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน

เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม เอเอสทีวี ผู้จัดการ ลงบทความด้วยการพาดหัวคำพูดที่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า “แฉบลูมเบิร์กสุดชั่ว ต้นตอปล่อยข่าวนรก” เนื้อข่าวกล่าวว่า ผู้บริหาร ตลท. เตรียมพร้อมสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะปิด ตลท. หากตลาดหุ้นช็อกตกเกินร้อยละ ๑๐ ต่อข่าวที่ว่า ไอ้โม่งจ้างสำนักข่าวบลูมเบิร์กวิเคราะห์มั่วทำลายสถาบัน โดยมีโบรกเกอร์ที่สิงคโปร์จุดชนวน

บีพี: การอ้างไอ้โม่งดังกล่าว ถือเป็นเรื่องโคตรตลก

บทบรรณาธิการแนวหน้าเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน วิจารณ์บลูมเบิร์กว่า ปล่อยข่าวเกี่ยวกับพระพลานามัยของพระมหากษัตริย์ว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และยังรายงานต่อว่า ทำให้ตลาดหุ้นพัง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทั้งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไป

จึงเป็นไปได้ที่จะเป็นแผนการอันชั่วร้ายของขบวนการคนไทยบางกลุ่ม ที่ยืมมือชาวต่างชาติเพื่อทำลายสถาบันสูงสุด (เช่น สถาบันกษัตริย์) เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่จะเป็นภยันตรายต่อสถาบันสูงสุด และต่อความมั่นคงแห่งชาติ ขบวนการดังกล่าวคงไม่หยุดเพียงแค่นี้

บีพี: อืมม์..ย่อมมีความแตกต่างระหว่างการรายงานข่าวลือ และรายงานบทวิเคราะห์เรื่องข่าวลือที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วง – คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเถึยงด้วยความจริงที่ว่า ข่าวลือที่ทำให้หุ้นร่วง แต่แค่เพียงรายงานข่าวนี้ ซึ่งตรงข้ามกับข่าวลือซึ่งเป็นเรื่องต้องห้าม ตามตรรกะของพวกเขาเอง จึงไม่ควรวิจารณ์บลูมเบิร์ก เพราะการทำเช่นนั้นหมายถึงพวกเขาได้รายงานข่าวลือ ซึ่งพวกเขาคิดว่าไม่ควรจะนำไปลือต่อ โอย แต่พวกเขาดูจะชื่นชมที่ได้รายงานข่าวนั้น

ถ้าคุณต้องการทราบว่าสื่อขาดความรู้เช่นไร ให้ดูได้ที่แนวหน้าวันที่ ๑๖ ตุลาคม ที่บทบรรณาธิการออกอาการโวยวายและเรียกบลูมเบิร์กว่า “สำนักข่าวด้านเศรษฐกิจและการเงินฉบับหนึ่งของยุโรป” ถ้าค้นหาในกูเกิลจะโยงไปที่ไมเคิล บลูมเบิร์ก (นายกเทศมนตรีของนครนิวยอร์ค) และ บลูมเบิร์ก แอลพี แต่ใครเล่าจะสนใจเรื่องความจริง

ไทยโพสต์รายงานว่า การรายงานข่าวของบลูมเบิร์กเป็นหนึ่งในตัวการหนึ่ง ที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วง

บีพี: แน่หรือ ถ้าบลูมเบิร์กและสื่อต่างประเทศในด้านอื่น มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อการร่วงของตลาดหุ้น เราก็ต้องการทราบว่าเมื่อไรที่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่มตก และเมื่อไรที่บทความของบลูมเบิร์กได้ตีพิมพ์เป็นครั้งแรก

แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ ซึ่งสามารถเข้าถึงต้นทางของบลูมเบิร์กชี้ว่า ครั้งแรกที่บลูมเบิร์กลงบทความนี้อยู่ที่เวลา ๑๕.๓๘ น. ของวันที่ ๑๔ ตุลาคม (เวลาที่ปรากฎในหน้าเว็บข่าวนั้น เป็นเวลาที่อัพเดทล่าสุด)

ดังนั้น ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นดังนี้

  • ๗๕๒.๒๒ – ๑๐.๐๐ น.  (เมื่อเปิดตลาด)
  • ๗๒๓.๘๒ – ๑๕.๓๘ น. (บลูมเบิร์กลงบทความ)
  • ๗๑๔.๖๔ – ๑๖.๑๐ น.  (ต่ำสุดของวัน)
  • ๗๓๑.๓๗ – ๑๖.๔๕ น. (เมื่อปิดตลาด)

บีพี: แสดงว่า จริงๆแล้ว ราคาหุ้นขี้นหลังจากที่บลูมเบิร์กลงรายงานข่าว

ในวันที่่ ๑๕ ตุลาคม จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นดังนี้

บีพี: ตามตัวเลข จะเห็นราคาลดลงร้อยละ ๕.๓ หลังจากที่สื่ออื่นๆได้รายงานข่าวเรื่องนี้ และหลังจากสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ว่า พระพลานามัยขององค์กษัตริย์นั้นดี

ชาวต่างชาติไม่ได้เป็นผู้เทขาย แต่จากหน่วยงานต่างๆในประเทศต่างหาก ดูได้จากจาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ


บีพี: บีพีมีมุมมองว่า การขาดข้อมูลสร้างความกังวลให้กับชาวต่างชาติซึ่งไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่ากำลังเกิดอะไรขี้น พวกเขาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯจำนวนมากในปีนี้ (ขณะนี้เป็นจำนวน ๒,๒๐๕,๐๐๐ ล้านบาท) และเฉพาะในเดือนตุลาคม – ดูได้จากที่นี่ – ในทางตรงข้าม บุคคลต่างๆ และหน่วยงานต่างๆในประเทศเป็นผู้ที่เทขาย ขณะนี้หลังจากมีการลงข่าวแล้ว ชาวต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นใหม่อีกครั้ง

ตลาดหุ้นดิ่ง ก่อนที่บลูมเบิร์กจะออกข่าว ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานว่า บลูมเบิร์กจะเป็นสาเหตุให้ตลาดหุ้นตก

Advertisements
5 ความเห็น leave one →
  1. วันพฤหัส 22 ตุลาคม 2009 04:27 น.

    เริ่มแรกก็โทษทักษิณ ต่อมาก็โทษเครือข่ายทักษิณ ต่อมาอีกก็โทษสำนักข่าวต่างประเทศที่

    คาดว่าจะโยงเข้ากับทักษิณ ต่อมาก็โทษผู้ลงทุน แล้วต่อไปจะโทษใครอีกล่ะนี่?

    ย.ย. ว.ช. หรือ ครม. กบว. สปก. สลน. ครน. หรม. ??????

    พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วตื่นขึ้นมาทำงานที่ตัวเองรับผิดชอบ

    ขอแค่นี้ล่ะ อย่าขยันไปกว่านี้เลย 🙂 🙂

  2. Lone Cat permalink
    วันพฤหัส 22 ตุลาคม 2009 19:37 น.

    จะโทษใครก็ช่างมัน
    แต่คนที่ได้ประโยชน์จริงๆ คือเนชั่ว
    ตอนนี้มันปั่นหุ้นได้แล้ว!

  3. tnt permalink
    วันจันทร์ 26 ตุลาคม 2009 16:46 น.

    ไอ้กระทู้แรกน่ะ XXไม่ให้โทษXXแม้วแล้วจะให้โทษใคร XXรักมันมากก็ไปอยู่กับมันเด๊ะ ไปขอตังมันXXเดะ มันจะXXประเทศอยู่แล้วมึงยังไม่รู้เรื่องอีก ดักดาน สมองXXปัญญาXX มีหัวไว้ขึ้นผม แล้วยังอาดฉลาดอีก ไอ้ฟาย…….

  4. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันอังคาร 3 พฤศจิกายน 2009 20:00 น.

    “เอ เอสทีวี ผู้จัดการ ลงบทความด้วยการพาดหัวคำพูดที่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า “แฉบลูมเบิร์กสุดชั่ว ต้นตอปล่อยข่าวนรก” เนื้อข่าวกล่าวว่า ผู้บริหาร ตลท. เตรียมพร้อมสถานการณ์”

    “ไอ้โม่งจ้างสำนักข่าวบลูมเบิร์กวิเคราะห์มั่วทำลายสถาบัน โดยมีโบรกเกอร์ที่สิงคโปร์จุดชนวน”

    ทำแกล้งด่าเสียงดังโยนผิดให้บลูมเบิร์ก นายไม่ใช่เหรือ ไอ้โม่ง ASTV ผู้จัดกรวย เดอะรวยเนชั่น และริชาร์ด (นักข่าวหัวจวย).. รวยกันคนละเท่าไหร่ละ แบ่งมั้งเดะ.. ลูกไม้เก่า ๆ ..

  5. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันอังคาร 3 พฤศจิกายน 2009 20:17 น.

    รวยแล้วทำกลบเกลื่อน ชาวบ้านเริ่มระแคะระคายเพราะเล่นของสูง เลยต้องสุมหัวแก้เกี้ยวหาแพะ มารับโทษข้อหาทุบหุ้น แพะบอกฉันเป็นแม่บ้านฟังแล้ว ฮา แตกแตน.. ตัวจริงเสียงจริงก็แกงส์นี้ ASTV สื่อกระบอกเสื่อม เดอะ กนก ของ เนชั่น แล้วก็ เดอะ ริชาร์ด ฟอร์ส .. เมื่อไหร่พวกเราจะทันเกมส์มันซะที เขาถึงได้ปรามาสว่าพวกเรานะโง่ ไม่รู้อะไรเลย จูงง่าย บอกอะไรก็เชื่อ เหมือนหัวขโมยกระชากกระเป๋าชาวบ้าน พอตำรวจมา มันบอกว่า นี่กระเป๋าผมคนนี่ขโมยมา ตำรวจเซ่อซ่าดันไปเชื่อมันอีก เวร!!! นี่แหละเหตุผลทำไม สนธิ ลิ้ม ถึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากเป็นเจ้าพ่อสื่อ ทรงอิทธิพลไงละ. ถ้าอยากฉลาดทันคนพวกนี้ต้องอ่านข่าวนอกประเทศ… อันนี้ไม่ฮา…….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: