Skip to content

ดิอีโคโนมิสต์: ทักษิณที่ลี้ภัย และราชอาณาจักร

วันจันทร์ 19 ตุลาคม 2009

Thailand’s former prime minister: Exile and the kingdom
October 15, 2009 | BANGKOK AND DUBAI

ที่มา – The Economist
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ทักษิณยังคงมีความปรารถนา หลังจากชัยชนะในวันคืนถิ่น

การชุมนุมทางการเมืองในหลายๆครั้งได้วางแผนมาจากแดนไกล ในญี่ปุ่น ความใฝ่ฝันของ ออง ซาน ในการสิ้นสุดการครอบครองพม่าของอังกฤษ ซุน ยัดเซ็น ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน ผู้เดินทางไปมาระหว่างญี่ปุ่นและอเมริกา อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร คนนั้นของประเทศไทย ขณะนี้อาศัยอยู่ที่ดูไบ เมืองแห่งความประทับใจ ร่ำรวยโดยไม่ต้องทำอะไร ดูเหมือนจะเหมาะกับมหาเศรษฐีโทรคมนาคมที่มาเล่นการเมืองและอยู่ในระหว่างการลี้ภัย แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ปลายทางในการแสวงหาอำนาจซึ่งแบ่งแยกประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน ไม่มีฝ่ายไหนซึ่งทำการชุมนุมที่คล้ายสงครามกลางเมืองอย่างไม่เป็นทางการพร้อมจะรอมชอม คนไทยหลายล้านคนต้องการนำทักษิณกลับมา และจะได้ยินคำตอบว่า ให้เราตายเสียก่อน

ทักษิณต้องการกลับบ้าน เขากล่าวว่าไม่จำเป็นต้องเล่นการเมืองอีกเมื่อกลับมา ถ้าประเทศมีผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ เขาต้องการได้รับเสรีภาพ เพื่อทำธุรกิจที่เขากำลังลงทุนอย่างกว้างขวาง ซึ่งเขากล่าวว่ารวมถึงเหมืองทองในอูกันดา เขากล่าวว่าเขาต้องการมีความสุขกับชีวิต แต่เขายังยืนยันว่า “ประชาชนต้องการผม” เพื่อนำประชาธิปไตย และความยุติธรรมกลับคืนมา โดยเริ่มต้นจากคดีที่มีต่อทักษิณและครอบครัว ศาลฎีกาฯนักการเมืองได้ตัดสินว่า ทักษิณกระทำผิดในคดีซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกในนามอดีตภรรยาของเขา ศาลเดียวกันนี้ขณะนี้กำลังพิจารณาที่จะอายัดทรัพย์สินจำนวน ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ยึดมาหลังจากการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ หรือไม่

เงินทั้งหมดส่วนใหญ่มาจากการขายบริษัทชินคอร์ปของตระกูลชินวัตรในปีนั้นให้กับบริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้ง ของรัฐบาลสิงคโปร์ หลังจากการขายไปแล้วเขามีเงินเหลือเฟือ สามารถเกษียณตัวเองได้อย่างสบายโดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายของไทย การสัมภาษณ์นี้เกิดขี้นที่สโมสรกอล์ฟ ในระหว่างมื้อเที่ยงซึ่งมีปลาและมันทอด คุณทักษิณตื่นเต้นกับธุรกิจใหม่ในแถบอาฟริกา และประโยชน์ที่ได้รับจากการทำสมาธิ แต่ทักษิณยังคงแสดงความเดือดดาลต่อการถูกปล้นอำนาจของเขา ไม่มีใครโกรธได้เท่ากับมหาเศรษฐีที่ถูกยึดทรัพย์คนนี้ แสดงว่าถนนสายขรุขระของประเทศไทยนี้ไม่มีทางจบสิ้นได้ง่ายๆ

ที่แน่ๆเรื่องกำลังเริ่มจะเข้มข้นขี้น เมื่อผู้สนับสนุนเสื้อแดงฝ่ายทักษิณกระวนกระวายในการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นอกเหนือไปจากแค่ขออภัยโทษให้ทักษิณ การวางแผนการชุมนุมของเสื้อแดงในกรุงเทพในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ซึ่งครบรอบ ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ยื่นฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษจากองค์กษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชให้กับทักษิณ เมื่อเดือนที่แล้วผู้ชุมนุมมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คนได้ท้าทายกำลังรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดในกรุงเทพอย่างสงบ การเคลื่อนไหวของฐานเสียงทักษิณทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยากยิ่งต่อการปราบปราม

ฝ่ายปฎิปักษ์เสื้อเหลืองที่เกลียดทักษิณ เชื่อฟังแต่สถาบันแห่งราชวงศ์ในกรุงเทพ ประณามแกนนำเสื้อแดงในการทำลายประชาธิปไตย การชุมนุมเนื่องจากการเลือกตั้งมีแนวโน้มที่ใกล้เข้ามา และพรรคเพื่อไทยฝ่ายทักษิณคำนวณว่าจะได้รับชัยชนะ อาจเป็นภาระกิจที่ใหญ่หลวงเนื่องจากฐานเสียงของเขาในสภาได้ถูกทำลายจากคำสั่งศาลให้ยุบพรรค และกลุ่มทรยศที่แยกตัวออกไป รัฐบาลซึ่งนำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กังวลเรื่องการเลือกตั้งเป็นอย่างยิ่ง และแสดงความไม่ประสงค์ให้เกิดการเลือกตั้ง

รัฐบาลภายใต้อภิสิทธิ์ยกเลิกหนังสือเดินทางของทักษิณ ทักษิณขณะนี้ได้เดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางประเทศมอนติเนโกรและนิคารากัว และทำตัวเงียบเชียบเมื่อเดินทางมายังเอเซีย บุคคลซึ่งครั้งหนึ่งทั้งภาพและเสียงได้ครอบงำสื่อในประเทศไทย และตอนนี้เหลือแต่เพียงการทวิต และสะสมเพื่อนจากเฟสบุ้ค เมื่อเดือนที่แล้วพิธีกรสถานีวิทยุของรัฐซึ่งทำการสัมภาษณ์ทักษิณต้องตกงานในทันที เขาร้องเรียนว่า “เราเป็นประเทศประชาธิปไตยแบบโดนควบคุม”

เมื่อถามทักษิณว่าใครมีอำนาจแท้จริงในประเทศไทย ทักษิณชี้นิ้วไปยังบุคคลวงในของราชวัง ซึ่งใช้อิทธิพล เหนือระบบราชการ และเป็นปฏิปักษ์ต่อนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เขากล่าวว่า “พวกนี้ทำได้แม้กระทั่งสร้างเรื่อง และยุบรัฐบาล” โดยเฉพาะตัวอาวุโสที่สุดคือ เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีของกษัตริย์ ภูมิพล อดีตผู้นำกองทัพ และนายกรัฐมนตรีในช่วงปี ๒๕๒๓ – ๒๕๓๑ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปดีว่าเปรมมีความเกลียดชังส่วนตัวกับทักษิณ แต่เปรมออกโรงปฎิเสธเสมอมาในเรื่องการถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ อย่างไรก็ตามเสื้อแดงยังคงกล่าวหาเปรมอยู่ต่อไป

รัฐบุรุษซึ่งต้องได้รับการเคารพ แต่กลับมาถูกโจมตี เป็นการแสดงให้เห็นว่ายุทธการของเสื้อแดงคือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผู้วางแผนบางคนที่หัวรุนแรงต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกระบบกษัตริย์ไปเสียเลย หลังสิ้นรัชสมัยของกษัตริย์ภูมิพล ซึ่งมีพระชนมายุ ๘๑ พรรษา และได้เข้ารับการรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลมาแล้วถึงหนึ่งเดือนด้วยพระอาการมีพระปรอท เสื้อแดงบางคนดูจะสนใจที่จะอาศัยบารมีความนิยมที่ทักษิณได้รับ และปอกลอกทรัพย์จากเขา เจ้าหน้าที่ด้านการเงินของไทยกล่าวว่า ทักษิณใช้จ่ายเงินจำนวนหลายสิบล้านบาทเพื่อสนับสนุนการชุมนุมนี้ ทักษิณกล่่าวว่า เขาได้ “สนับสนุนทางจิตใจ” หนังสือพิมพ์ไทยตั้งฉายาทั้งสองพวกว่าเป็นแดง “คอมมิวนิสต์” และ แดง “รับทรัพย์” (เช่น ผู้รับเบี้ยเลี้ยงจากทักษิณ)

บางคนคิดว่าการเคลื่อนไหวต้องหนีออกจากเงามืดที่แผ่ปกคลุมของทักษิณ และขบวนดังกล่าวได้เริ่มต้นแล้ว เคียงข้างผู้ประท้วงฝ่ายนิยมทักษิณขนานแท้ มีคนไทยชนชั้นกลางซึ่งไม่สนใจในทักษิณ แต่รังเกียจการใช้เล่ห์เหลี่ยมในทางการเมืองซึ่งขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถึงสองครั้ง ชะอ้อน เชาว์วรรณกลาง ลูกจ้างสายการบินที่เกษียณแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้เรารู้แล้ว เรารู้ว่าอะไรผิดอะไรถูกแล้ว” ผู้ประท้วงบางคนได้ยอมรับว่าเคยร่วมชุมนุมต่อต้านทักษิณในปี ๒๕๔๙ ก่อนที่จะเกิดการทำรัฐประหาร ในส่วนนี้ทักษิณคิดว่า มีเสื้อแดงเพียงร้อยละ ๒๕ ที่รู้สึกเฉยๆกับเขา แต่ร้อยละ ๗๕ ที่นิยมเขาอยู่ นักวิชาการซึ่งร่วมชุมนุมในกรุงเทพประเมินว่า ห้าสิบห้าสิบ

โจทย์ยากสำหรับเสื้อแดงคือ อะไรจะเกิดขี้นถ้าทักษิณเลือกที่จะยุติการเรียกร้อง ในขณะที่คดีอายัดทรัพย์ใกล้ถึงกำหนดแล้ว กระแสข่าวลือในกรุงเทพว่าได้มีการตกลงอย่างเงียบๆกับฝ่ายตรงข้าม ทักษิณเลี่ยงที่จะไม่อธิบาย แต่ยืนยันว่าเขาพร้อมที่จะสร้างสันติและกลับบ้าน เขากล่าวพร้อมกับดีดนิ้วว่า “ความวุ่นวาย” แก้ไขได้แค่ “ชั่วข้ามคืน” การตกลงหลังฉากเช่นนี้เป็นไปได้ว่าจะทำให้การชุมนุมยุติลง จักรภพ เพ็ญแข แกนนำเสื้อแดงซึ่งต้องลี้ภัยในเดือนเมษายนกล่าวว่า การเคลื่อนไหวจะไม่หยุด และกล่าวต่อว่า จะเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ “การชุมนุมในหลายครั้งนั้น ไม่ได้เต้นไปตามทักษิณ”

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทักษิณจะทำความตกลงกับใคร อภิสิทธิ์กล่าวว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย แหล่งข่าวจากพระราชวังเมินความคิดในเรื่องการรอมชอม ทักษิณเผชิญกับโทษจำคุก ๒ ปี และถูกดำเนินคดีหวยบนดิน เขาถูกบังคับให้ต้องออกจากอังกฤษซึ่งเป็นประเทศแรกที่ใช้ลี้ภัย ถูกยกเลิกวีซ่า เขาต้องบินต่อไปยังดูไบ ชื่อเสียงของเขาต้องเสียไปเพราะถูกหาว่าเป็นผู้ปลุกระดมให้เสื้อแดงก่อการจราจลเมื่อเดือนเมษายน เมื่อเขาเรียกร้องในกรุงเทพให้มี “การปฏิวัติของประชาชน” เขาปฎิเสธเรื่องเป็นผู้ยุยงให้เกิดความรุนแรง และประณามฝ่ายนิยมรัฐบาลที่เป็นตัวสร้างความวุ่นวาย ทักษิณครวญว่า “ตอนนี้ยุงสักตัว ผมยังไม่ตบเลย”

Advertisements
4 ความเห็น leave one →
  1. แฟนคุณแช๊พเตอร์ permalink
    วันพุธ 21 ตุลาคม 2009 10:27 น.

    สุดๆ เลยอ่ะ The Economist

    ขอบคุณ คุณแช๊พเตอร์ เช่นเคย

    XO XO

  2. วันพุธ 21 ตุลาคม 2009 13:27 น.

    ที่พักคุณมีเรอะจะปล่อยให้ยุงชุม จนๆอย่างผมยังใช่เครื่องไล่เลย พูดแบบโง่ๆ
    อีกอย่างบอกว่าไม่ได้ยุยง แต่ดูคุณก็พอใจที่ประเทศชาติเสียหายจากการชุมนุมนี่ ถึงขนาดพูดว่า ให้ออกมากันเยอะๆ หากมีเสียงกระบอกปืนแตก หรือสิ้นเสียงและควันปืน ผมจะกลับมา นะประชาชนของผม ฮ่าๆๆ ใครเป็นประชาชนของคุณ บ้าไปแล้ว หรือว่าในเวบนี้ส่วนใหญ่เป็นประชาชนของมัน ไอ้ทักษิณ

  3. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันพุธ 21 ตุลาคม 2009 18:24 น.

    เงินเขาทำมาหากินก่อนเป็นหัวหน้ารัฐบาล หลายหมื่นล้านไปเหมารวมจะอมทั้งหมด(ยึดทรัพย์) ประชาชนไม่ยุให้กลับมาเอาคืนพวก ปฏิวัติก็ดีเท่าไหรแล้ว…
    แกล้งกันเห็น ๆ ยังมีหน้าไปกระแนะกระแหนเขาอีก… สันดานเสียคนไทยบ้างจำพวก… ขี้อิจฉา… ชอบนินทา และซ้ำเติม.. เลววววววววววว….

  4. วันเสาร์ 24 ตุลาคม 2009 10:08 น.

    คนฉลาดกับคนโกงต่างกันนิดเดียวตรงที่มีคุณธรรมเรียกว่าคนฉลาดแต่ขาดเรียกกว่าโกง คนบางคนยิ่งฉลาดมากยิ่งน่ากลัว คิดให้ดี ๆ อย่าเป็นเหยือวัตถุนิยมให้มากนัก จนลืมตัว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: