Skip to content

บทวิเคราะห์ – ทำไมพระพลานามัยของกษัตริย์จึงทำให้ตลาดปั่นป่วน

วันเสาร์ 17 ตุลาคม 2009

ANALYSIS-Why the Thai king’s health can panic markets
Saturday October 17, 2009
THAILAND-RISKS/ (ANALYSIS)
By Andrew Marshall, Asia Political Risk Correspondent
ที่มา – Reuters news
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

สิงคโปร์ – เป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับคนไทยที่จะพูดถึงความหวาดกลัวว่า จะเกิดอะไรจเมื่อสิ้นรัชสมัยของกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชพระชนมายุ ๘๑ พรรษาซึ่งกำลังทรงพระประชวร แต่ปฎิกิริยาของตลาดหุ้นไทยในอาทิตย์นี้ส่งเสียงดังมากกว่าคำพูด

ตลาดค้าหุ้นของไทยที่ร่วงลง เงินบาทที่อ่อนค่า เมื่อวันพุธและวันพฤหัสบดี เพราะความวิตกเกี่ยวกับพระพลานามัยของกษัตริย์ เมื่อวันศุกร์พระพลานามัยดีขี้น ความจริงที่ว่าแม้ข่าวลือจะมีความอึมครึมแต่ยังจุดประกายให้มีการเทขาย ยิ่งแสดงให้เห็นถึงว่า คนไทยมีความกังวลอย่างไรต่อการเปลี่ยนรัชกาล และตลาดหุ้นของไทยจะต้องถูกกระทบอย่างหนักเพียงไรบ้าง

เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่า “อย่าเชื่อต่อข่าวลือในตลาดหุ้น ให้เชื่อแต่แถลงการณ์ของพระราชวังเท่านั้น

เป็นเรื่องที่แน่ชัดว่า แม้เรื่องความวิตกเกี่ยวกับพระพลานามัยนี้จะผ่านไป แต่นักลงทุนยังคงเป็นกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขี้นในภายภาคหน้า

ภยันตรายไม่เคยมีการถกเถียงกันในที่สาธารณะ เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่นฯซึ่งห้ามการพูดถึงบทบาทของราชวงศ์ และเป็นปริศนาภายใต้ขอบฟ้า การวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาต่ออนาคตทางการเมืองนับว่าเป็นเรื่องที่ยาก นักลงทุนต่างชาติหลายคนมีความคิดที่พร่ามัวว่า ตัวเองจะต้องเสี่ยงกับเรี่องที่จะต้องเผชิญหน้าอย่างไร

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นเป็นการส่วนตัวว่า ความวุ่นวายจะยืดเยื้อไปอีกนาน และการก่อความไม่สงบของประชาชนที่เป็นปัญหาใหญ่ เป็นเหตุที่ทำให้ตลาดมีความเปราะบางต่อข่าวลือเกี่ยวกับพระพลานามัย

ความแตกแยก และทางตัน

สิ่งที่ทำให้หัวข้อการสืบสันตติวงศ์เป็นเรื่องอันตรายในระยะนี้้คือ ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพติดคุกนานนับปีในความขัดแย้งทั้งทางการเมืองและทางสังคมระหว่างฝ่ายสนันสนุน และฝ่ายต่อต้านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกกองทัพทำรัฐประหารปล้นอำนาจไปเมื่อสามปีที่แล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการลี้ภัย

ทักษิณได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเข้าบริหารประเทศในปี ๒๕๔๔ ด้วยคำสัญญาต่อนโยบายต่างๆที่เน้นเพื่อคนยากจน และชนะการเลือกตั้งในสมัยที่สองในปี ๒๕๔๘ ได้คะแนนเสียงข้างมากเพิ่มขี้นมากกว่าเดิม ผู้สนับสนุนทักษิณจำนวนมหาศาลมาจากชาวชนบทที่ยากจน ซึ่งหมายความว่าทักษิณมีเสียงข้างมากพอที่จะบริหารประเทศโดยไม่ต้องแอบทำการตกลงเบื้องหลัง และต้องอ่อนข้อให้กับพวกข้าราชการเจ้าขุนมูลนาย และกองทัพ

อำนาจที่เพิ่มมากขี้นของทักษิณ และความที่ไม่สามารถเอาชนะได้โดยการเลือกตั้ง บวกกับเรื่องที่กล่าวหาเกี่ยวกับมีการฉ้อราษฎร์ ส่งผลให้กลุ่มศักดินามีความอกสั่นขวัญหาย ศักดินาซึ่งเคยมีธรรมเนียมว่าเป็นฝ่ายปกครองประเทศไทย จึงเกิดการทำรัฐประหารของกองทัพ

ขณะนี้ประเทศไทยแบ่งขั้วเป็นสองฝ่ายอย่างน่าขมขื่น ฝ่าย “เสื้อแดง” สนับสนุนทักษิณ ซึ่่งโกรธแค้นกับการที่รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าที่ตัวเองได้เลือกตั้งเข้าไปถูกกองทัพ และศาลทำการโค่นลง และฝ่าย “เสื้อเหลือง” – พวกคลั่งเจ้า กองทัพ และคนกรุงชาวไทย ซึ่งหนุนหลังนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ความขัดแย้งส่งผลให้มีการปะทะกันอยู่หลายครั้ง ทำลายเศรษฐกิจ และความดึงดูดต่อนักลงทุนที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ปีที่แล้ว ฝ่ายประท้วงต่อต้านทักษิณได้ทำการยึดสนามบินหลักสองสนามบินในกรุงเทพ และในเดือนเมษายน ผู้ประท้วง “เสื้อแดง”ได้บุกเข้าไปในสถานที่ใช้ประชุมสุดยอดของอาเซียนที่พัทยา ส่งผลให้ต้องมีการยกเลิกการประชุม

ประเทศซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์ในภูมิภาคในเรื่องความมีเสถียรภาพ กำลังถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจย่ำแย่ ในปี ๒๕๔๕ ธนาคารโลกได้จัดดัชนีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล โดยจัดดัชนีวัดความมั่นคงทางการเมืองให้อยู่ในอันดับ ๕๙.๑ จาก ๑๐๐ อันดับ ในปี ๒๕๕๑ ได้ลดลงไปอยู่ที่อันดับ ๑๒.๙

บทบาทของราชวงศ์

ในทางทฤษฎีแล้ว สถาบันกษัตริย์ของประเทศไทยดำรงอยู่เหนือการเมืองทั้งปวง กษัตริย์ภูมิพลทรงเป็นกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจอย่างเป็นทางการในทางการเมือง และพระองค์ทรงเป็นที่เคารพของคนไทยซึ่งนับถือพระองค์ว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติที่กำลังร้าวฉานในเวลานี้

ช่วงเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์มาถึง ๖ ทศวรรษ กษัตริย์ภูมิพลทรงขยายอิทธิพลในทางการเมือง และทรงเข้าเกี่ยวข้องอย่างเห็นได้ชัดถึงสามครั้ง ในช่วงที่มีการขัดแย้งกันระหว่างกองทัพและนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้ง นอกจากนั้น คนไทยหลายๆคนได้มองว่า พระราชวังแสดงการเข้าข้างฝ่ายต่อต้านทักษิณในระยะสามปีที่ผ่านมา

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีมีความใกล้ชิดกับพวกที่วางแผนทำรัฐประหาร และถือได้ว่าเป็นตัวการสำคัญซึ่งเป็นพันธมิตรกับ “เสื้อเหลือง” ราชินีสิริกิติ์ พระมเหสีของกษัตริย์ภูมิพล ได้ทรงส่งสัญญาณว่าทรงสนับสนุนการเคลื่อนไหวต่อต้านทักษิณ โดยทรงเสด็จในงานศพของผู้ประท้วงผู้หญิง “เสื้อเหลือง” คนหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว

ดังนั้นพระราชวังได้ถูกลากให้เข้าร่วมในความขัดแย้ง และในทางกลับกัน ความขัดแย้งนี้เกิดขี้นมาเพราะส่วนหนึ่งของบทบาทที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมของราชวงศ์ด้วย ฝ่ายสนับสนุนทักษิณต้องการให้การเลือกตั้งมีผล เพื่อให้รัฐบาลที่ตัวเองเลือกเข้าไปได้บริหารประเทศโดยไม่มีการก้าวก่ายจากพวกศักดินา

ผู้นิยมระบอบกษัตริย์หลายคนแย้งว่า ประชาชนชาวชนบทไม่มีการศึกษาเพียงพอที่จะรู้ว่า ประชาธิปไตยทำงานอย่างไร ดังนั้นกองทัพ ข้าราชการอำมาตย์ และ ศักดินาทั้งหลาย ควรมีอำนาจควบคุมนโยบายทั้งหมด

เนื่องจากกษัตริย์ภูมิพลทรงเป็นที่เคารพโดยทั่วไปในประเทศไทย คนไทยส่วนใหญ่ต่างมีความอบอุ่นใจในอิทธิพลที่พระองค์ทรงมี และทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันต่างแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ แต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชโอรสของพระองค์ และเป็นที่คาดหมายว่าเป็นองค์รัชทายาท ทรงได้รับการเคารพจากคนไทยส่วนใหญ่น้อยกว่าพระบิดา

ผลก็คือ จะมีการย้ายการถ่วงดุลของอำนาจครั้งใหญ่ – “เสื้อแดง” ดูจะแสดงให้เห็นชัดขี้นว่า ไม่เอาการเมืองที่ราชวงศ์เข้ามามีอิทธิพล ซึ่งส่งผลให้พวกศักดินาเกิดความโกรธแค้น ทำการปราบปรามเสื้อแดง ด้วยความวิตกว่า ราชวงศ์จะสูญสิ้นอิทธิพล

ความขัดแย้งยิ่งจะสร้างความเสียหายมากขี้น และความมีเสถียรภาพในระยะยาวที่นักลงทุนต้องการเห็นนั้น อาจจะต้องรอไปอีกนานกว่าเดิม (แก้ไขโดย จอห์น ชาล์เมอร์)

Advertisements
5 ความเห็น leave one →
  1. ไพร่ ฟ้าดิน permalink
    วันเสาร์ 17 ตุลาคม 2009 22:55 น.

    ต้นเหตุทั้งนี้ ล้วนเป็นผลงานอันโง่เง้า เบาปัญญา สมองไร้ความคิด จิตใจไร้คุณธรรมของเหล่าองค์มนตรีผู้นอกแถวทั้งหลาย ที่เก่งแต่ทำหน้าที่นอกลู่นอกทาง มาโดยตลอด จนปัจจุบัน ยังหน้าด้าน หน้าหนา ไม่มีการออกมารับผิดชอบ หรือยอมรับต่อสิ่งที่พวกตนก่อขึ้น ที่บังอาจ คอยยุยง ใส่ร้าย ให้คำแนะนำแต่สิ่งเลวทราม ชั่วร้าย ต่ำช้า สามาร อีกทั้งส่งเสริมให้กองทัพทำลายประเทศชาติ ประชาชน แม้กระทั้งการประชวน ซึ่งเป็นผลกระทบที่ชัดเจน จากเหล่าทรราชพวกนี้โดยตรง ทั้งที่มิใช้เกิดจาก บาป กรรม หรือเวรกรรมของคน หรือของประเทศนี้ ดังนั้นระบบงานหรือหน่วยงานนี้ จึงเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงที่สุด สมควรต้องถูกยุบยกเลิก กำจัดออกไปจากประเทศไทย เสียโดยเร็ว อย่าปล่อยไว้เด็จขาด เพราะเป็นพิษภัยต่อประเทศชาติและประชาชน ใช้ประโยชน์อันใดหาได้ไม่ มาช้านานแล้ว ที่สำคัญคือระบบงานดังกล่าวนี้ไม่สามารถให้การคุ้มครอง หรือปกป้องประชาชนคนไทย ประเทศไทย และประมุขได้เลย แต่กลับสร้างแต่ปัญหา สร้างความแตกแยกในสังคมไทย แทรกแซงงานของบ้านเมือง และเห็นประชาชนคนไทยคือ ศัตรูที่มันต้องกำจัดให้สิ้นไป ประเทศก็ถูกรุกราญ ประมุขก็ตรอมพระทัย เครียด และประชวนในที่สุด ด้วยเหตุประการเช่นนี้ จึงขอถามว่า คนไทยอย่างท่านๆว่ามีความคิดเห็นเช่นใด…. ลือ? ที่ต้องเสียภาษีเลี้ยงเหล่าพวกเนรคุณ เช่นนี้??? แน่นอนเป็นคำถามที่สวรรค์ไม่เกี่ยว….. แต่นรกมีคำตอบสำหรับพวกมัน อยู่แล้ว!
    17 ต.ค.2552

    • october15 permalink
      วันพฤหัส 5 สิงหาคม 2010 05:18 น.

      การปล่อยข่าวทำให้ไม่เป็นผลดีประเทศไทย
      อาจเป็นเพราะประเทศไทยมีระบอบการปกครอง
      แบบประชาธิปไตย การที่เสถึยรภาพทางการเมือง
      ไม่มั่นคง จึงทำให้ตลาดปั่นป่วน
      กษัตริย์ไทยเป็นที่รักของทุกคน ดูอย่าง นายอลัน เบท ชาวอังกฤษ
      ปั่นจักรยาน 25,000 กม. ไปรอบโลก เพื่อประกาศว่า เขาจงรักภักดี
      ต่อพระมหากษัตรย์ไทย ที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา
      ปกครองแผ่นดินโดยธรรม เราคนไทยนี่โชคดีนะ ที่มีพระมหากษัตริย์
      ที่ห่วงใยประชาชน
      ขอให้ราชวงศ์ ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงพระเกษมสำราญ
      ตลอดไป

      • วันพฤหัส 5 สิงหาคม 2010 09:06 น.

        ไอ้ที่..!!นอนบนทางเท้า ผมกระเซิง เสื้อผ้ามอมแมม คุ้ยถังขยะ กินข้าวพร้อมกับดีบ้างบูดบ้าง ผอมโซ หิวมากๆถึงน้อยนี่ มันสำแดงถึงอารายในบ้านเมืองมิทราบบบบ…!!!???

  2. สมเพช permalink
    วันจันทร์ 19 กรกฎาคม 2010 17:17 น.

    ประเทศไทยเกิด กลียุคขึ้นบัดนี้เนื่องมาจาก คนชั้นสูงผู้มีอำนาจบางคน อิจฉาริษยา หูเบา คิดว่ากำจัดทักษิณได้ อำนาจจะกลับคืนมาเป็นของตนและพรรคพวก แต่เหตุการณ์มิได้เป็นไปอย่างที่ตนและพรรคพวกคิด ครนไทยจำนวนมากได้รูและเห็นความจริงที่เกิดขึ้นกับทักษิณ จึงได้ไม่นิยมชมชอบเจ้านายที่อคติและไม่มีคุณความดีอะไรให้ปรากฎต่อสายตาประชาชน ตลอดเวลา สมาชิกในตระกูลทำแต่เรื่องเสื่อมเสียให้เข้าหูคนไทยตลอดมา ยุคนี้ สื่อเข้าถึงประชาชนทุกที่ เหตุการณ์มันจึงกลับกลายมาเป็นผลร้ายต่อตนเองและประเทศชาติ เกิดกลียุค ข้าสวยากหมากแพง ขึ้นทุกหัวระแหง จะอีกนานหรือไม่ยังไม่ทราบได้ คงจะต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน

  3. วันพุธ 21 กรกฎาคม 2010 21:20 น.

    เจตนาเป็นเครื่องส่งกำลัง…!!!กรรมเป็นตัวแยกทางที่ไป…!!!ผลเป็นฤทธิ์ให้เสวย…………ดื่มเป๊ปซี่ดีที่สุด ค่อยๆดื่ม อย่าดื่มบ่อยมาก เปลืองตัง !!!???…..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: