Skip to content

แผนใหม่ “ไม่จำเป็นต้องนองเลือด” หรือเศรษฐกิจพอเพียง

วันอังคาร 13 ตุลาคม 2009

An “unnecessary bloodbath” or sufficiency economy?
October 11, 2009
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ไม่กี่วันมานี้ เนชั่น (๙ ตุลาคม ๒๕๕๒: “นักวิชาการเตือนเรื่อง “การนองเลือด””) ได้รายงานข่าวการบรรยายของนิธิ เอียวศรีวงศ์ อดีตนักวิชาการจากเชียงใหม่ นักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นิธิ หนึ่งในอาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และขี้นชื่อว่าหัวรุนแรงในทางการเมือง แท้จริงแล้วการวางตัวของนิธิเป็นการผสมระหว่างแนวคิดอนุรักษ์นิยมหัวเก่า ในด้านการพัฒนาภายในทางสังคม และแนวคิดเสรีนิยมในทางองค์กรการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติที่มุมมองของเขาจะทำให้ถูกมองว่า ขัดแย้งกับกลุ่มศักดินาเผด็จการเหล่านั้น

เขาเตือนว่า “การแตกแยกทางสังคมที่เรื้อรังนั้น ถ้าไม่มีการป้องกันแล้ว ท้ายที่สุดจะนำไปสู่การปะทะ และเกิดการนองเลือด” เขาเชื่อว่าการแตกแยกนั้นอยู่ในขั้นฝังลึก และอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงดังเช่นสมัยกษัตริย์จุฬาลงกรณ์ ซึ่ง “สังคมที่เหลื่อมล้ำกัน” ปรากฎออกมาให้เห็น

นิธิพิจารณาว่า “การแตกแยกทางสังคมที่ยังคงคาราคาซังแบบนี้ ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับพวกศักดินา ชนชั้นกลาง และชาวรากหญ้าอย่างในอดีต แต่ยังเกี่ยวข้องกับชนชั้นล่างสุดกลุ่มใหญ่ซึ่งได้กลายมาเป็นชนชั้นกลางส่วนล่างทั้งในชนบท และในเมืองหลวง” เขาวิตกว่า กลุ่มหลังต้องการ “เข้ามามีส่วนร่วมมากขี้นในการกำหนดนโยบายสาธารณะ” แต่ความต้องการให้มีความเท่าเทียมกันของพวกเขา และการมีส่วนร่วมในทางการเมืองนี้ “จะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้สังคมมากขี้น” เขาได้สงสัยว่า “ชนชั้นกลางจะสามารถยอมรับเรื่องนี้ได้หรือไม่…” นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า ความล้มเหลวที่จะสนองต่อความต้องการนั้น ย่อมหมายถึง “ภาพที่น่าสะพรึงกลัว” ว่าจะเกิด “การนองเลือดที่ไม่จำเป็นและไร้เหตุผล”

นิธิถามขี้นว่า “เราจะป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องนี้ได้อย่างไร คนไทยจะฆ่ากันเองด้วยเรื่องไร้เหตุผล สิ่งที่ต้องทำขณะนี้คือการลดปัจจัยที่จะนำไปสู่การนองเลือดทั้งในระยะสั้น และระยะยาว..” เขารู้สึกว่าทางออกในเรื่องนี้ ในระยะสั้น คือการพัฒนา “ระบบการตรวจสอบทางการเมืองให้ประสิทธิภาพมากขี้น เพื่อให้ประชาชนได้มีอำนาจตรวจสอบนักการเมืองมากขี้น นอกจากนั้นยังเป็นการให้เสรีภาพในการแสดงออกมากขี้นด้วย” สำหรับในระยะยาวนั้น นิธิกล่าวว่า “ควรมีหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง และให้มีรัฐสวัสดิการ เพื่อให้อำนาจการตรวจสอบกับประชาชนชนชั้นกลางขั้นต่ำ” ฟังดูน่าสนใจ นิธิกล่าวต่อว่า “การแสดงความเห็นต่อต้านกับการออกกฎหมายที่จะบังคับการชุมนุมของสาธารณะชน”

ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เห็นด้วยว่า “รัฐบาลควรจะใช้งบประมาณในโครงการสนับสนุนด้านสังคม เพื่อจะได้สร้างความมั่นคงให้กับประชาชนชนชั้นกลาง และชนชั้นล่างของสังคม”

ตามที่เราได้เคยลงบทความก่อนหน้านั้น การวางตัวแบบนี้เป็นยุทธวิธีของพวกคลั่งเจ้า เพื่อจัดการกับปัญหาที่สังคมไทย และการเมืองไทยกำลังเผชิญหน้าอย่างหนัก ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แนวขวาจัดแน่ นั่นคือ ไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้เกิด “ความสามัคคี” โดยอ้างความคิดปรัมปราว่าเพื่อความเป็นไทย และเพื่อสถาบันกษัตริย์ หรือไม่ได้เรียกร้องให้มีการใช้อำนาจกดขี่และปราบปราม ไม่ใช่จะยืนยันว่านิธิเป็นพวกคลั่งเจ้า แต่การแสดงจิตสำนึกในทางการเมืองที่ดีของเขา ก็เพื่อหาเสียงสนับสนุนจากพวกเสรีนิยม

หรือจะลองฟังความเห็นจาก ดร.วิษณุ เครืองาม พวกหัวโบราณในทางการเมือง อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ครั้งหนึ่ง ดร.วิษณุเคยทำงานให้ทักษิณ ชินวัตร ต่อมาได้ถีบหัวเรือส่ง หันไปซบอกฝ่ายกองทัพในการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ แล้วลอกคราบกลายเป็นนักการเมืองพวกคลั่งเจ้า เขาอ้างว่า “สังคมไทยควรน้อมรับแนวปรัชญาขององค์กษัตริย์ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อรักษาดุลยภาพทางสังคม” เขากล่าวว่าแนวทางนี้หมายถึง “ไม่มากเกินไป ไม่ขาด และไม่เกิน” และเขาได้เสริมต่อว่า “ควรนำปรัชญาไปใช้ในทางที่เหมาะสม…”

ความเห็นของทั้งคู่นี้ แสดงถึงแนวความคิด “สายกลาง” ทางการเมืองซึ่งจะต้องถูกหยิบยกมาพิจารณากันต่อไป พวกเขาแสดงการรับรู้ว่า วิธีการกดขี่ไม่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ปีนี้ได้อีกต่อไป และยิ่งแสดงความคิดอย่างสุดโต่งมากขึ้นเท่าไร อาจส่งผลให้ยากที่จะทำการควบคุมการแข่งขันทางการเมืองได้

การเสนอแนวคิดแบบเสรีนิยมมากขี้น แทนวิธีการกดขี่และเผด็จการ ถือได้ว่าเป็นการถกเถียงที่สำคัญ โพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ (พีพีที) ตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า จะมีทางเลือกแค่สองทาง การยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึง ก็เพื่อเป็นการบอกให้รับรู้ว่า มีการนำทางเลือกเพื่อเป็นสาธารณรัฐของพวกรากหญ้าที่สุดโต่ง และแนวซ้ายสุดที่ดูคลุมเคลือมาวางรากฐานกันแล้ว

ศักดินาได้รับการเตือนว่า: ให้รอมชอม มิฉะนั้นจะต้องเสี่ยงกับการถูกกำจัดออกไป

Advertisements
7 ความเห็น leave one →
  1. คนบ้านปาง permalink
    วันพุธ 14 ตุลาคม 2009 12:49 น.

    เป็นการ “บรรยาย” ของ “นักเอาตัวรอด”
    เพื่อครอบงำ – บิดเบือน “ความเป็นจริง” ของประเทศนี้ ต่อไป.

  2. Lone Cat permalink
    วันพฤหัส 15 ตุลาคม 2009 18:01 น.

    จริงๆ แล้ว “Unneccessary Bloodbath” ก็คือ “การนองเลือดที่ไม่จำเป็น” นั่นเอง

    ผมว่าความขัดแย้งมันชัดเจนแล้วครับ

  3. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันพฤหัส 15 ตุลาคม 2009 18:54 น.

    นายหน้ารอมชอมระหว่างเก่ากับใหม่ นายนิธิเรียกใช้บริการได้ 24 ชม. จะบอกอะไรให้จาน…ว่า อะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิด..

  4. ไพร่ ฟ้าดิน permalink
    วันเสาร์ 17 ตุลาคม 2009 10:08 น.

    ฆ่าสัตว์ มันปาบ สี่สุด นี้ฆ่ามนุยษ์ เหมือน ปู เหมือนปลา!?!
    17 ต.ค.2552

  5. มู่กุ้ยอิง permalink
    วันพุธ 21 ตุลาคม 2009 09:27 น.

    เห็นด้วยกับทุกคนครับ…

  6. วันพุธ 21 กรกฎาคม 2010 22:21 น.

    เห็นด้วยกับการไม่นองเลือด..!! สำหรับการพอเพียง ถ้าทุกคนในประเทศมั่งมีถึงขนาดไปนอกด้าย สร้างค่านิยมจนฝังหัวให้ใช้ชีวิตไม่ฟุ้งเฟ้อด้าย ความพอเพียงอย่างนี้เวิคแน่…!!!

Trackbacks

  1. Updated: An “unnecessary bloodbath” or sufficiency economy? « Political Prisoners in Thailand

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: