Skip to content

กฎหมายแบบไทยๆ: กฎหมายหมิ่นฯ ความปากกล้า และราคาที่ต้องจ่ายเมื่อพูดความจริง

วันเสาร์ 10 ตุลาคม 2009

Thai Law of Rule: Lese majeste, fearless speech and the price of truth-telling
October 8, 2009
By a PPT Guest Contributor
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

แต่ว่าความจริง ก็จะต้องวิจารณ์บ้างเหมือนกัน..ถ้าเขาบอกว่าไม่ให้วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว แสดงให้เห็นว่าเดอะคิงไม่ใช่คน..แต่เมื่อบอกว่า ไม่ให้วิจารณ์ ไม่ให้ละเมิด ก็เลยพระมหากษัตริย์ก็เลยลำบากแย่..ความจริง The King can do no wrong คือ การดูถูกเดอะคิงอย่างมาก (พระราชดำรัสของพระมหากษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช ในปี ๒๕๔๘)

การตัดสินอย่างป่าเถื่อนลงโทษจำคุกดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเสื้อแดงฝ่ายนิยมทักษิณถึง ๑๘ ปีในการปราศรัยต่อต้านการทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ด้วยข้อหา “อาฆาตมาดร้าย” และ “ดูหมิ่น” ต่อราชวงศ์ภายใต้กฎหมายหมิ่นฯที่รุนแรง แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประชาธิปไตยแบบ “ตอแหล” ผสมกับลัทธิฟาสซิสท์อย่างทางยุโรป เพื่อทำการควบคุมลมหายใจของทุกชีวิต โดยนำเอาความมั่นคงของชาติมาอ้าง

คนไทยไม่เคยถูกสอนให้มีการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นประชาธิปไตย ได้แต่ถูกฝึกให้ดำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย นั่นคือต้องเชื่อฟัง เชื่อง มีระเบียบวินัย (จาก เอ็ม เค คอนเนอร์ส: ประชาธิปไตย และเอกลักษณ์ของชาติในประเทศไทย NIAS ปี ๒๕๕๐) ซึ่งให้เชื่อโดยห้ามสงสัยต่อสัจธรรมของความเป็นชาติว่า ประกอบไปด้วย “สามสถาบันหลักที่ขาดความขลัง” นั่นคือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และการโกหกที่ว่า การปกครองขั้นพื้นฐานในประเทศไทยนั้นแตกต่างจากประเทศพม่า

เบื้องหลังเสื้อแดงและเสื้อเหลือง และรอยยิ้มบนใบหน้าของคนไทยทุกคน ผู้ที่มีอำนาจ “อธิปไตย” ทางการเมือง ก็คือบรรดากองทัพ พระสงฆ์ ธุรกิจ หรือราชวงศ์ใช่หรือไม่ “ผู้ปกครอง” ลูกครึ่งไทยจีนในกรุงเทพที่เชิดชูลัทธิคลั่งเจ้าโดยร่วมมือกับกองทัพ อยู่กับความฝันลมๆแล้งๆว่าสังคมไทยจะเป็นหนึ่งเดียว มีแต่สันติสุข และมีระเบียบตามหลักพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ โดยยึดถือหลักธรรมและกฎแห่งธรรมชาติ ถ้าประเทศไทยทุกๆอย่างขี้นอยู่กับ “กรรม” จากบทความของเดวิด สเตร็คฟัส (“กำลังพิสูจน์ความจริงในประเทศไทย” รัทเลจ ปี ๒๕๕๒) “ถ้ากล่าวว่าสถาบันกษัตริย์เป็นที่รักยิ่ง ทำไมจึงต้องบังคับใช้กฎหมายหมิ่นฯที่รุนแรงมากที่สุด – ที่โลกปัจจุบันนี้เคยรับรู้มา”

การถูกบังคับให้รักและบูชา: พสกนิกรชาวไทยทุกคนรักกษัตริย์ที่เปรียบเสมือน “องค์สมมุติเทพ” ไม่เคยมีสักครั้งที่จะยอมให้มีเสรีภาพในแสดงออกใดๆ มีแต่ถูกบีบบังคับให้เอาแต่รักอย่างไม่มีข้อแม้ รวมถึงความจงรักภักดีต่อชาติชั่วนิรันดร์ คนคนนั้นจะไม่ใช่คนไทยหรืออย่างไร ถ้าขาดความรักต่อกษัตริย์ ถ้าพวกเขานิยมความเป็นสาธารณรัฐ หรือเป็นมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ หลักการของการกล่าวหาโดยอ้างกฎหมายหมิ่นฯในประเทศไทย เป็นการเล่นการเมืองโดยการบีบบังคับต่อต้านแนวคิดแบบตะวันตก โดยไม่ให้ประชาชนมีโอกาสเปิดปากถกเถียงกันอย่างเปิดเผย ตามแนวทางประชาธิปไตย

กฎหมายหมิ่นฯเป็นการแสดงว่าประเทศไทยกำลังดำเนินไปสู่ทางแยก และการพังทะลายของกำแพงที่สะกัดกั้นระหว่าง กฎหมายกับความรุนแรง ระหว่าง อำนาจกับสิทธิ ในสังคมที่ “ขาดจริยธรรม” ที่มีแต่วิกฤติยืดเยื้อ เอาแต่ทำรัฐประหารและการสังหารหมู่ ความคิดของนักทฤษฎีการเมือง คาร์ล ชมิตต์ ที่ว่า “ใครเป็นผู้ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดที่แท้จริง” ซึ่งต้องไม่ใช่ราชวงศ์แน่ๆ การใช้อำนาจอธิปไตยทางการเมืองนี้ ก็เพื่อเป็นการรักษาหลักนิติธรรม และการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญใดๆ ก็เพื่อใช้จัดการกับ “มือ” ที่มองไม่เห็น และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอนาธิปไตย

อำนาจของกองทัพมีไว้ใช้เพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์อันเป็นสัญญลักษณ์แห่งความเป็นไทยที่แท้จริง แต่การแอบนำมาบังคับใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ “ศักดินา” แสดง “การบอกใบ้” ของราชวงศ์ว่า เป็นตัวกลางในอำนาจทางการเมือง ข้องเกี่ยวกับทางโลกและขาดความกล้า

ใจ อึ๊งภากรณ์นักวิจารณ์แนวหน้าของไทย ที่มีความคิดสังคมนิยม (ขณะนี้กำลังอยุ่ในระหว่างการลี้ภัยทางการเมืองในประเทศอังกฤษ) ได้ยกคำถามขี้้นมาว่า “อำนาจสูงสุด คือแมงมุมเพชรฆาตที่ชักใยเพื่อจับแมลง เพื่อกินเอง และให้สัตว์อื่นร่วมกินด้วยหรืออย่างไร” กฎหมายไทยดูเหมือนจะมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครในความยุติธรรม ความจริงและเหตุผล เนื่องจากความคิดทางกฎหมาย ซึ่งผู้ใช้มี “มายาคติ” และเอาอำนาจมาบังคับใช้ การตัดสินคดีหมิ่นฯ ไม่ได้นำ “ความจริง” ออกมาพิจารณา แต่ใช้ข้อมูล และนำเอาความตั้งใจและแรงจูงใจส่วนบุคคล และข้อสมมุติฐานที่เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อ “ความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่อสาธารณะและศีลธรรม” ไม่ใช่เพื่อทำให้ส่วนรวมดีขี้น หรือเพื่อความยุติธรรมในสังคม

กฎหมายไทยตัดสินความผิดด้วยการใช้หลักการเรื่องการคลั่งชาติ เป็นกฎหมายเพื่อแสดงให้เห็นความเป็นไทย

กฎหมายหมิ่นฯไม่ใช่ประเด็นหลัก เพียงแต่เป็นสัญญลักษณ์ของ “วัฒนธรรมที่ฉลาด เก่าแก่ และแสนประเสริฐ” เช่นเดียวกับผู้นำที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้เคยชินกับการชวนเชื่อที่ว่า “เป็นทาสต้องเจียม” และเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย พระองค์ผู้ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพในการเมืองไทยที่ยอมทุกอย่าง ยกเว้น การให้อำนาจอธิปไตยแก่ปวงชน และความเสมอภาคของชีวิตมนุษย์ สิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมเป็นเพียงภาระ การคงไว้ซึ่งกฏหมายหมิ่นฯก็เพื่อประกาศต่อรัฐประชาชาติในโลกให้เห็นถึง “สังคมที่เป็นอนาธิปไตย” พุทธศาสนาที่เคร่งครัดถูกเสียดสีว่าปราศจากเหตุผลและมีแต่การบังคับ

เสรีภาพจะเบ่งบานได้ก็ต่อเมื่อประชาชนต้องไม่รู้สึกสำนึกในบุญคุณ และเชื่อฟังธรรมเนียมคำสั่งจาก “ผู้ใหญ่” และ “ผู้อาวุโส” นี่ไม่ใช่ศีลธรรมของไทย แต่เป็นธรรมเนียมทาสที่น่าอนาถ ส่งผลให้เกิดพวกขวาจัด “มือถือสากปากถือศีล” ทำนองว่า “พุทธศาสนาที่ถึงพูดเรื่องอนิจจัง โดยกล่าวไว้ว่า กฎหมายหมิ่นฯ มีการเกิดขี้น คงอยู่ และดับไป” ไม่มีอะไรถาวร ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน”

จะต้องสูญเสียอะไรถ้าปฎิเสธความเป็นไทย คนไทยธรรมดาที่ยังคงต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้า และคลานเข่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพที่บูชา และหลอกตัวเองว่า พวกเขามีความเท่าเทียมกัน สามารถยืนตรงและเผชิญหน้ากันตรงๆได้

Advertisements
2 ความเห็น leave one →
  1. วันเสาร์ 10 ตุลาคม 2009 20:53 น.

    อีกไม่นานความยุติธรรมต้องเกิดในไทย ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินทั่วโลก

  2. Lone Cat permalink
    วันอาทิตย์ 11 ตุลาคม 2009 01:14 น.

    ตกลง ประเทศไทยไม่ได้มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่มีลัทธิ Imperial Cult ตะหาก

    ลัทธินี้นิยมกฎหมายล่าแม่มดมาก
    ลัทธินี้ไม่ยอมรับสิทธิ์ในศาสนาอื่นๆ ลัทธิอื่นๆ หรือ Heresy
    ลัทธินี้มักชอบดูดซึมเอาศาสนาสากลต่างๆ เข้ากับตัว โดยกำหนดให้ประมุขของรัฐเป็น “นักบุญ” หรือสัญลักษณ์สำคัญอันหนึ่งของศาสนานั้นๆ ด้วย
    Anglican ของอังกฤษ ก็เป็น Imperial Cult ด้วยนะจ๊ะ~

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: