Skip to content

ภาพที่คาดว่าจะเกิดขี้น: อนาคตที่รออยู่ข้างหน้า ของประเทศไทยที่มีแต่การแบ่งแยก

วันพฤหัส 8 ตุลาคม 2009

SCENARIOS-What lies ahead for divided Thailand?
October 06, 2009
By Martin Petty, Editing by Jason Szep
ที่มา – Forbes.com
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

กรุงเทพ (รอยเตอร์) – เมื่อวันอังคาร ผู้ก่อการกลุ่มผู้ประท้วง “เสื้อเหลือง” ตัวปัญหาของประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เป็นการเคลื่อนไหวที่มีแนวโน้มจะทำให้วิกฤติยากจะเยียวยารักษา ในระยะสี่ปีที่ผ่านมาของประเทศไทยยิ่งตกอยู่ในสภาพที่รุนแรงยิ่งขี้น

นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อนักปลุกระดมจะรั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ จะกลายเป็นแขนขาในสภาให้กับกลุ่มคลั่งเจ้าพันธมิตร จากการประท้วงเป็นเวลายาวนานขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งมีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรที่อยู่ในระหว่างการลี้ภัยให้การสนับสนุน

บทความข้างล่างนี้ เป็นภาพที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากนักวิชาการ และนักวิเคราะห์ความเสี่ยง ต่อโอกาสที่จะเกิดขี้นได้สำหรับอนาคตของการเมืองไทย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะได้รับการสนับสนุนมากขี้น ยุติวิกฤติการณ์

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับกองทัพ และให้มีการลงประชามติ แต่ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งแต่ละพรรคย่อมมีส่วนได้ส่วนเสียจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้มีแนวโน้มว่าจะเกิดขี้นได้ยาก

ขั้นตอนดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักการเมืองที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง และการแก้ไขระบบการเลือกตั้งอันอาจจะส่งผลเสียให้กับนักการเมืองฝ่ายอื่น แม้ว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่การจะได้มาซึ่งฉันทามติสำหรับบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันนี้ดูจะเป็นเรื่องยาก

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดส่งจดหมายเวียนถึงลูกค้าต่างๆว่า “ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่อย่างไร้อุปสรรค แต่หนทางของนายกรัฐมนตรียังคงเต็มไปด้วยขวากหนาม”

นายกยุบสภา

อภิสิทธิ์โดนกดดันจากทั้งฝ่ายประท้วง “เสื้อแดง” ที่สนับสนุนทักษิณ จากพรรคร่วมรัฐบาล และแม้แต่จากบรรดาคนใกล้ชิดในพรรคประชาธิปัตย์เอง ราวกับเป็นสัญญาณว่า จะเกิดการยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่

การเอาแต่เล่นการเมือง การเอาแต่กัดกัน และการหักหลังกันเอง เป็นสิ่งที่เรียกกันว่า “รัฐบาลร่วมที่แก่งแย่งชิงดีกันเอง” ซึ่งเกิดขี้นอย่างไม่มีหยุดหย่อน การแสวงหาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทั้งนักการเมือง และฝ่ายทรยศต่างแอบเจรจาตกลงกันลับหลังก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม การหยั่งคะแนนเสียงในเวลานี้ ฝ่ายนิยมทักษิณย่อมมีคะแนนนำจากฐานเสียงชาวชนบท จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ จึงดูจะเป็นเรื่องยากที่พรรคร่วมรัฐบาลจะกล้าเสี่ยงกับการเลือกตั้ง ซึ่งผลจะออกมาอย่างแพ้หลุดลุ่ย

การยุบสภาจึงเป็นการฝืนกลไกตลาด และความขัดแย้งทางการเมืองจะทวีความรุนแรงมากขี้น อาจสร้างความหวาดกลัวต่อนักลงทุน และทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจการส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมูลค่ากว่า ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กำลังจะเริ่มต้น ต้องหยุดชะงักงัน

การเลือกตั้ง พรรคฝ่ายทักษิณจะชนะขาดลอย

ชาวชนบทที่นิยมทักษิณจำนวนมหาศาล และความหวังว่าทักษิณจะกลับมานั้น ย่อมช่วยให้พรรคเพื่อไทย – พรรคเกิดใหม่ล่าสุดจากพรรคไทยรักไทยเก่าที่ตกเป็นเหยื่อสังเวยทางการเมืองไทย – จะชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถึงแม้ว่า จะไม่พอเป็นเสียงข้างมากก็ตาม

ความหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะ และการกลับมาของผู้กระทำผิดที่กำลังลี้ภัยทำให้การบริหารประเทศอยู่หลังฉากย่อมนำไปสู่ความยุ่งเหยิงมากขี้น ฝ่ายต่อต้านทักษิณหลายฝ่ายที่ต่างดาหน้าปฎิเสธรัฐบาลร่างทรงของทักษิณ ในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งตลาดหุ้นและค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะดิ่งลงแน่

จากรายงานล่าสุดของหน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ (Economist Intelligence Unit – EIU) เปิดเผยว่า “นี่จะเสมือนเป็นการสาปแช่งต่อกลุ่มพวกคลั่งเจ้าหัวโบราณ และผลที่ตามมาคือ ความสั่นคลอนทางการเมืองที่ไม่มีวันจบสิ้น”

อภิสิทธิ์รวมเสียงสนับสนุนจากชนบท ยังคงรักษาอำนาจไว้ได้

อภิสิทธิ์ได้รับอนุมัติงบประมาณเกือบ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายในเวลาสามปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และหาเสียงกับคนยากจนชนบท ซึ่งยังคงนิยมทักษิณจากนโยบายประชานิยมต่างๆ

งบประมาณนี้รวมถึงโครงการเล็กๆนับพันที่ “พร้อมจะดำเนินการได้ทันที” – จากโครงการเรื่องการชลประทาน ไปจนถึงโครงการถนนลาดยาง พัฒนาโรงเรียนในชนบท และปรับปรุงสถานีอนามัยให้ทันสมัย

พรรคประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์กระเสือกกระสนเพื่อเอาชนะใจผู้สนับสนุนจำนวนมหาศาล

การสำรวจความเห็นเมื่อไม่นานมานี้ได้ผลออกมาว่า สาธารณะชนไม่พอใจกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ และนักวิเคราะห์กล่าวว่า การจะให้ประชาชนเปลี่ยนข้าง รัฐบาลจะต้องทำอย่างอื่นนอกเหนือจากแค่ยื่นกระดาษแสดงผลงาน แม้ดูไม่น่าเป็นไปได้ ภาพที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนี้จะเป็นผลดีต่อตลาด

ยังคงคุมเชิงกันอยู่ กองทัพยังคงยึดอำนาจ

ข่าวลือเรื่องการทำรัฐประหารสำหรับประเทศที่ถนัดในเรื่องนี้ยังคงมีอย่างหนาหู แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า อภิสิทธิ์ยังคงได้รับการหนุนหลังจากกองทัพที่พัวพันทางการเมือง และหิวโหยอำนาจ ที่อาจหลงเข้าใจไปว่า อนาคตทางการเมืองที่ยาวไกลย่อมขี้นอยู่กับรัฐบาลพลเรือนที่มีความน่าเวทนาต่อความต้องการของตน การทำรัฐประหารเป็นเรื่องที่เป็นปฎิปักษ์ต่อกลไกตลาด จากผลงานห่วยๆของรัฐบาลทหารชุดที่แล้ว ซึ่งทำการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยวิธีสุกเอาเผากิน และสร้างความหวาดกลัวให้กับนักลงทุนต่างๆ

Advertisements
2 ความเห็น leave one →
  1. วันอาทิตย์ 11 ตุลาคม 2009 05:34 น.

    9 เดือนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารประเทศ อยากให้ผู้ที่จดจำอะไรแม่นลำดับการกินของรัฐบาลนี้ คั้งแต่คดีปลากระป๋อง”ชาวดอย”-กรณีเชิญธงลงจากเสา 13 ล้านบาท และอื่นๆมีทั้งหมดกี่โครงการ ข่วยลำดับให้หน่อยได้ไหมครับ

  2. วันพุธ 21 กรกฎาคม 2010 23:03 น.

    จำอยู่ด้ายโครงการนึง…!!! โครงการ ไม่เคยทำให้ประชาชนและประเทศชาติดีขึ้นเลย!!!…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: