Skip to content

ใจ อึ๊งภากรณ์: องค์กรนิรโทษกรรมสากลกับกฎหมายหมิ่นฯ

วันอังคาร 22 กันยายน 2009

Amnesty International on lese majeste
September 21, 2009
by Giles Ji Ungpakorn
ที่มา – Wdpress
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ผมอ่านและพูดภาษาเยอรมันไม่ได้…
แต่ผมถูกทำให้เข้าใจว่าจดหมายฉบับนี้จาก แอนเกรท ไมเนอร์ แห่งองค์กรนิรโทษกรรมสากลแห่งไทยและลาวนี้ (Amnesty international – AI) มีใจความว่า ใครก็ตามที่เรียกร้องให้องค์กรนิรโทษกรรมสากลยอมรับนักโทษในคดีหมิ่นฯนั้น คนเหล่านั้นเป็นเพียงพวก นปช. ที่สนับสนุนทักษิณ ซึ่งต้องการมีสิทธิที่จะดูหมิ่นกษัตริย์ เพื่อว่าทักษิณจะได้กลับคืนสู่ประเทศ จากความเห็นของ แอนเกรท ไมเนอร์ ที่ว่า กษัตริย์ปกป้องประเทศจากทักษิณ เธอดูเหมือนจะกล่าวว่า ใครก็ตามที่รณรงค์ต่อต้านกฎหมายหมิ่นฯไม่ได้สนใจในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทักษิณ!!! ถ้าการแปลของผมถูกต้อง จะเปรียบเสมือนการโกหกของพวกคลั่งเจ้าตามปกติอย่างที่พันธมิตรพล่ามเอาไว้

ข้างล่างบทความนี้เป็นจดหมายในภาษาเยอรมัน..ถ้าคุณอ่านภาษาเยอรมันออก และมีเวลาเพียงพอ โปรดอ่าน
ใจ อึ๊งภากรณ์

(บทความภาษาไทยข้างล่างนี้ ถอดความจากการใช้กูเกิ้ลแปลภาษา จากภาษาเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษ และแปลเป็นภาษาไทย ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ขอโปรดให้อภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ – ผู้แปล แชพเตอร์ ๑๑)

จาก: annegret.meiners@t-online.de
เรื่อง: ประเทศไทย
วันที่: ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒

เรียน XXXX
ขณะนี้องค์กรนิรโทษกรรมสากลกำลังแบกภาระอย่างหนักด้วยจดหมายจากคนเยอรมัน ซึ่งแสดงความคิดเห็นในหัวข้อเรื่องกฎหมายหมิ่นฯในประเทศไทย เนื่องจากมีจดหมายเข้ามามาก กรุณาให้เวลาดิฉันบ้าง องค์กรนิรโทษกรรมสากลในหลายๆปีมานี้ ได้ค่อยๆพัฒนาจากองค์กรที่เคยช่วยเหลือแต่นักโทษ ซึ่งตอนนี้ได้เพิ่มบทบาท เป็นองค์กรที่ดูแลทางด้านสิทธิมนุษยชนขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงนักโทษการเมืองเช่นกัน แต่ไม่ใช่เป็นเพียงงานด้านนี้ด้านเดียว เนื่องจากเราไม่สามารถจะจัดการกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งโลกนี้ได้ องค์กรนิรโทษกรรมทำได้แต่เพียงจัดลำดับความสำคัญตามขั้นตอน ซึ่งจะมีการประชุมพิจารณาในเรื่องนี้ทุกๆปี นอกเสียจากว่า จะมีประเด็นร้อนเข้ามาและต้องการให้เราเข้าไปจัดการอย่างทันท่วงที

สำหรับประเทศไทย เรื่องใหญ่ที่องค์กรนิรโทษกรรมสากลวิตกคือ เรื่องผู้อพยพม้งลาวทางภาคเหนือ และความไม่สงบในภาคใต้ ขณะนี้องค์กรนิรโทษกรรมสากลถูกรุมเร้าไปด้วยรายงานเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นฯใน ประเทศไทย และโดยเฉพาะทักษิณ และฝ่ายสนับสนุน นปช. ที่เรียกร้องให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด การคิดไปเองว่าการที่ประชาชนสามารถบังคับองค์กรนิรโทษกรรมสากลเพื่อให้ได้มา ซึ่ง “การดูหมิ่นพระประสงค์ของกษัตริย์ กษัตริย์ทรงเป็นคู่อริที่แข็งแกร่งที่สุด และทรงเป็นอุปสรรคสำคัญในการกลับมาประเทศไทยของทักษิณ การทำลายชื่อเสียงของกษัตริย์ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ตามแบบอย่างของประเทศอังกฤษ และประเทศญี่ปุ่น – และได้เรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า – เพียงแค่จะให้ทักษิณกลับประเทศเพียงเท่านั้นหรือ

ในระหว่างสมัยรัฐบาลทักษิณ องค์กรนิรโทษกรรมสากลได้เก็บบันทึกไว้ว่า มีการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งของจริงอาจจะมีการเสียชีวิตมากกว่านี้ แต่ได้ระบุไว้ว่ามีคนเสียชีวิตประมาณ ๒,๕๐๐ คน จาก “สงครามการปราบปราม (War on Terror)” การกลับมาของทักษิณซึ่งมีแนวคิดสิทธิมนุษยชนแบบนี้ถือว่า เป็นความหายนะอย่างใหญ่หลวง องค์กรนิรโทษกรรมสากลทราบดีว่า กฎหมายหมิ่นฯที่ใช้ปราบปรามต่อเสรีภาพในการแสดงความเห็นที่แตกต่างและมีโทษจำคุกนั้น เหมาะสมแล้วภายใต้ทุกสถานการณ์ แต่องค์กรก็ทราบดีว่า ยังมีวิธีการอื่นๆอีกที่จะนำมาใช้เพื่อบรรลุจุดประสงค์เช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นที่ประชาชนและเหนือสิ่งอื่นใด ที่องค์กรนิรโทษกรรมสากลจะถูกนำมาประกอบหรือนำมาใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับใครก็ตาม ที่ต้องการจะแสดงความเห็นในทางการเมืองของตน

ขอแสดงความนับถือ
แอนเกรท ไมเนอร์
ผู้ประสานงานด้านลาวไทย
องค์กรนิรโทษกรรมสากล

(บท ความภาษาอังกฤษนี้ ถอดความจากการใช้กูเกิ้ลแปลภาษา จากภาษาเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษ ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ขอโปรดให้อภัยมา ณ ที่นี้อีกเช่นกันค่ะ)
From: annegret.meiners@t-online.de
Subject: Thailand
Date: Friday, 3 July 2009, 11:18

Dear XXXXX
Amnesty International is swamped right now with letters from Germans who express themselves on the topic of literacy Majest? in Thailand. Due to the abundance of letters, please allow me that I’m short.
Amnesty International has evolved over the years and is long gone, the prisoner aid organization that it once was. It has become a human rights organization, which deals with various kinds of human rights violations, including the use of political prisoners as well, but not always exclusively. Since it is impossible to deal with all human rights violations of this world, Amnesty International can only set strategic priorities that are determined afresh each year, unless a sudden pop-issue is so explosive that must be immediately intervened.
In Thailand, Amnesty International is concerned at present mainly with the Lao Hmong refugees in the north and the unrest in the south. If Amnesty International is now beset by a number of pages that display against the Reading Majest? in Thailand, and are exclusively Thaksin and UDD supporters are demanding that this lays the close, the presumption that the public can use force to Amnesty International achieve an “insulting the king’s wish. The king is the strongest opponent and the biggest obstacle to a return of Thaksin to Thailand. Could be achieved by a denigration of King’s being turned into a constitutional monarchy after the model of England and Japan – as is demanded again and again – which would likely allow a return of Thaksin.

During the reign of Thaksin, Amnesty International recorded the most serious human rights violations in Thailand. It really would have been many that have been mentioned about 2500 dead, caused solely by Thaksin’s “war on terror.” A return by Thaksin’s human rights considerations were a major disaster.
Amnesty International acknowledges that the reading Majest? against freedom of expression conflicts and prison sentence is justified under any circumstances. But the organization also knows other ways to achieve a goal. It does not always have to be the way to the public, and above all, Amnesty International can not be orchestrated and used as a tool of those who want to push through a political opinion.

Sincerely,
Annegret Meiners
Laos / Thailand Coordination
Amnesty International

(นี่คือบทความจากต้นฉบับภาษาเยอรมัน)

Von: annegret.meiners@t-online.de
Betreff: Thailand
Datum: Freitag, 3. Juli 2009, 11:18

Sehr geehrter Herr XXXXX,
Amnesty International wird im Augenblick überhäuft mit Briefen von Deutschen, die sich zu dem Thema Lèse Majesté in Thailand äußern. Aufgrund der Fülle der Briefe, erlauben Sie mir, dass ich mich kurz fasse.
Amnesty International hat sich im Laufe der Jahre gewandelt und ist schon lange nicht mehr die Gefangenenhilfsorganisation, die es einmal war. Es ist inzwischen eine Menschenrechtsorganisation, die sich mit den verschiedensten Arten von Menschenrechtsverletzungen auseinandersetzt, wozu auch der Einsatz für politische Gefangene gehört, aber nicht mehr nur ausschließlich. Da es unmöglich ist, alle Menschenrechtsverletzungen dieser Welt zu bearbeiten, kann Amnesty International nur strategische Schwerpunkte setzen, die jedes Jahr neu festgesetzt werden, es sei denn, ein plötzlich auftauchendes Thema ist so brisant, dass sofort eingegriffen werden muss.
In Thailand beschäftigt sich Amnesty International z.Zt. hauptsächlich mit den laotischen Hmong-Flüchtlingen im Norden und den Unruhen im Süden. Wenn Amnesty International jetzt von mehreren Seiten bedrängt wird, gegen das Lèse Majesté in Thailand aufzurufen, und es sich ausschließlich um Thaksin- und UDD-Anhänger handelt, die dieses fordern, legt das die Vermutung nahe, dass man mithilfe der öffentlichen Kraft von Amnesty International eine Verunglimpfung des Königs erreichen möchte. Der König ist der stärkste Gegner bzw. das größte Hindernis für eine Rückkehr von Thaksin nach Thailand. Könnte man durch eine Verunglimpfung des Königs eine Umwandlung in eine konstitutionelle Monarchie nach dem Muster Englands und Japans – wie immer wieder gefordert wird – erreichen, würde das wahrscheinlich eine Rückkehr Thaksins ermöglichen.

Während der Regierungszeit von Thaksin hat Amnesty International die schwersten Menschenrechtsverletzungen in Thailand registriert. Es müsste eigentlich schon reichen, die ca. 2500 Toten zu erwähnen, die allein durch Thaksins „War on Terror“ verursacht wurden. Eine Rückkehr Thaksins wäre unter menschenrechtlichen Gesichtspunkten ein großes Desaster.
Amnesty International gibt zu, dass das Lèse Majesté gegen die Meinungsfreiheit verstößt und eine Gefängnisstrafe auf keinen Fall gerechtfertigt ist. Aber die Organisation kennt auch andere Wege, um ein Ziel zu erreichen. Es muss nicht immer der Weg der Öffentlichkeit sein, und vor allen Dingen lässt Amnesty International sich nicht instrumentalisieren und als Hilfsmittel derer benutzen, die eine politische Meinung durchbringen wollen.

Mit freundlichem Gruß
Annegret Meiners
Laos/Thailand Koordination
Amnesty International

Advertisements
One Comment leave one →
  1. วันอังคาร 22 กันยายน 2009 11:17 น.

    ไม่เก่งภาษาอังกฤษเหมือนกัน เยอรมันไม่ต้องพูดถึง แต่ขอพูดหน่อยเถอะ องค์กรนิรโทษกรรมสากลนี่ เขามองอะไรกันตื้นๆขนาดนี้เลยหรือ ก็นับว่าเป็นกรรมของคนไทย แล้วคนต่างชาติที่โดนข้อหาหมิ่นพวกนั้นละ เป็น นปช ด้วยงั้นสิ
    เถอะน่า! มันต้องมีวันฟ้าหลังฝนบ้างและ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: