Skip to content

หลังรัฐประหาร ๒๕๔๙: ความเสื่อมถอย และความเป็นไปได้

วันจันทร์ 21 กันยายน 2009

After the 2006 coup: regression and possibilities
September 19, 2009
ที่มา – Political Prisonals in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

รัฐประหาร โดยกองทัพในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งปล้นอำนาจของทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มาจากการเลือกตั้ง ได้นำประเทศถอยกลับไปสู่ยุคที่หลายๆคนในอดีตได้ดิ้นรนไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย สิทธิเท่าเทียมกันของประชาชน และเสรีภาพทางการพูด และดูเหมือนว่าจะถูกเอากลับคืนไป ประเทศไทยทุกวันนี้มีรัฐบาลซึ่งฉกอำนาจมาจากการตัดสินที่น่าเคลือบแคลงของศาล และจากกลอุบายของอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ เพิ่มการบีบบังคับต่อเสรีภาพในการแสดงออกโดยใช้ทั้งการเซ็นเซอร์สื่อ และนำกฎหมายหมิ่นฯออกมาใช้อาละวาด บรรยากาศทางการเมืองถูกทำลายโดยรัฐบาลที่เอาแต่ข่มขู่ว่าจะมีการทำรัฐประหารของกองทัพ และการใช้ความรุนแรง ในขณะที่ความโศกเศร้าเกี่ยวกับการย้อนถอยหลังนี้ โพลิติคอลพรีซันเนอร์ในไทยแลนด์ รู้สึกว่าวันครบรอบสามปีของการทำรัฐประหาร เป็นโอกาสเหมาะที่จะบันทึกเรื่องราว ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเด่นชัดในรอบสามปีที่ผ่านมา

เรื่องแรก ประโยขน์ที่ได้รับจากความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และข้อสังเกตด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างยุคปี ๑๙๙๐(๒๕๓๓) เหตุการณ์เริ่มเมื่อทศวรรษที่แล้ว เมื่อรัฐบาลยุคทักษิณได้ละเมิดเสรีภาพของสื่อ และสิทธิมนุษยชน และยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ เมื่อมีการแถลงการณ์อย่างโจ่งแจ้งจากกลุ่มคลั่งเจ้าซึ่งหนุนการทำรัฐประหารว่า ทักษิณได้ขัดขวางประชาธิปไตย ขัดขวางเสรีภาพในการพูด หรือขัดต่อสิทธิของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่จะทำการชุมนุม เป็นการชี้ให้เห็นว่าประโยชน์ที่พึงได้มาก่อนหน้านี้มีความเปราะบาง การปกป้องผลประโยชน์เหล่านี้ต้องใช้ความพยายามดิ้นรนอย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้นแล้วอำนาจเผด็จการซึ่งคอยแต่หาโอกาสที่จะดึงอำนาจกลับไป

เรื่องที่สอง ความพยายามอย่างยิ่งยวดหลังการทำรัฐประหาร ที่จะกลับคำตัดสินของคะแนนเสียงเลือกตั้ง แล้วไล่ขยี้นักการเมืองที่ไม่เห็นด้วย การกระทำทั้งหมดอ้างว่าเพื่อเป็นการปกป้องราชวงศ์ และในที่สุด เป็นการเผยโฉมหน้าของพวกหัวเก่า พวกเผด็จการ และผู้เล่นทั้งหลายว่าเป็นใครบ้าง

นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ในบรรดาเหตุผลต่างๆ ที่ว่าประชาธิปไตยก้าวไปไม่ถึงไหน เนื่องมาจากการปกป้องและการปิดบังสถานะของหน่วยงานต่างๆของสถาบันกษัตริย์ในหลายๆครั้ง เช่น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และองคมนตรี รวมไปถึง อภิสิทธิ์ชนซึ่งทำมาหากินกับเส้นสายกลในกับบุคคลในสถาบันดังกล่าว รวมถึงกองทัพโดยส่วนใหญ่ ความก้าวหน้าของประชาธิปไตย ทั้งถูกจำกัด ทั้งถูกตรวจสอบ เพราะหน่วยงานและผู้คนที่รายล้อมรอบสถาบันเหล่านี้ ต่างทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย และเหนือการตรวจสอบ กว่าสถาบันอื่น รวมถึงเหนือหน้าที่ความรับผิดชอบของสภา การใช้กฎหมายหมิ่นฯที่มีบทลงโทษรุนแรงโดยเฉพาะนี้ ก็เพื่อจำกัดการตรวจสอบ

ในขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันทำงานอย่างขยันขันแข็งตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อตในการปกป้องราชวงศ์ เพราะเห็นว่าทั้งสถานภาพและบทบาทของราชวงศ์และองคมนตรีกำลังถูกนำมาถกเถียงและถูกอภิปราย พวกคลั่งเจ้าต่างมีความโกรธแค้นและตกตะลึง การถกเถียงเหล่านี้ไม่ได้ออกมาในวงกว้างหรือกลุ่มใหญ่ และยังไม่เคยมีใครแจกแจงอย่างละเอียดในความมั่งคั่งของราชวงศ์ แถมยังมีการเรียกขอเงินงบประมาณจากภาษีเพิ่มขี้น จนกำลังกลายเป็นหัวข้อที่มีการโจษขานเพิ่มขี้นเรื่อยๆ

สาระสำคัญซึ่งเถียงไม่ได้คือ ความขมขื่นที่เพิ่มขี้นทุกหัวระแหงต่อสถาบันที่โบราณและเผด็จการเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากความผิดหวังที่พวกคลั่งเจ้าได้ขับไล่ทักษิณและฝ่ายสนับสนุนของเขาในหลายๆครั้ง การเคลื่อนไหวของเสื้อแดงมีจุดประสงค์และโอกาสต่างๆกัน ซึ่งไม่ได้มีความคืบหน้าไปเสียทั้งหมด แต่ที่แน่ๆ การโหยหาให้ทักษิณกลับมาอย่างหน้ามืดตามัว การไม่ยอมรับคำวิจารณ์ว่าสมัยทักษิณเองมีการกระทำที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย นั่นไม่ใช่เป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับความก้าวหน้าของประชาธิปไตย ความต้องการหลักของเสื้อแดงร่วมกับการเคลื่อนไหวจากทุกฝ่าย ดูเหมือนจะเป็นการเอาประชาธิปไตยกลับคืนมา และปฎิบัติตามกฎที่ว่าประชาชนทุกคน จะมีสิทธิออกเสียงในนโยบายต่างๆ ของประเทศไทย รวมถึงมีสิทธิในการเลือกรัฐบาล

ที่สำคัญที่สุด การประท้วงและต่อต้านจากประชาชนคนธรรมดาที่แต่งแดงจำนวนนับแสน แม้จะถูกข่มขู่จากกองทัพว่าจะเข้าปราบปราม ถือได้ว่าเป็นสัญญาณแห่งประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวา รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หวังจะยกความรับผิดชอบในการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงให้เป็นความผิดของทักษิณแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งคงต้องใช้ความพยายามในการสร้างจินตนาการอย่างสุดชีวิต เพื่อสรุปออกมาว่าคนเสื้อแดงเหล่านี้เป็นแค่ตัวเบี้ย ถูกหลอกหรือรับเงินมาจากทักษิณ เสื้อแดงยังคงตั้งใจที่จะให้เสียงของตัวเองเป็นที่ได้ยิน

สามปีหลังจากการทำรัฐประหาร การจะให้ได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตยยังคงมีแนวโน้มสดใส สำหรับในปีที่จะมาถึงนี้ แนวโน้มเช่นนี้จะมีหรือไม่ ขี้นอยู่กับการวิจารณ์ และตรวจสอบอย่างละเอียดต่อสถาบันเผด็จการเหล่านี้ ซึ่งต้องให้ประชาชนในวงกว้างชี้ให้เห็นถึงความเป็นเผด็จการนี้ และประณามพวกเขา

การกระทำดังกล่าวของคนไทยสมควรได้รับการสนับสนุน และได้รับความช่วยเหลือจากผู้เล่นจากนานาชาติ องค์กรต่างๆ เช่น องค์กรนิรโทษกรรมสากล ปฎิเสธที่จะประณามการกระทำของเผด็จการคลั่งเจ้าที่ยิ่งทำให้การเมืองขวาตกขอบแข็งแกร่งยิ่งขี้น อย่างไรก็ดี ยังมีผู้สังเกตการณ์สากลกลุ่มอื่นๆ ซึ่งยังคงไว้ซึ่งความกล้า และได้ออกโรงประณามพฤติกรรมดังกล่าว และสร้างความสนใจต่อการล่วงละเมิดในสิทธิแห่งความเป็นมนุษยชน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและเราได้เคยพูดถึงคือ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเซีย (AHRC – the Asian Human Rights Commission)

เหตุการณ์ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า การตกไปอยู่ในยุคเผด็จการชั่วช้าไม่ใช่เป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การดิ้นรน การตื่นตัว การประชาสัมพันธ์ในเรื่องสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ และการสนับสนุนจากกลุ่มหัวก้าวหน้าโดยสม่ำเสมอ ย่อมเป็นความสำคัญอย่างที่สุดของสถาบันที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขี้น เพื่อเรียกคืนพื้นที่ที่เสียไป และมาเริ่มปลูกฝั่งกันใหม่

Advertisements
6 ความเห็น leave one →
  1. UnderWater permalink
    วันจันทร์ 21 กันยายน 2009 13:22 น.

    ขอบคุณ คุณแชพเตอร์๑๑ ที่หาเรื่องดีๆมาแปลให้อ่านค่ะ

    • chapter 11 permalink*
      วันจันทร์ 21 กันยายน 2009 19:14 น.

      ขอบคุณที่เข้ามาแวะอ่านเช่นเดียวกันค่ะ

  2. วันจันทร์ 21 กันยายน 2009 15:41 น.

    ความต้องการหลักของเสื้อแดงร่วมกับการเคลื่อนไหวจากทุกฝ่าย ดูเหมือนจะเป็นการเอาประชาธิปไตยกลับคืนมา และปฎิบัติตามกฎที่ว่าประชาชนทุกคน จะมีสิทธิออกเสียงในนโยบายต่างๆ ของประเทศไทย รวมถึงมีสิทธิในการเลือกรัฐบาล

    – ผมเห็นด้วยกับส่วนนี้แน่นอน แต่ท่าจะหวังให้เกิดจริงได้ยากเพราะรัฐบาลทุกยุคสมัยไม่มีทางจะยอมปล่อยอำนาจมาให้ประชาชนเด็ดขาดถ้าไม่โดนบังคับแรงๆ

  3. วันจันทร์ 21 กันยายน 2009 19:21 น.

    ต้องพยายามต่อไป มันต้องสำเร็จซักวันละน่า

Trackbacks

  1. PPT on the coup anniversary « Political Prisoners in Thailand
  2. หลังรัฐประหาร ๒๕๔๙: ความเสื่อมถอย และความเป็นไปได้-LiberalThai « FACT – Freedom Against Censorship Thailand

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: