Skip to content

ความไม่เท่าเทียมกัน สวัสดิการและการเมือง แต่อย่าพูดเรื่องความร่ำรวยเหลือล้นของราชวงศ์

วันพุธ 16 กันยายน 2009

Inequality, welfare and the politics of maintaining political control and not mentioning the obscenely wealthy royals
September 14, 2009
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

โพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ (พีพีที) ทราบว่าบทความนี้ค่อนข้างที่จะยาว แต่เนื่องจากเป็นสาระสำคัญ เราทำการแก้ไข อัพเดท และโพสต์ซ้ำแล้วซ้ำอีก บทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัญญาณแรกในกลยุทธ์ใหม่ของพวกคลั่งเจ้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงประเด็นอันลึกซึ้งที่สังคมไทยและการเมืองไทยกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งไม่ใช่แนวขวาตกขอบ นั่นก็คือ ไม่ใช่การเรียกร้องให้มี “ความสามัคคี” โดยเอาความคิดปรัมปราในเรื่องความเป็นไทย ความเป็นราชวงศ์ หรือการเรียกร้องให้มีการใช้กำลังบีบบังคับและทำลาย

เราจะใส่อัพเดทไว้ปลายบทความนี้

ความขัดแย้งทั้งหมดเมื่อไม่กีปีมานี้ เป็นเรื่องนี่น่าสังเกตได้ว่า เป็นการถกเถียงกันโดยทั่วไปในประเทศไทยต่อบทบาทของรัฐบาลและสวัสดิการ ที่ได้ถูกพัฒนาและถูกทำให้เกิดการแยกขั้ว มีแนวโน้มว่าจะออกไปในทางสุดโต่ง ยังคงจำกันได้ถึงชนชั้นกลางหลายคนที่สนับสนุนพันธมิตรและถูกนายสนธิ ลิ้มทองกุลล้างสมองให้ทำการปฎิวัติต่อต้านทักษิณและรัฐบาลของเขา โดยนายสนธิระบุว่า ได้หลอกเอาผลประโยชน์จากชนชั้นกลางเพื่อนำไปซื้อเสียงสนับสนันจากผู้ที่นายสนธิอ้างว่า เป็นคะแนนเสียงจากชาวชนบทซึ่งไร้การศึกษา เมื่อทักษิณประกาศใช้นโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรค มีกลุ่มแพทย์กลุ่มเล็กๆที่ต่อต้านนโยบายนี้ โดยหาว่าเป็น “ลัทธิสังคมนิยม” และแพทย์ผู้ให้การรักษาเหล่านี้ก็เป็นหัวหอกให้พันธมิตร

รายงานจากเดอะเนชั่น (วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๒: “พวกคลังสมองเรียกร้องให้มีรัฐสวัสดิการ”) ว่าสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development Research Institute (ทีดีอาร์ไอ)) ได้เสนอให้มี “แปรประเทศไทยไปเป็นรัฐสวัสดิการ” เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อสำหรับทีดีอาร์ไอ ซึ่งปกติจะใช้แนวทางกว้างๆ แบบเสรีนิยมใหม่ ในการเข้าหาประเด็นด้านสังคมและเศรษฐกิจ อดีตผู้อำนวยการทีดีอาร์ไอเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลทหารของพวกคลั่งเจ้า โดยมีองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการคนปัจจุบันได้ทำงานใกล้ชิดกับธนาคารโลก

ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้ นายจอน อึ๊งภากรณ์ และ ศ.ดร.อัมมาร สยามวลา นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ ต่างเคยออกมาเรียกร้องให้มีรัฐสวัสดิการ แต่พวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนหรือเหลียวแลใดๆมากนัก แล้วทำไมจู่ๆทีดีอาร์ไอจึงได้ออกมาเสนอให้มีรัฐสวัสดิการตอนนี้ล่ะ จากรายงานว่า “พวกคลังสมอง” เสนอ “กลวิธีในการเอาตัวรอด” ที่เสนอทางออกให้กับ “ปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ และทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการช่วยเชื่อมความแตกต่างในเรื่องของโอกาส และเรื่องรายได้” ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานทีดีอาร์ไอ ได้พูดในการสัมมนาที่จัดโดยสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย และสถาบันพระปกเกล้า (King Prachadhipok Institute (เคพีไอ)) ดร.นิพนธ์กล่าวว่า “เชื่อว่า เรื่องนี้จะใช้เพื่อจัดการกับสาเหตุของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลผลักดันให้ประเทศไปสู่ขอบเหว”

นักวิจัยแห่งทีดีอาร์ไอพบว่า ความแตกต่างทั้งด้านรายได้และฐานะเป็น “สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการขัดแย้งทางการเมืองอย่างไม่หยุดหย่อน….” ดังนั้น รัฐสวัสดิการจะเป็น “ทางออกของการเมืองที่กำลังวิกฤติ” โดยจะปิด “ช่องว่างระหว่างคนรวย และคนจน….”

ผลวิจัยที่มีมานานนมแล้วแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความแตกต่าง และความไม่เท่าเทียมกันในรายได้เป็นอย่างมาก ทีดีอาร์ไอกล่าวว่า “ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดในปัจจุบันประสบความล้มเหลวที่จะเชื่อมความไม่เท่าเทียมกันทางด้านเศรษฐกิจ และรัฐได้ตอกย้ำแผลเก่าที่ไม่เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมกันให้ทุกคน เพื่อเข้าถึงด้านสินเชื่อทางการเงิน ด้านความรู้ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากรัฐเป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัท ซึ่งหากินอย่างผูกขาด” กล่าวต่อว่า “มีเพียงนักการเมือง และนักธุรกิจเพียงหยิบมือหนึ่ง ที่มีอภิสิทธิ์ทางการค้า และได้รับประโยชน์จากการผูกขาดนี้” โครงสร้างภาษีในปัจจุบันไม่ได้ช่วยลดความเพิ่มพูนทางสินทรัพย์ และความมั่งคั่ง”

รายงานต่อว่า “ความมั่งคั่งที่มีแต่เพิ่มพูนนี้ มีการเกี่ยวพันอย่างสำคัญกับอำนาจทางการเมือง..” ในประเทศ รายงานได้แนะนำว่าเศรษฐีแสวงหาอำนาจทางการเมือง เพื่อที่จะ “ปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจ และเรื่องสัมปทาน” นักการเมืองที่อยู่ในอำนาจ “ทำให้เศรษฐกิจการตลาดพิกลพิการ กรณีนี้ โดยเฉพาะในประเทศที่ขาดความมั่นคงทางการเมือง” ดร.นิพนธ์ แย้งว่า “ยิ่งมีสินทรัพย์มากขี้นเท่าไร ยิ่งเป็นการเชื้อชวนให้นักธุรกิจลงมาแสวงหาอำนาจมากขี้น…”

ดร.นิพนธ์ ได้อ้างถึงผลงานวิจัยที่เขียนโดย “ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ซึ่งพบว่า ในปี ๒๕๔๗ บริษัทซึ่งบริหารโดยตระกูลชินวัตร ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่าบริษัทอื่นๆถึงร้อยละ ๑๔๑ ผลวิจัยยังพบอีกว่าบริษัททั้งหลายซึ่งมีเส้นสายรัฐมนตรี มีความสุขกับผลกำไรที่งอกงามมากกว่าบริษัทอื่นถึงร้อยละ ๑๘.๕”

ความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขนี้ไม่เป็นที่ยอมรับจากสากล และงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นตัวเลขที่น้อยกว่า (เช่น หนังสือออกใหม่เกี่ยวกับทักษิณ ของผาสุกและเบเกอร์) แม้แนวโน้มจะยังคงมีให้เห็น

ดร.นิพนธ์ แย้งว่า “รัฐสวัสดิการจะเป็นคำตอบ เนื่องจากระบบจะนำมาสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน” และคงรู้ถึงโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยาโต้กลับ เขาได้ชี้ให้เห็นว่า “นโยบายประชานิยมอย่างสุดโต่งอาจกระตุ้นให้เกิดการทำรัฐประหาร หรือการปฎิวัติจากคนรวย เนื่องจากพวกเขาได้รับผลกระทบมากที่สุด” ตามที่คาดหมายอย่างเคยจากการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า นั่นคือ “นโยบายประชานิยม นำมาซึ่งหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล และขาดการโปร่งใสในการทำงบประมาณ”

พีพีทีเห็นด้วยในเรื่องที่ว่า ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศไทย การเคลื่อนไปสู่ความเป็นรัฐสวัสดิการซึ่งมีการจัดการอย่างมีระเบียบ ถือว่ามีเหตุผลที่ดี แต่พีพีทีมีปัญหากับวิธีที่ทีดีอาร์ไอออกมาโพนทะนา ซึ่งพีพีทีมองว่า เป็นแค่การสร้างภาพ

เริ่มต้นที่ว่า ทีดีอาร์ไอรู้แก่ใจดีว่าความแตกต่างด้านเศรษฐกิจมีมานับทศวรรษแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน จนมาบัดนี้ มาเสนอทางเลือกที่จะจัดการกับเรื่องนี้ ซึ่งเคยยึดเกาะกับนโยบายแบบตลาดมาเป็นเวลานาน ทีดีอาร์ไอได้เน้น เรื่องนักธุรกิจเล่นการเมือง ว่าเป็นตัวปัญหา เราไม่ได้ไม่เห็นด้วยที่ว่าบุคคลเหล่านี้ใช้การเมืองเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเองเสมอ ในเวลาเดียวกัน ต้องทราบว่า ระบบการเมือง ถูกก่อตั้งตามแนวทางอนุรักษ์นิยม ซึ่งสนับสนุนให้เกิดการฉ้อราษฎร์ในหลายรูปแบบ จริงๆแล้ว รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ กำหนดให้มีการโกง (ก็เป็นการโกงการเลือกตั้ง)

เราก็อยากเห็นด้วยกับทีดีอาร์ไอ ถ้าทีดีอาร์ไอไม่มองข้ามเรื่องสถาบันที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ราชวงศ์ดูดทั้งเงิน ทั้งอำนาจไว้กับตัวเอง สำนักงานทรัพย์สินฯ มีรายได้มหาศาลซึ่งฟอร์บถึงกับจัดอันดับว่าร่ำรวยที่สุดในโลก และเราสังเกตได้ว่า ได้มีการดึงแหล่งทรัพยากรของสาธารณะจำนวนมหาศาล ซึ่งจะยังคงเพิ่มขี้นเรื่อยๆ อย่างการที่สำนักงานทรัพย์สินฯดึงทุนของสาธารณะเกือบสองเท่าจากจำนวน ๑,๑๓๖,๕๓๖,๖๐๐ บาท ในปี ๒๕๔๕ มาเป็นจำนวน ๒,๐๘๖,๓๑๐,๐๐๐ บาทในปี ๒๕๕๑

แน่ละ สถาบันอย่างทีดีอาร์ไอ และสถาบันพระปกเกล้า ต่างถูกเข้าครอบงำจากพวกคลั่งเจ้า จึงเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะจริงจังกับสถาบันพระปกเกล้า – สถาบันพระปกเกล้ามีประวัติว่า กษัตริย์พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็น “พระบิดา” แห่งประชาธิปไตยของไทย แต่ไม่ได้ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของประชาธิปไตยของไทย

ทีดีอาร์ไอได้กลายมาเป็นป้อมปราการของพวกคลั่งเจ้า มองผิวเผินที่คณะกรรมการจะเห็นรายชื่อพวกคลั่งเจ้า และพวกคลั่งเปรม ดังนี้:  นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ (รับใช้รัฐบาลคลั่งเจ้าและกองทัพ) ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา (ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ (รองประธานชุมชนพอเพียง) มีชัย วีระไวทยะ (ประธานสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน แต่งงานกับรองราชเลขาธิการของพระราชวัง) นายเสนาะ อูนากูล (อดีตผู้รู้ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลนายกเปรม และประธานมูลนิธิปูนซีเมนต์ไทยซึ่งจัดการโดยราชวงศ์ และเป็นคณะกรรมการของบริษัทต่างๆของราชวงศ์) ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา อันเป็นมูลนิธิของราชวงศ์) เป็นต้น จริงๆแล้ว ถ้าใครต้องการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเครือข่ายทรัพย์สินและอำนาจในประเทศไทย ควรจะเริ่มต้นศึกษาจากคณะกรรมการของทีดีอาร์ไอเป็นที่แรก

สรุปแล้ว ข้อเสนอนี้ได้ขาดความน่าเชื่อถือในทุกด้านที่ว่า อำนาจทางการเมืองควรมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร แท้จริงแล้วเป็นข้อเสนอที่ขาดความจริงใจ เนื่องจากทีดีอาร์ไอเป็นฐานของพวกคลั่งเจ้าที่พยายามจะรักษาอำนาจทางการเมืองของตัวเองเอาไว้ อย่าเข้าใจเราผิด; นโยบายการปรับปรุงเศรษฐกิจ และการพูดถึงเรื่องสวัสดิการนั้นนับว่ามีคุณค่า แต่ถ้ากระทำขี้นมาเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง ก็นับว่ายากที่จะจัดได้ว่า เป็นข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงอย่างเสรีนิยม

ได้แต่หวังว่า การถกเถียงไม่ได้ทำให้แย่ลงอย่างที่เกิดขี้นในอเมิรกา และประเด็นความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระเบียบวาระของประเทศไทย ซึ่งควรกระทำควบคู่กันไปอย่างเหนียวแน่นพร้อมกับความยุติธรรมทางการเมือง สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาด้านประชาธิปไตย

อับเดทครั้งที่ ๑: บางกอกโพสต์ (วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๒: “รัฐสวัสดิการ กุญแจไปสู่อนาคต“) มีรายงานข่าวที่คล้ายคลึงกับในเนชั่นข้างต้นนี้ แต่มีส่วนเพิ่มเติมที่คุ้มจะนำมากล่าวถึง

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้กล่าวว่า การกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมในระหว่างคนไทย ได้นำไปสู่การชะงักงันทางการเมืองครั้งใหญ่ เช่นการทำรัฐประหารในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งเกิดขี้นมาเพราะรัฐบาลพยายามที่จะปรับปรุงการกระจายรายได้โดยผ่านนโยบายประชานิยมที่สุดโต่ง” นับว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจ และน่าติดตาม ดร.สมเกียรติ รับรู้ว่าวิธีการเข้าถึงการเมืองของทักษิณ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนพื้นฐานในตัวนโยบาย ขณะนี้ที่เสนอมาก็คือ กลุ่มต่อต้านทักษิณยอมรับว่าพวกเขาต้องทำอะไรบางอย่างที่มีวาระคล้ายๆกับการเมืองและนโยบาย เป็นที่ทราบกันว่า พวกคลั่งเจ้า พวกอนุรักษ์นิยม และ “ศักดินา” ต้องการรอมชอมในประเด็นทางเศรษฐกิจ ถ้าพวกเขาแน่ใจว่าจะยังคงรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ได้

ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ก่อนหน้านี้ได้ออกมาโฆษณาหัวข้อนี้ แต่ในเนื้อหาของการลิดรอนเสรีภาพทางการเมือง ซึ่งกล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้า “จะเป็นตัวช่วยผลักดันความคิดทางด้านวิชาการ” โดยการเสนอผ่านรัฐบาล และรัฐสภา” เขาเสริมว่า เขาเชื่อว่า “ประเทศไทยจะผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถ้าเราไม่เตรียมตัวเอาไว้ สถานการณ์จะเป็นเหมือนที่เคยเกิดการลุกฮือขี้นในเดือนพฤศภาคม ๒๕๓๕ หรือ เดือนตุลาคม ๒๕๓๖…” อาจจะใช่ ยกเว้นแต่ว่า ศักดินาอย่างตัวเขากลัวว่า อำนาจควบคุมทางการเมืองจะหลุดมือไป

สภาพอย่าง “นักสวัสดิการนิยม” เช่นนี้ จะยอมให้การเมืองดำเนินต่อไปตามแบบ “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” ที่พวกคลั่งเจ้าโหมโฆษณาเอาไว้ เมื่อได้รับความกดดันทางการเมือง “เสรีนิยมแบบเจ้า” ดูเหมือนจะเสียความเป็นเสรีนิยมให้กับลัทธิคลั่งเจ้า ที่นี่ พวกเขาเสนอทางออก โดยการเบนเข็มไปในทางความอยู่ดีกินดีทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงคุมอำนาจทางการเมืองเอาไว้ โดยมีสิงคโปร์และจีนผุดขี้นมาในความคิด และเป็นเป้าหมายในระยะยาวเหมือนนายพลต่างๆของพม่า

แต่ “เสรีนิยมแบบเจ้า” จะประสบความสำเร็จหรือ เมื่อนึกย้อนไปว่า องค์กษัตริย์เองที่ทรงไม่เห็นด้วยกับรัฐสวัสดิการ เศรษฐกิจพอเพียงโดยพื้นฐานแล้วเป็นการต่อต้านรัฐสวัสดิการ พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับสวัสดิการสังคม เนื่องจากจะทำให้ประชาชนขี้เกียจ

อับเดทครั้งที่ ๒: บทบรรณาธิการของเนชั่น (วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๒: “ความคิดด้านรัฐสวัสดิการมีค่าควรพิจารณา“) มองความสนใจที่ทีดีอาร์ไอต่อความคิดเรื่องรัฐสวัสดิการ อีกด้านหนึ่งว่า: “ทีดีอาร์ไอค่อนข้างวิตกเกี่ยวกับ แนวโน้มที่จะเติบโตไปในทางเศรษฐกิจเพื่อประชานิยม รัฐบาลทักษิณเริ่มต้นแนวทางนี้โดยเสนอการแจกจ่ายให้กับคนยากจน รัฐบาลต่อๆมารวมถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้เลียนแบบนโยบายนี้

และเริ่มเห็นความไร้สาระ ซึ่งปกติจะไปด้วยกันกับการถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการ โดยการกล่าวว่า “เราสนับสนุนความคิดในเรื่องรัฐสวัสดิการ แต่ต้องมีการอภิปรายเพิ่มเติมว่า เราจะจัดงบประมาณในเรื่องรัฐสวัสดิการได้อย่างไร ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ ซึ่งมีการปกป้องเรื่องสวัสดิการอย่างดี กำลังประสบปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะที่ไม่สามารถแบกไว้ได้” แน่ล่ะ ข้อความนี้ไม่มีหลักฐานความจริงมายืนยัน เมื่อบรรณาธิการหมายถึงว่า ต้องจัดเก็บภาษีเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ในบทบรรณาธิการได้ให้ข้อสังเกตว่า ในขณะนี้ ประเทศไทยได้จัดสรรงบเพียง “ร้อยละ ๒.๘…ของรายได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ…ให้กับสวัสดิการ”

Advertisements
9 ความเห็น leave one →
  1. วันพุธ 16 กันยายน 2009 20:36 น.

    รัฐสวัสดิการเป็นเรื่องดี จะเป็นการแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ ปัญหาการเมืองในประเทศไทย แต่จากรายชื่อคณะกรรมการ หลายคนใกล้ชิดหรือเป็นอภิสิทธิ์ชนชั้นสูง จึงทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยไม่มั่นใจ รัฐสวัสดิการเป็นการกระจายรายได้และโอกาสทุกชนชั้น(ดูเหมือนจะยังยกเว้นบางคนบางกลุ่มอยู่นะ) บางทีอาจเป็นการโยนสิ่งเหลือเศษหรือเศษเหลือของคนบางกลุ่มเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าของพวกเขาก็ได้ แต่เหนืองสิ่งอื่นได คุณค่าสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ทุกคนมีเท่าเทียมกัน นั่นต่างหากที่พวกเขาน่าจะสนใจเป็นอันดับแรก

  2. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันศุกร์ 18 กันยายน 2009 13:07 น.

    เป็นโครงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (แก้ผ้าเอาหน้ารอด ไปวัน ๆ ) ของพวกคลั่งเจ้า ดิฉันของเรียกวิธีการนี้ว่า “การโยน ปล่อย หยิบยื่น เศษเนื้อข้างเขียง” ให้ แต่ก่อนให้ต้องอารัมภบทก่อน และนี่คือเกมส์ ยื้อ ดื้อด้าน ปกป้อง รักษา และอำนาจ ของตนเองให้อยู่คงสืบต่อไป โดยโยนเศษเนื้อให้พวกเรา ถ้าพวกเราแย่งกัน ก็จะทะเลาะกันเอง….พวกคลั่งเจ้าพยายามทุกวิธีทางที่จะเป็นฝ่ายคุมเกมส์ วันนี้คุณตามเกมส์เขาแล้วหรือยัง พูดแล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงท่านทักษิณ ผู้ไม่เคยตามเกมส์ใคร…

    • ด.เด็ก permalink
      วันจันทร์ 8 พฤศจิกายน 2010 21:12 น.

      หรอจ๊ะ ท่านทักษิณ ตอนแรกก็ไม่เห็นความเลวทักษิณหรอก ศึกษาว่าทำไม๊ ทำไม มีคนมาเรียกร้องกันให้ทักษิณออกไป พอสืบสาวไปมาจึงถึงบางอ้อ ขอยืมคำที่พวกโจมตีเจ้าทั้งหลายว่า พวกเราตาสว่างแล้ว คุณตาสว่างหรือยัง

      • หมัดสั่ง permalink
        วันอังคาร 9 พฤศจิกายน 2010 07:30 น.

        นาย ด.เด็ก นายยังเด็กมากๆ ฉนั้นก็อยู่ส่วนเด็กไป เคยรับรู้เรื่องเลวๆที่ไอ้พวกทรราชมันทำไว้กับพี่น้องประชาชนและคนเสื้อแดงอย่างแสนสาหัสบ้างหรือเปล่า หรือรู้ได้อย่างเดียวเช้าขึ้นมาก็มีข้าวมาป้อนให้ถึงที่ปาก ถ้าโผล่ออกจากรูสักหน่อยจะได้รู้ความจริงมากกว่านี้ไม่ใช่โจมตีคนนั้นคนนี้ และควรถามกลับที่ตัวเองว่าถ้าพตท.ทักษิณ เป็นคนไม่ดีแต่ทำไมจึงมีประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องอยากให้กลับมา สาเหตุก็เพราะทุกวันนี้ประชาชนจะอดตายกันหมดแล้ว และจะหันหน้าไปพึ่งพาต่างประเทศก็ไม่มีประเทศใหนเขาจะเอาด้วยเพราะไปสร้างศัตรูไว้เต็มไปหมดรอบด้านเลย และไอ้กฏเหล็ก 9 ข้อเป็นอย่างไรพูดเพื่อให้สวยดูดีแต่”แดก”กันทั่วหน้าทุกวันนี้แหม่งออกมาปั้นหน้าพูดได้สาระพัดเรื่อง ยกตัวเป็นคนดีมีคุณธรรมแต่จิตใจอำมหิตที่สุด วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทยได้หู ตาสว่างขึ้นก็เพราะเหตุการณ์ต่างๆที่รัฐบาลมันดำเนินการและเรื่องราวต่างๆมันก็ฟ้องออกมาเอง นี่แหละรัฐบาลโจรเขาละ……

  3. รักประเทศไทย permalink
    วันพุธ 25 สิงหาคม 2010 08:53 น.

    เราคงจะสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน หากสิ้นกษัตริย์

  4. วันพุธ 25 สิงหาคม 2010 09:55 น.

    ที่มีกลุ่มแพทย์ไม่พอใจการบริหารงานของ อดีดนายกทักษิณนั้น ก็เนื่องมาจากที่รัฐบาลทักษิณมีโครงการ30รักษาทุกโรค พวกกลุ่มแพทย์ที่เปิดคลีนิคและโรงพยาบาลเอกชนไม่พอใจ เพราะรายได้ลดลงประชาชนหันมาใช้โรงพยาบาลของรัฐมากขึ้น กลุ่มแพทย์เหล่านั้นจึงหันมาสนับสนุนพันธมิตร รวมทั้งสนธิลิ้มด้วยที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ จากที่เคยร้องขอสถานีโทรทัศน์ และเรื่องเงินๆทองๆจากนายกทักษิณ รวมทั้งจำลอง คนที่ออกมาขับไล่นายกทักษิณ และคนที่วางแผนทำการปฏิวัติรัฐประหาร คนเหล่านี้ไม่ได้รับผลประโยชน์ เขาถึงได้ทำปฏิวัติ และแล้วประเทศถึงได้เป็นอยู่เช่นนี้ไม่มีวันเจริญเท่ากับประเทศอื่นๆสักที

  5. ตูดหมึก permalink
    วันพุธ 25 สิงหาคม 2010 10:33 น.

    UPDATE กิจกรรม คนเสื้อแดง

    วันที่ 28 สิงหาคม เวลา 16.00 น. กลุ่ม นปช.ปทุมธานี กำหนดจัดงานสังสรรค์คนเสื้อแดงใช้ชื่องานว่า “ใจถึงใจ ห่วงใยเพื่อน” ที่วัดแสงสรรค์ ต.คลองสอง องธัญบุรี ปทุมธานี จำหน่ายบัตรใบละ 300 บาท เพื่อนำเงินรายได้ช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมที่แยกราชประสงค์

    วันที่ 28 สิงหาคม เวลา 16.00 น.กลุ่ม 24 มิถุนาประชิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จัดงาน “จิบน้ำชา” ครั้งที่ 4 ณ สมาคมศิษย์อำนวยศิลป์ ถ.ประชาชื่น เขตจตุจักร กทม. โดยในงานมีการเสวนาหัวข้อ แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ก้าวต่อไปคนเสื้อแดง มีผู้ร่วมเสวนา เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ดำเนินรายการโดยนายสมยศ จำหน่ายบัตรใบละ 279 บาทเพื่อนำเงินไปสมทบการตั้งสมัชชา 19 พฤษภาคม(สมัชชาประชาธิปไตย) ซื้อบัตรได้ที่สำนักงานเรดพาวเวอร์ห้างอิมพิเรียลเวิร์ด ลาดพร้าว ชั้น 5 กทม.

    วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 07.00 น. นปช.ชัยนาท นำโดยนายสมเกียรติ ยศสกุล จะทำบุญครบรอบ 100 วัน การเสียชีวิตของนายธนโชติ ชุ่มเย็น การ์ด นปช.ที่เสียชีวิตจาการร่วมการชุมนุมที่วัดโพธิ์ศรีศรัธาธรรม ม.4 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ ชัยนาท จากนั้นเวลา 17.00 น.จะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านพักเลขที่ 61 ม.3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ ชัยนาท

  6. ตูดหมึก permalink
    วันพุธ 25 สิงหาคม 2010 10:35 น.

    UPDATE กิจกรรม คนเสื้อแดง

    วันที่ 28 สิงหาคม เวลา 16.00 น. กลุ่ม นปช.ปทุมธานี กำหนดจัดงานสังสรรค์คนเสื้อแดงใช้ชื่องานว่า “ใจถึงใจ ห่วงใยเพื่อน” ที่วัดแสงสรรค์ ต.คลองสอง องธัญบุรี ปทุมธานี จำหน่ายบัตรใบละ 300 บาท เพื่อนำเงินรายได้ช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมที่แยกราชประสงค์

    วันที่ 28 สิงหาคม เวลา 16.00 น.กลุ่ม 24 มิถุนาประชิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จัดงาน “จิบน้ำชา” ครั้งที่ 4 ณ สมาคมศิษย์อำนวยศิลป์ ถ.ประชาชื่น เขตจตุจักร กทม. โดยในงานมีการเสวนาหัวข้อ แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ก้าวต่อไปคนเสื้อแดง มีผู้ร่วมเสวนา เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ดำเนินรายการโดยนายสมยศ จำหน่ายบัตรใบละ 279 บาทเพื่อนำเงินไปสมทบการตั้งสมัชชา 19 พฤษภาคม(สมัชชาประชาธิปไตย) ซื้อบัตรได้ที่สำนักงานเรดพาวเวอร์ห้างอิมพิเรียลเวิร์ด ลาดพร้าว ชั้น 5 กทม.

    วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 07.00 น. นปช.ชัยนาท นำโดยนายสมเกียรติ ยศสกุล จะทำบุญครบรอบ 100 วัน การเสียชีวิตของนายธนโชติ ชุ่มเย็น การ์ด นปช.ที่เสียชีวิตจาการร่วมการชุมนุมที่วัดโพธิ์ศรีศรัธาธรรม ม.4 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ ชัยนาท จากนั้นเวลา 17.00 น.จะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านพักเลขที่ 61 ม.3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ ชัยนาท

    วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 17.00-20.00 น.กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กลุ่มคนเสื้อแดงแคมฟรอก และ ไซเบอร์กำหนดจัดกิจกรรมจำลองเหตุการณ์ที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกลอบยิงบริเวณสถานีรถไฟ BTS ศาลาแดง โดยจะมีการทำกิจกรรมผูกผ้าแดง จุดเทียน ระลึกถึงเสธ.แดง เขียนข้อความไว้อาลัยบทกวีและร้องเพลง “นักสู้ ธุลีดิน”

    วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 11.00 น. กลุ่ม นปช.จ.พะเยา จะจะทำบุญลี้ยงพระที่สถานีวิทยุชุมชนคลื่นประชาธิปไตย 87.75 MHz เลขที่ 94 ม1 ต.บ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา มีนายทูล เวชกลาง เป็นผู้ดำเนินรายการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกระบอกเสียงและเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กลุ่มสมาชิก จากนั้นเวลา 17.00 น.จะเป็นการพบปะสังสรรค์ของกลุ่มสมาชิก

  7. MARY JOHNSON permalink
    วันจันทร์ 8 พฤศจิกายน 2010 21:00 น.

    คุณเป็นนักธุรกิจหรือหญิง? คุณอยู่ในระเบียบทางการเงินใด ๆ หรือไม่ทำ
    คุณต้องการเงินทุนเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของคุณเองหรือ คุณต้องการที่จะชำระเงินให้กู้ยืม
    หนี้ของคุณหรือชำระค่าของคุณหรือเริ่มต้นธุรกิจที่ดี? คุณมี
    คะแนนเครดิตที่ต่ำและคุณจะพบว่ามันยากที่จะได้รับเงินทุนจาก
    ธนาคารในประเทศ / สถาบันการเงินอื่น ๆ คุณจำเป็นต้องกู้เงินหรือเงินทุน
    ด้วยเหตุผลเช่นใด
    * เงินให้สินเชื่อรถยนต์
    * เงินให้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์
    * เงินให้สินเชื่อธุรกิจ
    * ให้กู้ยืมอื่น ๆ
    Line * เครดิต
    * มาสเตอร์การ์ด
    ติดต่อเราได้ทาง Email : maryjohnsonloanfirm.johnson7 @ googlemail.com
    หมายเหตุ : สินเชื่อคือการให้ออกสำหรับอัตราดอกเบี้ยเพียง 3% ทุกปี กรุณาเป็น
    แจ้งว่าจะได้รับเงินกู้ยืมเพื่อคุณในประเทศที่คุณอยู่ใด ๆ
    ในโลกนี้
    ลูกค้าผู้ใดอยู่ในต้อง, ควรให้ข้อมูลต่อไปนี้ใน
    เพื่อให้เราสามารถเปิดแฟ้มการประมวลผลเงินกู้

    1.FULL – NAME :………………………….
    2 ที่อยู่ :………………………….. …
    3 อาชีพ :…………………
    4 ประเทศ :……………………
    5 สภาพ :……………………..
    6 City :………………………
    7 เพศ :……………………….
    8 อายุ ………………………..
    9 หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ :…………..
    10 จำนวนเงินที่ได้ตามต้องการเงินกู้ :……….
    รายได้ 11.Monthly ………………
    12.DURATION :…………………..
    13 วัตถุประสงค์เงินกู้ ……………
    ขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือของคุณ
    นางแมรี่จอห์นสัน (c.e.o)
    ดีพระเจ้าอวยพรคุณ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: