Skip to content

จริยธรรมน่ะสำหรับพวกคุณ ไม่ใช่สำหรับพวกเรา

วันพฤหัส 10 กันยายน 2009

Moral Code for Thee, But Not For Me
September 9, 2009
ที่มา – Bangkok Pundit
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

สุทธิชัย หยุ่น สัมภาษณ์ ศ.สตีเฟน ยัง (ลูกทูตอเมริกัน เติบโตและศึกษาในประเทศไทย ค้นพบอารยธรรมบ้านเชียง ที่นี่) ในเดอะเนชั่น ตัดตอนบางส่วนจากบทสัมภาษณ์

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔ มีช่องว่างระหว่างคนชนชั้นสูงกับคนจนในชนบท ซึ่งเป็นช่องว่างจริงๆ ในวันนี้ปี พ.ศ.๒๕๕๒ เมื่อผมได้ยินกลุ่มเสื้อแดงพูดว่า ไทยมีช่องว่างระหว่างคนรวยในกรุงเทพฯ กับคนจนในชนบท ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ทุกวันนี้ช่องว่างมีเพียงแค่นี้ ที่อเมริกาก็มีช่องว่าง แต่ในปี พ.ศ.๒๕๐๔ ช่องว่างมันขนาดนี้”

ผมได้กลับไปบ้านเชียง ซึ่งผมได้ไปครั้งแรกเมื่อ ๔๘ ปีก่อน สมัยนั้นยังไม่มีไฟฟ้า ไม่มีส้วมชักโครกใช้ และถ้าคุณต้องการน้ำร้อน คุณต้องต้มเอาเอง ไก่ราคาแพง คุณต้องหาปลาจากหนองบึงทานเอง แต่วันนี้มีไฟฟ้า มีห้องส้วมแบบชักโครก มีน้ำร้อนใช้ และมีเครื่องเอทีเอ็ม เกือบทุกบ้านมีอินเตอร์เน็ตใช้

บางกอกบัณฑิต: งั้น การที่บางส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้มีสภาพเลวร้ายอย่างปี พ.ศ.๒๕๐๔ เคยมีใครคิดจริงๆหรือไม่ว่ามันเป็นอะไรแน่ ในช่วงยุค ค.ศ. ๑๙๒๐ อาจจะมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนที่บ้านเชียง แต่มามีในปี พ.ศ.๒๕๐๔ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีช่องว่าง สตีเฟนพูดเกี่ยวกับ “ช่องว่างจริง” ในปี พ.ศ.๒๕๐๔ ซึ่งทำราวกับว่าในวันนี้ไม่มีช่องว่างอย่างนั้นแหละ

จากนั้น เขาได้วิจารณ์ทักษิณต่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของศักดินา และเป็นเจ้าของชินคอร์ป:

ผมได้ถามตัวผมเองในเวลานี้ว่า เมื่อย้อนกลับไปในปี พ.ศ.๒๕๓๖ หรือประมาณนั้น คุณได้สัมปทานจากรัฐบาลอย่างไร คุณต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้สัมปทานนั้นมา และผมสังเกตุว่าคุณทักษิณทำเงินมากขี้น รวยมากขี้น ทั้งหมดก็มาจากสิทธิ์จากสัมปทานที่ได้จากรัฐบาล

สุทธิชัย หยุ่น: การผูกขาด

สตีเฟน ยัง: การผูกขาด ไม่ใช่เพราะทักษิณทำงานเยี่ยงคนอื่น แต่จากที่รัฐบาลมอบการผูกขาดให้กับเขา รัฐบาลซึ่งเป็นตัวแทนของคนไทยได้มอบความมีอภิสิทธิ์ มอบความเป็นคนชั้นสูง มีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นให้กับเขา นี่เป็นการปกครองแบบผูกขาด เป็นการปกครองของพวกชนชั้นสูง นี่ไม่ใช่คนซึ่งเริ่มต้นมาจากไม่มีอะไรมาก่อน และ ทำงานไต่เต้าจนถึงจุดสูงสุด ทักษิณมีเส้นสายวงใน และผมเห็นเขาใช้เส้นเหล่านี้บ่อยๆ

บางกอกบัณฑิต: ช่างเหมือนกับ “การผูกขาด” ที่นายอานันท์ ปัญยารชุน เพื่อนของสตีเฟนให้กับเทเลคอม เอเซีย หรือไม่

หมายเหตุ: น่าแปลกตรงที่ว่า สตีเฟนจำวันผิด ทำราวกับว่าประชาธิปัตย์มอบสิทธิ “ผูกขาด” ให้กับเขา ตามปกติแล้วพันธมิตรจะบอกว่าสิทธิได้มาในระหว่างช่วงการทำรัฐประหาร แต่สิทธินั้นได้มาก่อนการทำรัฐประหารใน พ.ศ.๒๕๓๓

จริงๆแล้ว ตรงประเด็นนี้ บางกอกบัณฑิตไม่ได้ชื่นชมกับเรื่องสัมปทานดังกล่าว เพราะจะนำไปสู่ราคาที่สูงขี้น แต่ทักษิณไม่ได้เป็นคนแรกที่ได้รับสัมปทาน มองไปที่บริษัทระดับยักษ์ใหญ่ต่างๆในประเทศไทย และเกือบทั้งหมดของบริษัทเหล่านี้ได้รับสิทธิ์พิเศษจากรัฐบาล หรือรัฐบาลตั้งระเบียบห้ามนำเข้า นี่เป็นการทำเงิน คุณได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล จริงๆแล้ว เรื่องสัมปทานนี่ มีเกล็ดเล็กน้อยจากเอกสารของเขา – หาอ่านได้จาก ที่นี่

การสูญเสียอำนาจของทักษิณเริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๕๔๙ เมื่อเขาขายบริษัทในครอบครัวให้เทมาเส็ก กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ สินทรัพย์หลักของบริษัททักษิณที่ได้อภิสิทธิ์จากรัฐบาลในการให้บริการด้านโทรคมนาคม สิทธิดังกล่าวในประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอุปถัมภ์อย่างประเทศไทยนั้น เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่คนในรัฐบาลมอบให้ ระบบนายทุนอุปถัมภ์นี้เป็นเครื่องหมายในการทำธุรกิจของพวกศักดินาหลายๆคน และการติดต่อทางการเมือง ทักษิณไม่ได้ต่างไปจากเหล่าเครือข่ายสังคมอุปถัมภ์

ก่อนหน้าที่ทักษิณจะได้รับสัมปทานด้านโทรคมนาคมเมื่อต้นยุค ค.ศ.๑๙๙๐ นี้ สัมปทานนี้เคยเป็นของบริษัทปูนซีเมนต์ไทยมาก่อน เจ้าหน้าที่ของปูนซีเมนต์กล่าวว่าเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล บริษัทปูนซีเมนต์หลุดสัมปทานเพราะไม่ยอมจ่ายค่าสัมปทานจำนวน ๕๐ ล้านบาทให้รัฐบาล

บางกอกบัณฑิต: ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนใช่ไหม มีใครไหม น่าแปลกว่ามีอะไรเข้าสิงใจถึงทำให้ปูนซีเมนต์ไทยไม่ต่อสัมปทาน ไม่งั้นคงจะโกยเงินไม่รู้เรื่อง แต่นั่นแหละ สมัยนั้นใครจะไปคิดว่าโทรศัพท์มือถือจะทำเงินได้ขนาดนี้

มุมมองขัดแย้งกันเองสองเรื่องของศักดินา:

มุมมองแรกของศักดินา – ตัวทักษิณ – อำนาจทุกอย่างอยู่ที่เงิน และเงินบันดาลได้ทุกอย่าง รวมถึงคะแนนเสียง และการควบคุมวงการตำรวจ

อีกมุมมองหนึ่งของศักดินาไทย – เสื้อเหลือง พรรคประชาธิปัตย์ อดีตฝ่ายสนับสนุนทักษิณในสภาขณะนี้ ที่ได้เปลี่ยนสีย้ายไปอยู่ฝ่ายประชาธิปัตย์ ผู้สนับสนุนราชวงศ์หลายๆคน ตระกูลขุนนาง (บางกอกบัณฑิต: ต่อไปเราจะใช้คำนี้) ชนชั้นกลางทำงานนั่งโต๊ะ เป็นต้น – มองหาจริยธรรมเพื่อที่จะนำมาปกครองการเมืองไทย อุดมการณ์สรรหามาใช้อ้างเพื่อความยุติธรรมทางสังคม ที่เรียกกันว่าบารมี มุมมองที่ต่อต้านทักษิณแย้งว่า ทั้งอำนาจและตำแหน่งควรตกอยู่ในกำมือของผู้มีบารมี ไม่ใช่เป็นของใครก็ตามที่ใช้เงินและใช้อำนาจระรานเพื่อเป็นใหญ่

บางกอกบัณฑิต: แล้ว พวกที่ “มีจริยธรรม” พยายามจะเอาชนะทักษิณในการเลือกตั้งทั่่วไปในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ล่ะ ลงทุนทุ่มงบหาเสียงมากกว่าทักษิณถึงสามเท่า (เป็นคำพูดที่ออกจากปากของนายกรณ์เองเลยนะ ควรทำหมายเหตุไว้ว่า ไม่ใช่เป็นความคิดของพรรคประชาธิปัตย์) แต่ยังแพ้การเลือกตั้ง แล้วการทำรัฐประหารมันมีศีลธรรมที่ตรงไหน การยึดสนามบินนั่นอีก การยึดทำเนียบรัฐบาล บทบาทของกองทัพในการจัดตั้งรัฐบาลล่ะ แล้วกองทัพนี่ไม่แสดงสันดานอันธพาลหรืออย่างไร นี่ก็ยังพยายามจะนึกว่าเนวินมีจริยธรรมที่ตรงไหน เนื่องจากเนวินเคยเป็นแกนนำตัวสำคัญของทักษิณ

อำนาจ และตำแหน่ง ควรตกเป็นของผู้ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง

อ้อ อีกเรื่อง จากเอกสารของสตีเฟน ให้คำอธิบายพันธมิตรว่า:

เป็นรัฐบาลเฉพาะกาลของกองทัพ ต่อมาจัดการให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายสนับสนุนและตัวแทนทักษิณได้รับชัยชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เสื้อเหลืองจึงออกมาประท้วงอีก ทักษิณในขณะนี้จึงต้องลี้ภัย ทักษิณปฎิเสธไม่ยอมรอมชอม เสื้อเหลืองยึดสนามบินทั้งสองแห่งนั่งประท้วงกันอย่างสงบ การต่อต้านทักษิณยังดำเนินต่อไป โดยได้รับการร่วมมือจากศาล ทำการตัดสินว่าเนื่องจากได้มีการกระทำการละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่งผลให้พรรคฝ่ายทักษิณต้องถูกยุบ กลุ่มใหญ่ที่มีความขัดแย้งแยกตัวออกมา และหันไปซบอกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อทำการจัดตั้งรัฐบาล

บางกอกบัณฑิต: อะไรนะ ยึดสนามบินนั่งประท้วงกันอย่างสงบ ลองนึกดูว่าถ้ามีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในอเมริกา เข้ายึดทำเนียบขาว หรือสนามบินแอลเอ จะยังคงเรียกว่าเป็นการประท้วงอย่างสงบหรือไม่ ลองดู

เป็นความผิดของทักษิณที่ไม่ยอมรอมชอม ในขณะที่เขายังอยู่ในอำนาจ และเป็นความผิดของทักษิณที่ไม่รอมชอมเมื่อเขาถูกปล้นอำนาจ มีอะไรอีกไหม ความเห็นที่แสดงต่อคนทั้งโลกว่า ความจริงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวทักษิณถูกบิดเบือนออกไป (โอ้ว เราทำการรัฐประหารปล้นอำนาจทักษิณ แล้วทุกอย่างก็จะดีเอง)

ทักษิณเป็นตัวการสำคัญก็จริง แต่ไม่ใช่มีเพียงทักษิณคนเดียว ในการสัมภาษณ์ สตีเฟนกล่าวว่า “ทักษิณได้แบ่งแยกประชาชน” งั้นถ้าทักษิณหายตัวไปในวันพรุ่งนี้ ทุกๆอย่างจะดีเลิศประเสริฐศรีเลยหรืออย่างไรกัน

Advertisements
4 ความเห็น leave one →
  1. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันพฤหัส 10 กันยายน 2009 08:48 น.

    ลูกทูตบอกว่า ทักษิณไม่ยอมรอมชอม “รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากและ สส 377 นะเหรอจะไปรอมชอมกับคนไม่กี่คนที่สับสนในเพศของตนเอง” แค่เห็นชื่อคนสัมภาษณ์ (สุทธิชัย หยุ่น) คุณลูกทูต (ต้องเน้นว่าลูกทูตเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ) ก็ร้องยี้แล้ว. เดี๋ยวนี้แย่ขนาด จับ หมู หมา กาไก่ มาสัมภาษณ์ กะอีแค่ลูกทูตแก่ ๆ .. ใครจะไปสนใจ…

  2. ;;; permalink
    วันพฤหัส 10 กันยายน 2009 18:58 น.

    ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลักสำคัญ ส่วนอื่นคือผลพลอยได้ คนเห็นแก่ตัว เลวชาติบัดซบ

  3. ;;; permalink
    วันศุกร์ 11 กันยายน 2009 16:31 น.

    จริยธรรม คือ ความดีต่างๆ เช่น ไม่ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ไม่ทางต่อสู้ ไม่ใช้สื่อรัฐทำร้าย ไม่ออกมาต่อว่าคนอื่นโดยไม่ได้โต้แย้ง การกล่าวหาโดยไร้หลักฐานใดๆ ไม่กระทำการปิดกั้นบิดเบือนสื่อกับประชาชน ไม่หากินรักษาประโยชน์ของตัวเองด้วยการประจบสอพลอเพื่อให้ได้มาซึ่งรายการนำเสนอข่าว ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ยึด ไม่ปิดสถานที่ใดๆ ที่เป็นของส่วนรวม ไม่นำเงินงบประมาณนับแสนๆล้านไปผลานกันโดยไร้การตรวจสอบ ไม่กู้เงินนับแสนล้านโดยไร้ทิศทางเหตุผลที่ขัดเจน ไม่ตัดิสินบิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักฐานตามหลักนิติธรรมสากล ฯลฯ ถามดูว่าไ อ้คนที่มันสัมภาษณ์กันนั้น มันมีตรงนี้หรือเปล่า

  4. วันพุธ 23 กันยายน 2009 18:17 น.

    จริยธรรมคือการไม่โกงชาติบ้านเมือง
    แต่ไงคนดีก้อน้อยกว่าคนไม่ดีอยู่แล้ว
    อนิจจัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: