Skip to content

เศรษฐกิจพอเพียง การโกงกิน และผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใคร

วันอังคาร 11 สิงหาคม 2009

Sufficiency economy, corruption and conflicts of interest
August 8, 2009
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นแกนนำในการใช้แผนการเข้าสู่อำนาจเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้ว ได้ประกาศจุดยืนว่าจะปกป้องและเชิดชูสถาบันกษัตริย์ วัตถุประสงค์ทางการเมืองส่วนหนึ่งคือ รัฐบาลประกาศการจัดงบประมาณหลายพันล้านบาทในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน และบริหารโดยสำนักงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนที่่จัดตั้งขี้นมาใหม่

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดของพระมหากษัตริย์ ได้รับการส่งเสริมในยามที่ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ต่อมารัฐบาลทหารนำโดยองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ทำการผลักดันโครงการนี้ ที่แปลกคือ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) ได้ร่วมให้การสนับสนุนด้วย พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งเสริมแนวคิดนี้เช่นเดียวกับรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ เพื่อเหตุผลทางอุดมการณ์ โครงการนี้เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมาก และเศรษฐกิจพอเพียงนี้เป็นหลักสำคัญของนโยบายด้านการพัฒนา พูดได้ว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์โฆษณาความคิดเรื่องนี้น้อยกว่าสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ซึ่งดูเหมือนจะเชื่อในความคิดเรื่องนี้

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาสื่อได้เริ่มวิจารณ์เรื่องการคอรัปชั่นของโครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำและไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของสำนักงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน พีพีทีจำได้ถึงรายการสารคดีจากช่องไทยพีบีเอสซึ่งนำเสนอรายการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องน้ำและไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์นี้ เรื่องราวได้เงียบหายไปสักพักหนึ่ง แต่ได้กลับมาใหม่ และคิดว่าคงสร้างปัญหาหนักให้กับรัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (บางกอกโพสต์ ในหัวเรื่องว่า “สำนักงานกองทุนพยายามช่วยนักการเมืองให้หลุดจากปัญหา” ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการนี้ได้ให้สัมภาษณ์ปฎิเสธกรณีมีจดหมายจาก “ชุมชนต่างๆ ร้องเรียนเกี่ยวกับการขาดการประสานงาน และกล่าวหาว่ามีการทุจริตในโครงการพัฒนาชุมชนนี้” นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชุมชนพอเพียงตระหนักถึงความไม่พอใจของชาวบ้านที่กำลังขยายไปในวงกว้าง และพยายามให้มองเป็นเรื่องเล็ก: “เราได้รับจดหมายร้องเรียนมาหลายร้อยฉบับ แต่มีแค่เพียง ๘๐ เรื่องที่สมเหตุสมผลให้มีการติดตามสืบสวนต่อไป…” ทางโครงการได้มีการตรวจสอบภายในกันเองนำโดย “พล.อ.ชัชวาลย์ ณัฐนันท์  อดึตเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในซึ่งปลดเกษียณแล้ว”

สำนักงานนี้บริหารงบประมาณที่มากพอควร ผู้อำนวยการแถลงว่า “รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณให้โครงการนี้ ๒,๑๐๐ ล้านบาท เงินจำนวนประมาณ ๘๕๐ ล้านบาทได้ถูกใช้ในชุมชนและหมู่บ้านประมาณ ๓๑,๐๐๐ แห่งในจำนวน ๘๐,๐๐๐ แห่ง ของโครงการเพื่อชุมชนไปแล้ว แต่ละชุมชนได้รับเงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ – ๗๐๐,๐๐๐ บาท ขี้นอยุ่กับขนาดของหมู่บ้านหรือชุมชุม และโครงการ”

ผู้อำนวยการรับทราบถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขี้น แต่ยกความผิดทั้งหมดให้กับ “นักการเมืองท้องถิ่น” โดยกล่าวว่า “ผมไม่ต้องการเห็นนักการเมืองเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการชุมชน แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงความฝัน การเข้ามาก้าวก้ายในโครงการชุมชนนี้จะก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าเป็นเรื่องดีในอนาคตข้างหน้า นักการเมืองที่ดีควรสนใจเกี่ยวกับความทุกข์ร้อนของประชาชนมากกว่าเรื่องตัวเอง”

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ได้มีปฎิกิริยาจากฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด “โครงการชุมชนพอเพียง” (สพช.) นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะปฎิเสธว่าไม่มีนักการเมืองระดับชาติเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หัวข้อว่า “อภิสิทธิ์ เข้าตรวจสอบโครงการพอเพียงที่อื้อฉาว”) ซึ่งเขาได้รับรายงานจากเรื่องที่ร้องเรียนว่า “ชุมชนท้องถิ่นได้รับข้อมูลที่บิดเบือนจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับโครงการชุมชนพอเพียง และอาจจะ “ถูกหลอกให้มีการเซ็นสัญญา”

อึกครั้งที่พีพีทีได้พบว่า อภิสิทธิ์มักอ้างเป็นประจำว่า ชาวบ้านถูก “หลอก” ให้ทำการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นมุมมองของเขาอย่างชัดเจนว่า ชาวบ้านทั่วไปนั้นไม่ฉลาดพอที่จะตัดสินใจให้กับตัวเองได้

อภิสิทธิ์ยังได้ชี้นิ้วป้ายความผิดไปยัง “เจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพ” และลงที่ทักษิณ ชินวัตร โดยแสดงความเห็นว่า “การกล่าวหาเรื่องการบกพร่องต่อหน้าที่อาจจะเริ่มต้นมาจากช่วงเวลาดูแลของสำนักงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเอสเอ็มแอล..โครงการเอสเอ็มแอลตั้งขี้นมาในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร” เขาได้กล่าวต่อว่า “ได้มีการตั้งข้อหาอาชญากรรมกับเจ้าหน้าที่ที่สงสัยว่าได้มามีส่วนพัวพันในการทุจริต”

ดูเหมือนจะเป็นการขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมการของสภาฯเพื่อตรวจสอบการบริหารเงินได้กล่าวว่า “ชุมชนต่างๆ ที่มองหาหน่วยงานเกี่ยวข้องที่รับผิดชอบกับเงินทุนของโครงการพอเพียง ได้ถูกสั่งให้ซื้อเครื่องมือที่ราคาสูงมากกว่าราคาปกติ เช่นเครื่องกรองน้ำ ในบางกรณี งบจากสำนักงานได้โอนเข้าชุมชนต่างๆก่อนที่โครงการจะได้รับการอนุมัติเสียอีก สมาชิกวุฒิสภากล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่บางคนได้เลือกโครงการให้ชุมชนนั้นเอง แทนที่จะให้ชุมชนนั้นตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง”

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผู้อำนวยการของสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียง ได้เรียกประชุมสื่อ “เพื่อปฎิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาได้อนุญาตให้ภาคเอกชนได้รับประโยชน์จากโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน” (จากฐานเนทเวิร์ค วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หัวข้อข่าว: “หัวหน้าสำนักงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงปฎิเสธเรื่องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทเอกชน”) นายสุมิทอ้างว่า “เขาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเอกชน บีเอนบีอินเตอร์กรุ๊ป ที่ทำการจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน เขากล่าวว่าเขาได้ลาออกอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ จากตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลเอนจิเนียริ่ง (ไออีซี) ก่อนที่บริษัทนี้จะซื้อบริษัทบีเอนบีอินเตอร์กร๊ป” เขากล่าวต่อว่า เขาจะไม่ลาออก

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ “ยืนยันว่าหัวหน้าโครงการจะต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐานจริงเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์”

จากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หัวข้อว่า: “ปล้นชาวบ้านตาดำๆ”) แสดงความเสียใจว่า “คุณค่าของความพอประมาณ จากปรัชญาพอเพียงที่เป็นเลิศขององค์พระมหากษัตริย์ได้ถูกนำมาใช้เป็นวลีอย่างฟุ่มเฟือยโดยปราศจากความหมาย และการปฎิบัติอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาลต่อๆมา แนวคิดเรื่องพอเพียงนี้หมดความหมายอย่างสิ้นเชิง” และเสริมต่อว่า “เนื่องจาก ความพอเพียงถูกมองว่าเป็นปรัชญาของกษัตริย์ คำเหล่านี้จึงปรากฎในแผนปฎิบัติและโครงการทุกๆอย่างที่รัฐบาลต้องการย้ำว่า สิ่งที่ทำไปนั้นเป็นเรื่องที่มีความชอบด้วยกฎหมายเพื่อผลทางการเมือง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เพื่อ สยบคำวิจารณ์”

บางกอกโพสต์ตำหนินักการเมืองท้องถิ่นในเรื่องทุจริตโครงการพอเพียงนี้ โดยกล่าวว่า “ชุมชนท้องถิ่นส่วนใหญ่แล้วตกอยู่ในการควบคุมของเจ้าพ่อท้องถิ่นซึ่งควบคู่ไปกับกำนัน ผู้นำหมู่บ้าน และสมาชิกขององค์การบริหารตำบล ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความรู้น้อยมากหรือแทบจะไม่รู้เลยเกี่ยวกับแผนนี้ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าจะร่างข้อเสนออย่างไรเพื่อให้เข้ากับข้อกำหนดของระเบียบการที่ยุ่งยาก ดังนั้น ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นและนักการเมืองหลายๆคนจะก้าวเข้ามาตัดสินใจให้กับชุมชนทั้งหมด การขอรายชื่อจากชาวบ้านเพื่อนำเสนอโครงการไม่ใช่เรื่องยาก ผลประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการต่างๆ นำมาแบ่งปันกันในระหว่างบุคคลต่างๆที่อยู่ในเครือข่ายอิทธิพลนั้น”

ผู้ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างสบายในห้องทำงานอย่างเช่นอภิสิทธิ์ ดูเหมือนจะคิดว่าชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นโง่ จนไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขี้นในชุมชนของตัวเอง พวกเขาอยู่กับความสะดวก จนลืมไปว่า ไม่ใช่เพราะชาวบ้านหรือที่เป็นผู้ออกมาร้องเรียนตั้งแต่แรก พีพีทียิ่งแน่ใจมากขี้นเมื่อเห็นไทยพีบีเอสรายงานข่าวถึงจุดนี้อย่างชัดเจน

บทบรรณาธิการของบางกอกโพสต์สรุปไว้ว่า: “โครงการชุมชนพอเพียงนี้ ไม่เกี่ยวกับความพอเพียง เป็นการรีบยื่นประชานิยม เพียงเพื่อต่อต้านความนิยมในตัวทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับจากชาวชนบท และเตรียมสะสมคะแนนนิยมจากการเลือกตั้งทั่วไปในครั้งหน้า ทั้งการใช้อำนาจในทางผิด การทุจริตที่เกิดขี้นทุกหัวระแหง เป็นการปล้นกลางวันแสกๆ ในเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงวินาทีที่อยู่ในภาวะมืดแปดด้านทางการเงินแบบนี้

อาจเป็นเรื่องจริง แต่จากเดอะเนชั่น (วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒ “ชะงักโครงการที่จะยังประโยชน์ต่อชาวบ้านบางคน”) แฉเรื่องราว ที่ควรค่าต่อการอ่าน นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีได้ยับยั้ง “การอนุมัติโครงการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานทางเลือกใหม่…..” อ้างว่าผลประโยชน์ตกอยู่ที่ผู้ขายเพียงไม่กี่คน

นายกอร์ปศักดิ์ยอมรับว่า “พบความผิดปกติบ้าง” และพูดอย่างนกแก้วนกขุนทองตามอภิสิทธิ์ว่า “เจ้าหน้าที่ที่ทุจริตได้เปลี่ยนร่างเสนอของชาวบ้านเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง บางโครงการที่มีพิรุธ มักจะโดนอิทธิพลจากนักการเมืองท้องถิ่น”

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น การที่นายกอร์ปศักดิ์ปกป้องน้องชายของเขา “รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เขาไว้ใจประพจน์น้องชายของเขา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ซึ่งเป็นผู้อนุมัติงบประมาณให้โครงการชุมชนทั่วประเทศ” นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า: “ผมจะไม่ให้ตำแหน่งนี้ ถ้าน้องผมเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ เขาเป็นตัวแทนผมและผมเชื่อใจเขาให้เป็นหูเป็นตาให้ ถ้าน้องผมทุจริต ผมก็ต้องออกเพราะน้องผมได้ทำงานให้ผม…”

นายกอร์ปศักดิ์อ้างว่า “ความผิดปกติ” เกี่ยวข้องกับ “เจ้าหน้าที่ระดับล่างเพียงห้าคน” และ “นายสุมิท ผู้อำนวยการหน่วยงาน….” หรือพูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ในระดับที่สูงกว่า และระดับที่ต่ำกว่าน้องชายของเขา แต่ไม่ใช่ตัวน้องชายของเขา

นายกอร์ปศักดิ์เคยเข้าตรวจสอบการปฎิบัติงานของหน่วยงานซึ่งน้องชายของเขาดำรงตำแหน่งระดับสูงอยู่นั้นหรือ ยิ่งไปกว่านั้นอีกคือ ทำไมนายกอร์ปศักดิ์ได้แต่งตั้งน้องชายตัวเองทำงานกับหน่วยงานนี้ ยิ่งกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนเสียอีก แล้วทำไมอภิสิทธิ์ถึงได้ปกป้องการทุจริตและการเล่นพรรค เล่นพวกกันได้ขนาดนี้

Advertisements
9 ความเห็น leave one →
  1. ปริณดา เมืองงาม permalink
    วันอังคาร 11 สิงหาคม 2009 22:34 น.

    เอาอีกแล้วพรรคประชาวิบัด ไงล๋ะพันธมวยหัวคิด สมใจยากแล้วซิ

  2. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันพุธ 12 สิงหาคม 2009 03:18 น.

    โครงการนี้พอเพียงแค่ 2,100 ล้านบาท!!!!

  3. Crying Prophet permalink
    วันพุธ 12 สิงหาคม 2009 11:19 น.

    สุดท้ายแล้ว คนที่โดนเล่นงานเต็ม ๆ ก็คือเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นแพะ หรือต้องตามน้ำตามคำสั่งของผู้ใหญ่

    ความซวยก็ตกอยู่กับชาวบ้าน

    ไอ้พรรคนี้เวลาโกง ชาวบ้านตาดำ ๆ เดือดร้อน แต่ไม่เห็นมีใครออกมาขับไล่มัน ไอ้อภิสัตว์ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยคำสวยหรูแต่กูฟังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม พูด ๆ ๆ ๆ สักพักก็จะเงียบหายไปเอง….

    ขอบคุณพันธมิตรสำหรับรัฐบาลที่แสนดี

  4. วันพุธ 12 สิงหาคม 2009 12:12 น.

    ไอ้พวกประชาวิบัติ มีไอ้อภิสัตว์เด็กวานชืนเดินนำหน้าพาลงเหว มีไอ้เทือกคอยจูงจมูก มีอะไรที่พวกมันไม่กิน “หมามันเคยกินขี้มันก็กินขี้วันยังค่ำ”

  5. ไพร่ ฟ้าดิน permalink
    วันพฤหัส 13 สิงหาคม 2009 00:20 น.

    พอเพียง หรือเกินพอ ไม่รับรู้ ถ้าปกป้องสถาบันจริง ไม่ใช่ดีแต่คุยนะ ถ้าทำจริง หรือแน่จริงก็ไปทำเขายายเที่ยงให้หัดพอเพียง พอดี เสียบ้างจะได้ไหม? เพราะเราดูอย่างไงๆ มันก็เกินพอ…ไปแล้วนะ เด็กโง่….??????
    12 ส.ค. 2552

  6. Red Bug permalink
    วันอาทิตย์ 16 สิงหาคม 2009 13:11 น.

    เป็นไงล่ะ โครงการชุมชนพอเพียง พังพาบ เป็นโครงการ เตะหมูเข้าปากหมา จะแก้
    ตัวด้วยถ้อยคำหวานหูฉันใดรึ พ่อรูปหล่อดอเลี่ยมทอง หรือจะให้โคสกปากสุนัข ไอ้
    เทพไท พ.ค.ถ.(พ่อคยถก) แก้ต่างเยี่ยงไรรึ หรือท่าน เทพ เถือกแหงก(แถกเหงือก) แจงสี่เบี้ย เยี่ยงไร หรือจะให้บ่าวไพร่ ตาดำๆ มันรับกรรมที่ไม่ได้ก่อ สุดท้าย ไอ้รูปหล่อ ดลท. ก็คงจะหลุดรอด ดั่งเคย โดยกล่าวว่าปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมาย กระผมจะดูแลอย่างเคร่งมะเล่งทวย โธ่ ไอ้ท้วย.!
    ดีแต่ยิ้มแล้วก็กล่าวมธุรสวาจา เอาตัวรอดไปวันๆ โครงการเช็คชั่วชาติ โครงการ
    ต้นกล้าแห้งเหี่ยว โครงการเรียนฟรีในฝัน อย่าพูดเลยว่านายสะอาด มึงไม่ทุจริต
    พวกมึงก็ทุจริต แล้วมันจะต่างกันตรงไหน ทีงี้ไม่เห็นพวกหมู หมา กา ไก่ ที่ชอบ
    ด่าคุณทักษิณ ออกมาพูดเลย หรือว่ามันชอบคนโดยไม่ลืมหูลืมตา ขนาดตด ก็ยัง
    บอกว่าหอมเลย สังคมไทย อีเดียด มาก ชอบคนที่พูดหวานหูแต่โกหกตอแหล
    แต่คนพูดความจริง ทำงานจริงกลับไม่ชอบ หลงเชื่อคำหลอกลวงเพราะพร้อมที่จะเชื่อ โดยไม่ไตร่ตรองวิเคราะห์หาเหตุผล ว่าสมควรเชื่อหรือไม่ ที่ผ่านมาพรรคผประชาวิบัติ มันก็แสดงให้เห็นการทุจริตหลายครั้ง อย่างท่าน เทพเถือก ณ.สปก.
    สนั่น บ้าน ส.ข. ไม่ทำมาหาแดกอะไรแต่รวยเอา รวยเอา มีที่ มีฟาร์ม มีไร่องุ่น
    เอออย่างนี้ ไม่เห็นมีใครว่ามันเลว ไอ้ผู้ใหญ่ในพรรคก็เปลียนเมียกันมั่วไปหมด คนก็ยังว่าพวกมันดี เป็นไงล่ะตอนนี้ตำรวจเละเทะไปหมด เพราะโดนไอ้เด็กนรก ล้วงลูก
    กะโปก มั่วไปหมด

  7. Red Bug permalink
    วันอาทิตย์ 16 สิงหาคม 2009 13:26 น.

    ไม่รู้ว่าพวกมันจะปกป้องสถาบัน หรือ เอาสถาบันมาปกป้องตนเอง แต่ดูแล้วน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะดูจากการกระทำแล้วมันเว่อร์ พูดเฉียดนิดเฉียดหน่อย
    กลายเป็นหมิ่นฯ หมดเลย แม้แต่คุณทักษิณ ไปกล่าวคำหมิ่นฯตรงไหน ผมก็ไม่เคยเห็นข้อความข่าว พวกนี้อาศํยเกาะกระแสเบื้องสูงให้ร้ายฝ่ายตรงข้าม โดยอาศัยเบื้องสูงเป็นเครื่องมือ มิเลวร้ายยิ่งกว่าอีกหรือ ไอ้การขึ้นคัตเอ้าท์ หรือป้ายใหญ่ขนาดนั้น มันคิดอะไรของมันจำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรือ ไอ้พรรคนี้แต่ละคนขนาดผมติดตามข่าวการเมือง และเป็นคนภาคเดียวกับมัน ผมยังไม่ค่อยรู้หน้าค่าตาของมันเลย นอกจากไอ้ห้อย ลูก ไอ้โหน ได้ดีทุกวันนี้เพราะมันห้อยโหนเขามา ไอ้นี่เข้าพรรคไหน พรรคนั้นแตกหมด เพราะจริงๆแล้วมันไม่เอาใคร นอกจากหวัง อำนาจ

  8. Red Bug permalink
    วันอาทิตย์ 16 สิงหาคม 2009 13:42 น.

    สุรยุทธ์ ดีจริงหรือ ถ้าดีจริง ลงจากเขายายเที่ยงสักทีซิครับ หรือไอ้กล้าณรงค์
    ถ้ากล้าจริง ชำระเขายายเที่ยงให้ที หรือช่วย ชำแหละ บ้านราคา สี่ล้าน ของใย
    จารุวรรณ เมรุฑกาลกินี ให้ที ว่ามันสี่ล้าน จริงหรือไม่ พวกนี้รู้จักความพอเพียงหรือครับ บอกชาวบ้านให้รู้จักความพอเพียง แต่ ตัวเองปากมันแพลบ คำว่าพอเพียง อย่าใช้กันพรำเพรื่อ มากนักเลย อย่าอาศัยคำพูดของท่านมาหากินกันเลย เลิกเสแสร้งเสียทีเถอะ บ้านเมืองจะได้เจริญ

  9. วันพฤหัส 20 สิงหาคม 2009 05:18 น.

    ใครที่อยู่บนเขายายเที่่ยงลงมาได้แล้ว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: