Skip to content

คำถามที่ค้างคาในประเทศไทย

วันพฤหัส 6 สิงหาคม 2009

Questions left unspoken in Thailand
by Tyrell Haberkorn
ที่มา – New Mandala
๒ ส.ค. ๒๕๕๒
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

Hillary Clintonนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้สิ้นสุดการเยี่ยมเยือนประเทศต่างๆในเอเซียเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ประเทศไทย หลังจากเข้าเยี่ยมนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่กรุงเทพ เธอได้สรุปจากการเข้าร่วมประชุมสุดยอดแห่งอาเซียนที่มีขี้นที่ภูเก็ต ด้วยคำพูดที่ซ้ำแล้วซ้ำอีกของเธอตลอดทั้งอาทิตย์ที่ว่า “อเมริกากลับมาแล้ว”

ดูเหมือนเป็นความตั้งใจที่จะเน้นให้เห็นถึงความแตกต่าง ระหว่างนโยบายของสหรัฐอเมริกาต่อเอเซียภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีบุช และนโยบายที่ทั้งตัวเธอและประธานาธิบดีบารัค โอบัมมา ตั้งใจร่วมกันเขียนขี้นมา แต่คงต้องใช้มากกว่าแค่คำประกาศ ที่จะเปลี่ยนผลที่เกิดมาจากแปดปีภายใต้รัฐบาลบุชใน “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” (War on Terror) ซึ่งมองข้ามเรื่องสิทธิมนุษยชนในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

และที่น่ากระอักกระอ่วนใจเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการตั้งใจปิดปากเงียบของนางคลินตันในเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย เป็นการบอกเป็นนัยๆว่า บางทีท่าทีการกลับมาของอเมริกาก็คือ การสมรู้ร่วมคิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยน้ำมือจากรัฐบาล

แทนที่นางคลินตันจะทำนิ่งเฉย ทำไมไม่ตั้งคำถามตรงๆไปยังนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นความตั้งใจของอเมริกาที่จะยุติการปกป้อง และนำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบ

     ๑.ประเทศไทยจะปล่อยผู้ถูกกักกันที่อ้างว่าเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และคนอื่นๆที่ถูกกักกันโดยพลการในภาคใต้ของประเทศไทยหรือไม่ ในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ รัฐบาลได้ประกาศกฎอัยการศึกในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนของประเทศไทย และต่อด้วยประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘

อำนาจรัฐจากส่วนกลางได้ริดรอนสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมต่างๆของประชาชน โดยการประกาศใช้กฎอัยการศึกด้วยเหตุผลว่า มีการลุกฮือของกลุ่มโจรมุสลิมทางใต้ จากนั้นยังออก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคู่กันเพื่อสร้างความกดดันให้เพิ่มขี้นไปอีก นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นต้นมา ประชาชนนับพันๆคนได้ถูกจับกุมตัว ตามระเบียบของกฎอัยการศึก ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติได้ ๗ วัน และระเบียบของ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ให้อำนาจเพิ่มการควบคุมตัวอึก ๓๐ วัน โดยไม่ต้องแจ้งข้อหา ซึ่งในช่วงเวลาทั้งหมด ๓๗ วันนี้ ผู้ถูกคุมตัวไม่มีสิทธิขอพบทนาย

ดิอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (The International Crisis Group) ให้ข้อสังเกตุว่าใน ๗ วันแรก ผู้ถูกควบคุมจะถูกกักกันในบริเวณที่กักขังชั่วคราวก่อน ห้ามทั้งญาติพี่น้องและบุคคลอื่นๆเข้าเยี่ยม ซึ่งทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวต้องเสี่ยงกับการถูกกระทำทารุณกรรมเป็นอย่างมาก บางคนได้ถูกคุมขังอย่างผิดกฎหมาย ถูกอบรม และถูกปล่อยตัวโดยไม่ผ่านขั้นตอนของศาล และบางคนถูกตั้งข้อหาเป็นอาชญากรต่อความมั่นคงแห่งชาติภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมตัวในข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ จะถูกควบคุมตัวโดยไม่ต้องมีการตั้งข้อหาเพิ่มมาอีก ๘๔ วัน การพิจารณาคดีความมั่นคงแห่งชาติของศาลนั้น เต็มไปด้วยความล่าช้า ผู้ถูกควบคุมตัวอาจถูกกักขังนานนับเดือนก่อนที่ศาลจะให้มีการพิจารณาคดี

     ๒.ประเทศไทยจะยุติการกระทำที่ทรมานและรักษาคำมั่นสัญญา ตามที่ให้ไว้กับสัตยาบันต่ออนุสัญญาต่อต้านการทารุณกรรมต่อองค์การสหประชาชาติหรือไม่ ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในสัตยาบันต่ออนุสัญญาต่อต้านการทารุณกรรมต่อองค์การสหประชาชาติเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐ อย่างไรก็ตามในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๒ ยังมีรายงานจากองค์กรนิรโทษกรรมสากลว่า รัฐบาลได้ใช้ปฎิบัติการด้วยการทรมานต่อประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย คดีที่ครึกโครมที่สุดเป็นคดีที่ อิหม่าม ยะผา กะเซ็ง ถูกทหารเข้าทำการควบคุมตัวโดยสงสัยว่า จะเป็นผู้ก่อให้เกิดความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ อิหม่าม ยะผาเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ จากบาดแผลเนื่องมาจากการถูกทรมานในระหว่างการสอบปากคำ ผลจากการชันสูตรศพพบว่า เขาได้เสียชีวิตจาก “การถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างรุนแรง” เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งปฎิบัติการทารุณกรรมจนอิหม่ามยะผาเสียชีวิตนั้น ไม่ปรากฎว่าได้รับโทษแต่อย่างใด

     ๓.ประเทศไทยจะยังคงใช้กฎหมายหมิ่นฯ (มาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา) และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ เพื่อเป็นเครื่องมือไว้ตรวจสอบการพูดและกดดันฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ นางคลินตันได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัว นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ที่กำลังถูกจำคุกในพม่า แต่นางคลินตันไม่มีการเอ่ยถึงนายสุวิชา ท่าค้อ และผู้ถูกจำคุกคนอื่นๆ หรือผู้ถูกกล่าวหาจากคดีหมิ่นฯในประเทศไทย ในขณะที่กฎหมายหมิ่นฯ ที่ห้ามการวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และห้ามมิให้ประชาชนทำการร้องเรียนใดๆ ได้อยู่คู่ประเทศไทยมานานนับปี แต่มีการนำมาใช้ถี่มากขี้นเมื่อปีที่แล้ว

ในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ นายสุวิชา ท่าค้อ ถูกตัดสินจำคุก ๑๕ ปีในข้อหาโพสต์คลิปดูหมิ่นกษัตริย์ภูมิพล กษัตริย์พระชนมายุ ๘๒ พรรษาของประเทศไทย ลงในยูทูป นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง หนุ่มนักเคลื่อนไหว ถูกตั้งข้อหาหมิ่นฯ จากการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนต์ ทั้งนักข่าว และบรรณาธิการเว็บไซต์ต่างๆ ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรเนื่องมาจากคำพูด หรือการปฏิเสธที่จะตรวจสอบคำพูดของบุคคลอื่น

หรือรัฐมนตรีต่างประเทศนางคลินตัน และรัฐบาลโอบัมมาเลือกที่จะใช้วิธีเงียบสำหรับประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันนางคลินตันได้กล่าวถึงนางออง ซาน ซูจีด้วยความปวดร้าวยามที่เธออยู่ในกรุงเทพเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ฉันท์มิตรมามากกว่า ๑๗๕ ปี ในระหว่างสงครามเวียตนาม ประเทศไทยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการจัดกำลังทหาร มีการให้ใช้พื้นที่สำหรับสร้างฐานทัพ และเป็นแหล่งพักผ่อนให้ทหารอเมริกา ผ่านมา ๓๐ ปี ประเทศไทยก็ยังคงเป็นประเทศที่ให้ความร่วมมือทั้งในด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคงกับประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อไม่นานมานี้ยังอนุญาตให้ซีไอเอใช้คุกลับที่อื้อฉาวในไทย แล้วทำไมจะต้องยกประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และความรุนแรงมาใช้ทิ่มแทงให้กระเทือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยเล่า

คำตอบง่ายๆก็คือ เพราะว่ามีชีวิตของผู้คนกำลังตกอยู่ในอันตรายไง

Advertisements
2 ความเห็น leave one →
  1. นางในหัวใจเธอ permalink
    วันศุกร์ 7 สิงหาคม 2009 10:39 น.

    นางฮิลลารี่ คลินตั้น (ทำงาน)เล่นการเมืองระหว่างประเทศ และอเมริกาคือจอมสร้างภาพตัวพ่อ เขาจะตามกลิ่นผลประโยชน์ไปทุก ๆ ที่ แล้วจะขึ้นขี่ทั้นที เมื่อเขาคิดว่าตัวเองเหนือกว่าและมีโอกาศ!!! อเมริกาจ๋า!!!!!!!!! เธอนะ ตกกระป๋องแล้ว เศรษฐกิจตกเหวก็เพราะ เธอนะแหละ (ลืมดูตัวเองนะเจ้า) พี่ไทยก็ไม่เบา(โง่เขลาแต่อวดฉลาด ย่อตัวโก่งโค้งให้เขาขี่เอาง่าย ๆมานานนับเท่าไหร่แล้วไม่รู้!!! อยากจะบอกว่า “เอาตัวเองให้รอดซะก่อนเถอะ” จีนจะผงาดมาแทนที่เธอ

  2. lll permalink
    วันจันทร์ 10 สิงหาคม 2009 18:49 น.

    พวกนี้มอง ผลประโยชน์ของชาติเขา มาก่อนสิ่งอื่นใด ตราบใดที่รัฐบาลผู้โง่เขลากว่าเขามองออก เขาก็จะทำเป็นดีตามมารยาทเพื่อรักษาผลประโยชน์เอาไว้ก่อน ใครมีอำนาจในเวลานั้นและพร้อมที่จะหยิบยื่นผลประโยชน์ให้กับพวกเขา เขาก็จะดีด้วยเป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: