Skip to content

นางคลินตันประกาศ จะเพิ่มความสัมพันธ์กับเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

วันเสาร์ 25 กรกฎาคม 2009

Clinton Heralds Deeper U.S. Ties with South-east Asia 
Written by Marwaan Macan-Markar    
๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๒
ที่มา – Australia.TO
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

Hillary Clintonกรุงเทพ (IPS) – รัฐบาลสหรัฐอเมริกาพยายามจะเพิ่มความสัมพันธไมตรีกับประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในอาทิตย์นี้ โดยทางกรุงวอชิงตันได้เข้าร่วมในสนธิสัญญาเพื่อความสงบและความมั่นคงในภูมิภาค

นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศ จะร่วมลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in South East Asia: TAC) เมื่อเธอจะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค (Regional Security Forum) ซึ่งจะมีขี้นที่สถานที่พักตากอากาศเกาะภูเก็ต

การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum: ARF) จะมีขี้นในระหว่างวันที่ ๒๒-๒๓ กรกฎาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับสูงของคณะรัฐมนตรีต่างประเทศของ สมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ และ ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน  (Dialogue Partners)

กลุ่มประเทศอาเซียนได้จัดตั้งในปี ๒๕๑๐ วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการแผ่ขยายของระบบคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค ประเทศดังกล่าวได้แก่ บรูไน พม่า (หรือ เมียนม่า) กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ประเทศไทย และเวียตนาม

ประเทศที่มีส่วนร่วมกับกลุ่มอาเซียนที่จัดตั้งมาได้ ๔๒ ปีนี้ ได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) นับตั้งแต่ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้จนถึงอินเดีย ออสเตรเลีย รัสเซีย และเกาหลีเหนือ

TAC ได้มีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน ๒๕๑๙ และเป็นนโยบายพื้นฐานสำหรับกลุ่มอาเซียนเพื่อสนับสนุนสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค นับตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๐๓ กลุ่มอาเซียนได้ถูกแบ่งแยกอันเนื่องมาจากสงคราม จากการยึดครองของกองทัพ และความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของสงครามประชาชน

กรุงวอชิงตันตัดสินใจที่จะเข้าร่วมลงนามในครั้งนี้หมายถึงว่า ยังคงเหลือเพียงแคนาดาประเทศเดียวที่เข้าร่วมการประชุม ARF แต่ไม่เข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญา TAC ซึ่งได้เปิดโอกาสให้ประเทศที่ไม่ได้อยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี ๒๕๓๐

นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับ IPS ว่า “ครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ หมายถึงว่าประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับอาเซียน ให้ความสำคัญเกี่ยวกับสันติภาพและความมั่นคงในแถบอาเซียน” เขากล่าวต่อว่า “สนธิสัญญา TAC เป็นหนึ่งในสนธิสัญญาที่สำคัญที่สุดในอาเซียน”

แต่นี่ไม่ใช่เพียงการส่งนางคลินตัน มาแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาบารัค โอบามาได้มีความสนใจในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นการแสดงทิศทางของนโยบายต่างประเทศที่สำคัญ คาดว่านักการทูตระดับสูงจากกรุงวอชิงตันจะเป็นผู้แผ้วทางเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศที่ร่วมใช้แม่น้ำโขง ซึ่งครั้งหนึ่งได้เคยเป็นสายน้ำหลักในช่วงสงครามของอเมริกาในแถบอินโดจีนนี้

นายวิทวัส ศรีวิหคกล่าวต่อว่า “ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขอร้องให้ประเทศไทยช่วยอำนวยความสะดวกในการประชุมประเทศในแถบลุ่มแม่น้ำโขงนี้” “นางฮิลราลี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศจะเข้าร่วมประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศกัมพูชา ลาว เวียตนาม และไทย”

ในระเบียบวาระการประชุมเป็นการสนทนาในหัวข้อเกี่ยวกับปัญหาข้ามประเทศ การบริหารทรัพยากร และการบริหารทรัพยากรทางน้ำ นายวิทวัสได้ยืนยันว่า “เป็นครั้งแรกที่พวกเขา (รัฐบาลสหรัฐอเมริกา) จะได้พบปะกับประเทศทั้งสี่เพื่อถกเถียงในเรื่องแม่น้ำโขง”

การให้ความสนใจของคณะรัฐบาลโอบาม่าต่อแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาคนี้ต่อนโยบายของกรุงวอชิงตัน ซึ่งหัวข้อเรื่องแม่น้ำโขงได้ถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมของวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์ที่แล้ว

การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการเสริมในสิ่งที่กรุงวอชิงตันเคยทำมาก่อน โดยเป็นผู้เล่นที่สำคัญในภูมิภาค โดยใช้ความสำคัญในทางการทูตแบบใหม่ โดยเป็นตัวกลางระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งอวดศักดาออกมาของเอเซียนั่นคือ จีน และอินเดีย

นายโรดอลโฟ ซีเวอริโน อดีตเลขาธิการอาเซียนเมื่อปี ๒๕๔๑-๒๕๔๕ ได้กล่าวว่า “ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกที่ได้แต่งตั้งทูตประจำอาเซียน” “รัฐบาลโอบัมม่ากำลังดำเนินการสานความสัมพันธ์ให้มากขี้นโดยการลงนามเข้าเป็นภาคีในสนธิสัญญา TAC

แต่นายโรดอลโฟ ซีเวอริโนได้ตั้งคำถามต่อทรรศนะของนักวิเคราะห์บางคนที่ว่า กรุงวอชิงตันได้ละสายตาจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในอดีตรัฐบาลจอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช ซึ่งเน้นในภาระกิจ “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย (War on terror)” ความกังวลที่ว่าทำเนียบขาวเลิกสนใจในอาเซียนเห็นได้จากการที่ นางคอนโดลีซซา ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศคนก่อนหน้านางคลินตัน ไม่เข้าร่วมประชุม ARF ถึงสองครั้ง

นายซีเวอริโน อดีตนักการทูตฟิลิปปินส์ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากสิงคโปร์ว่า “รัฐบาลบุชให้ความสำคัญกับกลุ่มอาเซียนมากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว(บิล คลินตัน)” “ประธานาธิบดีบุชได้พบกับผู้นำประเทศกลุ่มอาเซียนในระหว่างการประชุมสุดยอดของความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก: เอเปก Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ถึงสองครั้ง และรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกายังได้เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐมนตรีอาวุโสของอาเซียนได้เข้าพบด้วย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาส่งสัญญาณว่า ได้ทุ่มความสนใจให้กับเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มากขี้น หลังจากเข้ารับตำแหน่งเพียงหนึ่งเดือน โดยการส่งนางคลินตัน มาเยือนประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรก ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ

ข่าวจาก AFP ได้รายงานว่า นางคลินตันได้ปราศรัยจากประเทศที่ประธานาธิบดีโอบามาเคยใช้ชีวิตวัยเยาว์ที่นั่นว่า “ข้าพเจ้าตัดสินใจว่าข้าพเจ้าต้องการมาเยือนเอเซียเป็นครั้งแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากเราเห็นว่า ในหลายปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ให้ความสนใจในดินแดนของเอเซียอีกหลายส่วน” “ความสนใจของเราไม่ได้มีเพียงแค่เพียงประเทศจีน”

ในระหว่างการปราศรัยเมื่อไม่นานมานี้ที่องค์กรสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council of Foreign Relations) นางคลินตันได้สะท้อนให้เห็นมุมมองดังกล่าวว่า “เราได้เริ่มต้นด้วยการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพันธมิตรดั้งเดิม ซึ่งได้จืดจางไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา” จากรายงานข่าวของ AP นางคลินตันได้กล่าวว่า “เราเป็นชาติที่มีเนื้อที่ทั้งฝั่งมหาสมุทรแอทแลนติก และมหาสมุทรแปซิฟิก”

การร่วมลงนามในสนธิสัญญากับกลุ่มอาเซียน เป็นการประกาศว่า รัฐบาลโอบามามีความสนใจที่จะเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับพหุภาคี (Multilateral level) มากกว่าในระดับทวิภาคี (Bilateral level) ซึ่งแคบกว่า นายโรเบิร์ด ฟิตส์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาซึ่งเคยเข้าประจำตำแหน่งในเมืองหลวงของประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มาถึง ๓ ประเทศกล่าวว่า “รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันนี้ เข้าใจว่าการสร้างความสัมพันธ์ในระดับพหุภาคีนั้นต้องกินเวลามาก”
 
นายฟิตส์ให้สัมภาษณ์ว่า “กรุงวอชิงตันมีความเข้าใจมากขี้น ด้วยการเริ่มดำเนินการสร้างความมั่นใจ ไม่ใช่เพียงแต่หวังผลเท่านั้น” “พวกเขาเข้าใจว่าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มีความเป็นพหุภาคี ซึ่งในอดีตพวกเขาเน้นความสนใจแต่เพียงทวิภาคี”

Advertisements
2 ความเห็น leave one →
  1. punyachon permalink
    วันจันทร์ 27 กรกฎาคม 2009 02:52 น.

    I believe that the US Intelligence had advised Mrs. Clinton what colors she should avoid during her participation on the ASEAN SUMMIT CONFERENCE in Thailand at Phuket! She seems to understand our country political turmoil but she is wise and diplomatic not to interfere with our inside problems but respect the decision of Thai people to compromise and make Thailand as the land of smile again. I’m impressed with her stand for firm DEMOCRACY…”politician comes and goes…people win and lose election…but when the election is over…we (the Democrats and the Repulicans) try to work together to the best of our country” According to her,COUNTRY must come first! I can’t help but thinking that she would like to express her good will to tell Thai people to play by rules and once the majority of the people vote for their representatives to work for them,the loser should be able to accept it!! That is the beautiful of DEMOCRACY in my opinion!!!

  2. Wanwiphaporn Robertson-F0x permalink
    วันเสาร์ 15 พฤษภาคม 2010 14:36 น.

    Wanwiphaporn Robertson – Fox
    133/201 Paradise Gardens,
    Klong Samprawett,
    Lat Krabang,
    Bangkok 10520
    Thailand.
    15th May 2010

    Dear Sir or Madam,

    I am writing to you for help – please help my country.

    I am a Thai national and I cry for what the government is doing to my country because they are killing my people. They say they are in control but, if so, why do they keep on killing?

    They say the military only use live ammunition to defend themselves but none of them died last night but the paper says seven protestors did but with reports of “bodies being put onto pick trucks” is that really the true figure? No, it is much higher.
    The government and military say they only shoot below the knee but are those injuries fatal? At least fifty people are known to have been killed in the last two months and it will continue. Thailand needs help from outside. Do not sit back UN, please, insist on becoming involved, sympathetic statements do not save lives..

    The Deputy Prime minister, Suthep Thaugsuban, refuses to answer allegations that he is responsible for the 20th April slaughter, why? If he has the same confidence of the Thai justice system as he constantly upholds why does he not subject himself to a fair hearing? This is the same Deputy Prime Minister who not only failed to disperse the UDD protestors that night but also failed in his attempt to arrest three of their leaders and only succeeded in having two of his own men held as temporary hostages. This is the same Deputy Prime Minister who, when asked if he wanted Major General Khattiya caught dead or alive replied, it is reported “Does it matter? He is a terrorist.”
    Yet when Khattiya (Commander Red) is the victim of an assassination attempt his department, within hours, is on record as saying they are not responsible; even before any investigation has started. Do you believe that? There are many who are not convinced.

    Abhisit Vejjajiva’s government has no mandate from the Thai people, it is illegitimate having seized power by means of an unethical coalition with a faction of the, now, main opposition party.
    Thai people want peace, equal opportunity, fairness and justice and treatment under the law. We do not have that now…we face another night of innocents being killed just to support a failed government in a failed state.

    Help me please, help my people, help my country.

    Yours faithfully,

    Wanwiphaporn Robertson-Fox

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: