Skip to content

ประชาธิปไตยแบบไทยๆ และการจัดระบบสังคมของศักดินา

วันอังคาร 14 กรกฎาคม 2009

Thai style democracy and elite communalism
By Frank G. Anderson
July 10, 2009
ที่มา – UPI Asia.com
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

กรุงเทพ – ลัทธิคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของประเทศไทยอย่างเปิดเผยมานับสิบๆปี แต่สหายสนิทนั่นคือระบบการจัดองค์กรทางสังคม (communalism)ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ระบบการจัดองค์กรทางสังคมเป็นแนวคิดซึ่งผนวกทรัพยากรของชาติ กลุ่มแรงงานแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของรัฐบาลกลาง ร่วมแรงร่วมใจกัน โดยที่ทุกคนต่างทำงานในส่วนของตัวเอง และใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ควบคุมมาจากส่วนกลาง เพื่อให้เกิดผลดี และอยู่ภายใต้การนำที่ชาญฉลาดของบุคคลเปรียบประดุจสัญญลักษณ์แห่งชาติ แนวคิดนี้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงไปสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์กลายๆในประเทศไทย

โดยส่วนรวมและค่านิยมทางสังคมเป็นการบังคับให้เห็นด้วยว่า ผู้นำอาวุโสบางคนเป็นผู้สูงศักดิ์ บางคนเกือบเปรียบประดุจสมมุติเทพ และรัฐบาลรู้ดีที่สุด และบุคคลปกติจะมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ซึ่งตรงข้ามกับความจริงที่ต้องยอมรับว่า บุคคลถ้าปราศจากความจงรักภักดีแล้วเป็นเรื่องผิดปกติ ความคิดเช่นนี้จะพบในรัฐบาลที่ปกครองอย่างกดขี่ เดิมเคยมีแต่ประเทศพม่า แต่ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดว่ามีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ใครก็ตามที่ดึงดันหรือพยายามต่อต้านกับระบบในประเทศดังกล่าวจะถูกกำจัด ไม่ช้าก็เร็วบุคคลที่เหลือจะมองเห็นภาพในที่สุด

ผลที่ตามมา รัฐนาวาของไทยจึงเคลื่อนไปไหนไม่ได้ไกลไปจากญาติที่ใกล้ชิดอย่างประเทศพม่าและกัมพูชา ซึ่งเป็นรัฐนาวาที่คล้ายคลึงกัน และแน่นอนย่อมจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ในส่วนที่คล้ายคลึงกันนั้นได้นำพาให้แนวทางปฎิบัติของประเทศเพื่อนบ้านแห่ง “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และยิ่งเนิ่นนานไป ย่อมส่งผลกระทบต่อนโยบายของกลุ่มอาเซียนทั้งจากภายในและภายนอก

ตราบใดที่สถานะเดิมของศักดินาไม่ถูกคุกคามมากนัก ก็จะเป็นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ทิศทางของระบบประชาธิปไตยที่น่าเชื่อถือ ไปเป็นระบบอุปถัมภ์ที่คับแคบ ประเทศไทยพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่จะสอนคนอื่นว่า คนเหล่านั้นช่างไม่เข้าใจว่า ระบอบกษัตริย์เป็นศูนย์รวมแห่งคุณธรรมโดยเฉพาะ และถ้ายังไม่ยอมเข้าใจอีก บุคคลเหล่านั้นจะกลายเป็นพวกโง่เขลาหรือมีเจตนาร้ายต่อราชอาณาจักร วลีที่ได้ยินซ้ำซากที่ว่าบรรพบุรุษเป็นผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศชาติ เป็นเพียงข้ออ้างในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ”

ในศตวรรษที่ ๒๑ ความคิดระดับมันสมองในทางการเมืองไม่ต่างจากลัทธิคอมมิวนิสต์ในไทย ทั้งเรื่องโครงสร้างและแนวทางตรวจสอบความโปร่งใส ดูเหมือนจะได้ผู้ชนะเลิศคนใหม่ที่มีลักษณะอย่าง ลักษณา กรณ์ศิลป เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ลักษณาได้เข้าแจ้งความ ข้อหาหมิ่นฯต่อคณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย

หลังจากการแจ้งความเมื่อเดือนมิถุนายนแล้ว ข่าวจากประชาไทซึ่งเป็นเว็บไซต์การเมืองที่ได้รับความนิยมรายงานว่า ลักษณา ได้ออกแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เธอจะมาอธิบายและขยายความในข้อกล่าวหาต่างๆที่มีต่อสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้ร่วมมือกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และจากการวิเคราะห์ของเธอเองว่า เป็นการสมคบคิดร่วมวางแผนต่อต้านราชวงศ์ และคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ

ลักษณาได้อ้างต่อว่า ระบบการปกครองในประเทศไทยไม่ได้เป็นระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่เป็นประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อย่างไรก็ตาม สามัญสำนึกบอกว่านี่เป็นการขัดแย้งกัน โดยเฉพาะถ้าอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลาย ประชาไทได้อ้างคำพูดของลักษณาว่า “เมื่อไม่นานมานี้ บางสื่อได้บิดเบือนความจริง ประเด็น (ในข้อหาหมิ่นฯ) นี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความมีเสรีภาพในการพูด ดิฉันให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในเรื่องเสรีภาพทางการพูดนี้ แต่ไม่สนับสนุนการเผยแพร่ในเรื่องโกหกและการเคลื่อนไหวใต้ดินเพื่อทำการสั่นคลอนทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงภายในของประเทศไทย สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศและสื่อที่คล้ายกัน ได้ถูกสอนให้ตรวจสอบความจริงของบทความอย่างรอบคอบก่อนที่จะทำการตีพิมพ์บทความที่ส่อความอคติ ประเทศที่มีความรู้เช่นจีนและญี่ปุ่นต่างสามารถแยกแยะออกได้ว่า เรื่องไหนคือข่าว เรื่องไหนคือเรื่องโกหก คดีหมิ่นฯไม่ได้ใช้ฟ้องใครก็ตามนอกเสียจากว่า คนนั้นจะแสดงเจตนาร้ายอย่างโจ่งแจ้งซึ่งพิสูจน์กันได้ ไม่ใช่ใครจะเที่่ยวไปฟ้องคดีหมิ่นฯถ้าไม่มีสาเหตุจูงใจ ไม่งั้นคดีก็ไม่ผ่านขั้นตอน หรือจำเลยจะได้รับการอภัยโทษในเวลาไม่นานนัก ตัวโจทก์เองอาจจะถูกฟ้องกลับอย่างหนัก ถ้าไม่สามารถแสดงหลักฐานเพียงพอที่จะแสดงว่ามีเจตนาร้ายอย่างไร

หลายสื่อที่ขาดความรู้ในด้านกฎหมายและมีความผิดที่เขียนข่าวออกไปว่า ใครจะฟ้องใครก็ได้ เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสด้วยพระองค์เองว่า พระองค์เป็นเพียงบุคคลหนึ่งซึ่งสามารถกระทำผิดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ประชาชนจะมีเสรีที่จะตั้งข้อกล่าวหาอย่างไม่เหมาะสม และสร้างเรื่องโกหกเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัว การประพฤติดังกล่าวจะสร้างความขุ่นเคืองถ้ามีการแจ้งข้อกล่าวหากัน โดยเฉพาะถ้าใช้เรื่องหมิ่นฯมาเป็นเครื่องมือสำหรับ่ใช้ข่มขู่ล้มล้างความมั่นคงภายใน”

ลักษณาลืมอธิบายไปว่า การโกหกที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งชาติและต่อราชวงศ์ อาจเริ่มมาจากฝ่ายทหารซึ่งนิยมการกดขี่และมีแนวโน้มที่จะสลับวลีจาก “เสรีภาพในการพูด” ไปเป็น “คุกคามความมั่นคงแห่งชาติ” ทั้งคำพูดและการกระทำของพวกเขาได้รับการปกป้องควบคู่กันไปจากรัฐ และพวกเขาเป็นผู้ทำลายความมั่นคงแห่งชาติ พวกเขาดูเหมือนจะไม่พร้อมกับความมีเอกภาพทางสังคมและเสรีภาพในการพูด พวกเขาสามารถโค่นป่าและอ้างว่าไม่เคยมีป่าอยู่ที่ตรงนั้น

การให้ความเห็นเกี่ยวกับมุมมองที่ต่างไปจากเธอ ลักษณาได้กล่าวว่า บล็อกต่างๆตามอินเตอร์เน็ตจะเขียนโดยบล็อกเกอร์นิรนามและนักข่าวเถื่อน เพื่อพยายามปกปิดความผิดของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

ทั้ง “บล็อกเกอร์นิรนาม” และ “นักข่าวเถื่อน” ต่างก็แทบไม่ได้คิดหวังผลประโยชน์ใดๆ เพียงแค่อยากช่วยเปิดหูเปิดตา แก่ผู้ที่มืดบอดจากความคิดดักดานของตัวเอง

การแสดงออกทางคำพูดในประเทศไทยที่ไม่ได้รับการปกป้องนั้น เป็นเหตุผลหลักต่อการคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ และไม่ต้องสงสัยในเรื่องนี้เลยว่า ขณะนี้การขาดการปกป้องเสรีภาพทางการพูด เป็นแบบฉบับของคอมมิวนิสต์กลายๆที่เห็นได้ชัด ซึ่งจะนำไปสู่การกดขี่ที่หนักข้อขี้น และแพร่หลายมากยิ่งขี้น

(communalism = ระบบการจัดองค์กรทางสังคม ซึ่งสมาชิกในชุมชนมีการจัดการปกครองตนเอง โดยขึ้นต่อส่วนกลางหรืออำนาจบังคับจากภายนอกน้อยมากในแต่ละชุมชน กิจกรรมส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยธรรมเนียมและประเพณีและความรู้สึกร่วมมือร่วมใจ ปัจเจกชนขึ้นต่อผลประโยชน์ของชุมชน ขณะเดียวกันก็ได้รับการคุ้มครองดูแลจากชุมชน แนวคิดนี้ส่วนใหญ่ใช้อธิบายชุมชนคอมมิวนิสต์แบบโบราณ และชุมชนอุดมคติก่อนไปถึงขั้นสังคมแบบสังคมนิยม ที่มา – วิทยากร เชียงกูล)

Advertisements
One Comment leave one →
  1. rose permalink
    วันเสาร์ 13 กุมภาพันธ์ 2010 23:01 น.

    ไม่เอาประชาธิปไตยแบบไทยๆ เพราะมันไร้มาตรฐาน อยากจะได้ประชาธิปไตยแบบสากลอ่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: