Skip to content

นักปรัชญาชายขอบ: ศัตรูของเราในนามของความรัก “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

วันอาทิตย์ 21 มิถุนายน 2009

นักปรัชญาชายขอบ
Sat, 2009-06-20
ที่มา – ประชาไท

ทุกครั้งที่เราประกาศตัวว่าเป็นผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประกาศตัวว่าเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เรามักเชื่อมั่นอย่าง dogmatism ว่า ฝ่ายเราถูกเสมอ แม้ว่าการกระทำในนามของความรักและการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะเป็นการละเมิดกฎหมาย  ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ก็ตาม

เพราะอะไร? เพราะเราถูกปลูกฝังให้เชื่ออย่างฝังหัวว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภารกิจในนามของความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จึงเป็นภารกิจศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยอย่างชนิดที่ถ้าใครตั้งคำถามต่อภารกิจดังกล่าวย่อมเป็นเรื่องผิดบาปที่ไม่อาจอภัยได้

แต่เราไม่เฉลียวใจบ้างเลยหรือว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ที่เราถูกสอนให้ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองมาตั้งแต่เรียนชั้นประถมนั้น ความหมายทั้งในเชิงอุดมการณ์และรูปธรรมของมันคืออะไรกันกันแน่!

มันคือชาติของใคร? คือชาติของคนส่วนน้อยที่มีอภิสิทธิ์ด้วยสถานภาพทางสังคมและสถานะแห่งทุนซึ่งเสพสุขสบายบนโครงสร้างทางสังคมการเมืองที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้กดขี่กินแรงและดักกินกำไรคนส่วนใหญ่ คนยากไร้ทั้งทางการศึกษา โอกาส และต้องเสียเปรียบทุกด้านมาตั้งแต่เกิดใช่หรือไม่

มันคือชาติซึ่งกรรมกรรมกรสร้างเมืองโอ่อ่าอลังการ แต่ตัวเองซุกหัวนอนใต้เพิงพักหมาแหงน เกษตรกรผลิตข้าวปลาอาหาร และต้องส่งลูกหลานไปเป็นทหารเกณฑ์ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (และเป็นทหารรับใช้นายพล ลูกเมียนายพล คุมสถานบันเทิงตามคำสั่งนาย ฯลฯ) ฯลฯ ชาติในความหมายดังกล่าว (เป็นต้น) นี้มันน่ารักจริงหรือ?

แท้จริงแล้วชาติที่เราควรรักและปกป้อง จะต้องหมายถึงประชาชาติทั้งหมด ที่มีคุณค่าความเป็นคนเท่าเทียมกัน การรักและปกป้องประชาชาติจะต้องต่อสู้เพื่อขจัดความอยุติธรรมเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ค่านิยม ความเชื่อ อุดมการณ์ วัฒนธรรม ให้หมดไป และต้องสร้างความเป็นธรรมเชิงโครงสร้างในด้านต่างๆดังกล่าวให้เป็นจริง

ศาสน์คืออะไร หรือคือศาสน์ของใคร? คือเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของธุรกิจวัตถุมงคล บูญพานิชแบบขายตรง เครื่องมือสนับสนุนความศักดิ์สิทธิ์ของวัฒนธรรมชนชั้น อำนาจนิยม อุปถัมภ์นิยม และกระทั่งลัทธิบริโภคนิยม เป็นศาสน์ของกษัตริย์ อำนาจรัฐ อำนาจทุน หรือเป็นศาสน์อันเป็นบ่อเกิดของภูมิปัญญารู้คุณค่าที่เท่าเทียมของมนุษย์ เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้เหตุผลแก่คนส่วนใหญ่ เป็นศาสน์ซึ่งมีพลังในการสร้างทางดับทุกข์ของปัจเจกบุคคลและทุกข์ทางสังคม โดยเฉพาะทุกข์ที่เกิดจากความไม่เป็นธรรมในมิติต่างๆ

กษัตริย์เพื่อกษัตริย์หรือกษัตริย์เพื่อประชาชาติ? ในระบอบประชาธิปไตยสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ต้องไม่ใช่สถาบันที่อยู่เหนือหลักความเสมอภาคและความเป็นธรรมทางสังคม ต้องไม่อยู่เหนือหลักการที่ว่าทุกสถาบันต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผล และหลักการที่ว่าทุกสถาบันต้องโปร่งใสตรวจสอบได้

ในเมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่ได้ก็ด้วยความยินยอมของอำนาจแห่งปวงชน ดังนั้น การดำรงอยู่ของสถาบันกษัตริย์จึงอิงอยู่กับฐานอำนาจของปวงชน จึงต้องเป็นสถาบันของปวงชนที่ดำรงอยู่โดยไม่ขัดกับหรือต้องตอบสนองต่อความเป็นธรรมและผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชาติ

น่าเศร้าที่การต่อสู้ทางการเมืองในนามของความรักและการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ในประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยแทบทุกครั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนจะไม่ชัดเจนในความหมายของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และคลุมเครือว่าจะเป็นชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ของใครกันแน่

การต่อสู้ในนามของความรักและการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในความหมายที่คลุมเครือนั่นเอง จึงส่งผลเป็นการทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ในความหมายที่ควรจะเป็นเสียเอง คือเราใช้วาทกรรมชาติ ศาสน์ กษัตริย์ทำลายโอกาส และช่องทางในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น แล้วใช้วาทกรรมดังกล่าวไปสนับสนุนโครงสร้างด้านต่างๆของสังคมที่อยุติธรรมอยู่แล้วให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงต่อไป

นี่คือศัตรูของเราที่มาในนามของความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์!

Advertisements
5 ความเห็น leave one →
  1. วันอาทิตย์ 4 กรกฎาคม 2010 12:11 น.

    ประเทศไทยทุกวันนี้กำลังถอยหลังอย่างน่าสงสารนะครับ เพราะกลุ่มคนบางกลุ่มที่คิดจะเปลี่ยน
    เปลี่ยนอะไรสักอย่าง ที่คนไทยส่วนใหญ่รับกันไม่ได้ เพียงเพราะว่าอยากให้ประเทศชาติเจริญจริงหรือ?
    หรือกลุ่มคนเหล่านั้นดเค้ากำลังคิดอะไรมากกว่านั้นซึ่งคนธรรมดาแบบพวกเราไม่มีทางรู้
    แต่คนธรรมดาแบบพวกเรา ก็จักคำว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ดีกว่าคนกลุ่มนั้นแน่นอน

  2. ออออ permalink
    วันอาทิตย์ 4 กรกฎาคม 2010 16:09 น.

    ไม่มีใครอยากไปเปลี่ยนพวกเค้าหรอก แต่พวกเค้าน่ะระแวงมากไป และหากำจัดคนที่พยามจะพูดถึงความยุติธรรม เท่าเทียมกันในสังคม ความเหลื่อมล้ำอันเกิดจากระเบียบที่ไม่ถูก ขาดการตรวจสอบ อันที่จริงพวกเจ้าน่าสงสารน่ะ พวกเค้าได้ยินแต่คำสรรเสริญเยินยอ จนถึงขั้นหลงตัวเอง ทำให้มองไม่เห็นความจริง และคนที่บอกว่าจงรักภักดีกับพวกเจ้าน่ะ ก็จงรักแบบที่พูดกันเป็นแบบแผนน่ะ หาได้พูดอย่างเข้าใจ ตัวอย่างเจ้าเมืองนอก เค้าโปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนไม่ได้จงรักภักดี กับเค้าเลยแต่รักพวกเค้าน่ะ แต่นั้นแหละพวกเราๆคนธรรมดาน่ะได้รับข้อมูลมาด้านเดียวตลอดชีวิตทำให้ไม่รู้อะไรเยอะ อย่างเรื่องที่กษัตริยไทยรวยที่สุดในโลกน่ะ นิตยสารเมืองนอกเค้าจัดจากทรัพย์สินทั้งหมด หลงนึกว่าเป็นสุลต่านบรูไนตั้งนาน อย่างนี้เป็นต้น เฮ้อ… น่าเศร้าที่พวกเราถูกปิดหูปิดตามมากว่า หกสิบปี เฮ้อ…

  3. Gangkaitia permalink
    วันพฤหัส 22 กันยายน 2011 10:34 น.

    ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลด้วยความจงรักภักดี ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอานุภาพแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทรงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากโรคาภัยอันตรายทั้งปวง พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ตราบชั่วกาลนานเทอญ
    Gangkaitia “รักในหลวง”

  4. Gangkaitia permalink
    วันศุกร์ 30 กันยายน 2011 09:03 น.

    ขอประนม ก้มกราบ แทบพระบาท
    ขอทุกชาติ อยู่ใกล้องค์ พระทรงศรี
    ขอพระชน มายุยืน ถึงหมื่นปี
    ขอถวาย ราชพลี หากมีภัย
    Gangkaitia “รักในหลวง”

  5. Gangkaitia permalink
    วันศุกร์ 30 กันยายน 2011 09:06 น.

    ขอจงทรง พระเจริญ ยิ่งยืนนาน
    ขอพระองค์ สำราญ ทุกกาลสมัย
    ขอทรงหาย ทุกข์โศก เพราะโรคภัย
    ขอพลา นามัย ทรงแข็งแรง
    Gangkaitia “รักในหลวง”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: