Skip to content

ศักดินาไทย ดิ้นรนจะจับชาวชนบทถ่วงน้ำ

วันอังคาร 16 มิถุนายน 2009

Thai elite struggles to bottle rural genie
By Tim Johnston บ้านหวาย ประเทศไทย
๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒
ที่มา – Financial Times
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

บ้านหวายก็เช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่นๆทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งเน้นการทานข้าวร้อนๆ ประกอบไปด้วยประชากรประมาณ ๖๐๐ คน ซึ่งทั้งชีวิตห่างไกลจากป่าคอนกรีตและความหรูหราอย่างกรุงเทพ การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสงบและมีเสน่ห์แบบบ้านนอก แต่อย่าได้เข้าใจผิด เพราะทั้งหมู่บ้านมีส่วนร่วมกับความยุ่งเหยิงทางการเมืองในประเทศไทยอย่างเต็มตัว

เมื่อหน้าร้อนชาวบ้านหวาย ๒๔ คน คว้าเสื้อแดงขึ้นมาสวม เพื่อประกาศตัวเองกับฝ่ายตรงข้าม ปีนขี้นรถปิคอัพ และเดินทางซึ่งใช้เวลาแปดชั่วโมงเข้าสู่เมืองหลวง เพื่อร่วมการประท้วงในสิ่งที่พวกเขาได้เห็นว่า การเข้ามายึดอำนาจของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการละเมิดสิทธิ์อันชอบธรรมของพวกเขา

พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาสู่อำนาจหลังจากการประท้วงนานนับอาทิตย์ของผู้สนับสนุนเสื้อเหลืองของเขา ซึ่งนำไปสู่การปิดสนามบินนานาชาติของไทยทั้งสองแห่ง

ในช่วงหนึ่งของเดือนเมษายนได้มีการเดินประท้วงตอบโต้ ผู้ประท้วงจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ คน เรียกร้องให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งขี้นมาจากการลงคะแนนเสียงจากสมาชิกรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้ว การประท้วงได้นำไปสู่ความรุนแรง ยั่วยุให้กองทัพทำการปราบปราม

ความสงบได้กลับคืนสู่กรุงเทพ แต่ใจกลางชนบทของประเทศ ความเจ็บปวดในส่วนลึกที่เป็นแรงผลักดัน ให้ประชาชนจำนวนนับหมื่นๆ หลั่งไหลออกสู่ท้องถนนในเมืองหลวง ยังคงไม่จางหายไป

หมู่บ้านเช่น บ้านหวาย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว ๖๐๐ กิโลเมตร ชาวบ้านได้กล่าวว่า พวกเขารู้สึกถึงการถูกบรรดาศักดินาเมืองหลวงตัดสิทธิ์ออกจากขบวนการแห่งความเป็นประชาธิปไตย ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกจากจะใช้วิธีส่งเสียงโดยวิธีผ่านการประท้วงในที่สาธารณะเช่นนี้

ผ่องศรี ปานเลิศ แม่ค้าขายผลไม้ได้กล่าวว่า “ไม่มีสถาบันไหนที่จะให้เราพึ่งได้”

กลุ่มชาวบ้านจากประมาณ ๒๐ หมู่บ้าน ได้รวมตัวกันใต้ชายคาที่บ้านหวาย ถกกันถึงความทุกข์ทรมานของพวกเขา จากคำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากนางผ่องศรี คนอื่นๆได้พยักหน้าและตบมือเป็นระยะ

เธอได้กล่าวว่า ทั้งสภา ศาล กองทัพ และแม้แต่สื่อ ทั้งหมดไม่ได้ให้ความสนใจกับชาวไทยในชนบท เธอกล่าวต่อว่า “สถาบันส่วนใหญ่ใช้วิธีสองมาตราฐาน”

นางผ่องศรีและผู้ประท้วงคนอื่นๆมีความระอากับกฎหมายซึ่งระบุว่า ถ้าสมาชิกของพรรคการเมืองแม้แต่เพียงคนเดียวพบว่า ได้กระทำผิดในการโกงการเลือกตั้ง ทั้งพรรคจะต้องถูกยุบ และเจ้าหน้าที่พรรคทั้งหมดถูกห้ามลงเล่นการเมืองอีกห้าปี

นักการเมืองทั้ง ๑๓๕ คน ที่ถูกห้ามเล่นการเมืองตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองต่างๆที่ฝ่ายเสื้อแดงได้ให้ความสนับสนุน

ชาวบ้าน บ้านหวายได้ยอมรับว่า หัวคะแนนได้จ่ายเงินซื้อเสียงพวกเขา แต่ได้กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองทุกพรรคได้เสนอให้เงินทั้งนั้น แต่พวกเขาลงคะแนนจากสามัญสำนึกของพวกเขา ชาวนาอย่าง นายทวี มีชัย กล่าวว่า “ถ้าพวกเขาให้เงินเรา เราก็รับซิ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะลงคะแนนเสียงให้พวกเขา”

เสื้อแดงได้ให้การสนับสนุนอย่างท่วมท้นต่อ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งใช้แนวทางให้อำนาจอยู่ในมือชาวชนบทอันเป็นการพลิกโฉมหน้าการเมืองไทย ก่อนที่จะถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙

คุณทักษิณขณะนี้ได้ลี้ภัยอยู่นอกประเทศ และอิทธิพลของเขาค่อยๆลดลง แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ฝ่ายตรงข้าม จะสามารถจับจีนีชาวชนบทที่มีจุดมุ่งมั่นทางการเมือง กลับเข้าไปอยู่ในขวดแบบเก่า

ได้มีการวางแผนทำการประท้วงครั้งใหญ่อีกครั้งในปลายอาทิตย์หน้า นายประยูร ด่านขุนทด ชาวนาคนหนึ่งซึ่งเคยถูกจับเนื่องจากร่วมทำการประท้วงได้กล่าวว่า “เราไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพเพียงเพื่อทักษิณ ทักษิณก็เป็นหนึ่งในเสื้อแดง เราเข้ากรุงเทพเพื่อสู้ให้ได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตย”

นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงบทที่เกี่ยวกับการสั่งห้ามพรรคการเมือง เป็นการดำเนินการซึ่งชาวบ้านคิดว่าสมเหตุสมผล แต่พวกเขาได้เตือนว่า ไม่ใช่เอาแต่เลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไม่มีกำหนด อำพัน หูจอง เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าจากหมู่บ้านที่ใกล้ๆกันได้กล่าวว่า “เราเป็นห่วงว่ารัฐบาลจะไม่ยุบสภา และประชาชนจะหมดความอดทน”

ตั้งแต่ได้เข้ามาบริหารประเทศ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เขาได้หาหนทางสายกลางที่จะสร้างมติมหาชนทางการเมือง และเขาดูเหมือนว่า พอจะได้รับความสำเร็จจากชาวบ้านหวาย

ถึงแม้ว่าจะมีความโกรธแค้นจากวิธีการเข้าสู่อำนาจของนายอภิสิทธิ์ และชาวบ้านต่างรังเกียจต่อผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐบาลผสมของเขา จึงดูเหมือนว่า ความเกลียดชังทั้งหมดได้ตกสู่อภิสิทธิ์เพียงผู้เดียว

การยังคงใช้นโยบายประชานิยมของทักษิณด้วยความระแวดระวัง ซึ่งเป็นการท้าทายต่ออุดมการณ์ภายในพรรคของเขาเอง ในขณะที่ผู้นำเสื้อแดงอยู่ในระยะสับสน ผู้สังเกตการณ์บางคนได้มองเห็นแววนายอภิสิทธิ์ ที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งที่จะได้รับความนิยมจากเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งอาจนำพาประเทศไทยออกมาจากทางตันของการเมืองไทย

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: