Skip to content

ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล: ประเทศไทยจะเลี่ยงจากการจมปลักได้หรือไม่

วันพฤหัส 23 เมษายน 2009

Can Thailand Avoid the Abyss?
ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล – อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศแห่งประเทศไทย
๒๑ เมษายน ๒๕๕๒
ที่มา – The Huffington Post
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

การรณรงค์สร้างกระแสความเกลียดชังในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๘ และเข้มข้นขี้นเมื่อปี ๒๕๕๑ ซึ่งได้ประสบความสำเร็จและทำให้เกิดการแตกแยกของสังคมไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน ถึงเวลาแล้วที่การเมืองในเมืองไทยจะต้องตั้งต้นใหม่ก่อนที่จะสายเกินแก้

เป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัว ถ้าสังเกตว่าทั้งเนื้อหาสาระและคำพูดที่นำมาใช้นั้น มีความคล้ายคลึงกับที่มีการใช้ในราวันดา ซึ่งนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศนั้นเมื่อ ๑๕ ปีที่ผ่านมาแล้ว

ความสำเร็จในการรณรงค์สร้างกระแสความเกลียดชัง ต้องเป็นหนี้บุญคุณกับสถานีโทรทัศน์ ที่ทำการออกอากาศสดๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกในการปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง ตลอดทั้งวันตลอดทั้งคืน แถมด้วยมีการชุมนุมประท้วง รวมถึงการเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล และบุกปิดสนามบินนานาชาติหลายแห่งของผู้ชุมนุมแต่งเหลือง ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งมุ่งมั่นที่จะเอารัฐบาลจากการเลือกตั้งหลายชุดลงให้ได้ พันธมิตรได้เรียกร้องให้สภา มีสมาชิกมาจากการแต่งตั้งให้มากกว่าที่มาจากการเลือกตั้ง

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจน ว่าการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของชาติไทย ด้วยเป้าหมายเพียงเพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับกันในประเทศไทย และกองทัพกลับทำเฉย ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบ “เสื้อเหลือง”

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้มีการเลียนแบบตัวอย่างของ “เสื้อเหลือง” จากประชาชนฝ่ายตรงข้ามที่เป็นสมาชิกของ นปช. โดยการใส่เสื้อแดง ออกมาสู่ท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้คืนประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้กับประเทศไทย ผลก็คือการประชุมสุดยอดของภูมิภาคต้องถูกเลื่อนอย่างกระทันหัน และในครั้งนี้ กองทัพได้ดำเนินการอย่างเร่งรีบในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบ “เสื้อแดง”

ขณะนี้กลุ่มต่อต้านในประเทศไทยได้มองเหตุการณ์เป็น “ต้องมีคนแพ้คนชนะ” ซึ่งผู้ชนะกินรวบ ผู้แพ้หมดหน้าตัก ทัศนคติแบบนี้ไม่มีทางออกเพื่อผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ผลที่ตามมาหลังจากรัฐประหาร คนไทยหลายคนได้เริ่มเชื่อว่าได้มีการปฎิบัติแบบสองมาตรฐาน ซึ่งด้านหนึ่งทำผิดกฎหมายแต่ไม่ถูกลงโทษ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งกลับได้รับการลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด

ทั้งสองฝ่ายมุ่งโจมตีตัวบุคคลที่เป็นกุญแจหลักอย่างถึงพริกถึงขิง กล่าวหาซึ่งสะเทือนความรู้สึก ด้วยวิธีแบบนี้ การใช้กำลังนำไปสู่การตอบโต้ ขยายไปสู่ความรุนแรง สถานการณ์อยู่ในระยะตึงเครียด มีโอกาสที่เหตุการณ์จะเลวร้ายลงไปอีก พร้อมกับลากประเทศไทยดิ่งลงสู่ก้นเหวลึก

เราจะยุติการขัดแย้งที่กำลังก่อตัวได้อย่างไร

ทางออกทางเดียวที่ผมมองเห็นได้ คือการยืมคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา นางฮิลลารี คลินตั้น ในช่วงที่ท่านได้พบปะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย นายเซอร์เก ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและอเมริกากำลังเสื่อมทรามลง โอกาสนั้นนางฮิลลารี คลินตั้นได้กล่าวว่า “เรามาเริ่มต้นกันใหม่” ในเวลานี้ผมก็พูดได้เช่นกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องตั้งต้นกันใหม่

การเริ่มต้นใหม่เป็นเรื่องจำเป็นที่เร่งด่วนสำหรับประเทศไทย ซึ่งหมายถึงว่าทุกฝ่ายต้องเปลี่ยนทั้งการคาดการณ์และท่าที และตามมาด้วยการกระทำที่สร้างสรรค์ แต่จะทำได้อย่างไร

๑. คนไทยจะต้องหยุดการใช้ทั้งเวลา กำลังความสามารถ และทั้งกำลังความคิดในการโจมตีและทำลายซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้คนไทยทั้งหลายควรนำไปใช้ในการร่วมสร้างหาคำตอบที่นำมาสู่การตกลงกันในทุกฝ่ายโดยผ่านการตกลงโดยวิธีการสร้างสรรค์และผ่านการสนทนากัน นั่นหมายถึงว่าทุกฝ่ายต้องหยุดมองสถานการณ์แบบ “ต้องมีคนแพ้คนชนะ” ต้องมีการเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อให้ทุกฝ่ายมองไปว่า “ได้รับผลประโยชน์ทุกฝ่าย” หรือ “ชนะด้วยกันทุกฝ่าย” โดยการร่วมมือสร้างด้วยกัน เพื่อได้ผลประโยชน์ด้วยกัน และเป็นการปกป้องราชอาณาจักรด้วยกัน

๒. คนไทยต้องแยกตัวบุคคลออกจากปัญหา และหยุดใช้ความคิดที่จะหาหนทางทำลายซึ่งกันและกัน เราต้องมีความอดทนต่อความต้องการที่จะต่อต้านใครสักคนจากเพียงข้ออ้างจากข่าวลือ หรือการกล่าวหาที่ขาดหลักฐาน การโจมตีตัวบุคคลรังแต่จะนำไปสู่การโจมตีกลับ และทำให้เรื่องมันยากขี้นทั้งสองฝ่าย เรื่องแบบนี้ควรมีการยุติ

๓. แทนที่ จะประกาศจุดยืน และคิดว่าเราไม่สามารถอยจากที่ได้ประกาศไปแล้วโดยไม่ให้เสียหน้า เรามาเน้นเฉพาะเรื่องความสำคัญของส่วนรวม และทำงานด้วยกันเพื่อหาทางออกด้วยกัน เราทั้งหมดเป็นคนไทย เราเคยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมามากกว่า ๘๐๐ ปีมาแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่สามารถร่วมมือร่วมใจกันได้

๔. คนไทยทุกคนต้องมีเหตุผลที่ดี ที่จะทำให้เชื่อได้ว่าไม่มีการปฎิบัติเป็นสองมาตราฐาน ขบวนการทางกฎหมายจะต้องใช้ได้สำหรับคนไทยทุกคน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ฝ่ายไหน คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะมาจากกรุงเทพหรือจากชนบท จะต้องให้มีสำนึกว่า เป็นคนไทยเหมือนกันหมด ด้วยสิทธิที่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายเดียวกัน นั่นรวมถึงสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง

๕. เราควรเลี่ยงให้มีการบังคับใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลัง ซึ่งเป็นการยึดสิทธิของประชาชนไป อย่างเช่นการที่กฎหมายที่ว่่าถ้ามีคนในพรรคการเมืองเพียงคนเดียวได้ถูกตัดสินว่ากระทำผิดในการละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง พรรคการเมืองพรรคนั้นจะต้องถูกยุบ และเจ้าหน้าที่ทำการของพรรคทุกคนหมดสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทั้งในสนามระดับท้องถิ่นและสนามระดับประเทศ และถูกห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา ๕ ปี นอกเหนือจากนั้นการบังคับใช้หลักสัดส่วน (the principle of proportionality) ควรถูกนำมาใช้เมื่อมีการพิจารณาจากศาล

๖. เราต้องหยุดการโต้เถียงว่ามีการปฎิบัติสองมาตราฐานในประเทศไทยหรือไม่ตั้งแต่วันทำรัฐประหารปี ๒๕๔๙ จนกระทั่งวันนี้ การโต้เถียงในจุดนี้ ไม่ได้สร้างผลดี รังแต่สร้างความแตกแยกทั้งสองฝ่าย นอกจากการกระทำความผิดที่ร้ายแรงที่มีหลักฐานแสดงแน่ชัด ความจริงที่ว่า สังคมไทยโดยส่วนใหญ่มีความรู้สึกถึงเรื่องการปฎิบัติอย่างสองมาตราฐาน และเพียงพอที่จะนำไปสู่การอภัยโทษคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองโดยทั่วหน้า

๗. บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึง จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นประชาธิปไตย

๘. ผลจากการเลือกตั้งที่จะมีในครั้งหน้าจะต้องมีการยอมรับ พรรคการเมืองทุกพรรคต้องคิดหาแนวทางที่มีผลเพื่อนำชัยชนะมาสู่การเลือกตั้ง การใช้วิธีการผิดกฎหมายเพื่อคว่ำบาตรผลการเลือกตั้งจะต้องไม่มีการให้อภัย

ผมต้องการที่จะเห็นวันที่คนไทยทุกคนเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยความภูมิใจไปด้วยกัน ใส่เสื้อสีอะไรที่เราต้องการ รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในสังคมและทำงานร่วมกันเพื่อนำราชอาณาจักรพร้อมกับสีต่างๆที่โบกสะบัดไปสู่ความสำเร็จ ในยุคโลกาภิวัตน์

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชึวะได้เน้นเสมอว่า เขามีความมุ่งมั่นที่จะนำไปสู่การรอมชอมด้วยการ สนับสนุนให้มีความยุติธรรม ให้มีความเป็นประชาธิปไตย และให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขากล่าวว่าจะเชิญพรรคการเมืองทุกพรรคที่เกี่ยวข้องมาร่วมปรึกษากันหาวิธีที่จะนำประเทศไปสู่ความก้าวหน้า การจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระและเป็นกลางอย่างแท้จริงที่เป็นที่ยอมรับจากพรรคการเมืองทุกพรรคที่เกี่ยวข้อง จะช่วยในเรื่องการประนีประนอมได้ ขณะนี้เป็นเวลาที่จะต้องมาเริ่มต้นประเทศไทยกันใหม่ โดยการเปลี่ยนคำพูดที่สวยหรูให้มาเป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรม

(ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล เคยรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จากวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๘ จนถึงวันที่มีการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ขณะนี้ได้เป็นอาจารย์อาวุโสสอนกฎหมายและการทูต แห่งศูนย์เบอร์เกิลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ)

Advertisements
2 ความเห็น leave one →
  1. newworld permalink
    วันพฤหัส 23 เมษายน 2009 13:29 น.

    dont cry red people, slowly slowly there the peace love and harmony are waiting for all of you.
    what that you need for now, get up and go for it…fight for true peace and love or stop and do nothing. all the same meaning…this is life.
    what are true… there are fight for business, both side people. MONEY MONEY MONEY. buddha`s teaching who you are what you need to do in daily
    FOOD/AIR and do nothing that all! for living.
    MONEY is WORLD WAR NEVER END… maked you broken! separate side world, country, provice, city, village and family by killing each other… just about the money and money is the king?
    king is the god its this?.
    look around you!!! what you seeing!!!
    or siting and close your eye and look in side you
    WHO YOU ARE?
    freedom its inside you brother~sister
    war its outside you, you think so?
    when you want to outside you need to fight for it. that all about PEACE LOVE & HARMONY

  2. วันพฤหัส 23 เมษายน 2009 15:39 น.

    Dear Sir,

    As you teach law at UCLA, I wish you would convey your message to the President of the USA. The issue in Thailand has been talk of the town, Mr. Obama may want to review US policy towards Thailand. Masterminding many massacres is not fun, isn’t it?

    US governments have been supporting many coups in my country which led to the deaths of a number of Thai people. What happened to your country was the results of what you have done. Wasn’t it enough?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: