Skip to content

ประชาไท: การคอรัปชั่นทางจริยธรรม ของนักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ

วันอาทิตย์ 19 เมษายน 2009

ศรัทธา สารัตถะ

ประชาไท
 

เพียงชั่วเวลาหนึ่งสัปดาห์ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า กลุ่ม นปช. ได้ถูกแปลงสภาพจาก “ประชาชนที่ชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย” กลายเป็น “คนอื่น” (the other) ในสังคมไทยอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงส่วนใหญ่ที่ครอบครองพื้นที่สื่อสาธารณะ ต่างประสานเสียงรุมประณามกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นผู้นิยมความรุนแรง กระทำสิ่งที่ไร้เหตุผล มีเจตนาสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวม…..อย่างไม่อาจเข้าใจ หรือแม้แต่ให้อภัย

 

ถ้าไม่ลืมง่ายจนเกินไป การแปะป้ายผู้ชุมนุม นปช. ในทางลบมาเป็นที่ประจักษ์ชัดมาโดยตลอด ในช่วงหลังการสลายการชุมนุม กลไกที่มีบทบาทในการแปะป้ายทำงานเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นนักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการและอื่นๆ พากันประสานเสียงแปะป้ายคนเสื้อแดงเป็น “ปีศาจร้าย” “เป็นภัยต่อความมั่นคง” “เป็นศัตรูของชาติ” “เป็นผู้ก่อจลาจล” “เป็นอาชญากร” “เป็นเหยื่อของระบอบทักษิณ” “เป็นผู้นิยมความรุนแรง” “เป็นพวกโง่ จน เจ็บ” “เป็นคนบ้านนอก ไร้การศึกษา” “เป็นพวกหัวอ่อน ถูกหลอกง่าย” ฯลฯ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม การแปะป้ายดังกล่าว ปูพรมให้กับการใช้กำลังเข้าจัดการคนเสื้อแดง


เนื่องจากการแปะป้ายคนเสื้อแดง มีส่วนสำคัญที่สร้างความชอบธรรมให้กับการใช้กองกำลังทหารเข้าจัดการกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง  การสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง กำลังสร้างบรรทัดฐานทางสังคมขึ้นมาใหม่ว่า การใช้กำลังทหาร พร้อมอาวุธสงครามบรรจุกระสุนจริงจัดการกับการชุมนุมของประชาชนเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับ หากมีเหตุผลที่เชื่อว่าสมควร
?   

 

ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังฝุ่นตรลบไม่จาง ความรู้สึกเจ็บปวดโกรธแค้นของผู้ชุมนุมยังคุกรุ่น กลับมีความพยายามเติมเชื้อลงไปในกองไฟ โดยการแปะป้ายผู้ชุมนุมเสื้อแดงแบบเหมารวม เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การจัดการแบบเหมาเข่งต่อไป น่าสงสัยว่า ความสามารถในการจำแนกแยกแยะได้สูญสลายไปจากสังคมไทยแล้ว?

 

การแปะป้ายทักษิณเป็น “อาชญากร” กำลังทำให้ “คนรักทักษิณ” รวมถึง “คนที่ไม่ปฏิเสธทักษิณ” กลายเป็น “อาชญากร” ไปพร้อมกัน ทั้งๆ ที่ความผิดของทักษิณ ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของทักษิณ เหตุใดชาวบ้านที่รักทักษิณ หรือคนที่ไม่ปฏิเสธทักษิณ หรือคนที่สวมเสื้อแดง แต่ไม่ได้นิยมชมชอบทักษิณ จึงถูกผลักให้อยู่ในฐานะอาชญากรที่ได้รับการลงโทษอย่างเท่าเทียมกัน?

 

คำร้องขอให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีผู้สูญหายหรือเสียชีวิตจากการใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมของประชาชน ถือเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมขั้นพื้นฐานซึ่งยอมรับกันในระดับสากล กลับถูกปัดทิ้งไปอย่างไร้ค่า บรรดานักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อสารมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการจำนวนมาก ซึ่งเคยแสดงบทบาทแข็งขันในการเรียกร้องสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เมื่อคราวสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร กำลังแสดงให้เห็น “สองมาตรฐานทางจริยธรรม” ของพวกเขาอย่างหน้าไม่แดง (ดูเพิ่มเติมความเห็นในบทความของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในประชาไท) ด้วยคำพูดราบเรียบและน้ำเสียงเยียบเย็น พวกเขาเปล่งวาจาประสานเสียง “รัฐบาลทำตามขั้นตอน รัฐบาลทำได้เรียบร้อยดี”

 

นักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการทั้งหลายมองไม่เห็นผลกระทบของการแปะป้าย การเลือกปฏิบัติ และสองมาตรฐานทางจริยธรรมของพวกเขา ทั้งๆ ที่พวกเขาอ้างตัวเป็นกลางทางการเมือง พร่ำพูดเสมอถึงความศรัทธาในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ยืนยันว่าเกลียดความรุนแรง เรียกร้องหาระบบธรรมาภิบาลที่โปร่งใส และอวดอ้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อประชาชนผู้เสียเปรียบ เหตุใดพวกท่านอ้างว่าเกลียดนักการเมืองคอรัปชั่นเข้าไส้ กลับมองไม่เห็นการคอรัปชั่นทางจริยธรรมของตนเอง?

 

สื่อมวลชนมีส่วนสำคัญกับการผลักให้สถานการณ์เดินหน้ามาสู่จุดนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่แหลมคม ดูเหมือนว่าสถานีโทรทัศน์ทุกช่องมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในการรายงานความจริงด้านเดียว ไม่เว้นแม้แต่โทรทัศน์ที่เกิดจากเลือดเนื้อของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ภายหลังการปะทะ แทนที่สื่อจะพยายามพิสูจน์ความจริงให้สิ้นสงสัย สื่อกลับตอบโต้ข่าวลือว่า “มีคนตาย มีการลากศพไปซ่อน” ด้วยการยืนยันแบบแผ่นเสียงตกร่องว่า “ไม่มีคนตาย มีเพียงคนบาดเจ็บเล็กน้อย” ในเงื่อนไขที่ช่องทางการสื่อสารและการเรียกร้องความยุติธรรมถูกปิดประตูตาย ชาวบ้านย่อมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพึ่งข่าวลือ และข่าวอื่นๆ เท่าที่พวกเขาจะหาได้ แต่สื่อกลับทำผิดซ้ำซากอีก ด้วยการประณามชาวบ้านว่าเชื่อข่าวลือ ทั้งยังไล่บี้นักศึกษาซึ่งพยายามช่วยค้นหาความจริงเกี่ยวกับผู้สูญหายว่าเป็นผู้สร้างข่าวลือ การแปะป้ายผู้ที่มีความเห็นต่าง กำลังกลายเป็นเครื่องมือตีกรอบความจริงให้เหลือเพียงมุมมองเดียวที่รัฐบอกว่า “ใช่”

 

นักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการทั้งหลาย พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่า คนเสื้อแดงคือคนไทยเหมือนกับเราๆ ท่านๆ พวกเขาคือองค์ประกอบหนึ่งที่มีส่วนร่วมสร้างความมั่งคั่งในสังคมให้พวกท่านได้อยู่สุขสบาย พวกเขามีพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนฝูงญาติมิตรที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกับท่าน การคอรัปชั่นทางจริยธรรมของพวกท่านในวันนี้ กำลังทำลายโอกาสและความเชื่อมั่นในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในวันหน้า กว่าท่านจะตระหนักถึงผลกรรมที่พวกท่านก่อไว้ ประเทศไทยก็ไม่มีวันเหมือนเดิมเสียแล้ว

 

Advertisements
4 ความเห็น leave one →
  1. วันอาทิตย์ 19 เมษายน 2009 19:19 น.

    คงถึงเวลาที่ “ประชาชนหยิบอาวุธขึ้นสู้” แล้วกระมัง

    วันนั้น “ศักดินา” จะเหลือเพียง “ตำนาน” เฉกเช่น “ประเทศจีน” กระนั้นหรือ ???

    ตรองให้ถี่ ๆ “เปรม” “อภิสิทธิ์” “สุเทพ” “มีชัย” “สุรยุทธ์” ฯลฯ…..วันนั้น ซึ่งผมไม่อยากเห็น…..แต่ ถ้าไม่เหลือ “พื้นที่ให้ประชาชนยืืน” แล้วความรุนแรง”ต้องเกิดขึ้นแน่นอน

    วันนั้น ประเทศไทยจะแตกเป็น “หลายประเทศ” ดูรัสเซีย เป็นอาทิ.

  2. redemocracy permalink
    วันจันทร์ 20 เมษายน 2009 04:21 น.

    ชนชั้นนำ พวกฝักใฝ่ศักดินาธิปไตยไม่ให้คุณค่าแก่ความสูญเสียของสังคมผู้ด้อยโอกาส ไม่มีโครงการสำหรับชาวบ้านที่แท้จริง มีแต่เรื่องแอบแฝง(ที่มองไม่เห็น)

    สังคมไทยกำลังตกอยู่ใน Deadlock ของกลุ่มนักการเมืองและนักกฎหมายผู้ที่เรียกตัวเองว่าสูงศุกดิ์

    บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้ไง หากมีแต่อำนวจยุคสี่แผนดิน

  3. วันเสาร์ 6 พฤศจิกายน 2010 22:17 น.

    อย่าเลยเถิดไปเลย การที่ประเทศไทยยืนอยู่ตรงนี้ได้ เพราะระบบผู้ใหญ่คอยดูแลปกป้องต่างหาก คุณต้องการอะไรกันแน่ ทางที่ดีจงเคารพคนที่สูงศักดิ์ รู้จักพระคุณจักเจริญ อย่าปืนเกลียวลบหลู่เบื้องต้นเมื่อคุณยังมีความคิดแบบพื้นๆๆ…

  4. คนแนวหน้า permalink
    วันอาทิตย์ 7 พฤศจิกายน 2010 15:38 น.

    ความวุ่นวาย ; บนทางสามแพร่ง

    *** ความวุ่นวาย ทุกวันนี้มันยืนอยู่บนทางสามแพร่งจริงๆ ไม่รู้ว่าจะออกไปทางใหนเพราะมันเป็นทางที่ตืบตันเสียจริงๆ เหตุแห่งการวุ่นวายเกิดขึ้นก็เพราะความเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว อยากมี อยากเป็นใหญ่ และอีกสาระพัดอยากที่อยากไปเรื่อยๆ คนเราถ้าเกิดมาแล้วรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักการให้ รู้จักเสียสละ รู้จักของคำว่าพอ เสียบ้าง ก็จะไม่มีพี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องวุ่นวายเหมือนเช่นทุกวันนี้ แล้วก็ควรหันหลังกลับไปดูว่าทำไมถึงมีพี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องกันมากมายเป็นประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ชนิดที่ต้องจารึกไว้เลยว่าไม่มีครั้งใหนที่มีพี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องมากเหมือนทุกวันนี้ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และทำไมถึงมีคนออกมาเรียกร้องกันมากมายขนาดนี้ สาเหตุหลักๆก็เพราะความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ อยากจะเป็นใหญ่ที่จะมีอำนาจล้นฟ้า อยากจะแผ่บารมีครอบงำให้พี่น้องคนไทยต้องเกรงกลัว นี่แหละปัญหาที่ยืนอยู่บนทางสามแพร่ง วันนี้รัฐบาลพรรคปชป.จะลาออกก็ไม่ได้เพราะปัญหายังไม่จบ ก็เพราะไปสั่งการให้เหล่าขุนทหารออกมาปราบปรามเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย จนทำให้เกิดการบาดเจ็บ ล้มตาย สูญหายเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งยังยัดเยียดกลั่นแกล้งตามล้าง ตามล่า ตามเก็บ พวกพี่น้องเหล่านั้นอีก เพราะเมื่อลงจากอำนาจแล้วนายกฯและคณะผู้บริหารหวาดกลัวว่าแล้วเรื่องราวสิ่งต่างๆที่ทำไปนั้นจะย้อนกลับเข้ามาหาตัวเอง การที่รัฐบาลพรรคปชป.จะยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ในขณะนี้ที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับพรรคปชป.เลย สาเหตุที่ไม่ยอมรับอันเนื่องมาจากรัฐบาลพรรคปชป.ต้องไปอาศัยบารมีจากขุนอำมาตยและปลายกระบอกปืน เข้ามาเป็นรัฐบาลโดยไม่ถูกต้องที่ประชาชนมิได้ให้ความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารประเทศ เป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองแต่ก็ยังออกมาทำร้ายพี่น้องประชาชน มันเหมือนเป็นการดูถูก เยียดย้ำประชาชน และก็เป็นรัฐบาลที่มีข้อครหามากมายในเรื่องการฉ่อราษฏร์บังหลวง การกลั่นแกล้งโยกย้ายข้าราชการ และประการสำคัญไม่ประสีประสาในการบริหารราชการแผ่นดิน นี่แหละคือบ่อเกิดแห่งปัญหาทั้งหมดที่ไม่กล้าจะยุบสภาในตอนนี้
    ** แต่วันนี้ที่อยู่ได้ก็เพราะมีขุนอำมาตย์และปลายกระบอกปืนเป็นตัวช่วย พร้อมทั้งสื่อต่างๆที่เห็นผิดเป็นชอบที่คอยบรรเลงข่าวกันอย่างเมามัน ยกตัวอย่างที่เห็นๆ เช่น การนำเสนอข่าวสารไม่เคยนำเสนอเรื่องที่เป็นจริงหรือถูกต้องเลย แต่ก็มีสื่อที่ัรักความเป็นธรรมที่มองเห็นสัจจะธรรมของความถูกต้องจึงไ้ด้เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเรื่องรายละเอียดการเสนอข่าวคงไม่ต้องบอกรายละเอียดอะไรเพราะเราก็เห็นๆกันอยู่แล้ว
    บอกไปสามวันก็ยังไม่จบและก็เปล่าประโยชน์เพราะพวกนี้เขาชาชินเสียแล้ว(อย่าบอกว่าหน้าหนาเลยน๊ะ)
    ** ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นทางใหนที่มันดีกว่าปัจจุบันเราว่าช่วยกันออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาจะดีกว่า แต่อย่าออกมาสร้างภาพโกหก ตอแหล ใส่สีตีไข่ ยัดเยียด กลั่นแกล้งเหมือนที่พี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยหรือพี่น้องคนเสื้อแดง กำลังโดนเช่นทุกวันนี้ แต่ถ้าใครออกมาแสดงความคิดเห็นที่สร้างความแตกแยกเราก็พร้อมจะใช้กระบอกเสียงตามเฟสบุ๊คนี้เข้าต่อสู้อย่างเข้มข้นให้ถึงที่สุด…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: