Skip to content

อัลจาซีร่า: ปัญหาความยุ่งยากของการเมืองไทย

วันพุธ 15 เมษายน 2009

Inside Story – Thailand’s political turmoil
๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ ที่มา – AlJazeeraEnglish
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

ปัญหาความยุ่งยากของการเมืองไทย ๑

การเมืองไทยที่อยู่ในสภาวะที่มืดมน กลายมาเป็นสถานการณ์เร่งด่วนเมื่อนายกรัฐมนตรียืนกรานไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง การเลือกตั้งใหม่จะเป็นทางออก หรือจะเป็นการสร้างปัญหาที่เหมือนเดิมอีกครั้ง
 
สวัสดีครับผม คอมมา ซานตามาเรีย สิ่งที่กำลังเกิดขี้นในประเทศไทยในวันนี้ เป็นเหตุมาจากการที่รัฐบาลขาดผู้นำ ผู้นำที่เข้าๆออกๆเนื่องจากความยุ่งเหยิงทางการเมืองมาถึงสองปีครึ่ง แต่ที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้คือ ความวุ่นวายได้กลายเป็นความรุนแรงออกสู่ท้องถนนในกรุงเทพ การประท้วงที่ต่อเนื่องกันที่เริ่มเมื่อวันเสาร์อันเป็นเวลาที่จะมีการประชุมสุดยอดของอาเซียนของเมืองตากอากาศพัทยา ผู้ประท้วงรัฐบาลได้บุกเข้าไปยังศูนย์ประชุมก่อนที่จะทำการเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพต่อ การประท้วงได้กลายเป็นความรุนแรงเมื่อวันจันทร์ กองทัพไทยได้ยิงใส่ผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลในใจกลางเมือง ผู้ประท้วงได้ทำการต่อสู้กลับโดยการใช้ระเบิดเพลิงและก้อนหิน

สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ต้องประกาศ พรก. ฉุกเฉิน เป็นครั้งที่ ๓ ในรอบแปดเดือน เบื้องหลังความรุนแรงนี้เพียงเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ลาออก และให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรซึ่งถูกปล้นตำแหน่งในปี ๒๕๔๙ ซึ่งยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น

ผมจะอธิบายถึงเบื้องหลังในระยะ ๒ ปีครึ่ง ซึ่งการเมืองไทยอยู่ในภาวะที่ซับซ้อน เริ่มแรกคือกลุ่มผู้ประท้วง “เสื้อแดง” กลุ่มนปช. ต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเพื่อทักษิณ เพราะบางคนได้เคยวิจารณ์ทักษิณอย่างหนักก่อนที่ทักษิณจะถูกปล้นตำแหน่ง ผู้ประท้วง “เสื้อเหลือง” พันธมิตร ถ้าคุณจะจำได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน พวกเขาได้ปิดสนามบินนานาชาติ และบีบบังคับให้รัฐบาลของฝ่ายทักษิณต้องลาออก

มาถึงเหตุผลว่าทำไมถึงมีการประท้วง เรากลับไปดูที่ปี ๒๕๔๙ มีการเลือกตั้งในเดือนเมษายน และพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามทำการคว่ำบาตร ในเดือนกันยายนกองทัพทำการรัฐประหารที่ไม่เสียเลือดเสียเนื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลทักษิณ ในขณะนั้นเขากำลังประชุมที่ยูเอ็น นิวยอร์ค เท่านั้นยังไม่พอ ในปี ๒๕๕๐ ยังได้มีการยุบพรรคไทยรักไทยของทักษิณอีก และกองทัพได้ฉีกรัฐธรรมนูญ และร่างรัฐธรรมนูญขี้นมาใหม่ จัดให้มีการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ และด้วยความรู้สึกที่คล้ายคลึงเกี่ยวกับพรรคที่รวมตัวขี้นมาใหม่ พรรคพลังประชาชน ซึงเป็นการเกิดใหม่ของอดึตพรรคไทยรักไทยเก่าของทักษิณ

เรื่องราวยุ่งยากอีกครั้ง เมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สมัคร สุนทรเวชไม่นานได้กระทำการขัดต่ออำนาจหน้าที่โดยการออกรายการทีวีสาธิตการทำอาหาร เขาถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่ง สามเดือนต่อมา ได้มีนายกรัฐมนตรีมาแทนสมัคร คือ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของทักษิณ เช่นเดียวกัน เขาถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่ง ต่อมานายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งขณะนี้ได้รับแรงกดดันจากผู้ประท้วงเสื้อแดงเรียกร้องให้เขาลาออก

นี่คือเรื่องราวที่กำลังเกิดขี้น ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย แต่วิธีการต่างกัน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าจะมีทางออกใดๆหรือไม่

เรามาวิเคราะห์ในเรื่องนี้ ผมมีแขกรับเชิญ ๓ ท่าน

  • ท่านแรกจากวอชิงตัน ดีซี คุณบรรจบ เจริญชลวานิช สมาชิกของกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลไทยในดีซี
  • ท่านที่สองจากบอสตัน ซะคารี อะบูซา อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ ของวิทยาลัยซิมม่อนส์ ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
  • และท่านสุดท้าย จากออกซ์ฟอร์ด อังกฤษ ใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์และผู้สนับสนุนกลุ่มเสื้อแดง

ซานตามาเรีย: ทุกท่าน ขอบคุณครับ ผมจะเริ่มที่คุณใจจากออกซ์ฟอร์ดก่อน ผมขอทราบความเห็นของคุณโดยเฉพาะในระยะยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาหยกๆนี้ เกี่ยวกับความรุนแรงบนท้องถนนในกรุงเทพ

ใจ อึ๊งภากรณ์: ผมคิดว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนอย่างที่สุด ที่กองทัพได้ใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ประท้วง ผู้ประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ทำให้ประเทศไทยเป็นยังกับประเทศพม่า โดยมีจุดประสงค์อย่างเดิมๆคือ เมื่อไรก็ตามที่ผู้ปกครองได้ใช้กองทัพฆ่าผู้ประท้วง ก็เพื่อรักษาอำนาจของเหล่าศักดินาอำมาตย์ที่มีอำนาจ และเพื่อป้องกันไม่ให้มีความเป็นประชาธิปไตย

ผมคิดว่าเราต้องทำความเข้าใจกับวิกฤติซึ่งได้เริ่มต้นเมื่อปลายปี ๒๕๔๘ เมื่อพวกศักดินารุ่นเก่าปฎิเสธที่จะเคารพในความต้องการให้มีประชาธิปไตยของประชาชนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะพวกศักดินาหวาดกลัวว่า ถ้าประชาชนมีอำนาจจะทำให้สิทธิพิเศษที่พวกตัวเองเคยมีเคยได้หมดไป และมาทำความเข้าใจถึงเสื้อเหลือง ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของบุคคลจากราชวัง กองทัพ และพรรคประชาธิปัตย์ และพวกเขาได้ทุ่มสุดตัวที่จะสร้าง “การเมืองใหม่” นั่นก็คือการกลับมาของเผด็จการ และการกระทำของพวกเขาเหล่านี้มีแต่ทำลายขั้นตอนของความเป็นประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในขณะนี้เป็นการเคลื่อนไหวของประชาชน เพื่อสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทย และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงได้สนับสนุนเสื้อแดง

ซานตามาเรีย: เราจะไปคุยกับคุณบรรจบ จากดีซี คุณตัองยอมรับถึงการตอบโต้ของรัฐบาลในครั้งนี้ว่า การใช้อาวุธปืนกล (หัวเราะเบาๆ) บนถนน เป็นเรื่องที่ผิดปกติ และทำให้การประท้วงอยู่ในระดับที่อันตราย

บรรจบ เจริญชลวานิช: แต่นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นความชอบธรรมของรัฐบาลที่จะใช้กำลังเพื่อสลายการชุมนุม ซึ่งกลายเป็นการจราจลไปแล้วในตอนนี้ คุณคงเห็นได้ว่าเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา ได้มีความรุนแรงเพื่อต่อต้านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย รัฐมนตรีของประเทศไทย และยังได้บุกเข้าไปในสถานที่จัดประชุมอาเซียน เราไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร นอกเสียจากว่าจะทำให้รัฐบาลไทยขายขี้หน้าว่า ไม่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ของไทยได้ ถึงแม้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนมีสิทธิประท้วงรัฐบาลได้ (ทำเสียงสูง) ถ้ารัฐบาลทำผิด แต่นี่ผมไม่เห็นรัฐบาลจะทำตรงไหนผิดเลย ยังไม่เห็นทำอะไรผิด แล้วการชุมนุมต้องเป็นไปด้วยความสงบและไม่มีอาวุธซิ แต่นี่การบุกเข้าไปในตึก ในโรงแรม ยึดรถ หยุดการจราจร เที่ยวค้นรถเขา แล้วพยายามจะทำร้ายคนนี่ เป็นการละเมิดสิทธิของคนอย่างโจ่งแจ้งเลย

ซานตามาเรีย: (แทรกขี้นมา) แล้วมีหนทางเดียวหรือที่ปราบความรุนแรงด้วยการใช้ความรุนแรง

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตอบด้วยเสียงสูง) ไม่ได้มีแค่ทางเดียว แต่ถ้าคุณลองมองไปดูซิว่ารัฐบาลได้พยายามใช้ความนุ่มนวลมานานเพียงไร เราซึ่งเป็นประชาชนคนไทยเหมือนกัน เรามองเรื่องนี้ และเราคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องใช้กำลังเข้าปราบ แต่เราไม่ได้ขอให้กองทัพเข้ามา หรือใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปที่ประชาชน และตอนนี้ก็ยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด ทำไมเราไม่ให้เหตุการณ์มันสงบก่อน และตั้งคณะกรรมการขี้นมาสอบสวนเรื่องราวว่าอะไรเกิดขี้นจริงๆ

สถานการณ์ตอนนี้เป็นเพียงแค่ข่าวลือ เราอยู่นอกประเทศไทย เราไม่รู้ว่าอะไรที่เกิดขึ้นจริงๆในประเทศไทย (ซานตามาเรีย: อืม..) ฉะนั้นอย่าไปด่วนสรุปเอาเอง ว่าทหารยิงประชาชน และคนตายเป็นเบือ

ให้เรื่องมันจบไป ให้รัฐบาลได้ใช้กฎหมาย หยุดสร้างสถานการณ์แล้วมานั่งคุยกัน แล้วจัดตั้งคณะกรรมการและทำการสอบสวนเรื่องนี้ (ซานตามาเรีย: ขัดขี้นมา)

ซานตามาเรีย: (แทรกขี้นมา) เอาล่ะ ขอแนะนำคุณซะคารี อะบูซา ที่กำลังรอเราอยู่ที่บอสตัน บางทีคุณจะบอกถึงเบื้องหลังของสถานการณ์ในตอนนี้ให้เราทราบ ถ้าเรามองที่การประท้วงขณะนี้ซึ่งเป็นการประท้วงของเสื้อแดง กับการประท้วงของเสื้อเหลืองเมื่อเดือนพฤศจิกายนซึ่งประสบความสำเร็จและมีความสงบกว่ามาก มันต่างกันอย่างไร ทำไมความโกรธแค้นและความรุนแรงถึงได้มีมากถึงขนาดนี้

ซะคารี อะบูซา: ผมต้องเห็นด้วยกับอาจารย์ใจในเรื่องนี้ ความจริงที่ว่าในเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ พรรคเกิดใหม่ของไทยรักไทยได้ขนะเสียงเลือกตั้งร้อยละ ๕๗ ซึ่งควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าคุณดูในปี ๒๕๕๑ ซึ่งประชาธิปไตยถูกสลับหัวสลับหาง ระบบศาลได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง แล้วออกคำสั่งศาลยุบรัฐบาลที่กำลังจะเข้าไปบริหารประเทศ ตัดสิทธิ์นายก พอรัฐบาลต่อมา นายกก็ถูกตัดสิทธิ์อีก ผมไม่เคยได้ยินคำตำหนิจากโฆษกรัฐบาลในการที่พันธมิตรยึดสนามบินในกรุงเทพ และยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลาถึงสองเดือน เหมือนกับว่าพวกเขาจะยอมรับการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงก็ต่อเมื่อเป็นฝ่ายเขา

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตะโกนแทรกขี้นมา) ไม่จริง คุณ..

ซะคารี อะบูซา: เป็นความจริงอย่างที่สุด..

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตะโกนแทรกขี้นมา) ไม่จริง คุณ…

ซะคารี อะบูซา: เป็นความจริงอย่างที่สุด ที่พันธมิตร…

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตะโกนสวนขี้นมา) ..ผมต้องขอปกป้องตัวเอง..

ซะคารี อะบูซา: …ที่พันธมิตรได้ยึดทำเนียบรัฐบาลถึงสองเดือน ได้ยึดสนามบิน…

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตะโกนสวนขี้นมา) …คุณจะบอกผมได้ไหมว่า เหตุการณ์ที่สนามบินมีใครได้รับอันตรายหรือเปล่า จากเหตุการณ์นั้น..

ซะคารี อะบูซา: ..เสียใจด้วย คุณจะปฎิเสธในเรื่องนี้ไม่ได้หรอก ในเมื่อความเป็นจริงว่าพันธมิตรได้ยึดทำเนียบรัฐบาล ผมไม่ได้พูดเรื่องความรุนแรง แต่เป็นการ..

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตะโกนขัดขี้นมา) .. และนั่นก็คือทำไมเสื้อเหลืองถึงต้องยึดสนามบินไง คุณต้องมองถึงสาเหตุของมัน เสื้อเหลืองได้ประท้วงบนถนนถึง ๑๙๓ วัน ไม่เห็นมีความรุนแรงอะไรเลย..

ซานตามาเรีย: (แทรกขี้นมา) เอาล่ะ ทุกท่าน ผมขอขัด เพราะ…..คุณบรรจบ….

ซะคารี อะบูซา: ..(เงียบสักครู่)..เราไม่ได้พูดถึงเรื่องการยึดสนามบิน..

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตะโกนขัดขี้นมา) ..ผมเห็นด้วยกับคุณตรงจุดนี้ แต่เราต้อง…ผมเห็นด้วยกับคุณตรงจุดนี้ แต่เราต้องมานั่งประชุมกัน รัฐธรรมนูญให้สิทธิแต่ยังไม่มีกฎหมายรองรับว่าขอบเขตการประท้วงเป็นแบบไหน เราต้องนั่งประชุมกันว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ได้อย่างไร คุณต้องมีกฎหมายขี้นมาเพื่อรองรับเรื่องนี้ คุณจะไปใช้กฎหมายการจราจรหรือกฎหมายอื่นไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ …

ซานตามาเรีย: (แทรกขี้นมา)… คุณบรรจบ ผมขอขัดตรงนี้..เอ่อ…

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ตะโกนแทรกขี้นมา พร้อมชี้นิ้ว) ตอนนี้ ทำไมเราไม่นั่งคุยกัน และร่างกฎหมายขี้นมา เฮ้.. ขอบเขตแบบนี้นะ

ซานตามาเรีย: (แทรกขี้นมา)… คุณบรรจบ..
 
บรรจบ เจริญชลวานิช: …แค่นี้ที่จะประท้วงได้..

ซานตามาเรีย: (แทรกขี้นมา)… คุณบรรจบ ถ้าคุณไม่ว่า ได้โปรด ผมยังมีแขกรับเชิญอีกสองท่าน และผมต้องการให้พวกเขาได้แสดงความเห็นเช่นกัน คุณซะคารี เชิญครับ ก่อนที่ผมจะให้คุณใจพูดต่อ

ซะคารี อะบูซา: เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่เราต้องทำความเข้าใจว่า หลังการทำรัฐประหารของกองทัพในเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และร่างหลายวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคไทยรักไทยกลับมาใหม่ มัดมือมัดเท้าพรรคไทยรักไทย แต่พรรคนี้ก็ยังคงได้รับชัยชนะได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก นี่คือหนทางแห่งประชาธิปไตย

และทั้งฝ่ายคลั่งเจ้า กองทัพ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง และผมว่านี่คือการทำให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้ ตอนนี้ก็ต้องมานั่งปรึกษากัน และหนทางเดียวที่จะทำให้เกิดผลขี้นมาได้ ต้องอภัยโทษให้อดึตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และเชิญให้ทักษิณกลับเข้าประเทศ เพราะทักษิณเป็นเพียงบุคคลเดียวที่จะทำให้การชุมนุมยุติลง และประเทศกลับไปสู่ความสงบ

ซานตามาเรีย: เรากลับมาที่คุณใจ ก่อนที่จะพักครึ่ง เพราะข้อหนึ่งที่เสื้อแดงเรียกร้องคือให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผมยังสงสัยว่าถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ปัญหาก็จะเกิดขี้นมาใหม่

ใจ อึ๊งภากรณ์: ในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งนี้ เราต้องถามว่าจะใช้กฎอันไหน ถ้าใช้กฎที่กองทัพตั้งขี้นมาก็ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและมีความเป็นอิสระ แต่ถ้าเป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรมและมีความเป็นอิสระ พรรคของทักษิณก็จะชนะอีก และไม่ได้แก้ปัญหาในทันที เพราะเสื้อเหลืองไม่เคยเคารพต่อความต้องการของประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย ถ้าคุณฟังตัวแทนเสื้อเหลืองที่โวยวายว่า เชื่อว่ารัฐบาลมีสิทธิที่จะยิงใส่ผู้ประท้วงบนถนนได้ รัฐบาลนานาชาติส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าพวกเขามีสิทธิที่จะทำอย่างนั้นได้ และผมคิดว่า นี่เป็นตัวแทนของความยะโสและขาดความทุ่มเทให้กับความเป็นประชาธิปไตยของเสื้อเหลือง

ซานตามาเรีย: ทุกท่าน อย่าเพิ่งไปไหน เราต้องหยุดพักตรงนี้สักครู่ เมื่อเรากลับมา เราจะมามองถึงนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน บุคคลซึ่งไม่ได้ถูกประชาชนเลือกตั้งขี้นมา และเขากำลังชดใช้

ปัญหาความยุ่งยากของการเมืองไทย ๒

ซานตามาเรีย: ในครึ่งหลังนี้ เราจะพูดถึงบุคคลผู้ที่กำลังเป็นศูนย์กลางของความวุ่นวายในขณะนี้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิสิทธิ์ยังหนุ่ม มีการศึกษาที่ดี เป็นตัวแทนนักการเมืองที่ขี้นชื่อว่ามือสอาด ฟังดูน่าประทับใจใช่ไหม แต่ยังคงเป็นไปได้เช่นกันว่า อภิสิทธิ์ยังไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทย

อภิสิทธิ์เติบโตมาจากครอบครัวชั้นสูงที่มีฐานะดี จบการศึกษาจากอังกฤษ ได้รับการศึกษาในสาขาการเมือง ปรัชญา เศรษฐกิจ และการเมือง และเขาเคยเป็นอาจารย์มาระยะหนึ่ง เป็นธรรมชาติที่เขาจะเป็นที่ดึงดูดของคนหลายๆคนในกรุงเทพ ซึ่งเป็นชนชั้นกลางมีการศึกษา แต่ไม่เป็นทีชื่นชอบของชนชั้นแรงงานชาวชนบทซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

ตามที่ผมได้อธิบายไปก่อนหน้านี้แล้ว เขาได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐสภา เขาไม่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน เรามาพูดถึงอภิสิทธิ์ จากดีซี  บรรจบ เจริญชลวานิช จากบอสตัน ซะคารี อะบูซา และจากออกซ์ฟอร์ด ใจ อึ๊งภากรณ์

ซะคารี มาที่คุณก่อน อภิสิทธิ์ยังมีโอกาสไหม จากประวัติของเขา ดูเหมือนเขาจะห่างเหินจากคนไทย คุณคิดว่าเขามีโอกาสไหม

ซะคารี อะบูซา: มีซิ อภิสิทธิ์เป็นผู้ที่ฉลาด เขาเป็นคนทำให้พรรคประชาธิปัตย์ฟื้นขี้นมา มองย้อนไปในปี ๒๕๔๘ ที่พรรคเกือบถูกลบหายไปจากแผนที่การเมือง จากการเลือกตั้งเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ พรรคของเขาได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงประมาณร้อยละ ๔๒ นับว่าเป็นบุคคลที่น่าประทับใจ ผมคิดว่าเขาจะเป็นคนที่จะแก้ไขเศรษฐกิจได้

แต่ขณะนี้ ผมคิดว่าเป็นที่แน่ชัดว่าทั้งพรรคประชาธิปัตย์ กองทัพ และพวกคลั่งเจ้าได้ประเมิณอำนาจของทักษิณต่ำไป ผมคิดว่า พวกเขาคงคิดว่าถ้ายิ่งห่างจากเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ยิ่งเป็นการดีเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่สาเหตุเลย เป็นเรื่องที่อภิสิทธิ์คาดการณ์ไม่ถึง

ซานตามาเรีย: คุณไม่คิดหรือว่า อภิสิทธิ์ก้าวผิดในการเข้ารับตำแหน่ง อย่างที่คุณได้พูดไว้ว่าประเมิณอำนาจของทักษิณต่ำไป

ซะคารี อะบูซา:ไม่ใช่ จำได้ไหม เอ่อ ผมเพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับบางส่วนในช่วงที่คุณเริ่มแนะนำว่าเขาไม่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน เพราะเป็นระบบรัฐสภา ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี เป็นระบบเวสต์มินสเตอร์ เป็นการเลือกมาจากเสียงข้างมากของพรรคการเมืองต่างๆในสภา

เอาล่ะ อภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ของเขาได้รับเสียงข้างมากได้อย่างไรนั่นคือปัญหา เพราะมีการย้ายข้างของนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชนเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ซึ่งยังคงมีความคลุมเคลืออยู่

ซานตามาเรีย: แต่ จริงๆแล้ว บุคลิกนี่ก็ทำให้ประชาชนลงคะแนนเสียงให้ ระบบเวสต์มินสเตอร์ถึงแม้จะเป็นการลงคะแนนเสียงจากพรรคการเมือง แต่บุคลิกจะช่วยได้หรือถ้ามีคู่แข่งอย่างทักษิณ

ซะคารี อะบูซา: มีส่วน แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ก็คือการเลือกตั้งในแต่ครั้ง พรรคการเมืองของทักษิณ ไม่ว่าเขาจะอยู่เป็นผู้นำพรรค หรือจะลี้ภัยก็ตาม คะแนนเสียงที่ได้รับน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังชนะ และทักษิณมีอำนาจอย่างแท้จริง ทักษิณได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากชาวชนบท ชาวชนบทยังจำสิ่งที่ทักษิณได้ทำเพื่อพวกเขาในระยะ ๑๐ ปีที่ได้บริหารประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓-๒๕๔๙

ซานตามาเรีย: คุณบรรจบ จากดีซี ผมขอถามว่าคุณคิดว่านายกรัฐมนตรีจะจัดการอย่างไร ดูเหมือนว่าในขณะนี้เขาไม่สามารถที่จะจัดการอะไรได้ นอกเสียจากดึงดันที่จะไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง คุณคิดว่าเขาจะทำอะไรให้แตกต่างไปจากเดิม ไม่รู้ซิ…ทำให้ประชาชนนิยมเขามากขี้น จากขณะนี้ที่ประชาชนกำลังประท้วงเขาอยู่

บรรจบ เจริญชลวานิช: ใช่ แต่ก่อนที่ผมจะตอบคำถามของคุณ ผมต้องขอปกป้องตัวผมเสียก่อนใน ๒ ข้อ ข้อแรก รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้มาจากการลงประชามติรับด้วยคะแนนเสียง ๑๔.๗ ล้านเสียง เมื่อเทียบกับที่ไม่ยอมรับ ๑๐ ล้านเสียง รัฐธรรมนูญนี้ควรเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และใครก็ตามที่คิดจะลงมาเล่น ก็ต้องเคารพกฎหมายของประเทศ และเหตุผลที่พรรคไทยรักไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไปนั้น ก็เพราะ (ทำเสียงสูง) พวกเขาทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง พวกเขาทำผิดกฎหมาย ดังนั้น ถ้าคุณมีกฎหมาย และคุณไม่ลงโทษไปตามตัวบทกฎหมาย แล้วเราจะมีกฎหมายไปทำไม นั่นคือข้อหนึ่ง

ข้อสอง (ลดเสียงลง) ผมไม่ได้เป็นโฆษกหรือตัวแทนของเสื้อเหลือง ผมกำลังมองหาแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้ประเทศไทย เหมือนกับอาจารย์ใจ และคนอื่นๆ แต่เราต้องหาทางว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างไร เราไม่สามารถสร้างความเป็นประชาธิปไตยจากความเกลียดชังได้

ซานตามาเรีย: (ขัดขี้นมา)..เอาล่ะ แล้วคุณคิดอย่างไร..

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ขัดขี้นมา) … อะไร อะไร..

ซานตามาเรีย: (แทรกขี้นมา) อะไร อะไรคือสิ่งที่คุณคิด อภิสิทธิ์จะจัดการอย่างไร นั่นเป็นจุดที่ผมต้องการที่จะพูดถึงขณะนี้..

บรรจบ เจริญชลวานิช: (ขัดขี้นมา และชี้นิ้ว) สิ่งที่นายกควรทำก็คือทำให้การจราจลนี่สงบลงเสียก่อน และนำทุกฝ่ายมานั่งโต๊ะและคุยกัน นี่คือสิ่งที่ควรทำในสถานการณ์ตอนนี้ ว่าเราจะหลุดออกมาจากวงจรอุบาทว์ที่มีมามากกว่า ๑๐-๑๕ ปีนี้ ไม่ได้เกิดขี้นมาในระยะ ๔-๕ ปีนี้ วงจรของการละเมิดกฎหมาย มันเกิดขี้นในประเทศไทยมานานเท่าที่ผมจำความได้ ผมอยู่ในประเทศไทยมา ๒๕-๓๐ ปี ผมรู้ ผมเห็นมาตลอด ผมไม่ได้ต่อต้านเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือใครก็ตาม แต่สิ่งที่ผมเรียกร้องก็คือทำไมทุกคนมานั่งโต๊ะแล้วคุยกันว่าเราจำเป็นต้องทำอะไรบ้างเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ (ชี้นิ้ว) อะไรเป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ คุณจะมองหาอะไรล่ะ..คุณทักษิณจะมองหาอะไร …แต่..(ชี้นิ้ว) ..แรกเริ่มเลย..ถ้าคุณละเมิดกฎหมายแล้ว คุณควรจะขี้นศาลก่อน พวกเขารู้..(ชี้นิ้วค้าง)..ประชาธิปไตย..(กราดนิ้วไปมา)..ถ้าเราไม่สร้าง..

ซานตามาเรีย: (ขัดขี้นมา) เอาล่ะ ตอนนี้..คุณพูดได้ตรงจุด และผมต้องการถามคุณใจ จากออกซ์ฟอร์ด คุณบรรจบคุณพูดได้ตรงจุดดีมาก ขณะนี้ไม่ควรจะมีข้อโต้แย้งใดๆโดยเฉพาะเมื่อความรุนแรงได้มาถึงจุดนี้ ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ากองทัพได้ใช้ความรุนแรง เช่นเดียวกันกับผู้ประท้วง จะมีโอกาสเจรจากันไหม มีโอกาสแค่ไหน และผมทราบว่าเป็นเรื่องซับซ้อนที่จะให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้ามาร่วมเจรจาด้วย เพราะเขาเป็นบุคคลที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้

ใจ อึ๊งภากรณ์: ผมคิดว่าขณะนี้เป็นการวางเดิมพันสูงไปที่จะนั่งและเจรจากัน หลังจากที่กองทัพทำรัฐประหาร หลังจากการตัดสินของศาล หลังจากการใช้อาวุธสังหารบนท้องถนน ดูจะเป็นไปได้ยาก ผมคิดว่าเมื่อเรามองที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เราต้องทำความเข้าใจว่า อภิสิทธิ์เป็นตัวแทนของศักดินาชนชั้นปกครองของประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนไม่ชอบเขาเป็นการส่วนตัว แต่เป็นเรื่องนโยบายที่ต่างกัน

รัฐบาลทักษิณได้นำนโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรคมาใช้เป็นครั้งแรก และอีกหลายนโยบายเพื่อช่วยเหลือคนยากจน เพราะ รู้ไหม จะผิดหรือจะถูกก็ตาม ทักษิณเชื่อว่าควรจะมีการลงทะเบียนคนจนในสังคม และผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ถูก เมื่อทักษิณนำนโยบายออกมาใช้ อภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ได้โจมตีนโยบายเหล่านี้มาตลอด เพราะพวกเขาเชื่อว่า งบประมาณไม่ควรนำไปใช้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ พวกเขาได้คอยแต่พร่ำบอกให้มีการเสียสละ เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนเมษายน ๒๕๔๙ พรรคของอภิสิทธิ์ก็ทำการคว่ำบาตรการเลือกตั้ง เพราะพรรคของเขาไม่มีทางได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง

ประเด็นตอนนี้ก็คือ พวกเขาไม่ให้ความเคารพต่อขั้นตอนความเป็นประชาธิปไตย เราไม่ได้มีระบบเวสต์มินสเตอร์ในประเทศไทย มีเพียงแต่ระบบที่คล้ายๆกัน เรามีเพียงความเป็นเผด็จการจากราชวัง จากองคมนตรี จากกองทัพ ซึ่งไม่ได้มองที่รัฐธรรมนูญ หรือทำตามรัฐธรรมนูญ

ผมจะพูดถึงเรื่องการกระทำที่ผิดกฎหมาย การทำผิดกฎหมายเรื่องแรกก็คือการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ เราต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดแจ้ง และผมคิดว่าสถานการณ์ของประเทศไทยในตอนนี้ได้เกินไปกว่าจะมานั่งเจรจากัน และพยายามที่จะให้กลับไปเป็นระบบเก่า ซึ่งศักดินาเริงร่ากับอภิสิทธิ์ต่างๆ พวกเขาไม่มีความนับถือประชาธิปไตย สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือให้บุคคลต่างๆมานั่ง และยอมรับขั้นตอนความเป็นประชาธิปไตย และให้กองทัพ องคมนตรีที่ปรึกษาของกษัตริย์ ราชวงศ์ เลิกข้องเกี่ยวกับการเมือง

ซานตามาเรีย: ทุกท่าน การสนทนาสิ้นสุดลงแล้ว ขอบคุณครับ

Advertisements
7 ความเห็น leave one →
  1. Nan permalink
    วันพฤหัส 16 เมษายน 2009 11:46 น.

    บรรจบ คุณคือ พันธมิตร ตัวเป็น ๆ 55555

    ดูกริยา สิ เขาพูดความจริง เป็นมีโทสะ

    โธ่ ถัง

  2. test permalink
    วันพฤหัส 16 เมษายน 2009 18:25 น.

    test

  3. Pataraphong permalink
    วันศุกร์ 17 เมษายน 2009 08:35 น.

    My hat off to you, chapter 11. Thank you so much for the translation. Only if we could have honest and straightforward debate like this in Thailand..only if….

  4. Pataraphong permalink
    วันศุกร์ 17 เมษายน 2009 09:09 น.

    บรรจบเพ้อหรือเปล่าที่บอกว่าพันธมิตรไม่ทำรุนแรง?

    คิดว่าคนไทยทุกคนความจำสั้นหรือไง หลักฐานก็มีเก็บไว้เพียบทั้งรูป คลิป ข่าว ถ้าเอาออกมาแผ่ดูแ้ล้วก็จะรู้ว่าสองมาตราฐานมนชัดจนไม่รู้จะชัดยังไง ตอนที่เสื้อเหลืองออกมา ดาวกระจายปิดถนน มีทั้งปืน ระเบิดปิงปอง มีดดาบ อาวุธสงคราม คนถูกทำร้ายโดยบรรดาฮาร์ดคอร์เสื้อเหลืองก็มี

    แล้วอย่าลืมรถขนระเบิดของเสื้อเหลืองที่เอาไว้ใช้ก่อวินาสกรรม โชคดีที่ถูกจัดการเสียก่อน terroristที่ตายอยู่ในรถกลับถูกเชิดชู แถมนายอานันท์ ปันยารชุนยังไปงานศพterroristคนนี้อีกด้วย ไม่กี่วันหลังหรือก่อนงานศพน้องโบว์นี่หละ

    ไหนจะตอนปิดทำเนียบ บุกทำลายข้าวของ โขมยข้าวของ ไหนจะตอนที่ไปปิดสนามบินก็ไปทำร้ายคนอื่น พอย้ายออกก็เจอศพไม่มีญาติตายโดยการถูกทำร้าย ไ่ม่รู้ตอนนี้หาญาติได้หรือยังแล้วใครฆ่า

    ไหนจะเรื่องยิงอุกอาจเอามีดจ่อคอคนกลางวันแสกๆ ตำรวจก็ทำอะำไรไม่ได้

    ไหนจะตอนสนธิลิ้มถูกควบคุมตัวแล้วได้ออกมาก็มีรถป้ายทะเบียนxxxมารับ ทำอะไรไม่ได้นอกจากมองตาปริบๆ

    นี่แค่ตัวอย่างไม่กี่อย่างนะ สองมาตราฐานมันมีอยู่ถ้าเปิดตาให้กว้างก็จะเห็น หลักฐานต่างๆมีเพียบแต่คนคงจะแกล้งลืมหรือความจำสั้น

    ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงไม่ว่าจะฝ่ายไหนทั้งนั้น ใครทำผิดก็ต้องรับโทษ แต่ตอนนี้มันถึงจุดที่จะต้องดูว่าในกรณีผู้นำเหลืองและแดง มีการเลือกปฏิบัติและสองมาตราฐานหรือไม่มากเพียงใด ถ้ากรณีสองมาตราฐานมันชัดขึ้น มันก็จะสร้างความกดดันมากขึ้น คงได้มีการต่อสู้อีกแน่ สงครามยังไม่จบ

    นี่ไงประชาธิปไตยแบบไทยๆ ซึ้งจนนํ้าตาไหลพราก

  5. Ho Ho permalink
    วันศุกร์ 17 เมษายน 2009 12:46 น.

    I become a red shirt from now on. You can count me in.

Trackbacks

  1. ข้อมูลเมืองไทย « Numthoughts’s Blog
  2. Al Jazeera เจ้าพ่อดักเกรียน « Ekkmanz in real life!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: