Skip to content

อภิสิทธิ์หนีเสือปะจระเข้

วันพุธ 1 เมษายน 2009

Thai premier flies from one crisis to another
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒
Monsters and Critics.com

กรุงเทพ – นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้เดินทางออกจากกรุงเทพเมื่อวันอังคารนี้ ทิ้งวิกฤตการเมืองที่กำลังหมิ่นเหม่ไว้ข้างหลัง เพื่อไปช่วยผู้นำกลุ่มประเทศ จี๒๐(G20) ต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจของโลก 

อภิสิทธิ์วัย ๔๓ ปี ได้รับเชิญเป็นการส่วนตัวจากนายกรัฐมนตรีของอังกฤษกอร์ดอน บราวน์ ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดในลอนดอนในวันพฤหัส ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงของโลก ๑๙ ประเทศ และสหภาพยุโรป

นายกของประเทศไทยที่จบการศึกษามาจากออกซ์ฟอร์ด จะอยู่ในอังกฤษเพื่อปฎิบัติหน้าที่ในฐานะประธานของกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ๑๐ ประเทศ
 
ผู้นำประเทศกลุ่ม จี๒๐ อาจมีการยกโทษให้ ถ้าพวกเขาแสดงความสนใจในวิสัยทัศน์ของอภิสิทธิ์ต่อการเมืองไทย มากกว่าความเห็นของเขาในการล้างบางความยุ่งเหยิงทางการเงินของโลก       

ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสภาวะทางการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพอย่างไม่เคยมีมาก่อน นับตั้งแต่การทำรัฐประหารโดยกองทัพ และปลดนายกรัฐมนตรีที่เป็นที่นิยม ทักษิณ ชินวัตรในเดือนกันยายน ๒๕๔๙

ทักษิณ เศรษฐีผู้มั่งคั่งจากอดีตการทำธุรกิจโทรคมนาคม เริ่มเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๔๔ ปฎิเสธที่จะวางมือจากการเมือง
  
แม้ว่าจะพำนักอยู่นอกประเทศ และหลบเลี่ยงการถูกจำคุก ๒ ปีในประเทศไทย จากคำพิจารณาของศาลในคดีใช้อำนาจในทางที่ผิดในช่วงที่อยู่ในตำแหน่ง ทักษิณได้ปรากฎตัวต่อสายตาประชาชนอีกครั้งในอาทิตย์นี้

วันพฤหัส ทักษิณได้ออกมาสร้างความฮือฮาให้กับผู้สนับสนุนของเขานับพันๆคนที่เรียกตัวเองว่าเสื้อแดงตามสีเสื้อ ที่ล้อมทำเนียบ และเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ลาออก ยุบสภา และให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

สำหรับชาวกรุงเทพจะเห็นฉากเดิมๆที่เคยเกิดขี้นมาแล้วอีกครั้ง เพียงต่างกันตรงที่สี ปีที่แล้วพันธมิตร หรือเสื้อเหลือง ได้ยึดทำเนียบรัฐบาลถึงสี่เดือน เพื่อจะล้มรัฐบาลขณะนั้น ซึ่งมีพรรคพลังประชาชนที่สนับสนุนทักษิณเป็นรัฐบาล

เมื่อวันที่ ๒ ธีนวาคมหลังจากพันธมิตรยึดสนามบินนานาชาติสองสนามบินเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ พรรคพลังประชาชนถูกยุบ จากคำตัดสินของศาลว่าได้กระทำการโกงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว

การยุบพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นการสิ้นสุดของนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของทักษิณ เป็นการปูทางให้อภิสิทธิ์ หัวหน้าอดีตพรรคฝ่ายค้านประชาธิปัตย์ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในอีกสองอาทิตย์ให้ต่อมา

ทักษิณพูดจากโฟนอินกับผู้สนับสนุนของเขาเมื่อวันจันทร์นี้ว่า “รัฐบาลนี้ตั้งขี้นมาจากการทำรัฐประหารเงียบ” “ไม่ใช่เป็นรัฐบาลตามแนวทางประชาธิปไตย เป็นการทำรัฐประหารของศาลรัฐธรรมนูญ ของกองทัพ และประธานองคมนตรี”

เมื่อวันศุกร์ ทักษิณได้ระบุชื่อองคมนตรีเปรม ติณสูลานนท์ว่าเป็นตัวการทำการรัฐประหารปล้นอำนาจของเขาในปี ๒๕๔๙ ทักษิณยังได้ระบุชื่อองคมนตรีสุรยุทธิ์ จุลานนท์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังจากการทำรัฐประหารอย่างไม่เสียเลือดเนื้อ ว่าเป็นบุคคลที่สมคบคิดในการทำรัฐประหาร

องคมนตรีที่ให้คำปรึกษาแก่กษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชทั้งสองคน ได้ให้การปฎิเสธข้อกล่าวหาในทันที

ความกล้าของทักษิณในการโจมตีเปรมเป็นการส่วนตัว และเรียกร้องให้เปรมลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี นับว่าเป็นการท้าทายโดยตรงกับสถาบันทางการเมืองของประเทศไทย

ตั้งแต่วันศุกร์ เปรมถูกผู้ชุมนุมเสื้อแดงล้อเลียนและวิจารณ์หามรุ่งหามค่ำ เนื่องจากมีตำแหน่งองคมนตรีของกษัตริย์อันเป็นที่เคารพ การโจมตีเปรมดูเหมือนจะไม่ได้รับการตอบสนอง

ธิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ นักวิเคราะห์การเมืองจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า “พวกเขากำลังอยู่ในช่วงการยั่วยุ” “เสื้อแดงและทักษิณไม่มีอะไรต้องเสีย”

แท้จริงแล้ว ทักษิณมีเงิน ๗๔,๐๐๐ ล้าน ที่จะต้องสูญเสีย

ทรัพย์สินของครอบครัวได้ถูกแช่แข็งนับตั้งแต่การทำรัฐประหาร และศาลไทยจะทำการวินิจฉัยในไม่ช้านี้ว่า ทรัพย์สินที่ได้มานั้นถูกต้องตามทำนองคลองธรรมหรือไม่

ตามสถานการณ์ทางการเมือง ที่ทักษิณสามารถก่อให้เกิดปัญหาได้มากมายโดยไม่ต้องใช้สมบัติจากเมืองไทย ดูเหมือนจะไม่มีทางที่ศาลจะยินดีตัดสินคืนเงินให้ตระกูลชินวัตร
  
สำหรับทักษิณแล้ว ยิ่งการเมืองยุ่งเหยิงเท่าไร ยิ่งเป็นโอกาสดีมากขี้นที่จะให้เขากลับไปสู่อำนาจ

ทักษิณได้ให้คำสัญญาจากการโฟนอินเมื่อวันจันทร์นี้ว่า “ถ้ามีการยิง ไม่ว่าทหารยิงประชาชน หรือมีการทำรัฐประหาร ผมจะกลับมา และนำการประท้วงให้มากขี้นในกรุงเทพ”

ยุทธวิธีที่ดีที่สุดของรัฐบาลคือไม่ต้องทำอะไรเลย

หลังจากอภิสิทธิ์เดินทางไปลอนดอนเมื่อวันอังคาร รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณประกาศว่าจะไม่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีในอาทิตย์นี้ ซึ่งทำให้การล้อมทำเนียบรัฐบาลของเสื้อแดงไม่มีผล

แหล่งข่าวของพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พวกเขาคาดว่าผู้ประท้วงจะหายไปในวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของธรรมเนียมไทย จากวันที่ ๑๑-๑๕ เมษายน

พวกเขาอาจไม่กลับมาหลังจากวันหยุด เมื่อเกมส์ของการเสี่ยงอันตรายได้ดำเนินต่อไปใหม่

ธิตินันท์กล่าวว่า “เสื้อแดงสามารถสร้างเงื่อนไขเพื่อให้มีการประจันหน้ากัน แต่หมัดเด็ดจะปล่อยออกมาจากที่ไหนล่ะ” “ถ้าเพียงแต่อีกฝ่ายแสดงปฎิกิริยาตอบกลับและรับมือไม่ถูกวิธีเท่านั้นแหละ”

แปลและเรียบเรียง – chapter 11

Advertisements
One Comment leave one →
  1. ชาวนา permalink
    วันอังคาร 7 เมษายน 2009 12:59 น.

    รบ.อัปยศออกไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: