Skip to content

กฎหมายต่างหากที่เป็นปัญหา

วันอาทิตย์ 15 มีนาคม 2009
The law is the problem
David Streckfuss – ประชาไท

๑๓ มีนาคม ๒๕๕๒

 

ทนง ขันทองกับข้อความ “Overdrive”  ในเนชั่นเมื่อวันที่ ๖ มีนาคมนี้ ได้โต้แย้งว่า “กฎหมายหมิ่นฯไม่มีอะไรผิด”  ทนงกล่าวต่อว่าปัญหามาจากการบังคับใช้: กฎหมาย “ถูกนักการเมือง ตำรวจ และอัยการเอามาใช้ในทางผิดเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง”

การโต้แย้งของทนงมีส่วนคล้ายคลึงกันมาก กับมุมมองของกฎหมายนี้ของนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองแถวหน้าทั้งหลายเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ มี ๖ ประเด็น ที่ทนงและคนอื่นๆได้แสดงความเห็นไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่จะต้องท้าทาย

ประเด็นที่ ๑: กฎหมายหมิ่นไม่มีอะไรผิด

ทนงเดินถอยหลัง เขากล่าวว่า กฎหมายดีอยู่แล้ว แต่ปัญหาเกิดจากการบังคับใช้และถูกใช้ในทางผิด อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงตัวกฎหมายเองที่ทำให้มีการใช้บังคับ และมีการใช้ในทางที่ผิดอย่างน่ากลัว กฎหมายไม่มีขอบเขตใดๆ ทุกคนสามารถกล่าวหาใครก็ได้ ทุกอย่างตีความว่าหมิ่นหมด นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไม กฎหมายถึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างง่ายๆ

ประเด็นที่ ๒: กฎหมายหมิ่นฯคล้ายกับกฎหมายหมิ่นประมาทซึ่งใช้ป้องกันประชนทั่วไป

กฎหมายหมิ่นฯไม่ชัดเจนเหมือนกฎหมายหมิ่นประมาทธรรมดา กฎหมายหมิ่นประมาททั้งหมดได้มีข้อยกเว้นหรือข้อจำกัด ซึ่งรวมถึงการแสดงความคิดเห็นอย่างจริงใจ การแสดงความเห็นอย่างยุติธรรมต่อหน้าสาธารณะ การพูดเพื่อให้สังคมดีขึ้น ที่สำคัญที่สุดสามารถนำความจริงมาเป็นหลักฐานได้ แต่กฎหมายหมิ่นฯไม่มีข้อจำกัดแต่อย่างใด

ประเด็นที่ ๓: จำเป็นจะต้องมีกฎหมายหมิ่นฯ มิฉะนั้นแล้วบุคคลที่อยู่ในข่ายจะไม่สามารถปกป้องชื่อเสียงของตัวเองได้

นี่เป็นการชี้นำในทางที่ผิด ในประเทศไทยบุคคลที่ได้รับการปกป้องจากกฎหมายหมิ่นฯ (กษัตริย์ ราชินี รัชทายาท) ไม่ต้องใช้กฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตัว แต่กลายเป็นตำรวจหรือคนทั่วไปที่ใช้กฎหมายนี้อย่างเห็นได้ชัดเพื่อปกป้องชื่อเสียงของกษัตริย์ ราชินี และรัชทายาท อย่างไรก็ดีในประเทศนอร์เวย์สามารถพูดได้ว่ากษัตริย์ใช้กฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของพระองค์ จะมีการดำเนินคดีได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกษัตริย์

ประเด็นที่ ๔: ระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญทั้งหมดมีกฎหมายหมิ่นฯ กฎหมายหมิ่นฯของไทยเป็นเรื่องปกติ

ใช่ ระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่มีกฎหมายหมิ่นฯ แต่มีส่วนสำคัญที่แตกต่างซึ่งทำให้กฎหมายหมิ่นฯของไทยกลายเป็นไม่เหมือนใคร ทนงพูดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ไม่สามารถจะชี้ให้เห็นว่ามีบทลงโทษอย่างไร ในคดีล่าสุดที่ได้มีการลงโทษต่อคนซึ่งได้แสดงความเห็นในเรื่องทางเพศที่ไม่เหมาะสมต่อราชินีได้ถูกปรับ ๔๐๐ ยูโร ในหลายศตวรรษที่ผ่านมาในประเทศไทย บทลงโทษของกฏหมายหมิ่นฯ จะเป็นการถูกจำคุกตั้งแต่ ๓-๑๕ ปี ซึ่งรุนแรงเป็นสองเท่าของประเทศอื่น และถ้าพรรคประชาธิปัตย์ให้การแนะนำว่าควรเพิ่มโทษขึ้นไปอีกเป็น ๒๕ ปี กฎหมายหมิ่นฯของประเทศไทย ก็จะไม่มีอะไรที่จะเปรียบเทียบกับประเทศอื่นได้เลย ถ้ามองจากระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศอื่นๆ นี่ไม่ใช่แค่ “เรื่องธรรมดา”

ประเด็นที่ ๕: กฎหมายหมิ่นฯเพื่อปกป้องความจริง

ทนงกล่าวว่า “ไม่มีหลักฐาน” “พวกประท้วงระบบกษัตริย์บางคนพยายามที่จะป้ายสี” เกี่ยวกับกษัตริย์และรัฐประหารในเดือนกันยายน ๒๕๔๙ นี่แสดงว่ามีหลักฐานดังนั้นก็ควรทำคดีได้ แต่การพิจารณาคดีหมิ่นไม่มีการอนุญาตให้ใช้ “หลักฐาน” ว่าได้มีการพูดอะไรบ้าง ความจริง (หรือความเท็จ) จากคำพูดไม่เคยนำมาพิจารณา หลักฐานอย่างเดียวที่ใช้ก็คือ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ที่แย่กว่านั้นอีกคือ ในกฎหมายไม่ได้แยกความแตกต่างของคำว่า “ดูถูก” และ “การทำให้เสียชื่อเสียง” เมื่อมีคดีขี้นมาหรือเมื่อมีการพิจารณาคดีหมิ่นฯในศาล กฎหมายหมิ่นฯจึงคล้ายกับข่าวลือ เมื่ออัยการนำคดีมาพิจารณา ก็ดูแต่เพียงว่ามีเจตนาหมิ่นหรือไม่แค่ไหน ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง

ประเด็นที่ ๖: ประชาชนสามารถวิจารณ์ราชวงศ์ “ในทางสร้างสรรค์หรือทางวิชาการเท่านั้น การวิจารณ์แบบปกตินั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

ไม่จริง ไม่มีเงื่อนไขดังกล่าวในกฎหมายนี่้ที่ระบุว่าราชวงศ์สามารถถูกวิจารณ์ได้ ไม่ว่าจะแบบปกติหรือเป็นอย่างอื่น แม้จะเป็นเรื่องการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงธรรมดา ความจริงแล้วคนไทยเข้าใจในรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ให้มีการอ้างถึงราชวงศ์ ใครจะเป็นคนตัดสินใจว่าอย่างไรเป็นการ “สร้างสรรค์” อย่างไรเป็น “วิชาการ” ทนงกล่าวว่าบุคคลนั้นต้อง “แยกแยะระหว่างการวิจารณ์ราชวงศ์อย่างไม่มีอคติและอย่างทำลาย หมิ่นประมาทหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อราชวงศ์ด้วยความเกลียดชัง” เอาล่ะ แล้วตัวอย่างแบบไหนที่อนุญาตให้มี “การวิจารณ์ราชวงศ์อย่างไม่มีอคติ”

มาตรา ๓๐๑ ประมวลกฎหมายอาญาของตุรกี ซึ่งมีเงื่อนไขคล้ายกฎหมายหมิ่นฯ ห้ามใส่ร้ายป้ายสีชาวตุรกีและสถานที่ราชการของชาวตุรกี แต่การสืบสวนหรือการลงโทษจะต้องได้รับการเห็นชอบจากศาล กฎหมายได้เขียนไว้แน่ชัดว่าห้ามไม่ให้มีการใส่ร้ายป้ายสี แต่อนุญาตให้มีการวิจารณ์ได้ ที่ประเทศนอร์เวย์ การลงโทษจะทำได้เมื่อได้รับการอนุญาตจากกษัตริย์ กฎหมายหมิ่นฯที่่อื่นๆ มีข้อยกเว้นหลายข้อ และบางประเทศมีเงื่อนไขว่า ห้ามทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงไม่ใช่การดูหมิ่น แม้ว่าข้อยกเวันหลายข้อนี้ล้มเหลว การลงโทษก็ไม่รุนแรง 

สำหรับกฎหมายหมิ่นฯสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศอื่นๆที่คล้ายประเทศไทย อาจกำลังมีการเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องน่าสงสัยว่า กฎหมายจะใช้บังคับเข้มงวดแบบในไทยหรือเปล่า

สรุป ในประเทศไทยทุกอย่างผิดหมดสำหรับกฎหมายหมิ่นฯ มันไม่ได้ปกป้องสถาบันแต่เป็นการกดดันการวิจารณ์ในสังคม

ทนงควรได้รับการชื่นชมในการยกเรื่องกฎหมายนี้ขึ้นมาเขียนให้ผู้อ่านได้อ่าน เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวว่า จะมีการพิจาณาการปรับปรุงกฎหมายหมิ่นฯในสภาในอาทิตย์นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี

แต่การโต้แย้งเกี่ยวกับกฎหมายควรอยู่บนพื้นฐานของความจริง หัวข้อที่ขัดแย้งข้างบนนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายที่จะหาข้อมูลจากในประเทศไทยและที่อื่นๆ ทนงและนักการเมืองหลายคนได้แนะว่าปัญหามาจากการบังคับใช้ ดังนั้นจึงไม่ควรแตะกฎหมายนี้ ไม่ต้องมีข้อยกเว้น ไม่มีการยกเลิก แต่การโต้ตอบแบบนี้ควรจะมีการพิจารณาใหม่อย่างจริงจัง การบังคับใช้จะไม่เคยได้ผล ถ้าไม่มีการทำอะไรกับกฎหมายนี้

สำหรับทนง “จุดสำคัญของเรื่อง” คือการยกย่องคุณงามความดีของราชวงศ์ ซึ่งเป็นการอธิบายแค่บางส่วนที่ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่า ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่กฎหมาย จุดสำคัญของการโต้แย้งในครั้งนี้ไม่ได้พูดกันถึงคุณสมบัติของราชวงศ์ หรือเจตนาของคนที่ถูกมองว่าวิจารณ์สถาบัน ซึ่งไม่ได้มีเจตนาร้าย คำถามคือธรรมชาติของกฎหมายนี้ทำให้มีแนวโน้มจะถูกใช้ในทางผิดได้ง่าย และเมื่อเป็นเช่นนี้ จะมีผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศประชาธิปไตยไทย

หมายเหตุ: เนชั่นปฎิเสธที่จะตีพิมพ์การโต้แย้งนี้

เดวิด สเตร้คฟัสได้รับปริญญาเอกจากการศึกษาประวัติศาสตร์ของตะวันออกเฉียงใต้ของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน วิทยานิพนธ์ของเขาคือการตรวจกฎหมายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง รวมทั้งกฎหมายหมิ่นฯ dstreckfuss@yahoo.com

แปลและเรียบเรียง – chapter 11
ทีมา: http://www.prachatai.com/english/news.php?id=1049

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: