Skip to content

ข้อความบางตอนจากคำสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร

วันศุกร์ 13 มีนาคม 2009

Excerpts from Dubai Interview With Thaksin Shinawatra
6 มีนาคม 2552 – Far Eastern Economic Review

ดูไบ-อดึตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรกับการให้สัมภาษณ์ต่อคอลัม เมอร์ฟี่ รักษาการบรรณาธิการของฟาร์อีสเทิร์น อีโคโนมิก รีวิว

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณจะกลับไปเมืองไทยเพื่อต่อสู้คดีกับข้อกล่าวหาและการตัดสินจำคุกหรือไม่

ทักษิณ ชินวัตร: ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนนะ ว่าได้เกิดอะไรขี้นที่เมืองไทย และที่นั่นคือผมได้ถูกปล้น ผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเลือกตั้งมาตามแนวทางประชาธิปไตย และผมถูกปล้นโดยการทำรัฐประหาร

คอลัม เมอร์ฟี่: งั้นคุณกำลังพูดว่าคุณไม่เคารพต่อคำวินิจฉัยของศาล

ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่เคารพในขั้นตอนการพิจารณาของศาล เพราะเป็นที่แน่ชัดว่าขั้นตอนการพิจารณานั้น ได้ถูกใช้ในทางการเมืองเพื่อทำลายผม ในประเทศอื่่นๆทั่วโลกเรื่องนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นคดีอาญา

คอลัม เมอร์ฟี่: อย่างนี้แล้ว ภายใต้เงื่อนไขอะไรหรือที่จะทำใหคุณคิดที่จะกลับเมืองไทย

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าผมต้องรอจนกว่าสถานการณ์กลับเข้าไปสู่ภาวะปกติ และผมจะได้รับความยุติธรรม และผมไม่ต้องการกลับไปและเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง เป็นการไม่ดีสำหรับทั้งประเทศและสำหรับคนไทยถ้ามีการประจันหน้ากันทั้งสองฝ่าย

คอลัม เมอร์ฟี่: การที่คุณพูดว่า “กลับไปสู่ภาวะปกติ” นั้นเมื่อไรล่ะที่คุณจะได้เห็นเหตุการณ์นั้น ช่วยกำหนดเวลาได้หรือไม่

ทักษิณ ชินวัตร: อะไรก็เกิดขี้นได้ในประเทศไทย ถ้าต้องมีการประนีประนอมกัน..ผมคิดว่าภายในปีนี้แหละคุณอาจจะได้เห็นการประนีประนอมกันในเมืองไทย และเราไม่สามารถจะรอได้อีกต่อไปแล้ว เพราะสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ การแบ่งแยกทางสังคมไทย และการที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างจริงจัง มิฉะนั้นแล้วประเทศจะ

คอลัม เมอร์ฟี่: แสดงว่าขณะนี้คุณไม่มีโครงการณ์ที่แน่ชัดที่จะกลับเมืองไทย

ทักษิณ ชินวัตร: ยัง ยังไม่ใช่ตอนนี้ ผมยังไม่ได้วางแผนอะไร

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณพูดถึงการประนีประนอม จะเป็นรูปแบบอะไร เช่น รัฐบาลแห่งชาติหรือ คุณจะให้การสนับสนุนหรือไม่

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าขี้นอยู่กับทั้งสองฝ่าย ถ้าเป็นรัฐบาลแห่งชาติก็หมายถึงว่าจะไม่มีฝ่ายค้าน เมื่อไม่มีฝ่ายค้านก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับประชาธิปไตย แต่บางครั้งเราต้องการมันในช่วงระยะสั้นๆเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ไม่ได้สำหรับประเทศไทย เพราะเป็นผลพวงมาจากการทำรัฐประหาร จึงใช้ไม่ได้เลยสำหรับประเทศไทย และต้องมีการปรับปรุงขั้นตอนทางการเมือง เพื่อพัฒนาให้เป็นประชาธิปไตยที่เต็มใบมากขี้น

คอลัม เมอร์ฟี่: ได้มีการเคลื่อนไหวอะไรจากทางรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเพื่อจะขอสมานฉันท์ไหม และได้มีการพูดถึงการจะประนีประนอมไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ ผมคิดว่าเขายุ่งอยู่กับการคุมอำนาจ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ผมไม่คิดว่าเขาจะมีเวลาเหลือให้คิด และเขาคงไม่สามารถคิดถึงคำตอบในระยะยาวได้ หรือแม้แต่คำตอบในระยะกลางๆ

คอลัม เมอร์ฟี่: ดูเหมือนเขาจะมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะจับตัวคุณกลับเมืองไทยให้ได้ คุณเป็นห่วงเรื่องนี้ไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ไม่ครับ ผมไม่เคยห่วง อะไรที่หมายถึงจับตัวผมกลับเมืองไทย ประการแรกคุณต้องมีสนธิสัญญากับประเทศดังกล่าวเสียก่อน แต่ประเทศนั้นก็จะมีการพิจารณาว่ามีอะไรในสนธิสัญญานั้นบ้าง แม้ว่าประเทศนั้นจะมีการตกลงกันตามสนธิสัญญา เช่น ต้องไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกล่าวหาทางการเมือง หรือการโจมตีเพื่อเป้าหมายทางการเมือง ประการต่อมา แม้จะไม่ใช่เรื่องการโจมตีทางการเมือง ก็ต้องเป็นคดีอาญาในประเทศนั้นด้วยเช่นกัน ฉะนั้นจึงเป็นขั้นตอนที่ยาวนาน และจะต้องมีข้อกำหนดบางอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับกฎการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณคิดอย่างไรกับการที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เที่ยวไปพูดอยู่เรื่อยๆว่าจะเอาตัวคุณกลับเมืองไทยให้ได้

ทักษิณ ชินวัตร: เขาทำเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง เพียงต้องการจะให้ผมขายหน้า เพราะการเมืองของเราอยู่คนละฟาก นี่เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเกี่ยวกับประเทศไทยหรือประเทศที่กำลังพัฒนาบางประเทศ ที่จริงการเลือกตั้งเป็นเพียงเกมส์ ถ้าเราทำตามกติกาและเคารพกติกา และหลังจากที่ประชาชนบอกว่าได้มอบอำนาจให้กับคนนี้ เราก็ต้องเคารพ เหมือนกับการแข่งขันเทนนิสหรือฟุตบอล ถ้าไม่เคารพผู้ตัดสิน ถ้าไม่เคารพผู้ตัดสินแล้ว จะเล่นเกมส์กันได้อย่างไร

คอลัม เมอร์ฟี่: แต่ได้มีหลายๆคนบอกว่าสมัยคุณเป็นนายกคุณไม่ได้เคารพผู้ตัดสินเช่นกัน เช่น คุณได้จัดตั้งหน่วยงานคล้ายกับคณะกรรมการเลือกตั้ง คณะกรรมการต่อต้านการคอรัปชั่น ซึ่งคุณแต่งตั้งมาจากพวกของคุณเอง เป็นหนึ่งในเรื่องที่มีการวิจารณ์กันอย่างหนาหู

ทักษิณ ชินวัตร: บางคนแสดงตัวแน่ชัดว่าอยู่ฝ่ายไหน ถ้าพวกเขาเลือกข้าง พวกเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นกลาง

คอลัม เมอร์ฟี่: ถ้าเลือกข้าง…

ทักษิณ ชินวัตร: ถ้าพวกเขาเลือกข้างไปอยู่กับค่ายอื่น ผมก็มีสิทธิที่จะวิจารณ์ได้ แต่ผมไม่มีสิทธิที่จะไปทำอะไรพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นองค์กรอิสระ บางครั้งคนที่ทำหน้าที่ในองค์กรอิสระก็ไม่ได้มีความเป็นอิสระ มีการเลือกข้าง ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ผมก็มีสิทธิวิจารณ์พวกเขาได้

คอลัม เมอร์ฟี่: งั้นคุณก็ปฎิเสธการกล่าวหาที่คุณ…

ทักษิณ ชินวัตร: ไม่ ผมขอปฎิเสธการกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง เพราะผมเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าใครทำตัวไม่เหมาะสมผมก็จะวิจารณ์

คอลัม เมอร์ฟี่: พูดถึงเรื่องการตรงไปตรงมา เมื่ออาทิตย์ที่แล้วคุณมีกำหนดการณ์จะไปบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ฮ่องกง และคุณได้ถอนตัววันสุดท้ายก่อนการบรรยาย มีการพูดกันหนาหูว่าได้มีเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะจากทางปักกิ่ง ได้สร้างแรงกดดันไม่ให้คุณไปปรากฎตัวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ฮ่องกงนี้ มีความจริงแค่ไหนในเรื่องนี้

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่ารัฐบาลไทยได้ส่งจดหมายทั่วไปหมด ส่งไปจีน ไปฮ่องกง

คอลัม เมอร์ฟี่: ดังนั้นก็ไม่มีใครจากปักกิ่ง….

ทักษิณ ชินวัตร: ไม่มี ไม่มี ผมเพียงแต่รู้สึกจากในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจถึงคุณค่าของสัมพันธ์ไมตรีระหว่างสถาบันและระหว่างชาติ ถ้าพวกเขาตื่นตระหนกมากเกินไป ถ้าพวกเขาออกอาการมากไป..จริงแล้วผมตั้งใจจะบรรยายที่ฮ่องกงเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจของโลก ไม่ได้ต้องการพูดอะไรเกี่ยวกับการเมืองไทย ถ้าผมต้องทำอะไรที่จะกระทบกับสถาบัน ผมต้องระวังตัว

คอลัม เมอร์ฟี่: มาพูดถึงชีวิตคุณในขณะนี้ คุณเดินทางค่อนข้างบ่อยนะ ในเรื่องเกี่ยวกับเอกสาร คุณยังถือหนังสือเดินทางทูตไทยไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ครับ ผมยังใช้หนังสือเดินทางทูตไทยเสมอ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ได้ใช้หนังสือเดินทางทูตไทย ผมใช้พาสปอร์ตธรรมดา

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณถูกยึดหนังสือเดินทางทูตหรือ

ทักษิณ ชินวัตร: ครับ

คอลัม เมอร์ฟี่: และมีข่าวลือว่าคุณกำลังทำเรื่องขอหนังสือเดินทางจากรัฐบอลข่าน ความจริงในเรื่องนี้เป็นอย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: มีหลายๆประเทศได้เสนอให้หนังสือเดินทางกับผม และอนุญาตให้ผมเป็นพลเมืองกิติมศักดิ์ และออกหนังสือเดินทางให้ผมเพราะผู้นำจากหลายๆประเทศรู้จักผม ไม่ได้รู้จักผมเป็นการส่วนตัวนะ แต่รู้จักผมจากสิ่งที่ได้เกิดขี้นกับผม และผมได้ทำอะไรให้กับประเทศของบุคคลเหล่านั้น บุคคลเหล่านี้เพียงแค่ต้องการมุมมองและแง่คิดของผมที่มีต่อประเทศของเขา เขาจึงได้เสนอหนังสือเดินทางให้ผม

คอลัม เมอร์ฟี่: และคุณได้ยอมรับข้อเสนอเหล่านั้นไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ครับ ผมได้รับข้อเสนอจากหลายประเทศ

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณจะบอกรายชื่อประเทศเหล่านั้นได้ไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ผมว่าผมไม่ควรเอ่ยชื่อของประเทศเหล่านั้นดีกว่า แต่ผมมีหนังสือเดินทางหลายเล่ม

คอลัม เมอร์ฟี่: ในเรื่องวีซ่าประเทศอังกฤษของคุณ มีการพูดถึงเมื่อไม่นานมานี้ โฆษกประจำตัวของคุณ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนาได้กล่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ไม่มีการออกวีซ่าให้ใหม่ เจ้าหน้าที่อังกฤษได้ยกเลิกวีซ่าของคุณเมื่อปีที่แล้ว สถานภาพของวีซ่าอังกฤษเป็นอย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: ผมยังไม่ได้ไปยื่นขอใหม่ ผมไม่มีโครงการณ์ที่จะไปอังกฤษ ผมจึงไม่ได้ไปขอวีซ่าใหม่ ดังนั้นผมก็ไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขี้นถ้าผมไปทำเรื่องขอวีซ่าใหม่

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณมีแนวโน้มที่จะไปยังอียูโดยใช้หนังสือเดินทางอื่นที่มีอยู่ได้หรือไม่ เช่น ถ้าประเทศเยอรมันให้วีซ่าคุณจากหนังสือเดินทางเล่มอื่นที่ไม่ใช่หนังสือเดินทางไทย

ทักษิณ ชินวัตร: ใช่ หนังสือเดินทางไทยของผม

คอลัม เมอร์ฟี่: แต่ตัวอย่าง…

ทักษิณ ชินวัตร: ผมใช้หนังสือเดินทางไทยครับ

คอลัม เมอร์ฟี่: เสมอหรือ

ทักษิณ ชินวัตร: ผมใช้หนังสือเดินทางไทยตลอดครับ ไม่เคยใช้หนังสือเดินทางจากประเทศอื่นเลย ผมใช้หนังสือเดินทางไทยตลอดเวลา และผมมีวีซ่าที่ถูกต้อง ผมมีเชงเก้นต์วีซ่า ผมมีวีซ่าถาวรของประเทศทางยุโรปบางประเทศที่มีฐานะคล้ายกับเชงเก้นต์

คอลัม เมอร์ฟี่: แล้วประเทศญี่ปุ่น และ อังกฤษ…

ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่เคยขอวีซ่าญี่ปุ่นเลย เมื่อก่อนผมไปญี่ปุ่นโดยใช้หนังสือเดินทางทูตไทย ผมไม่เคยขอวีซ่าจากหนังสือเดินทางธรรมดาของผม ผมไม่มีเรื่องจำเป็นต้องไปญี่ปุ่น ผมไม่มีโครงการณ์ที่จะไปญี่ปุ่น

คอลัม เมอร์ฟี่: ผมคิดว่า…คำถามของผมก็คือ คุณรู้สึกหรือไม่ว่า คุณเหลือประเทศน้อยลงแล้วในแง่ของอิสระภาพ ที่คุณจะเดินทางไปรอบโลก

ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่คิดอย่างนั้น โลกมันกว้างใหญ่นัก มีตั้ง 198 ประเทศ

คอลัม เมอร์ฟี่: แต่ในอดีตคุณเคยพูดว่าคุณต้องการที่จะกลับบ้านเกิด ไปเมืองไทย

ทักษิณ ชินวัตร: ครับ แน่นอน

คอลัม เมอร์ฟี่: การต้องหนีออกนอกประเทศสำหรับคุณแล้วเป็นอย่างไร คุณคิดว่าเป็นการลำบากไหม เหนื่อยไหม เป็นอะไรที่คุณต้องการให้มันจบให้เร็วที่สุดไหม คุณจะอธิบายมันว่าอย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: อืม จำได้ไหม บันทึกไว้ได้เลยว่าผมจะกลับเมืองไทย ขี้นอยู่แต่ว่าเมื่อไรเท่านั้นแหละ และผมไม่เคยต้องการ ผมไม่คิดว่าผมจะต้องจบชีวิตนอกประเทศ เหมือนผู้นำท่านอื่นในอดีตที่ถูกขับไล่และออกไปอาศัยนอกประเทศไทย

คอลัม เมอร์ฟี่: เมื่อคุณได้กลับประเทศไทยคุณจะเล่นการเมืองอีกไหม คุณมองเห็นตัวคุณเองว่า คุณจะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ก็ต้องขี้นอยู่กับอนาคตล่ะ ขี้นอยู่กับการพัฒนาทางการเมืองของเมืองไทย แต่ผมหวังไว้ว่าเมืองไทยจะมีประชาธิปไตยในไม่ช้านี้ และถ้าประชาธิปไตยของไทยไม่พัฒนาไปถึงขั้นที่สมบูรณ์ ประเทศไทยก็จะไม่มีทางรุ่งเรืองและมั่นคง คุณจำหนังสือของอมาตยา เซนได้ไหม ที่พูดถึงว่าถ้าประเทศใดไม่มีประชาธิปไตย คนในประเทศอาจจะต้องประสบกับความอดอยาก ผมจึงคิดว่าประเทศไทยต้องการประชาธิปไตยและกฎหมายอย่างแท้จริง

คอลัม เมอร์ฟี่: ทำไมคุณคิดว่าประเทศถึงมีการแบ่งแยกกันได้ถึงขนาดนี้

ทักษิณ ชินวัตร: หลังจากที่พวกเขาได้ไล่ผม มันก็เสียหายไปทั้งประเทศ เพราะผมเอาแต่ชนะแล้วชนะอีก ด้วยเสียงข้างมากที่เพิ่มขี้นแล้วเพิ่มขี้นอีก ทำให้พวกศักดินาบางกลุ่มเครียดกับอำนาจทางการเมืองของผม ก็เพราะประชาชนสนับสนุนผมอยู่ และเสียงของประชาธิปัตย์ก็ค่อยๆ น้อยลงๆ

คอลัม เมอร์ฟี่: ใครคือศักดินาที่คุณพูดถึง

ทักษิณ ชินวัตร: ศักดินาคือคนที่มีความสุขกับการเมืองที่อ่อนแอ เมื่อไรที่การเมืองเริ่มมั่นคงขี้น พวกนี้จะไม่ชอบ จริงๆแล้วรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรทั้งนั้นนะ พวกศักดินาบางกลุ่มได้ร่างกันขี้นมาเอง แล้วกลุ่มนี้ภายหลังก็ไปร่วมกับพันธมิตรมากำจัดผม ซึ่งตอนที่ผมบริหารประเทศก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่พวกนี้ร่างขี้นมา ซึ่งในตอนนั้นพวกนี้ต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ และต้องการสร้างความเป็นผู้นำให้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกไม่ต้องไปต่อรองกับสมาชิกสภา นี่คือจุดประสงค์ของรัฐธรรมนูญปี 2540

และเมื่อผมก็คือผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ผมจึงมีความมั่นคงมาก ยิ่งถ้าผมทำสิ่งที่ถูกต้องประชาชนก็สนับสนุนผม ความมั่นคงของผมก็ยิ่งเพิ่มมากขี้น พวกนั้นเลยไม่มีความสุข พวกเขาก่อการประท้วงซ้ำแล้วซ้ำอีก มีการหนุนหลังจากพรรคประชาธิปัตย์ และกองทัพ และสุดท้ายในขณะที่ผมไม่ได้อยู่ในประเทศ พวกนี้ได้ยึดอำนาจผม และเมื่อพวกนี้พยายามที่จะปั้นน้ำเป็นตัวขี้นมาว่า ผมไม่จงรักภักดีต่อในหลวง ซึ่ง….ผมเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่สุด ถ้าคุณมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ผมได้ทำเพื่อประเทศและเพื่อราชวงศ์  ผมมีแต่ความเคารพและภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว แต่กลายเป็นว่าถูกกล่าวหาว่าไม่ภักดี นี่คือที่ว่าทำไมบรรดาศักดินาทั้งหมด ถึงได้ใช้เครื่องมือของรัฐบาลทั้งหมดมาต่อต้านผม รวมถึงสื่อ….

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณคิดหรือไม่ว่าคุณเองอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการถูกตำหนิในสถานการณ์ดังกล่าว

ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่คิดแบบนั้น ถ้าคุณทำตามกฎ ถ้าคุณเคารพในกฎ ถ้าคุณไม่ล้มเลิกการเลือกตั้ง ถ้าคุณลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วคุณแพ้ ก็หมายถึงว่าแพ้ แต่ถ้าคุณชนะ ก็คือชนะ ถ้ายอมรับได้แบบนี้แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขี้น แต่นี่คุณเอาชนะตามกฎกติกาไม่ได้ แล้วคุณจะมาเขี่ยผมออกไปแล้วเปลี่ยนกฎการเล่นใหม่หรือ นี่แหละที่ว่าทำไมคนจึงไม่สามารถอยู่ภายใต้สังคมที่ไม่มีกฎเกณฑ์ได้

คอลัม เมอร์ฟี่: องค์กรอิสระ สงครามยาเสพติด การจัดการภาคใต้

ทักษิณ ชินวัตร: ขอให้ผมได้อธิบายกับคุณตัวต่อตัวนะ สำหรับองค์กรอิสระ คุณจะเห็นเลยว่าหลังจากที่ผมได้พ้นจากตำแหน่งแล้ว องค์กรอิสระมันเละเทะอย่างไร คุณจะเห็นได้ว่ามันเละเทะแค่ไหน ในระหว่างที่ผมบริหารประเทศก็ยังมีการวิจารณ์องค์กรนี้ได้ ถ้าไม่ทำตัวเป็นกลาง แต่ขณะนี้ องค์กรอิสระไม่ได้เป็นกลางโดยสิ้นเชิง เกือบจะทุกองค์กรก็ว่าได้ และวิธีการในการเลือกบุคคลขี้นมา ก็เป็นการจัดตั้ง ถ้าคุณจะยังจำการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินในครั้งแรกได้ เมื่อท่านพยายามทำตัวเป็นกลาง ก็ถูกกองทัพเขี่ยทิ้งไป ประชาชนเข้าใจดีว่ามีการทำลายผมอย่างชั่วช้าเพียงไร

คอลัม เมอร์ฟี่: เป็นที่ลือกันว่าคุณเป็นคนเข้มงวดกับเสรีภาพของสื่อ เป็นเรื่องยุติธรรมไหม

ทักษิณ ชินวัตร: คุณลองดูซิว่าขณะนี้สื่อมีเสรีภาพหรือไม่ หลังจากที่ผมออกจากตำแหน่ง พวกเขาควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง ประเทศที่เคยมีประชาธิปไตยมาเป็นเวลานาน และในระยะที่ผมบริหารงานก็ยังมีคงความเป็นประชาธิปไตย ถ้าผมถูกวิจารณ์ผมก็วิจารณ์ตอบ ก็แค่นั้น ไม่มีอะไรเลยเถิดมากไปกว่านั้น และผมก็เป็นคนตรงไปตรงมา หลังจากผมออกมาแล้ว สื่อไม่เหลือเสรีภาพใดๆ สื่อไม่กล้าออกเสียงเพราะสื่ออยู่ใต้อุ้งมือของกองทัพ ตอนนี้เสรีภาพของสื่อน้อยกว่าสมัยผมมาก ข้อกล่าวหาผมจึงไม่มีความจริงโดยสิ้นเชิง แต่ที่เกิดขี้นก็เพราะผมเป็นคนตรงไปตรงมา

คอลัม เมอร์ฟี่: เกี่ยวกับเรื่องภาคใต้ ได้มีการพูดว่าคุณจัดการอย่างรุนแรงและไม่มีประสิทธิภาพ

ทักษิณ ชินวัตร: ถ้าคุณลองถามคุณอภิสิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องโรฮิงยา คุณจะเห็นปัญหาเดียวกัน บางทีคุณก็ไม่ได้รู้ไปเสียทุกเรื่อง ผมเป็นคนที่จัดสรรงบประมาณลงทางใต้ วิธีของผมเป็นทั้งไม้แข็งและไม้อ่อนในเวลาเดียวกัน แต่สำหรับอาชญากรแล้วคุณต้องใช้ไม้แข็ง แต่สำหรับคนดีๆเราต้องช่วยเขา อ้าแขนรับเขา เพราะในบางพื้้นที่ที่พวกหัวรุนแรงได้ทำการปลุกปั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย นี่คือที่ว่าทำไมผมจึงจัดงบประมาณสูง เพื่อใช้พัฒนาในส่วนภาคใต้ของประเทศไทย  หลังจากผมออกมาแล้วสถานการณ์ยิ่งกลับเลวร้ายลงไป ผมคิดว่าการที่ผมจัดทีมปฎิบัติการ พวกเขาทำการปฎิบัติการภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ซึ่งผมก็ได้จัดให้มีหน่วยสอบสวนอิสระเพื่อการลงโทษพวกเขาด้วย

คอลัม เมอร์ฟี่: อะไรที่ต้องการให้เกิดขี้นเพื่อให้ประเทศไทยกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะคุณต้องการจะเห็นบทบาทของกองทัพและราชวงศ์อย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าสาเหตุแท้จริงของปัญหาก็เนื่องมาจากรัฐบาลของผม ได้รับเสียงข้างมากและได้รับความนิยมที่มีแต่มากขี้นจากประชาชน และผมถูกกล่าวหาอย่างผิดๆว่าไม่จงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว แล้วตอนนี้เรื่องทีเคยผิด ก็แก้ให้ถูกเสีย เรื่องราวก็จะดีขี้น ผมมีความภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้แจริง ถ้าย้อนกลับไปได้ว่า ผมภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป

คอลัม เมอร์ฟี่: การได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นการแก้ไขทุกอย่างไหม

ทักษิณ ชินวัตร: เราต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ ให้ทุกคนกลับไปเริ่มต้นใหม่ นั่นคือไม่ควรมีการฟ้องร้องในคดีการเมืองอีกต่อไป และจากนั้นไปหลังจากที่เราได้ประนีประนอมกัน ถ้ามีใครทำผิดขี้นมาก็ดำเนินทางกฎหมายได้เลย

คอลัม เมอร์ฟี่: ตามขั้นตอนนี้ จะเกิดขี้นได้อย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: ต้องให้สภาผ่านกฎหมายในการประนีประนอม และต้องได้รับการเห็นชอบจากพระเจ้าอยู่หัว

คอลัม เมอร์ฟี่: มีทางอื่นไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ผมมองไม่เห็นวิธีทางอื่น ผมคิดว่าทุกฝ่ายต้องลืมเรื่องทุกอย่างแล้วมาร่วมมือกัน และจากนั้นเป็นต้นไปเราก็ตั้งกฎขี้นมา เราต้องทำตามกฎ และทุกฝ่ายต้องเคารพกฎ

คอลัม เมอร์ฟี่: อะไรที่จะจูงใจอภิสิทธิ์ล่ะ

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าประเทศกำลังอยู่ในระยะหน้าสิ่วหน้าขวาน ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องการจะทิ้งให้ประเทศตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ไปนานๆ ก็จะเป็นการทำลายทั้งประเทศ และประชาชนที่อาศัยในประเทศนั้นด้วย สำหรับผมแล้ว ผมรอได้ ผมเพียงแต่รักษาสุขภาพผมให้แข็งแรง และผมรอได้

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณคิดว่าเป็นเวลาของคุณไหม เพราะวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินในปัจจุบันนี้ คุณคิดว่าแนวโน้มจากวิกฤติโลกที่ตกต่ำนี้จะช่วยคุณบ้างในแง่ที่ว่าประเทศไทยอาจจะดำเนินไปด้วยความยากลำบาก

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่าไม่ต้องมีเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ในประเทศไทยก็มีแต่เลวลงๆ ความร้าวฉานที่มีอยู่ ความแตกแยกที่มีอยู่ มีหลายรัฐบาลในปีเดียว คุณใช้กลไกทุกอย่างเพื่อทำลายฝ่ายหนึ่ง ประเทศจะไปรอดได้อย่างไร

คอลัม เมอร์ฟี่: แต่ก็มีตัวอย่างจากประเทศอื่น ที่ไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองแบบนี้ และยังคงบริหารประเทศและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจไปด้วย คุณคิดว่าสองอย่างนี้เกี่ยวกันไหม

ทักษิณ ชินวัตร: ความมีเสถียรภาพเป็นรากฐานของความรุ่งเรือง ปราศจากความมีเสถียรภาพแล้ว ความเจริญก็จะไม่มี

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณจะอธิบายว่าขณะนี้ประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพหรือ

ทักษิณ ชินวัตร: ไม่มีเลย

คอลัม เมอร์ฟี่: เกี่ยวกับเรื่องนโยบายเศรษฐกิจที่รัฐบาลปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่เพิ่งแถลงไป คุณคิดว่าแผนกระตุ้นแบบนี้เพียงพอไหม เป็นคุณจะทำแตกต่างไปจากนี้ไหม 

ทักษิณ ชินวัตร: นโยบายที่พวกเขาจะทำเพียงแต่เอานโยบายผมกลับมาใช้ใหม่ แต่มันจะไม่ได้ผลในช่วงเวลานี้ เพราะเรามีงบประมาณจำกัด และเราต้องเตรียมตัวรับมือหลังจากวิกฤติซับไพร์มของอเมริกา คุณต้องเข้าใจว่าเอเซียจะเป็นหัวหอกของความเติบโต ประเทศไทยจะยืนอยู่ที่ตำแหน่งไหน ประเทศไทยจะเดินไปสู่จุดไหน เราต้องมียุทธศาสตร์ว่าเอเซียเบนเข็มไปทางไหน และประเทศไทยก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งด้วย

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่ได้ทำหรือ

ทักษิณ ชินวัตร: ..ไม่มีวิสัยทัศน์เลย

คอลัม เมอร์ฟี่: ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

ทักษิณ ชินวัตร: เพราะพวกเขาไม่มีวิสัยทัศน์ พวกเขาจะต้องมีการระดมความคิดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของเอเซีย และให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์นั้นด้วย

คอลัม เมอร์ฟี่: ในใบประชาสัมพันธ์แจ้งเรื่องที่คุณจะไปบรรยายที่ฮ่องกงในอาทิตย์หน้า คุณได้เคยพูดถึงวิกฤติเศรษฐกิจของเอเซียในปี 2540 และในใบประชาสัมพันธ์นั้นได้กล่าวว่าคุณมีส่วนในการนำประเทศไทยออกจากวิกฤติเศรษฐกิจของเอเซียครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นการสร้างความโกรธแค้นกับคนซึ่งกล่าวว่า”ไม่จริง เป็นเพราะรัฐบาลก่อนหน้าทักษิณที่บริหารประเทศในช่วงวิกฤตินั่นต่างหาก”

ทักษิณ ชินวัตร: เมื่อผมเริ่มเข้าบริหารประเทศยอดหนี้สาธารณะคงค้าง 57% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจ (GDP) และทุนสำรองต่างประเทศก็เหลือน้อยมาก และติดหนี้ไอเอ็มเอฟ

หลังจากผมบริหารประเทศได้สองปี ผมจ่ายหนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนล่วงหน้าในสองปี เงินทุนสำรองเพิ่มมากขี้นอย่างรวดเร็ว หนี้สาธารณะได้ลดลงถึงประมาณ 30กว่าเปอร์เซนต์ แบบนี้น่ะหรือเป็นฝีมือรัฐบาลเก่า หรือเป็นฝีมือผม รัฐบาลผม

เราได้ทำหลายเรื่อง เราถึงกับเปลี่ยนโยบายของธนาคารกลาง นี่เป็นสาเหตุที่ทำไมเราได้นำเงินสกุลต่างประเทศกลับมาสู่เมืองไทย และเมื่อเรามีเงินทุนสำรองที่เพิ่มมากขี้น เราก็ลงทุนได้มากขี้น เรามีเปอร์เซนต์หนี้น้อยลง และผมบริหารให้งบประมาณสมดุล แต่พอผมออกจากตำแหน่ง (หัวเราะ) งบก็ขาดดุล และหนี้ตอนนี้ก็เพิ่มขี้น การขาดดุลก็จะยิ่งขาดมากขี้น

คอลัม เมอร์ฟี่: ถ้าคุณได้เข้าบริหารประเทศในวันพรุ่งนี้ นโยบายเศรษฐกิจแบบไหนที่คุณจะนำมาใช้กับภาวะแวดล้อมที่คุณจะต้องพบ

ทักษิณ ชินวัตร: แผนกระตุ้นไม่ควรเป็นเพียงแต่เป็นการใช้เงินเท่านั้น มันควรจะเปลี่ยนรูปแบบทางเศรษฐกิจด้วย ต้องเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองให้อยู่ในโลกหลังวิกฤติซับไพร์มให้ได้ งบประมาณจึงต้องจัดสรรในส่วนนี้ด้วย ถ้าคิดแต่เพียงใช้จ่ายและการบริโภค มันก็ไม่พอหรอก

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณมองดูประเทศไทยจะอยู่ตรงไหนในช่วงหลังวิกฤติซับไพร์ม

ทักษิณ ชินวัตร: เราต้องคิดเรื่องเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ ต้องสร้างบางอย่างที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่น และการแข่งขันในตลาดแบบเดิมๆและขายถูกๆ ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว

คอลัม เมอร์ฟี่: แต่ทุกประเทศ ไม่ว่ามาเลเซีย แม้แต่เวียตนาม ต่างก็มีคำขวัญว่า “มายกระดับห่วงโซ่แห่งคุณค่า(value chain)” แล้วต่างกับประเทศไทยอย่างไร ทำไมประเทศไทยทำมากกว่าประเทศอื่น

ทักษิณ ชินวัตร: คุณมีวัฒนธรรมของตัวเอง คุณมีความสามารถส่วนตัวของคุณเอง คุณต้องหาบางสิ่งที่สามารถนำมาสร้างประเทศในแบบที่ว่าคุณไม่ต้องติดอยู่กับการสร้างผลิตภัณฑ์ราคาถูกๆ เรายังมีเงินเก็บและมีแรงงานที่มีฝีมืออีกเยอะ แต่ตอนนี้ความสามารถในการผลิตมีมากเกินไป เพราะเราไม่สามารถทำการผลิตและทำการขายได้พอควรอีกแล้ว คุณจะใช้ทรัพยากรอย่างฉลาดอย่างไรล่ะ คุณก็ต้องมานั่งปรึกษาและวางแบบแผนกับแผนการใหม่ๆเพื่อพวกเขา ไม่ใช่เพียงแต่พยายามทำอย่างส่งเดช คุณต้องนั่งปรึกษามองหาวิธี และดูว่าโลกจะไปทิศทางไหน และเราจะให้ตัวเราอยู่ตรงไหนของโลก

คอลัม เมอร์ฟี่: และมีการลงทุนแบบไหนถึงจะทำให้ไปถึงจุดนั้นได้ ตัวอย่างเช่น เรากำลังมองว่าต้องเพิ่มงบในการพัฒนาการศึกษา

ทักษิณ ชินวัตร: ใช่ คุณจำเป็นต้องสร้างระบบพื้นฐาน คุณจำเป็นจะต้องให้มีการเปลี่ยนแปลง คุณไม่สามารถปฎิบัติอย่างเดิม คุณไม่สามารถขยายตลาดส่งออกเพื่อขยายขนาดเศรษฐกิจของประเทศ (export-led growth economy) แต่เพียงอย่างเดียว 54% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มาจากการส่งออก ถ้าการส่งออกลดลงต่ำกว่า 15% ประเทศไทยก็เจอปัญหาแน่ ถ้า GDP โตเพียง 5% ก็เกิดปัญหาหนี้ตามมา ประเทศไทยก็จะมีปัญหาอีกเช่นกัน ถ้า GDP โตน้อยกว่า 5% นั่นปัญหาใหญ่ ฉะนั้นคุณต้องทำให้ทุกอย่างอยู่ในสมดุลย์ คุณวางแผนเพื่อการเติบโต คุณก็ต้องวางแผนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงด้วย การวางแผนอนาคตก็จากการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน..ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกายภาพ (Physical Infrastructure) และ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่ๆ คุณจึงต้องมีแผนการณ์และมีการผลักดัน บางทีนโยบายอาจจะเหมือนๆกัน แต่การปฎิบัติอาจไม่เหมือนกัน

คอลัม เมอร์ฟี่: บทบาทของอเมริกาที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือด้านการเมือง คุณมองวอชิงตันว่ามีส่วนสำคัญหรือบทบาทอย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: ผมคิดว่า จะเป็นการช่วยได้มากถ้าทางวอชิงตันยังคงยึดกับคุณค่าของความเป็นประชาธิปไตย และให้ความสำคัญของคุณค่าความเป็นประชาธิปไตยว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในการสร้างความสัมพันธ์กัน แต่ในอดีตที่ผ่านมา แม้แต่กับรัฐบาลทหารที่เข้ามาบริหารประเทศ อเมริกายังยอมรับรัฐบาลทหาร เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะไม่น่าพอใจ โดยเฉพาะรัฐบาลบุช

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณคาดหวังว่ารัฐบาลบุชจะอยู่ด้าน…

ทักษิณ ชินวัตร: ด้านประชาธิปไตย ไม่ใช่ด้านผม ด้านประชาธิปไตย บุชห่วงกับเรื่องการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายมากไป และเขาลืมเรื่องประชาธิปไตย

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณรู้สึกว่าถูกจอร์ช ดับเบิ้ลยู บุชทรยศอย่างนั้นหรือ

ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ผมคิดว่าประเทศระดับอเมริกา ประชาธิปไตยควรเป็นเรื่องที่อเมริกาควรให้การสนับสนุนอย่างที่สุด

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณหวังอะไรจากรัฐบาลโอบาม่าเพื่อประเทศไทย

ทักษิณ ชินวัตร: ผมไม่ทราบ ผมไม่เคยพบกับประธานาธิบดีโอบาม่า แต่ผมคิดว่าท่านคงจะยืนอยู่ข้างประชาธิปไตยมากกว่า

คอลัม เมอร์ฟี่: อย่างนั้นคุณก็คิดในแง่ดีว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ทักษิณ ชินวัตร: เราไม่ได้หวังเลยว่าอเมริกาจะทำการกดดันทางด้านการเมืองใดๆ เป็นเรื่องภายในที่ประเทศไทยจะตระหนักด้วยตัวเองว่า เราต้องทำอะไรบางอย่าง

คอลัม เมอร์ฟี่: มองในแง่เศรษฐกิจ ใครที่คุณจะติดต่อด้วย

ทักษิณ ชินวัตร: อเมริกาต้องช่วยตัวเองก่อน (หัวเราะ) ผมไม่คิดว่าอเมริกาจะช่วยประเทศอื่นๆได้ แต่สิ่งที่อเมริกากำลังพยายามทำขณะนี้ยังเป็นทางที่ยาวไกล อเมริกาตระหนักถึงเงินจำนวนล้านล้านเหรียญ ($1,000,000,000,000) ที่ได้สูญเสียไปกับระบบธนาคาร และระบบธนาคารทั้งระบบอาจจะต้องการเงินทุนอีกล้านล้านเหรียญในปี 2553 ซึ่งหมายถึงว่าถ้าขาดเงินทุนไปถึงล้านล้านเหรียญ ภาคธนาคารไม่สามารถออกเงินกู้ได้ถึง 10-12 ล้านล้านเหรียญ อเมริกาจีงยังคงอยู่ในสภาพขาดความน่าเชื่อถือ (credit crunch) ประธานาธิบดีโอบาม่าได้ประกาศถึงแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ช่วยได้แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องใช้เวลาสักพัก ความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในไตรมาสที่สองของปี 2552 ยังอาจจะไม่ใช่ความจริง คุณอาจจะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างอ่อนๆก็ในปี 2553

คอลัม เมอร์ฟี่: แล้วเรื่องเกี่ยวกับการมาลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในไทยล่ะ ตั้งแต่คุณถูกขับไล่ออกไป ได้มีการเปลี่ยนแปลงบางเรื่องในกฎหมายธุรกิจ และเป็นการส่งสัญญาณที่สับสนต่อวงการนักลงทุนต่างชาติ คุณคิดอย่างไรต่อเรื่องนี้และคุณจะทำให้แตกต่างจากเรื่องนี้อย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: เอเซียจะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และจะมาแทนที่เศรษฐกิจที่เจริญเติบโตโดยใช้การบริโภคชี้นำ (consumption-led growth) ของรัฐบาลอเมริกา ถ้าเป็นอย่างนี้ ประเทศในเอเซีย รวมถึงไทย ต้องเปิดประตูการค้าและการลงทุนจากประเทศอื่น และต้องมีการค้าขายและการลงทุนในเอเซียให้มากขี้นด้วย ฉะนั้นเราต้องเตรียมพร้อมโดยมีกฎหมายรองรับ ถ้าคุณไม่เตรียมพร้อมคุณก็ปิดประเทศได้เลย มันจะไม่ได้ผล เงินที่หมุนเวียนในประเทศเองไม่เพียงพอในการกระตุ้นการเติบโตเพื่อความรุ่งเรืองของประเทศไทย คุณต้องเปิดประตูการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ ฉะนั้นคุณจึงต้องเตรียมเรื่องกฎหมายรองรับให้ดี ถ้าคุณแก้ไขกฎหมายไปในทางตรงข้าม..คุณก็พลาดเที่ยวเรือได้เลย

คอลัม เมอร์ฟี่: ผมเดาว่าคุณจะอธิบายตัวคุณเองว่าเป็นนักปฎิรูป คุณได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆในประเทศไทย ตอนนี้ยังมีคนอย่างคุณในประเทศไทยอีกไหม คุณมองเห็นพวกนักปฎิรูปบ้างไหม คนที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและทางการเมือง

ทักษิณ ชินวัตร: ผมเป็นเหยื่อจากการปฎิรูป ดังนั้นจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวของผู้นำทางการเมือง ถ้าพวกเขาคิดเรื่องที่จะปฎิรูปการเมืองในอนาคต พวกเขาจะกลัว จากสิ่งที่เกิดขี้นกับผม…พวกเขาย่อมกลัว

คอลัม เมอร์ฟี่: คุณคิดว่าสถานการณ์ปัจจุบันได้ทำให้เสียโอกาสที่จะมีการปฎิรูปในไทย

ทักษิณ ชินวัตร: ครับ ผมก็คิดอย่างนั้น

คอลัม เมอร์ฟี่: ถ้าคุณจะสื่อให้กับคนในประเทศไทย ทั้งผู้ที่สนับสนุนคุณ (ที่เรียกว่าเสื้อแดง) และคนอื่นๆในประเทศไทย คุณจะบอกพวกเขาว่าอะไร คุณต้องการให้พวกเขาเข้าใจเกี่ยวกับคุณในจุดนี้ ในเวลานี้อย่างไร

ทักษิณ ชินวัตร: ก่อนอื่น ผมได้ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้จงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว ผมเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง ผมเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ฝึกให้เชื่องได้ทุกเมื่อ ผมเชื่องแล้วและผมจะยังคงเชื่องต่อไป ดังนั้นผมเองได้มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง

เรื่องที่สอง เราได้ลงเรือลำเดียวกันนั่นคือประเทศไทย ถ้าเราสู้กันเอง เรือก็จะล่ม เรือไม่ถึงฝั่ง ดังนั้นแทนที่จะต่อสู้กัน เรามาร่วมมือกับพระองค์ และแล่นเรือให้ถึงฝั่ง ดังนั้นทุกคนก็ปลอดภัย ผมคิดว่าเราต้องหันหน้าเข้าหากัน ถ้าคุณไม่รักกันเอง ก็ขอให้รักพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ท่านทรงพระชราภาพแล้ว พระองค์ทรงต้องการกำลังใจจากประชาชนของพระองค์ ถ้าประชาชนของพระองค์สู้กันเองแล้ว ไม่เป็นเรื่องดีสำหรับประเทศ ทุกคนที่มีอำนาจในประเทศไทยควรหันหน้าเข้าหากัน พวกมีอำนาจทั้งหลายควรร่วมมือกันและการสมานฉันฑ์ก็จะเกิดขี้นได้

คอลัม เมอร์ฟี่: เมื่อคุณคิดถึงประเทศไทยในอีก 10 ปีจากนี้ไป คุณมองไปในแง่ดีหรือในแง่ร้าย

ทักษิณ ชินวัตร: ก็แล้วแต่ เมื่อใดที่เครื่องจักรเสีย ถ้าคุณซ่อมเครื่องจักรก็ทำงานได้ดีขี้น แต่ถ้าคุณไม่ซ่อม ฟันเฟืองก็จะกัดกร่อนกันเอง และถึงแม้คุณซ่อมแล้วฟันเฟืองจะไม่ทำงานได้เหมือนเดิม เพราะมันเคยรวนมาแล้ว เราต้องซ่อมฟันเฟืองและให้เครื่องจักรทำงานได้ถูกต้อง ในทิศทางที่ถูกต้อง ประเทศไทยก็จะกลับสู่สภาพปกติได้เร็วขี้น ประเทศไทยเป็น..ถ้าผมต้องให้การแนะนำกับรัฐบาลและถ้ารัฐบาลเชื่อผม ผมคิดว่าเรื่องจะดำเนินไปได้เร็ว เพราะไม่ใช่เป็นการยากสำหรับประเทศไทยที่จะกลับไปสู่สภาวะปกติ ถ้าเราจะประนีประนอมกัน

คอลัม เมอร์ฟี่: “คำแนะนำ” หมายถึงอะไรแน่

ทักษิณ ชินวัตร: สถานการณ์ที่จะต้องมีการสมานฉันฑ์ ใครก็ตามที่เป็นรัฐบาล ผมเพียงจะแชร์ประสบการณ์ว่าเราควรทำอย่างนี้และไม่ควรทำอย่างนั้น และเราควรจะใช้ทรัพยากรที่นี่ ถ้าพวกเขาจะคิดสักหน่อยนะ ว่าผมมีแต่ความหวังดี ที่ต้องการให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง

คอลัม เมอร์ฟี่: งั้นคุณก็หวังจะกลับไปและทำหน้าที่คล้าย….ที่ปรึกษา…

ทักษิณ ชินวัตร: อะไรก็ได้ที่ผมจะมีส่วนที่จะทำสำหรับประเทศชาติและสำหรับราชวงศ์ ผมจะทำให้ดีที่สุด

แปลและเรียบเรียง – chapter 11
ที่มา: http://www.feer.com/thaksin/transcript

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: