Skip to content

คุกไทยจากคำบอกเล่าของนิโคไลเดส

วันพฤหัส 19 กุมภาพันธ์ 2009

บทเรียนราคาแพงที่นักเขียนต้องจ่ายสำหรับการหมิ่นระบอบกษัตริย์ในประเทศไทย
The medieval price an author pays for insulting Thailand’s monarchy

7 กุมภาพันธ์ 2552 – The Sydney Morning Herald
เล่าให้แอนดรูว์ มาร์แชลฟัง

harrycomp0
จากห้องขังมีสภาพคล้ายนรกของคุกในกรุงเทพ แฮรี นิโคไลเดสนักเขียนได้เปิดเผยความน่าสพึงกลัวของเวลาแต่ละวันที่เขาต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

พวกเราต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าและถูกเรียกนับชื่อในคุก ห้องขังของผมมีขนาดกว้างมากกว่า 4 เมตร และยาว 12 เมตร จุนักโทษได้ 50-60 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย ส่วนใหญ่เป็นฆาตกรและนักข่มขืน ห้องขังมีห้องน้ำเพียง 1 ห้อง ซึ่งเป็นแค่รูที่เจาะลงพื้น แทบไม่มีระบบระบายอากาศ ผมต้องนอนใส่หน้ากากเพื่อป้องกันวัณโรคและปอดบวมซึ่งเป็นโรคที่แพร่หลายในคุก ผมได้อยู่ในห้องขังมาได้ 5 เดือนตั้งแต่ถูกจับในเดือนกันยายนที่แล้ว

หนังสือที่ผมแต่ง “Verisimilitude” เป็นการพยายามเขียนทำนองนวนิยายแบบมือใหม่ครั้งแรกของผม ตีพิมพ์ออกมาเพียง 50 เล่ม และขายได้เพียง 7 เล่ม ผมรักเมืองไทยและเคารพราชวงศ์ ผมไม่เคยมีความตั้งใจจะโจมตีใคร

อาหารเช้าผมดื่มน้ำเต้าหู้และขนมปังกรอบ นักโทษอาบน้ำและโกนหนวดรอบๆรางน้ำที่มีคราบสกปรกลอยฟ่อง น้ำถูกเปลี่ยนอาทิตย์ละครั้ง ต่อมาก็มีการประชุม พวกเราได้ยืนเคารพธงชาติ พวกเราได้ถูกสั่งให้สวดมนต์ต่อหน้าพระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่ ผมต้องใช้เวลาในการรวบรวมความคิดเพื่อคิดถึงคนที่ผมรัก

ผู้คุมได้พูดอบรมเป็นเวลานานเป็นภาษาไทย ผมเดาว่าเป็นการพูดถึงมารยาทในการอยู่ร่วมกันในคุก

ผมได้ถูกพาขี้นไปชั้นบนกับนักโทษต่างชาติคนอื่นๆ เพื่อทำความสอาดคุกอีกด้านหนึ่ง

หลังจากนั้นก็เป็นเวลาพักเพียงครู่เดียว ผมใช้เวลาเดินดูรอบๆ แต่เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ผมจะต้องพบกับนักโทษที่อ่อนแอกระปลกกะเปลี้ย นั่งอิดโรย เช่นนักโทษที่เป็นวัณโรค ผมรู้สึกถึงความตาย ผมพยายามที่จะใช้เวลาของผมตอบจดหมายที่มีมาหลายฉบับ จดหมายทำให้ผมมีชีวิตอยู่ได้

มีการอนุญาตให้เข้าเยี่ยมพวกเราได้วันละ 30 นาที เว้นวันสุดสัปดาห์และวันหยุด เป็นเรื่องที่ยากที่สุดของผมที่จะกลับไปห้องขังหลังจากหมดเวลาเยี่่ยมจากครอบครัวหรือเพื่อน ผมต้องร้องไห้เมื่อคิดว่าคนเหล่านั้นต้องเผชิญกับความทุกข์เพียงใด

ถึงเวลาเที่ยงจะมีสัญญาณกระดิ่ง อาหารเที่ยงส่วนใหญ่จะเป็นก้างปลาในน้ำร้อนที่เผ็ดมากกับข้าว ผมได้ลองทานดูและรู้สึกไม่สบาย

ผมไม่อาจจะล้มป่วยได้ แค่ความเครียดจากความคิดนี่ก็เหลือพอแล้ว ดังนั้นครอบครัวผมได้ส่งไก่และสลัดมาให้ผมทุกวัน

มีแมว 20-25 ตัวที่วิ่งไปมาในห้องโถงต่อหน้านักโทษทั้งหลาย นักโทษบางคนเอาบุหรี่ยัดปากแมวทั้งหลายหรือทำในสิ่งที่เล่าออกมาไม่ได้กับแมวเหล่านั้น

ผมต้องเดินเท้าเปล่าเกือบตลอดวัน ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องการป้องกันความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเราปีนรั้วลวดหนามที่เดินกระแสไฟไว้ และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นธรรมเนียม แต่พื้นมีเศษก้างปลาเต็มไปหมด ทั้งน้ำลายและอ้วกแมว เท้าของผมจะดำปี๋

ผมถูกพาไปขี้นศาลด้วยกุญแจมือและโซ่ตรวน เป็นแบบยุคกลางจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกด้อยค่าและทำให้ข้อเท้าเกิดรอยช้ำและมีแผลฉีกขาด มันทำให้คุณรู้สึกว่าคุณได้กระทำความผิด

มีคนพูดว่าแบบนี้ทำให้ใครก็ได้เข้าถึงตัวได้ง่ายในคุก ดังนั้นผมจะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

ผมได้พบกับนักโทษที่มีสีสรรบางคน อย่างเช่น วิคเตอร์ เบ้าท์ ผู้ต้องสงสัยคดีนายหน้าขายอาวุธชาวรัสเซีย ไม่หยิ่ง พูดเสียงเบาๆ

วิคเตอร์ให้กระเทียมผมในวันก่อนหน้า และให้ผมตรวจทานต้นฉบับของประวัติของเขา ผมยังไม่ได้อ่าน หลายๆคนได้ให้ต้นฉบับเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตและคดีของเขา พวกเขาคิดว่าผมคือนักข่าวของบีบีซีกระมัง

บ่าย 4 โมง พวกเราต้องถูกคุมขังไปจนถึง 6 โมงเช้า ที่นอนของผมขนาดกว้าง 1 ฟุต ขนาดยาวเท่าตัวผม ผมไม่สามารถพลิกซ้ายหรือขวาโดยไม่เบียดนักโทษคนอื่น ผมไม่สามารถยืดขาโดยไม่เตะนักโทษคนอื่น

ในวันเฉลิมพระชนมายุ 81 พรรษาของกษัตริย์ ผมมองเห็นพลุจากที่ไกลลิบๆ นักโทษบางคนร้องให้ และสรรเสริญบุคคลผู้ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นกษัตริย์ของพวกเขา แต่เป็นบิดาแห่งพวกเขาด้วย ผมอาจจะไม่ใช่คนไทย แต่ผมเป็นลูกชาย และผมรู้ว่าความรักที่มีต่อพ่อเป็นอย่างไร ผมร้องขอการอภัยโทษ ผมสวดมนต์ให้กษัตริย์ได้ทรงมองเห็นความทุกข์ทรมานของผม เพื่อผมจะได้ชื่นชมกับพระเกียรติของท่าน

เมื่อผมทานไก่เสร็จ นักโทษไทยคนอื่นขอเศษอาหารที่เหลือจากผม

ไฟนีออนได้เปิดสว่างทั้งคืน ผมใช้กล่องหนุนหัวนอนหลับ ผมนอนพลิกซ้ายพลิกขวาบนที่นอนบางๆบนพื้นที่แข็ง และนักโทษต่างชาติได้บอกกับผมว่าแล้วมันจะผ่านไป ซึ่งเป็นภาษิตโบราณแต่เป็นเรื่องจริง แต่เวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน

แปลและเรียบเรียง: Chapter 11
ที่มา:
http://www.smh.com.au/news/world/the-cost-of-insulting-royalty/2009/02/06/1233423495127.html?page=fullpage#contentSwap1

Advertisements
5 ความเห็น leave one →
  1. ranee permalink
    วันศุกร์ 20 กุมภาพันธ์ 2009 10:33 น.

    ยังดีที่ไม่โดนสหบาทาในคุก

  2. Dekkorat permalink
    วันอาทิตย์ 22 กุมภาพันธ์ 2009 07:37 น.

    ดีครับที่คุณได้พูดความเป็นจริงถึงสภาพความเป็นจริงในคุกออกมา นั่นเองเป็นสภาพของคนเราที่ต้องชะตากรรมจากการกระทำของตัวเองต้องประสบ แต่เหนือสิ่งอื่นใดพระมหากรุณาธิคุณที่คุณได้รับนั่นมีค่ามากกว่าที่คุณได้มีประสบการณ์ในคุกไทย เราคนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แม้แต่ในคุกเรามีจิตวิญญาณดวงนี้ไงที่ทำให้เราได้คิดและมีความหวังได้ต่อสู้ต่อไป

    • วันเสาร์ 12 กันยายน 2009 20:15 น.

      ติดคุก เพียงเพราะเขียนนิยายโดยกล่าวถึงราชวงศ์บางคนไม่กี่คำ อ่านแล้วก็ไม่ได้รุนแรงอะไร มันเป็นเรื่องจริงๆของเจ้าคนนั้นด้วยซ้ำ ช่างโหดร้ายนัก
      แล้วยังมาบอกว่านี่คือพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับ ถ้าจิตวิญญาณดวงที่ว่านี้เป็นเป็นอย่างที่ยกย่องกัน คงไม่เกิดความวุ่นวายในประเทศเช่นนี้

  3. ๊คนโงตาสวางแส้ว่ permalink
    วันอาทิตย์ 13 กันยายน 2009 10:02 น.

    บางคนแม้จะโง่มานานแต่ก็ไม่ถึงกับตลอดชีวีตอาจจะเป็นเพราะกรรมดีช่วยแต่บางคนอาจจะไม่เคยมีกรรมดีช่วยเลยต้องโง่่ดักดานต่อไป

  4. วันพุธ 19 มิถุนายน 2013 23:28 น.

    Good day! I simply want to give a huge thumbs up for the good
    data you’ve right here on this post. I can be coming again to your
    blog for extra soon.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: