Skip to content

การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริงจะส่งผลให้ประขาธิปัตย์กระอัก

วันพุธ 18 กุมภาพันธ์ 2009

A real democratic movement could cause the Democrat party some grief
Written by Our Correspondent    
4 กุมภาพันธ์ 2552 
AsiaSentinel.com

นายกรัฐมนตรีของไทยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกำลังเผชิญหน้ากับลางร้ายที่กำลังคุกคามคณะรัฐมนตรีมือใหม่ที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลจะมีคนมาร่วมน้อยกว่าที่คาดไว้ครึ่งหนึ่ง แต่แผนการที่รัฐบาลวางเอาไว้ในการบริหารประเทศอาจจะต้องชะงักอันเนื่องมาจากปัญหาที่ยากที่จะเอาชนะ และยังไม่รวมถึงการคอร์รัปชั่นที่เกิดขี้นอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลยังขาดความตั้งใจที่จะจัดการกับพรรคของตัวเองที่มีประวัติการโกงกิน

ธิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาด้านความมั่นคงและต่างประเทศได้กล่าวว่า อภิสิทธิ์ได้ “ทำผิดพลาดแล้ว” และได้กล่าวต่อว่าในเวลาสองเดือนของรัฐบาลผสมนี้ได้เผชิญหน้ากับเรื่องฉาวโฉ่จากเรื่องโกงกิน และหมดความชอบธรรม ในขณะที่อภิสิทธิ์ตั้งความหวังว่าจะเป็นนายกและอยู่ในอำนาจได้ถึง 6-18 เดือน แต่ความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรงคงจะต้องใช้เวลา 5-8 ปีที่จะแก้ปัญหาได้

ในขณะเดียวกันคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งมีความเบื่อหน่ายและความเครียดจากการใช้ความรุนแรงบนถนนที่ทำให้กรุงเทพเป็นอัมพาตเป็นเดือนๆเมื่อปีที่แล้ว จากการปิดสนามบินนานาชาติสองแห่ง บวกการสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวจำนวนเป็นล้านเหรียญ คนเหล่านี้หวังจะให้โอกาศกับรัฐบาลใหม่ในการแก้ปํญหาเศรษฐกิจไทยที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้

อย่างไรก็ตามในประเทศที่่ถูกแบ่งแยกด้วยสี นักวิเคราะห์ได้กล่าวว่า ปัญหาที่คุกคามอภิสิทธิ์มากที่สุดไม่ได้มาจากกลุ่มประท้วงรัฐบาลเสื้อแดงที่ได้ชุมนุมบนถนนในกรุงเทพเมื่อเสาร์ที่แล้ว แต่น่าจะมาจากกลุ่มเสื้อเหลืองที่ได้พาประชาธิปัตย์เข้ามาสู่อำนาจที่จะหันมาเล่นงานอภิสิทธิ์แทน

พันธมิตรขวาจัดที่ใส่เหลือง สีของกษัตริย์อันเป็นที่รักของประเทศไทย ตลอดการประท้วงและการปิดสนามบินที่มีผลให้รัฐบาลพรรคพลังประชาชนต้องออกไปเมื่อเดือนธันวาคมที่แล้ว พันธมิตรที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพที่มีอิทธิพลและจากศักดินาที่บูชาระบอบกษัตริย์ได้กล่าวหาว่าพรรคพลังประชาชนเป็นตัวแทนของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกรัฐประหารให้ลงจากอำนาจในปี 2549

กลุ่มเสื้อแดงหรือกลุ่มเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) ซึ่งเริ่มต้นมาจากนักการเมืองที่ออกมาจากพรรคไทยรักไทยของทักษิณที่ถูกยุบพรรค ได้เข้ามารวมตัวกันและสนับสนุนพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคใหม่ของทักษิณที่ตั้งขี้นมาเพื่อรับมือกับเสื้อเหลืองฝ่ายขวาเมื่อปลายปีที่แล้ว

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว เสื้อแดง 20,000-40,000 คน ประมาณครึ่งหนึ่งของที่คาดหมายว่าจะเป็น 65,000 คน ได้เดินขบวนไปยังทางเข้าของทำเนียบรัฐบาลเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ปลดรมว.ต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นตัวกลั่นของพันธมิตรออกเสีย โดยให้นำกฎหมายเข้าจัดการต่อแกนนำพันธมิตรในการปิดล้อมสนามบินเมื่อปีที่แล้ว และให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550

แม้ว่า นปช.จะสัญญาว่าจะกลับมาอีกภายใน 15 วัน ถ้าข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบรับ แต่รัฐบาลที่เริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขี้นไม่ได้แสดงสัญญาใดๆว่าจะทำตามคำเรียกร้อง ในขณะที่จำนวนคนเข้าร่วมชุมนุมน้อยกว่าที่นปช.ได้ตั้งความหวังเอาไว้ ยังมีเรื่องอื่นเกิดขี้น จากการที่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด แต่ในขณะนี้ได้มีกลุ่มคนในเมืองมาร่วมด้วย และขยายเป้าหมายเพื่อความเป็นประชาธิปไตยนอกเหนือจากเพื่อทักษิณในระยะแรก

คริสต์ เบเกอร์ ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองและนักวิชาการกล่าวว่า “ปัญหาแท้จริงสิ่งเดียวที่อภิสิทธิ์เผชิญหน้าคือการที่เสื้อเหลืองจะแว้งกัดเขา ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าถูกข่มขู่จากกลุ่มเสื้อแดง” เขากล่าวต่อว่า “ตราบใดที่อภิสิทธิ์ยังทำให้แกนนำผู้อุปถัมภ์ยังมีความพอใจ ผมไม่คิดว่าจะมีการแว้งกัดกัน แต่อย่าได้ประมาทเพราะว่าพวกนี้เมื่อรวมพลังแล้วจะยิ่งใหญ่มาก” เขากล่าวต่อว่า “นอกเหนือจากนี้แล้ว อภิสิทธิ์ก็น่าจะฝ่าพายุไปได้” “ในตอนนี้ อภิสิทธิ์มีบุคคลที่สำคัญที่สุดและมีอำนาจที่สุดคอยค้ำอยู่เบื้องหลัง แต่อภิสิทธิ์ต้องทำให้บุคคลพวกนั้นมีความพอใจตลอดไป”

ธิตินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาด้านความมั่นคงและต่างประเทศ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์ได้ “ขายวิญญาณ” ให้กับกองทัพ ซึ่งยังคงคุมอำนาจเหนือพรรคเพราะกองทัพได้เป็นตัวนำประชาธิปัตย์มาสู่อำนาจ

ธิตินันท์กล่าวต่อมา ในขณะที่การคุมอำนาจของพันธมิตรและผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังยังคงมีอิทธิพลเหนือการเมืองไทย แต่ความจริงที่ว่า นปช.ได้ขยายพื้นที่ในการสื่อสารเรื่องความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

เขาได้นำคนมาร่วมประท้วงในวันสุดสัปดาห์ได้ถึง 30,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อย แม้ว่าในระหว่างการประท้วงของพันธมิตรเมื่อปีที่แล้วพันธมิตรยังไม่สามารถรวบรวมคนได้เกิน 30,000 คน

นักวิเคราะห์กล่าวว่าจุดอ่อนหลักของนปช.คือขาดเงินทุน แต่พันธมิตรสามารถจะหาทุนได้วันละ 1 ล้านบาทในระหว่างการประท้วงเมื่อปีที่แล้ว แต่การส่งกำลังบำรุงของผู้สนับสนุนฝ่ายนปช. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ผู้ประท้วงจะต้องเดินทางเข้ามาในกรุงเทพเพื่อร่วมการประท้วงครั้งใหญ่ๆ

ปัญหาความขัดแย้งภายในมาจากเมื่อกลุ่มพลังเสียงทางอีสานของเนวิน ชิดชอบบางคนได้ทรยศย้ายข้างจากพรรคพลังประชาชนไปร่วมพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปีที่แล้ว ทำให้นปชอ่อนแรงลง การโยงกับทักษิณซึ่งเป็นศัตรูของพันธมิตรไม่ได้ช่วยดึงดูดได้มากนัก

ธิตินันท์ กล่าวว่า “ทักษิณยังคงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่” “เป็นเรื่องยากที่จะให้เห็นการเคลื่อนไหวว่าทำเพื่อตัวเอง ถ้ายังไม่สามารถสลัดภาพของทักษิณออกไป จนกว่าจะแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ขี้นอยู่กับทักษิณ”

แต่การสนับสนุนต่อนปช.ไม่ใช่เรื่องขาวและดำ นักวิเคราะห์การเมืองได้เห็นพ้องกันว่าแนวร่วมจากต่างจังหวัดจะเริ่มมีจุดยืนของตัวเองและไม่ได้ทำเพื่อทักษิณ และจะทำให้ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขี้นจากคนที่ไม่ชอบทักษิณมาก่อน

ใจ อึ้งภากรณ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและผู้เขียนบทความให้กับเอเซียเซ็นทิเนล ผู้ซึ่งถูกข้อหาคดีหมิ่นฯ ในข้อกล่าวหาที่ว่าหมิ่นกษัตริย์ไทยจากหนังสือที่เขาแต่งขี้นชื่อ “รัฐประหารสำหรับคนรวย” ได้กล่าวว่า “หลังจากการทำรัฐประหารในปี 2549 ได้มีการรวมตัวของกลุ่มบุคคลต่างๆที่ใกล้ชิดกับนักการเมืองพรรคไทยรักไทย”

ใจกล่าวต่อว่า “ขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงระดับรากหญ้าหลายกลุ่มได้รวมตัวกัน เป็นการรวมกลุ่มแบบประชาสังคมดั้งเดิมและเป็นการเกิดใหม่ของการเคลื่อนไหวของคนไทย หลายๆคนรู้สึกได้ว่ากลุ่มดั้งเดิมและเอ็นจีโอได้เข้าข้างกับฝ่ายพันธมิตรเมื่อปีที่แล้ว” “พันธมิตรได้ลากระบอบกษัตริย์ให้เข้ามายุ่งเรื่องการเมือง แล้วตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่มองว่าระบอบกษัตริย์ได้หนุนหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร”

หลายๆคนได้เข้ามาร่วมกับนปช. ในหลายเดือนก่อน เบเกอร์กล่าวว่า “คนเหล่านี้ไม่ใช่พวกที่สนับสนุนทักษิณ แต่เป็นคนที่ค่อนข้างเสียใจกับวิธีที่ประชาธิปัตย์เข้ามาสู่อำนาจและเห็นว่า นปช. เป็นแนวทางที่ถูกต้องในการประท้วง” “ส่วนใหญ่ของคนเหล่านี้มาจากหัวเมือง แต่ตอนนี้มีคนในกรุงเทพสนับสนุนเพิ่มขี้น”

ธิตินันท์กล่าวว่าจากข้อมูลของเขาเองได้แสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มคนชั้นกลางและคนในเมืองหลวงได้สนับสนุน นปช เพิ่มขี้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการย้ายข้างจากผู้สนับสนุนเดิมของพันธมิตรมาเข้าร่วมกับนปช อย่างมากมายในระยะเวลาอันสั้นนี้

รัฐบาลไทยได้ก้าวเข้ามาทำการปิดปากกับคนในประเทศที่ไม่เห็นด้วย ได้ปิดเว็บไซต์มากกว่า 2,000 เว็บโดยการกล่าวหาว่าหมิ่นระบอบกษัตริย์และการกระทำเยี่ยงนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกโรงเตือนสถานีวิทยุท้องถิ่นที่ทำข่าวการเมืองอย่างเปิดเผยและสร้างความร้าวฉาน แม้ว่าผู้เชียวชาญทางการกระจายเสียงได้ตั้งคำถามว่ารัฐบาลมีอำนาจแง่กฎหมายขนาดไหนที่จะเข้าไปแทรกแซงเรื่องดังกล่าว

เดือนที่แล้ว คณะรัฐมนตรีได้รับหลักการกฎหมายดูแลสนามบินเพิ่มอำนาจจับผู้กระทำผิดได้ทันทีเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางและอุตสหกรรมการท่องเที่ยว ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอย่างเช่นการปิดสนามบินเมื่อปีที่แล้ว ถ้ากฎหมายนี้ผ่านการเห็นชอบ เจ้าหน้าที่ ทอท.สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและควบคุมตัวได้ 24 ชั่วโมง และหลังจากนั้นจะต้องส่งมอบตัวให้กับตำรวจ ผู้ต้องหาจะโดนโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท

ใจกล่าวว่า “กฎหมายน่าหัวเราะ” “เป็นเรื่องตอแหลเมื่อนึกถึงว่าไม่มีใครลงโทษพันธมิตรสักคนที่เคยยึดสนามบินเมื่อปีก่อน”

สมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตรได้วิจารณ์กฎหมายดังกล่าว โดยกล่าวว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน นักวิเคราะห์กฎหมายกล่าวว่ารัฐบาลต้องสนใจกฎหมายและมีการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่สักแต่ออกกฎหมายใหม่ๆ”

เบเกอร์กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยว่านปช. จะต้องเผชิญกับการต่อต้านที่แรงขี้นจากฝ่ายพันธมิตร จากพวกที่หนุนหลังและจากรัฐบาล และจากการแข่งขันภายในกันเองจะเป็นอุปสรรคใหญสุดที่จะกันไม่ให้นปช. เป็นพลังที่จะเปลี่ยนสังคมไทย

เขากล่าวต่อว่า “ความสำเร็จจากการแสดงพลังครั้งสุดท้ายก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การจะรักษาสภาพเช่นนั้นเป็นเรื่องยาก” “พวกเขาต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่ ถ้าพวกเขาต้องการรักษาประสิทธิภาพไว้ เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะรักษาขนาดคนในการเข้าร่วมชุมนุมในกรุงเทพ ถ้าพวกเขาไม่สามารถเรียกคนได้ นปช. ก็จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว”

แปลและเรียบเรียงโดย – chapter 11
ที่มา:
http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1703&Itemid=185

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: