Skip to content

แถลงข่าวโดย รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ กรณีคดีหมิ่นฯ

วันพุธ 14 มกราคม 2009
My Statement
แถลงข่าวโดย รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ กรณีคดีหมิ่นเดชานุภาพ
by WDPress  13 มกราคม 2552
 
jai05อย่างที่ทราบกัน ผมได้รับหมายเรียกพบตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2552 เวลา 10.00 น. คดีนี้มาจากหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษของผมชื่อ “A Coup for the Rich” ซึ่งตีพิมพ์ในต้นปี ๒๕๕๐ มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่นักรัฐศาสตร์ในประเทศไทย จะต้องพยายามวิเคราะห์ลักษณะของสถาบันกษัตริย์ในบรรยากาศที่มีเสรีภาพทางวิชาการ แต่สถาบันกษัตริย์ได้ถูกนำมาอ้างในการต่อสู้ของกลุ่มการเมืองต่างๆ เช่น กรณี รัฐประหาร 19 กันยา และกรณีการปิดสนามบินโดยพันธมิตรฯเป็นต้น และข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นเดชานุภาพถูกใช้ในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง
 
1. กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในประเทศไทยเป็นอุปสรรคในการทำงานของสถาบันกษัตริย์ในระบบประชาธิปไตย เนื่องจากมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและห้ามไม่ให้พลเมืองตรวจสอบสถาบันกษัตริย์ด้วยความโปร่งใส พลเมืองไทยถูกชักชวนให้เชื่อว่าเราดำรงอยู่ในระบบกษัตริย์แบบโบราณ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างระบบศักดินา ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และระบบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุข
 
2. การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในประเทศไทยเป็นการพยายามจำกัดการพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วยปัญญา เป็นการพยายามที่จะห้ามการคิดเองเพื่อส่งเสิรมระบบท่องจำในหมู่ประชาชน ตัวอย่างที่ดีคือ กรณีเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเมื่อมีการเสนอแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจากพระราชวัง มีความคาดหวังในสังคมว่าเราจะชื่นชมและยอมรับโดยไม่มีการตั้งคำถาม อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ดีที่การล้างสมองแบบนี้ไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะสังคมใดที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องในโยบายเศรษฐกิจและการเมืองไม่ได้ ย่อมเป็นสังคมที่ด้อยพัฒนา
 
3. กองทัพมักจะอ้างว่าเป็นผู้ปกป้องสถาบันกษัตริย์ในระบบรัฐธรรมนูญ แต่ทหารไทยมีประวัติอันยาวนานในการทำลายรัฐธรรมนูญด้วยการทำรัฐประหาร บ่อยครั้งรัฐประหารดังกล่าวจะอ้างความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์ รัฐประหารหาร 19 กันยา เป็นตัวอย่างที่ดี เราควรเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวมิได้กระทำเพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์ แต่เป็นการอ้างถึงสถาบันกษัตริย์เพื่ออ้างความชอบธรรมกับการปฏิบัติของทหาร ดังนั้นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถูกใช้โดยทหารและกลุ่มเผด็จการอื่นๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเขา การสร้างภาพว่าสถาบันกษัตริย์มีอำนาจล้นฟ้า ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เป็นการพยายามสร้างความชอบธรรมกับตนเองโดยทหารและกลุ่มอื่นๆ
 
4. ระบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญภายประชาธิปไตยทั่วโลกมีเสถียรภาพ ในขณะที่ประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์อย่างเต็มที่ ดั้งนั้นเราจะต้องสรุปว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างเสถียรภาพกับสถาบันกษัตริย์แต่มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
 
5. ผู้ที่กล่าวหาผมว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กล่าวหาผมเพราะผมมีจุดยืนและอุดมการณ์ในการต่อต้านรัฐประหารและเผด็จการ นักเคลื่อนไหวอื่นหลายคนถูกข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน และเราไม่ควรจะลืมกรณีของพวกเขา เราจะต้องรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยและการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งในสังคมไทยและเวทีสากล
 
หนังสือ A coup for the richผมเขียนหนังสือเล่มนี้ หลังการทำรัฐประหาร 19 กันยา เพื่อเป็นการวิเคราะห์วิกฤติการเมืองไทยในเชิงวิชาการจากจุดยืนที่สนับสนุนประชาธิปไตย ในขณะที่ผมวิพากษ์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทักษิณมาตลอด ผมได้เสนอว่าการทำรัฐประหารขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง ผมเสนอว่ากลุ่มที่สนับสนุนรัฐประหารประกอบไปด้วย ทหาร พันธมิตรฯ นักธุรกิจบางส่วน นักเสรีนิยมสุดขั้ว และข้าราชการอนุรักษ์นิยม กลุ่มเหล่านี้มีจุดร่วมในการดูถูกคนจน เขาไม่ชื่นชมในระบบประชาธิปไตย เพราะเขามองว่าคนจนไม่ควรจะมีสิทธิเลือกตั้ง และเขาเกลียดชังพรรคการเมืองของทักษิณเพราะมีความสามารถในการชนะการเลือกตั้งในขณะที่เขาเองชนะการเลือกตั้งไม่ได้
 
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญในหนังสือของผม เป็นการตั้งคำถามกับความเชื่อในสังคมไทยว่าวิกฤตินี้มาจากความขัดแย้งระหว่างสถาบันกษัตริย์กับทักษิณ ประเด็นนี้อาจจะสร้างความโกรธแค้นในหมู่ทหาร คมช. เพราะเขาต้องการสร้างความชอบธรรมจากพระราชวังในการทำรัฐประหาร ในประเด็นนี้ผมพยายามที่จะกระตุ้นการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ โดยการตั้งคำถามว่าสถาบันกษัตริย์ในระบบประชาธิปไตยควรจะปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยหรือไม่ ในบทที่สองของหนังสือ ผมพยายามวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสถาบันกษัตริย์ไทยตามประวัติศาสตร์ โดยเสนอว่าสถาบันกษัตริย์ในยุคนี้เป็นสถาบันสมัยใหม่ ไม่ใช่สถาบันศักดินาผมปฏิเสธโดยสิ้นเชิงข้อกล่าวหาว่าผมได้ก่ออาชญากรรมด้วยการเขียนหนังสือเล่มนี้ และผมพร้อมที่จะสู้ข้อกล่าวหาคดีหมิ่นเดชานุภาพในทุกรูปแบบ เพื่อปกป้องเสรีภาพทางวิชาการและสิทธิเสรีภาพในระบบประชาธิปไตยเนื่องจากข้อกล่าวหาในครั้งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ คำถามสำคัญคือ รัฐบาลใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้และคดีอื่นๆอีกหลายคดีอย่างไร เพราะนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าจะเข้มงวดมากขึ้นในคดีหมิ่นเดชานุภาพ
 
13 มกราคม 2552
Press Statement by Associate Professor Giles Ji UngpakornRegarding Lese Majeste charges

As you know, I have been summonsed to Pathumwan police station for questioning at 10.00 am on Tuesday 20th January 2009. I have been accused of Lese Majeste. The charge arises from my book “A Coup for the Rich”, published in 2007. Those found guilty of Lese Majeste face a heavy prison sentence.

1. The Lese Majeste Law in Thailand does not allow the for the proper functioning of a Democratic Constitutional Monarchy, since it restricts freedom of speech and expression and does not allow for public accountability and transparency of the institution of the Monarchy. The Thai population are encouraged to believe that we live under an “ancient system of Monarchy”, a cross between a Sakdina, Absolute and Constitutional Monarchy system.

2. The use of the Lese Majeste Law in Thailand is an attempt to prevent any discussion about one of the most important institutions. It attempts to prevent critical thought and encourage a system of “learning by rote” among the population. For example, once the Monarch has given his blessing to the “Sufficiency Economy”, we are all supposed to accept it and praise it without question. Luckily, this type of brain-washing does not work very well in Thai society, for a society which cannot openly discuss economic and political policies will remain backward and under-developed.

3. The Military often claim that they are the “defenders of the Constitutional Monarchy”, yet the Thai Military has a long history of making un-constitutional coups. These are often “legitimised” by claiming to protect the Monarchy. The 19th September 2006 coup is a good example. Rather than defending the Monarchy as such, the military sought to legitimise themselves by referring to the Monarch. The Lese Majeste Law is thus used as a tool by the military, and other authoritarian elites, in order to protect their interests instead of preserving the Constitutional Monarchy. The promotion of an image that the Monarchy is all powerful (an un-constitutional image), is part of this self-legitimisation by the military and other forces.

4. Constitutional Monarchs in most democratic countries enjoy stability while being subjected to public scrutiny. Therefore we must conclude that the Thai Lese Majeste Laws are not in place in order to bring stability to the institution, but serve another purpose.

5. Those who charge me with Lese Majeste are doing so because I have shown a principled and unyielding opposition to military coups and dictatorships. Many other activists are facing similar charges for the same reason. We must not forget their plight. We must wage an international and national political campaign to defend democratic rights in Thailand and for the abolition of the Lese Majeste law.

My book “A Coup for the Rich”

I wrote and published this book a few months after the 19th September 2006 military coup. The book was an attempt to write an academic analysis of the Thai political crisis from a pro-democracy point of view. While constantly criticising the Thaksin government’s gross abuses of Human Rights, I argued that the coup was totally unjustified. I argued that those who supported the coup: the military, the PAD, disgruntled businessmen, neo-liberals and conservative civil servants, were united in their contempt for the poor. They have no faith in democracy because they believe that the poor do not deserve the right to vote. They also hate Thaksin’s party because it could win elections, while they could not.

Another important theme in my book is the questioning of the perceived “fact” that the crisis was a result of a dispute between the Monarchy and Thaksin. It is this argument of mine that may have enraged the military most of all, since they wished to use Royal legitimacy for their coup. I also attempted to stimulate a discussion about whether a Constitutional Monarchy should defend the Constitution and Democracy. In another section of the book I tried to paint an historical account of the Monarchy and to argue that it is now a modern institution, not a feudal one.

I have now sold all 1000 copies of “A Coup for the Rich”, but it is available to download from my blog http://wdpress.blog.co.uk/ and from the International Socialist Tendency website in the U.K. Just after publication, the book was withdrawn from sale by Chulalongkorn University bookshop and later by Thammasart University bookshop.

I reject totally the accusation that I have committed any crime by writing and publishing this book. I am prepared to fight any Lese Majeste charges in order to defend academic freedom, the freedom of expression and democracy in Thailand.

Since this accusation was filed by a Special Branch officer, the present Democrat Party Government should be questioned about its role in this and many other cases. The new Prime Minister has stated that he wants to see a firm crackdown on les majesty and many recent cases have been filed by the police.

Giles Ji Ungpakorn
13 January 2009

What you can do
1. Write a letter of protest/concern to
Prime Minister Abhisit Vejjajiva,
Government House,
Bangkok, Thailand.
Fax number +66 (02) 972-7751
2. Write a letter of protest/concern to
the Ambassador, The Royal Thai Embassy, in your country.
3. Demand that Amnesty International take up all Les Majesty cases in Thailand.
4. Demand the abolition of the Les Majesty Law.

Source: http://wdpress.blog.co.uk/2009/01/13/my-statement-5372125

Advertisements
2 ความเห็น leave one →
  1. คนไทย permalink
    วันพฤหัส 12 กุมภาพันธ์ 2009 16:46 น.

    แต่ผมว่าคุณใจคงจะแอบหลงรักคุณทักษิณจนไม่รู้ตัวมากกว่า ถ้าใจมันมีอคติแล้วไม่มีวันที่จะเห็นทางสว่างหรอก สิ่งที่คุณเขียนมา และคงคิดว่ามีน้ำหนักทางวิชาการอย่างมาก หารู้ไม่ว่า ถ้าคนที่มีใจเป็นกลาง คนที่ตาสว่าง มาดูแล้วก็จะรู้ว่าเป็นการหาเหตุผลข้างๆคูๆ มาสนับสนุนอคติของตัวคุณเอง

    คุณพ่อคุณคงไม่ภูมิใจในตัวคุณหรอก

  2. คนเมืองนนทบุรี permalink
    วันพุธ 10 มิถุนายน 2009 13:57 น.

    แล้วแถลงการ สยามแดงของคุณ มันหมายความว่าอะไร?

    เลือกที่จะตายที่เมืองนอกแล้วใช่ไหม? หรือจะกลับมาตายในคุกเมืองไทย?

    ตอนเขากล่าวหา คุณ ก็ดูออกว่าเป็นเกมการเมือง

    แต่ตอนออกแถลงการ สยามแดง มันฟ้องในตัวนะว่าคุณเป็นคนยังไง? (หลักฐานแน่หนา แก้ตัวไปก็เท่านั้น)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: